ตอนที่ 17: าแของนักรบ และกระแสอุ่นในความมืด
หลังจากจัดการอาหารแท่งจนหมด ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน พิษาแที่แผ่นหลังของน้ำมนต์เริ่มส่งผลให้เขามีอาการตัวร้อนฟกช้ำและสั่นสะท้านจากไข้ต่ำๆ น้ำมนต์พยายามถอดเสื้อยืดรุ่งริ่งออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่มีรอยสักยันต์หงส์พรหมและยันต์แปดทิศ แต่ตรงกลางแผ่นหลังกลับเป็รอยไหม้เกรียมสีดำขนาดใหญ่จากการถูกกระบองพลาสม่าของวิศรุตฟาดใส่
"น้ำมนต์! หลังนาย..." โมนาอุทานด้วยความใเมื่อเห็นแผลฉกรรจ์ "นายบอกว่าไม่เป็ไร แต่แผลมันหนักขนาดนี้เลยนะ!"
"แค่... พิษไฟพลาสม่ามันย้อนเข้าเส้นเืน่ะครับ" น้ำมนต์ฝืนพูด เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ "ผมพยายามร่ายอาคมรักษาแล้ว แต่มันอยู่ตำแหน่งหลัง... ผมประทับฝ่ามือลงไปไม่ถึง"
"เ้าโฮสต์หน้าโง่!" เอเต้ส่งเสียงบ่นกวนๆ "นายประทับมือตัวเองไม่ถึง ก็นึกถึงยัยหนูโมนานั่นสิ! ให้ยัยหนูใช้น้ำสะอาดล้างแผล แล้วนายก็ร่าย 'พระคาถาประสิทธิ' ผ่านกระแสจิต ให้ยัยหนูเป็คนประทับฝ่ามือลงบนแผลนายแทน!"
โมนาขยับเข้ามาชิดด้านหลังของน้ำมนต์ทันที โดยไม่ต้องรอให้น้ำมนต์เอ่ยปาก เธอเปิดกระติกน้ำกรองรังสี ค่อยๆ หยดน้ำลงบนผ้าเช็ดหน้าสะอาด แล้วบรรจงซับคราบเขม่าดำและเืแห้งกรังบนแผ่นหลังของน้ำมนต์อย่างเบามือที่สุด
"อึ่ก..." น้ำมนต์สะดุ้งตัวโยนด้วยความแสบระบม
"อดทนหน่อยนะน้ำมนต์... ฉันจะเบามือที่สุด" โมนาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน ความใกล้ชิดทำให้เธอได้ยินจังหวะหัวใจของน้ำมนต์ที่เต้นตึกตัก และััได้ถึงไอความร้อนจากแผ่นหลังของเขา
"โมนาครับ... วางฝ่ามือลงตรงกลางรอยไหม้นะครับ" น้ำมนต์ส่งกระแสจิตเข้าสู่มโนสำนึกของเธอ "ไม่ต้องกลัวนะ... ผมจะส่งพลังอาคมรักษาผ่านมือคุณเอง"
โมนาวางฝ่ามือเรียวเล็กลงบนแผ่นหลังกว้างที่รุ่มร้อนของน้ำมนต์ น้ำมนต์เริ่มร่ายพระคาถาสมานแผลในใจอย่างแน่วแน่
"สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆา ปาลัง ปัตตา... ชะยะสิทธิ ภะวันตุ เต..."
แสงสีเขียวนวลอ่อนโยนะเิออกจากฝ่ามือของโมนา ซึมลึกลงไปในแผลไหม้เกรียมบนแผ่นหลังของน้ำมนต์ ความอบอุ่นผสานกับความเย็นของน้ำทิพย์อาคมช่วยสลายพิษไฟพลาสม่าอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดค่อยๆ ถักทอประสานกัน รอยไหม้สีดำค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงรอยแผลเป็บางๆ
โมนา รู้สึกได้ถึงพลังงานอาคมอันบริสุทธิ์ของน้ำมนต์ที่ไหลผ่านมือเธอ มันไม่เพียงแค่รักษาแผลให้น้ำมนต์ แต่มันยังช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าในร่างกายของเธอเองด้วย ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ความรู้สึกผูกพันและอบอุ่นพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางภัยมืดภายนอก
"เรียบร้อยแล้วล่ะน้ำมนต์..." โมนาค่อยๆ ถอนมือออก ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อน้ำมนต์หันกลับมาสบตา
"ขอบคุณมากครับโมนา..." น้ำมนต์สวมเสื้อกลับตามเดิม ั์ตาของเขามองโมนาด้วยความสำนึกในน้ำใจ "ถ้าไม่ได้
คุณ... คืนนี้ไข้ผมคงขึ้นจนลุกขึ้นสู้ใครไม่ได้แน่"
"แหมๆ ... สมานแผลเสร็จ สมานใจต่อเลยนะพวกแก!" เอเต้แทรกขึ้นพร้อมฉายไฟสปอร์ตไลท์กระพริบปริบๆ "พักผ่อนกันให้เต็มที่ซะคืนนี้ เพราะพรุ่งนี้เช้า... พอหมอกพิษสีม่วงสลายตัว เราต้องเดินทางข้าม 'เขตป่าวงจรไฟฟ้า' ซึ่งมีสัตว์อสูรระดับ 5 รอรับน้องพวกแกอยู่!"
น้ำมนต์และโมนาหัวเราะออกมาพร้อมกัน ทั้งคู่นอนพิงหลังชนกันอยู่มุมห้องนิรภัย เพื่อสลับกันเข้าเวรยามพักผ่อน ท่ามกลางความมืดมิดของประตูมิติ คืนนี้กลับเป็คืนที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของคนทั้งสอง... การผจญภัยและการกระชับความสัมพันธ์ของฮีโร่สองโลก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง!