แสงตะวันยามอัสดงทอดตัวยาวผ่านช่องเขาโอเอซิส สาดแสงสีส้มทองอาบทาบยอดวิหารศิลาบะซอลต์ของคาลิฟาให้ดูสง่างามและเปี่ยมด้วยมนตร์ข่มขวัญ สายลมพายุทรายภายนอกบัดนี้เริ่มผ่อนแรงลง เหลือเพียงไอเย็นยามค่ำคืนที่พัดพาเขม่าควันไอน้ำและกลิ่นแร่ธาตุให้อบอวลไปทั่วโถงกลาง
อาลอนและชาลัคเดินเคียงข้างกันออกมาจากโถงประลองของอาจารย์คาลอส สภาพร่างกายของเด็กหนุ่มต่างเผ่าพันธุ์เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลและเขม่าดิน ทว่าั์ตาของทั้งคู่กลับเปล่งประกายเจิดจ้า ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังจุดลงทะเบียนขั้นสุดท้ายเพื่อรับ "ตราประทับ" อันเป็สิ่งยืนยันสถานะผู้ผ่านการคัดเลือก
ระหว่างที่รอคิว แผ่นศิลาโฮโลแกรมขนาดั์ใจกลางโถงก็ส่งเสียงกลไกฟันเฟืองครางประสาน ฉี่— กริ๊ก! ตัวอักษรรูนเรืองแสงสีฟ้าค่อยๆ บันทึกและจัดเรียงสถิติตัวเลขอันน่าตระหนกขึ้นเบื้องหน้า บรรยากาศรอบข้างที่เคยคึกคักพลันเงียบสงัดลงในพริบตา
[สรุปผลการคัดเลือกผู้เข้าศึกษา ณ วิทยาลัยคาลิฟา]
• จำนวนผู้สมัครทั้งหมดใน่ 10 วันที่ผ่านมา: 102,485 คน
• จำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนในรุ่นนี้: 217 คน
"แสนกว่าคน... เหลือแค่สองร้อยสิบเจ็ดคนเนี่ยนะ?" ชาลัคเป่าปากเบาๆ พลางส่ายหน้า รอยยิ้มร่าเริงจางหายไปชั่วขณะ "อัตราผ่านไม่ถึงศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์! นั่นหมายความว่าคนนับหมื่นต้องหอบความฝันกลับบ้านไปพร้อมความพ่ายแพ้ หรือไม่ก็..." ั์หนุ่มเว้นวรรค ั์ตาสีส้มแดงฉายแววจริงจัง "...ความตาย หากพวกเขาไม่มีแม้แต่เงินค่าเดินทางกลับ"
อาลอนจ้องมองตัวเลขบนแผ่นศิลา แสงสีฟ้าในลานสายตาซีกซ้ายหมุนวนประมวลผลอย่างเ็า
[System 377: Statistical Analysis - Pass Rate: 0.211%]
[Primary Logic: Resource Filtration Algorithm]
‘นี่ไม่ใช่สถานศึกษา...’ อาลอนคิดอย่างราบเรียบ ‘แต่มันคือเครื่องร่อนมนุษย์เพื่อคัดแยกทรัพยากรและอาวุธาที่ไร้ความรู้สึกไปใช้ในสมรภูมิที่เหนือกว่า’
เมื่อถึงคิวลงทะเบียน เ้าหน้าที่โกเลมกลไกมหึมาที่สร้างจากหินทรายบีบอัด ยื่นมือซ้ายที่ถือเหรียญโลหะสีทองกลมเกลี้ยงออกมาวางบนแท่นัั แขนขวาที่เป็แท่นปั๊มไฮดรอลิกไอน้ำส่งเสียงครางครืน
ชาลัควางฝ่ามือหนาลงบนเหรียญ กระแสปราณพสุธาสีส้มแดงไหลซึมเข้าสู่เนื้อโลหะ ทันใดนั้น แท่นปั๊มไอน้ำก็กระแทกลงมา เคร้ง! พร้อมเสียงฉีดน้ำมันหล่อเย็น ฟู่—! สลักรหัสอักขระและลวดลายฟันเฟืองลงบนผิวน้ำมันทองคำอย่างประณีต
เมื่อถึงคิวของอาลอน เด็กหนุ่มยื่นฝ่ามือซ้ายออกไปวางทาบบนเหรียญ รูม่านตาสีดำสนิทกะพริบแสงสีฟ้าครามแ่เบา ระบบ 377 เริ่มจำลองและบีบอัดกระแสคลื่นความถี่ปราณสเปกตรัมให้อยู่ในระดับมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้กลไกของเหรียญเกิดการโอเวอร์โหลดจนะเิ
เคร้งงงง! ฟู่—!
ประกายไฟสีเงินแลบออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เหรียญตราโลหะสีทองจะถูกส่งคืนสู่มือของอาลอน ผิวมันวาวของมันถูกสลักด้วยรหัสรูนอันซับซ้อนที่เรืองแสงสีฟ้าเย็นเยียบ เหรียญนี้คือตั๋วผ่านทางและพันธนาการใหม่—ตราประทับประจำตัวนักศึกษาแห่งวิทยาลัยลมปราณและการช่างคาลิฟา
❖ ❖ ❖
เมื่อก้าวพ้นประตูศิลาบานั์สู่ลานจอดรถรางไอน้ำ เสียงจอแจของผู้คนที่เฝ้ารอผลสอบก็ดังระงม ชายคนแคระวัยกลางคนร่างกำยำในชุดช่างขุดแร่เก่ากะทัดรัดยืนกอดอกชะเง้อมองด้วยสีหน้าตึงเครียด หนวดเคราสีสนิมขยับตามจังหวะถอนหายใจ... เขาคือ อาดัม
และทันทีที่สายตาของอาดัมประสานเข้ากับร่างสูงโปร่งของลูกชาย ชายเฒ่าพลันเบิ่งตากว้างเมื่อเห็นประกายสีทองจากเหรียญตราในมือของอาลอน!
"อาลอน!" อาดัมร้องลั่นพลางวิ่งตรงเข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น เขายื่นมือหนาหยาบกร้านตบไหล่ลูกชายดัง ปึก! ปึก! จนไอความร้อนจางๆ กระจายออกจากเสื้อผ้า
"เ้าทำได้! ฮ่าๆๆ! ข้าบอกแล้วว่าหัวสมองและฝีมือของเ้าไม่มีทางทำให้ข้าผิดหวัง!" อาดัมหัวเราะร่าจนเคราสั่น แววตาเปี่ยมด้วยความโล่งอกและภาคภูมิใจ
"ข้าผ่านการทดสอบแล้วครับพ่อ... เป็ไปตามที่คำนวณไว้" อาลอนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามุมปากกลับยกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง
"แล้วนี่..." อาดัมเบนสายตามองยักษาหนุ่มร่างบางที่ยืนยิ้มยิงเขี้ยวอยู่ข้างๆ "ยักษาหนุ่มผู้นี้คือใครกัน?"
ชาลัคย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของคนแคระเฒ่า ยกมือขวาแตะอกซ้ายแล้วโค้งศีรษะให้อย่างมีมารยาท "สวัสดีครับท่านลุง! ข้าชื่อชาลัค... เป็เพื่อนร่วมชะตากรรมที่เกือบจะะเิตัวเองตายในบททดสอบที่สองพร้อมกับลูกชายท่าน!"
อาดัมเลิกคิ้วก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ! ปากคอเข้าท่าดีนี่หว่า! คนที่กล้าเรียกความบ้าของอาลอนว่าเพื่อนร่วมชะตากรรมได้เนี่ย ข้าเพิ่งเคยเจอเป็คนแรก!" อาดัมตบตักตัวเอง "ดีมาก! คืนนี้ไปกินมื้อค่ำที่บ้านถ้ำของข้าด้วยกันเลย ชาลัค! เมียข้าต้มสตูว์กระดูกไว้หม้อใหญ่!"
"โอ้โห! สตูว์กระดูกเลยรึครับ?!" ชาลัคตาเป็ประกาย "งั้นข้าไม่เกรงใจละนะท่านลุง!"
ทั้งสามโบกมือลาฝูงชนที่เริ่มบางตา ก้าวขึ้นรถรางไอน้ำมุ่งหน้ากลับสู่เขตที่พักอาศัย ชาลัคชูหมัดขึ้นด้วยความฮึกเหิม "อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า... เราจะทำให้วิทยาลัยแห่งนี้ต้องจดจำชื่อพวกเราสองคน!"
❖ ❖ ❖
บ้านของพวกเขาตั้งตระหง่านอยู่ลึกเข้าไปในผนังหินผาอันแข็งแกร่ง ประตูเหล็กกล้าบานหนาที่ถูกตีขึ้นรูปอย่างประณีตให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย เมื่ออาลอนก้าวข้ามผ่านธรณีประตูกลับเข้ามา บรรยากาศแห่งความอบอุ่นก็โอบล้อมเขาไว้ทันที
ภายในห้องโถงที่เจาะลึกเข้าไปในเนื้อหิน แสงไฟสีนวลจากตะเกียงแก๊สแปรธาตุส่องสว่างเหนือโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของแกงสมุนไพรและสตูว์เนื้อย่างโชยมาแตะจมูก กระตุ้นความหิวโหยหลังจากผ่านวันอันแสนเหนื่อยล้า
มารียา ผู้เป็แม่บุญธรรม จ้องมองลูกชายด้วยดวงตาที่เอ่อล้นด้วยความปิติ เธอใช้ชายผ้ากันเปื้อนซับหัวตาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมืออันอบอุ่นไปลูบกลุ่มผมสีดำสนิทของอาลอน "แม่ไม่เคยสงสัยในตัวลูกเลย อาลอน... แต่พอเห็นเหรียญตรานั่นแล้ว มันน่าทึ่งเหลือเกิน เก่งจนแม่ยังไม่อยากเชื่อสายตา" เธอหยอกเย้าพลางคีบเนื้อชิ้นโตที่สุดวางลงบนจานของเขา "กินเยอะๆ เลยนะลูก วันนี้ต้องเจอเื่น่าตื่นเต้นมาทั้งวันแล้ว"
ไรล่า น้องสาวตัวน้อยวัยแปดขวบ หัวเราะคิกคักพลางดึงแขนเสื้ออาลอนเบาๆ "ท่านพี่เก่งที่สุดในโลกเลย! ใครๆ ก็บอกว่าวิทยาลัยคาลิฟาเข้ายากยิ่งกว่าขุดเจอทองคำใต้ลาวา แต่วันนี้ท่านพี่ทำได้แล้ว ต่อไปท่านพี่ต้องเป็ช่างที่ดังที่สุดในเจ็ดพิภพแน่ๆ!"
อาลอนที่ปกติจะนิ่งขรึมเผยรอยยิ้มบางบนใบหน้า เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ยื่นนิ้วชี้ไปจิ้มแก้มพองๆ ของไรล่าอย่างเอ็นดู "ยัยตัวเล็ก... การสอบเข้าเป็แค่ด่านแรก ของจริงมันเริ่มต้นหลังจากนี้ต่างหาก"
"งี้ดดด! ท่านพี่แกล้งหนูอีกแล้ว!" ไรล่าทำท่าพองลมใส่จนคนทั้งโต๊ะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ชาลัคที่นั่งเคี้ยวเนื้อแก้มทุ่มนุ่มลิ้นอยู่อีกฝั่งมองภาพครอบครัวตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ยักษาหนุ่มยกแก้วเบียร์ไอน้ำขึ้นชู "เพื่ออาลอน... และเพื่อพวกเราที่จะไปพังวิทยาลัยคาลิฟาให้ราบ!"
"เอ้า ชน!" อาดัมชนแก้วเสียงดัง แคล้ง! "กินให้เต็มที่! เพราะอาทิตย์หน้าพวกเ้าต้องก้าวเข้าสู่รั้ววิทยาลัยแล้ว... ดินแดนที่ไม่มีคำว่าปรานี!"
อาลอนยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ แสงสีฟ้าในลานสายตาซีกซ้ายประมวลผลสภาวะอารมณ์ภายในร่างกาย
[System 377: Heart Rate Stable / Emotional State: Tranquil & Protected]
[Primary Directive: Protect the Adam Family at all costs]
‘ใช่... ไม่ว่าวิทยาลัยแห่งนั้นจะเน่าเฟะหรือมีกลโกงรออยู่แค่ไหน’ อาลอนคิดพลางมองรอยยิ้มของแม่และน้องสาว ‘ข้าจะเหยียบย่ำระบบของพวกมันขึ้นไป เพื่อปกป้องรอยยิ้มเหล่านี้เอาไว้ให้ได้’
❖ ❖ ❖
ทว่าท่ามกลางความอบอุ่นภายในบ้านถ้ำหินผา กลับไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเื้ัรอยแยกของหินผานอกประตูเหล็กบานหนา มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกอากัปกิริยาผ่านเลนส์ตรวจจับความร้อนและสเปกตรัมิญญาที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
สายข่าวระดับสูงผู้รับคำสั่งตรงจากผู้อำนวยการซาโลมอนแนบกายอยู่กับผนังหินอย่างเงียบเชียบ เขาบันทึกภาพ เสียง และคลื่นพลังงานลงในผลึกศิลาด้วยความระมัดระวังสูงสุด
"รายงานผู้อำนวยการ..." สายข่าวส่งสัญญาณกระซิบผ่านเครื่องส่งวิทยุศิลาความถี่ต่ำ "เป้าหมายหมาย พฤติกรรมปกติ ความสัมพันธ์กับครอบครัวคนแคระแน่นแฟ้นดีเยี่ยม ไม่มีร่องรอยการจัดฉากหรือการใช้เวทมนตร์แปลกปลอม..."
สายข่าวหยุดชะงัก เลนส์ขยายในดวงตาซูมจับภาพใบหน้าของอาลอนขณะยิ้มให้น้องสาว น้ำเสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็ความหวาดหวั่นแ่เบา
"...แต่ในขณะที่เขากำลังหัวเราะหยอกล้อกับครอบครัว คลื่นสเปกตรัมรอบตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้กลับยังคงนิ่งสงบและเที่ยงตรงดุจเครื่องจักรที่พร้อมจะสังหารทุกสิ่งทันที หากมีภัยคุกคามก้าวพ้นประตูเหล็กบานนั้นเข้าไป"
เสียงตอบกลับจากวิทยุศิลาดังเป็เสียงหัวเราะในลำคออันลึกลับของซาโลมอน
"งั้นหรือ...