หลังจากเซียวจิ่งหยวนกระอักเม็ดมุกแวววาวดั่งเงินออกมามันก็ลอยเข้าหาฝูงกระบี่บินทันที
ไข่มุกและกระบี่บินพุ่งเข้าปะทะกันไข่มุกขนาดเท่าไข่นกพิราบะเิออกหลังจากปะทะกับคมกระบี่ ก่อนที่เสียงฟ้าฝ่าจะดังสนั่นลมและเมฆเปลี่ยนทิศทาง คลื่นอากาศพัดโหมกระหน่ำ
เปรี้ยง!
แสงสายฟ้าดุจอสรพิษสีเงินอันบ้าคลั่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ทุกเส้นฟาดผ่าไปมาคดเคี้ยวเลื้อยผ่านไปทั่วทุกสารทิศเข้าพันกระบี่บินจำนวนมากเข้าไว้ด้วยกัน แล้วหักทำลายไปทีละน้อย
“หา?”
เมื่อมองเห็นฉากตรงหน้า เซียวจิ่งหยวนก็อ้าปากค้างตกตะลึงไม่อยากเชื่อสายตาการะเิเพียงครั้งเดียวทำให้กระบี่ไผ่บินนับพันเล่มหักพังไปมากกว่าครึ่งสถานการณ์ตรงหน้าทำให้ชายชุดเทาหลายคนที่กำลังบินตรงเข้ามาต้องหยุดชะงักคอยระแวดระวังอยู่ในระยะไกลในสายตาของพวกเขาเซียวจิ่งหยวนคงเป็คนประหลาดอย่างไม่ต้องสงสัย
คนอะไรโดนะเิจากมุกสายฟ้าแม่เหล็กเข้าไปแต่กลับยังโชคดีรอดตายมาได้แถมยังมีพลังเพิ่มขึ้น ทว่าเสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นโคลนดูสกปรกยุ่งเหยิงไม่น่ามอง
เนื่องด้วยไม่อาจเห็นรูปร่างของเซียวจิ่งหยวนได้อย่างชัดเจนดังนั้นคนชุดเทาเหล่านี้จึงไม่ทันสังเกตว่าเขาคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การะเิของมุกสายฟ้าพวกเขาเพียงได้ยินการรายงานจากศิษย์ที่รอดชีวิตและได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบสถานที่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดรู้จักเซียวจิ่งหยวนจึงไม่ได้คิดสงสัย
เพียงแต่เพราะพวกเขาเห็นว่าบริเวณใกล้ๆ มีคนประหลาดไร้ที่มาปรากฏตัวจึงต้องลองเชิงลงมือไป เมื่อสังเกตเห็นว่าคนแปลกหน้าดูต่อกรได้ยาก จึงรู้สึกลังเลไม่รู้ว่าควรต่อสู้หรือผูกมิตรดี
เมื่อเซียวจิ่งหยวนสงบลงก็ััได้ถึงความลังเลใจของคนชุดเทากลุ่มนี้จึงตัดสินใจลอยตัวขึ้นสูง แล้วกลายเป็ลำแสงหายลับไป
คนชุดเทาเหล่านี้มองหน้ากันไปมาเล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ตามไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหม่
ทางด้านของเซียวจิ่งหยวน ตอนนี้เขาเปรียบดั่งนกที่ตื่นตระหนกคิดแต่จะวิ่งหนีอย่างเดียวจนแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่ทันสังเกตว่าความเร็วของตนนั้นเร็วเพียงใด
คนทั้งคนบินผ่านฟากฟ้าไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า เคลื่อนผ่านเทือกเขากับก้อนเมฆสองข้างทางไปอย่างรวดเร็วผ่านไปสักพัก เซียวจิ่งหยวนก็ััถึงความอ่อนแรงและเหนื่อยล้าจึงลดความเร็วลงก่อนร่อนกายลงมาอยู่กลางป่าซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาทึบเขาบินร่อนลงมาอยู่บนต้นไม้สูงตระหง่าน มองไปรอบด้านอย่างระแวดระวังเมื่อสังเกตแล้วว่าไม่มีผู้ใดตามมาก็ถอนหายใจโล่งอก แล้วลูบลำคอของตนด้วยความมึนงงทั้งใทั้งสงสัย
“เมื่อครู่...เกิดอะไรขึ้น”
ความคิดของเซียวจิ่งหยวนยุ่งเหยิงวุ่นวาย รู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยแต่ไม่ว่าจะเป็การกระอักมุกออกมาพังกระบี่ หรือการบินโฉบไปมาล้วนเป็สิ่งที่อยู่เหนือความสามารถและการควบคุมของเขาทั้งสิ้น เขาจึงไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับสิ่งเ่าั้อย่างไร
แน่นอนว่าคนฉลาดเช่นเขาหลังจากที่คิดไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้วก็ได้ข้อสรุปบางอย่างออกมา
“มุกสายฟ้าแม่เหล็ก...”
เซียวจิ่งหยวนคิดไตร่ตรองอย่างตั้งอกตั้งใจ
การที่มุกสายฟ้าแม่เหล็กะเิล้างศิษย์สำนักซานจู๋ทำให้เขาได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หากแต่เพราะจากความพิเศษของร่างกายของเขา ทำให้สายฟ้าแม่เหล็กไม่เพียงไม่ทำอันตรายเขาซ้ำยังกระตุ้นศักยภาพในร่างกายให้ทวีเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นด้วย
จึงไม่ต้องสงสัยเลย ว่าเขาคือตัวอย่างที่ช่วยยืนยันความถูกต้องให้กับประโยคที่ว่าหายนะไม่ได้ทำให้ตาย แต่กลับทำให้แข็งแกร่งขึ้น เพราะเขาไม่ได้มีเพียงพัฒนาการในด้านการบำเพ็ญเท่านั้นแต่เหมือนจะยังดูดซับพลังบางส่วนของมุกสายฟ้าแม่เหล็กเข้ามาอีกด้วย...
“คาดว่าพลังแม่เหล็กของแกนโลกคงเป็เป็พื้นฐานในการฝึกวิชาหลบหนี”
เซียวจิ่งหยวนหวนนึกอยู่ในใจเหมือนว่าในตำราเก่าแก่ของอารามหวนเจินจะมีการบันทึกถึงวิชาดาราเหินไว้ ว่าเป็การใช้การเปลี่ยนขั้วของพลังแม่เหล็กเพื่อให้หนีได้เร็วเหนือแสง
ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิด เคล็ดวิชาดาราเหินก็ปรากฏขึ้นมาในความคิดของเขาอย่างชัดเจน
เซียวจิ่งหยวนกลั้นลมหายใจสงบจิตใจลง ทำตามขั้นตอนในเคล็ดวิชา พร้อมโคจรสะพานเชื่อมปราณที่อยู่ในร่างกายอย่างรวดเร็วไม่นานเขาก็ััได้ถึงกระแสพลังลึกลับที่อยู่เต็มไปทั่วทั้งผืนดินผืนฟ้า
พลังอันลึกลับเหล่านี้คือพลังแม่เหล็กจากใจกลางโลกปรากฏขึ้นในลักษณะของคลื่นอันเลือนราง ซึ่งไม่ว่าบนพื้นดิน บนแผ่นน้ำหรือกระทั่งบนฟากฟ้าล้วนมีการดำรงอยู่ของพลังนี้ทั้งสิ้นเพียงแต่พลังแม่เหล็กนี้มีแรงมีอ่อน มีมากมีน้อยแตกต่างกันไปคนธรรมดาััไม่ได้และใช้ไม่เป็
ทว่าในยามนี้เซียวจิ่งหยวนกลับััได้ถึงพลังแม่เหล็กที่กระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่ทั้งยังรู้สึกเชื่อมโยงกับมันได้อย่างเบาบาง...
“ซี้ด!”
เซียวจิ่งหยวนลองััพลังแม่เหล็กที่ลอยอยู่รอบกาย ทันใดนั้นตัวเขาก็เหมือนนั่งอยู่บนจรวดมีแรงลอยตัวที่มองไม่เห็นบางอย่างปะทุขึ้นแล้วผลักร่างกายของเขาให้ลอยขึ้น้าเพียงชั่วพริบตาเดียวเขาก็มาปรากฏกายอยู่บนท้องฟ้าสูงหลายร้อยหมี่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆมากมาย
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้เขาตระหนกจนเหงื่อท่วมแต่เมื่อหยุดอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคงแล้ว เขาก็รีบตั้งสติตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงภายในอย่างถี่ถ้วนและอดประหลาดใจไม่ได้
หากกล่าวว่ายามเขาเหยียบเมฆาบินขึ้นฟ้าตอนที่เขาเพิ่งสร้างรากฐานสู่เต๋านั้นอืดอาดเหมือนเต่าในตอนนี้เขากลับสามารถใช้วิชาดาราเหิน ความเร็วดุจเปลี่ยนจากหนังยางเป็ปืน
สิ่งนี้ไม่ได้เป็เพียงความแตกต่างทางคุณลักษณะเท่านั้นแต่อาจจะเกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของชีวิต เร็วขึ้นอีกก้าวกับช้าลงอีกหน่อยผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันมหาศาล
“แรงลอยตัวจากแม่เหล็กยังพอสามารถเข้าใจได้ แต่การปล่อยสายฟ้าเล่าเกิดขึ้นได้อย่างไร”
หลังจากดีใจจนเนื้อเต้นเซียวจิ่งหยวนก็ร่อนลงมานั่งไขว่ห้างอยู่บนยอดไม้อย่างช้าๆเขาหลับตาเข้าสู่สมาธิในทันที
รูปภาพของไท่จี๋อันลึกลับว่ายวนอยู่ในห้วงความคิดกำจัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมด ชะล้างสติให้ขาวบริสุทธิ์จากนั้นจึงดำดิ่งเข้าสู่ห้วงภวังค์สำรวจความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
เซียวจิ่งหยวนใกับผลที่ััได้ในทันทียามนี้เขาพบว่าภายในร่างกายของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำปฐี
การโคจรจักรวาล สะพานเชื่อมปราณและการหมุนเวียนของหยินหยางที่เป็ผลลัพธ์ที่ได้มาจากการบำเพ็ญเพียรนั้นยังอยู่ในความคาดเดาของเขาทว่าเืสีแดงฉาน กระดูกอันขาวสะอาดรวมไปถึงอวัยวะภายในที่ทอแสงประกายหลากสีเหล่านี้ช่างเป็การเปลี่ยนแปลงอันแสนประหลาดทำให้เซียวจิ่งหยวนใจนถึงขีดสุด
สิ่งที่ทำให้เขาใมากที่สุดก็คือ ลำแสงสีเงินที่ส่องประกายและพลังของลำแสงสายฟ้าที่กำลังไหลเวียนภายในเส้นลมปราณอันยืดหยุ่นของเขา
ทันทีที่ได้เห็น ร่างกายและจิตใจของเซียวจิ่งหยวนก็สั่นสะท้านเข้าใจทันทีว่าพลังเ่าั้คือพลังของสายฟ้าหรือหากพูดให้ถูกน่าจะเป็เศษเสี้ยวพลังของมุกสายฟ้าแม่เหล็ก
ไม่นึกเลยว่าเศษเสี้ยวพลังที่ไม่ถูกกำจัดไปนั้นจะแข็งแกร่งขนาดนี้
“แย่แล้ว...ไม่สิ...”
จิตใจของเซียวจิ่งหยวนยังคงจับจ้องไปยังพลังแห่งสายฟ้าพลังเกิดการเคลื่อนไหวประหลาดเป็คลื่นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์แปรเปลี่ยนกลายเป็ข้อมูลที่ไหลเข้าสู่ห้วงความคิดของเขา
“สิ่งนี้คือ...”
เมื่อเขาย่อยข้อมูลเ่าั้เสร็จก็ไม่รู้ว่าควรใหรือดีใจเพราะสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาคือกระบวนการก่อกำเนิดของมุกสายฟ้าแม่เหล็ก เขาเข้าใจทุกขั้นตอนและจดจำทุกรายละเอียดได้แจ่มแจ้งเหมือนกับว่าเขาเคยสร้างมุกสายฟ้ามาแล้วหลายครั้งจนสามารถจดจำได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนอย่างไรอย่างนั้นทว่าสิ่งนี้กลับยังไม่ใช่จุดสำคัญนัก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ...
เซียวจิ่งหยวนมีสีหน้าประหลาด ค่อยๆ ยื่นมือออกไป พลางรวมพลังไปที่มือทีละน้อยๆไม่นานลูกกลมสีเงินแวววาวก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเรียวยาวขาวผ่องของเขา
ในตอนแรกลูกกลมแสงมีขนาดประมาณไข่พิราบลูกนี้กระจัดกระจายเลือนรางและไร้พลัง ทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวลูกกลมแสงกลับมีพลังเพิ่มมากขึ้น มีสายฟ้าไหลเวียนไปรอบด้านส่องประกายเจิดจ้าแยงตา
เมื่อเซียวจิ่งหยวนมองลูกกลมแสงสีเงินที่อยู่ในมือลมหายใจก็แรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“สิ่งนี้...ของจริงหรือของปลอมเนี่ย”
เซียวจิ่งหยวนกลืนน้ำลายพลางปรายตามองไปยังหมู่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเขาเล็งก่อนง้างมือปาลูกกลมแสงประกายวับวามออกไป เพียงชั่วพริบตาเดียวลูกแสงกลมแวววาวดุจไข่มุกก็ปะทะเข้ากับกิ่งใหญ่ของต้นไม้สูงตระหง่านต้นหนึ่ง
เปรี้ยง!
สายฟ้าผ่าฟาดลงมา ประกายไฟกระจายไปทั่ว
เซียวจิ่งหยวนเบิกตากว้างมองอย่างตกตะลึงจ้องดูต้นไม้สูงใหญ่ขนาดหลายคนโอบที่โดนสายฟ้าผ่าฟาดจนกลายเป็เถ้าถ่านหายไปในพริบตา
“เดี๋ยวก่อน เหตุใด...พลังถึงได้น้อยเช่นนี้”
เซียวจิ่งหยวนพึมพำกับตัวเอง ใจนึกโลภอยากให้พลังมากกว่านี้เพราะในความทรงจำของเขานั้น พลังของมุกสายฟ้าแม่เหล็กสามารถทำลายผืนดินะเิูเาที่อยู่ในรัศมีหลายสิบลี้ให้กลายเป็หลุมยุบขนาดมหึมาได้อย่างง่ายดาย
แต่ลูกกลมแสงที่เขาสร้างขึ้นมากลับทำได้เพียงะเิต้นไม้ให้แตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเท่านั้นซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันระดับพลังถือว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“เฮ้อ หากเป็เช่นนี้...สิ่งนี้คงไม่ใช่มุกสายฟ้าแม่เหล็กของจริงสินะ”
เซียวจิ่งหยวนสงบจิตใจลง พร้อมถอนหายใจยาวให้กับความโลภมากไม่รู้จักพอของตนเอง
ดูไปแล้วสถานการณ์ของเขาในตอนนี้น่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อตัวเป็ความสมดุลที่แปลกประหลาด ถึงสามารถควบแน่นพลังของมุกสายฟ้าแม่เหล็กออกมาได้แต่เมื่อเทียบกับมุกสายฟ้าแม่เหล็กของจริงแล้ว พลังกลับถูกตัดทอนลงไปหลายเท่าทำให้มุกสายฟ้าที่เขาสร้างขึ้นมีพลังทำลายล้างที่ด้อยกว่ามาก
แต่...
ในยามที่เซียวจิ่งหยวนหลับตาลองััเขากลับรู้สึกได้ถึงเศษเสี้ยวของสายฟ้าแม่เหล็กที่กำลังไหลเวียนและทวีคูณเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดพักอยู่ภายในจุดลมปราณซึ่งซ่อนเร้นอยู่ทั่วร่างกาย
พลังสายฟ้าสามารถแปรเปลี่ยนเป็ปราณเซียน และปราณเซียนก็ยังเปลี่ยนกลับเป็พลังสายฟ้าได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตราบใดที่เขามีปราณเซียนสนับสนุนมากพอก็สามารถสร้างมุกสายฟ้าได้อย่างไม่จำกัดเพียงแค่มุกสายฟ้าเหล่านี้มีพลังน้อยเท่านั้นเอง หากพลังไม่เพียงพอก็ใช้จำนวนที่มากขึ้นในการแก้ปัญหาเฉกเช่นเดียวกับศิษย์สำนักซานจู๋แล้วกัน
เซียวจิ่งหยวนตั้งสมาธิ สะพานเชื่อมปราณที่อยู่ภายในร่างกายโคจรอย่างรุนแรงบีบเค้นให้พลังของสายฟ้าและแม่เหล็กอัดแน่นอยู่กลางอากาศ ไม่นานลูกกลมสีเงินทอประกายจำนวนมากพรั่งพรายออกมาดั่งดวงดาว
หนึ่ง สอง สาม สี่...
เซียวจิ่งหยวนนับจำนวนอย่างละเอียด พบว่าในหนึ่งครั้งเขาสามารถสร้างมุกสายฟ้าได้เพียงยี่สิบแปดเม็ดเท่านั้นและเมื่อใช้พลังจนถึงขีดจำกัดแล้ว ร่างกายของเขาจะไร้เรี่ยวแรง รู้สึกอ่อนแอลง ต้องหยุดพักไปพักใหญ่ถึงสามารถฟื้นฟูปราณต้นกำเนิดกลับมาได้เล็กน้อย
หลังจากนั้นแสงวิเศษก็ส่องประกายขึ้นภายในดวงตามือทั้งสองข้างดันมุกสายฟ้าเกือบสามสิบเม็ดพุ่งตรงเข้าไปยังส่วนลึกของป่าทึบในทันที...