“เอาล่ะ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว”เสียงกลั้วหัวเราะของบุรุษดังขึ้น “เ้าเรียกข้าว่า ‘จื่อเซวียน’ ได้”
“จื่อเซวียน?” เสิ่นจื่อโยวค้นหาความทรงจำจากเ้าของร่างเดิมนางมั่นใจว่าไม่เคยได้ยินชื่อของคนผู้นี้มาก่อน
“จื่อเซวียนเป็นามของข้าส่วนแซ่ของข้านั้น...ค่อยบอกเ้าในภายหลัง” โม่จื่อเซวียนจงใจเล่นแง่
เสิ่นจื่อโยวรู้สึกคันยุบยิบที่มือเพราะอยากตีคนอีกคราน่าเสียดายก็เพียงคนผู้นั้นที่กดร่างนางไว้ราวกับธาตุอากาศทั้งที่มีน้ำหนักแต่กลับััไม่ได้มองไม่เห็น จะแตะต้องยังจับไม่ได้ก็อย่าได้กล่าวถึงเื่ตีคนเลย
ครั้นเห็นท่าทางโกรธเคืองของเสิ่นจื่อโยวโม่จื่อเซวียนก็เกิดความคิดอยากยั่วเย้านางขึ้นมาหลายส่วนทว่าในเวลานี้เองก็มีเสียงอึกทึกดังขึ้นจากด้านนอกราวกลับมีคนจำนวนมากกำลังบุกเข้ามาที่นี่
ทันใดนั้นเสิ่นจื่อโยวก็ััได้ว่าแรงที่กดทับอยู่บนร่างได้อันตรธานหายไปเสียงลมหายใจที่อยู่ข้างหูก็หายไปแล้วเช่นเดียวกัน
วิ่งหนีไป...ทั้งอย่างนี้?
เสิ่นจื่อโยวเห็นเพียงเส้นแสงสีดำด้านหน้ามิใช่ว่าคนผู้นี้เป็นักโทษหลบหนีอะไรกระมัง จึงได้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน
นางทิ้งเื่คนผู้นี้ไว้เื้ัชั่วคราวเสิ่นจื่อโยวลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าก่อนเดินออกไปนอกห้องด้วยสีหน้าเ็า
ดึกดื่นยามวิกาลกลับไม่ยอมหลับยอมนอนมาทำเสียงอึกทึกครึกโครมหน้าเรือนของมารดานางอยากรู้นักว่าคนตระกูลเสิ่นเหล่านี้จะมาสร้างความรำคาญอันใด
“เสิ่นจื่อโยวเ้าออกมาประเดี๋ยวนี้!” เสียงไพเราะเสียงหนึ่งดังขึ้น
ที่แท้ก็มาหาตน
ครั้นเสิ่นจื่อโยวรู้แล้วก็เปิดประตูออกไปนางประสานสายตาเข้ากับั์ตางดงามที่เปี่ยมด้วยไฟโทสะ
เสิ่นเชียนซี?
เสิ่นจื่อโยวเลิกคิ้วด้วยคาดไม่ถึงว่าผู้ที่มาหาตนจะเป็คุณหนูสายตรงผู้ซึ่งทระนงตนสูงศักดิ์แห่งตระกูลเสิ่นในเมื่อในห้องลงทัณฑ์เมื่อกลางวันนางดูไร้ซึ่งอารมณ์ขุ่นเคืองอันใดทำตนประหนึ่งโฉมงามน้ำแข็ง วางท่าราวกับ ‘ต่อให้เ้าขโมยสิ่งของของข้าไปข้าก็จะไม่ถือสาหาความกับคนธรรมดาเยี่ยงเ้า’ เหตุใดพอล่วงเข้าราตรีนางจึงเผยท่าทีราวกับ้าดึงตัวนักโทษออกมา
การตอบสนองล่าช้าเกินไปแล้วกระมัง
เสิ่นเชียนซีไม่รู้ถึงความคิดของเสิ่นจื่อโยวนางใกล้จะกระอักเืตายเพราะความโกรธที่มีต่อเสิ่นจื่อโยวแล้ว
นางมีสาวใช้ข้างกายหลายคนลวี่เอ๋อร์ถือเป็หนึ่งในนั้นเดิมทีการที่นางขาดสาวใช้ปรนนิบัติไปสักคนไม่ถือเป็เื่ที่ก่อให้เกิดความลำบากอันใดทว่าปัญหาอยู่ที่วันนี้ทั้งวันนางยังไม่เห็นร่างของลวี่เอ๋อร์ครั้นซักถามให้ละเอียดจึงเพิ่งรู้ว่าลวี่เอ๋อร์ถูกเสิ่นจื่อโยวทำร้ายจนาเ็หนักยามนี้ต้องนอนอยู่บนเตียง กระทั่งวาจาก็ไม่อาจกล่าว
จะตีสุนัขก็ต้องดูเ้าของ![1]เสิ่นจื่อโยวผู้เป็ดุจเศษสวะที่ถูกทอดทิ้งของตระกูลเสิ่นกลับกล้าทำร้ายสาวใช้ข้างกายนาง!
เสิ่นเชียนซีััได้ถึงความอัปยศอดสูขั้นรุนแรงั้แ่นางกำเนิดจวบจนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดหาญกล้าไม่ไว้หน้านาง
“เสิ่นจื่อโยวเหตุใดเ้าจึงต้องทำร้ายสาวใช้ของข้า?!” เสิ่นเชียนซีซักถาม
สาวใช้ของเสิ่นเชียนซี?
เสิ่นจื่อโยวเลิกคิ้ว ตอนนั้นเองนางจึงได้คิดถึงสาวใช้ผู้วางท่าเหิมเกริมของเสิ่นเชียนซีที่ถูกนางทำร้ายจนต้องทิ้งร่างอยู่ในเรือนของนางผู้นั้น
นางเกือบจะลืมเื่นี้ไปสิ้นแล้ว
“อ่าเป็เพียงสาวใช้คนหนึ่งแต่กลับวิ่งขึ้นหัวเ้านาย หรือว่าข้าไม่ควรจะสั่งสอนนาง?” เสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยรอยยิ้มหยัน
“เหลวไหล!ลวี่เอ๋อร์ปีนไปวิ่งบนหัวเ้านายั้แ่เมื่อไร” ชุ่ยเอ๋อร์สาวใช้ข้างกายอีกคนหนึ่งของเสิ่นเชียนซีย้อนถามกราดเกรี้ยว
“ดูท่าทางนี้ของเ้าก็รู้แล้วว่านางปีนขึ้นมาบนหัวของเ้านายหรือไม่เ้านายกำลังสนทนา เ้าในฐานะบ่าวไพร่สามารถแทรกคำได้หรือ! เ้าอย่าลืมว่าตระกูลเสิ่นมิได้มีเพียงเสิ่นเชียนซีที่เป็เ้านายเท่านั้น!”เสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบสายตาเ็าประหนึ่งดาบคมที่แทงทะลุร่างของชุ่ยเอ๋อร์
ร่างของชุ่ยเอ๋อร์พลันนิ่งค้างยามนี้นางจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเสิ่นจื่อโยวคือคุณหนูใหญ่ของจวนเสนาบดี
ยามปกตินางกลั่นแกล้งเสิ่นจื่อโยวหญิงสติวิปลาสผู้นี้จนเคยชินทำให้นางลืมสถานะที่แท้จริงของเสิ่นจื่อโยวไปนานแล้ว
เสิ่นจื่อโยวผุดรอยยิ้มออกมานางกล่าว “น้องเชียนซีเ้าดูสิว่ายามปกติบรรดาสาวใช้ของเ้าถูกตามใจจนเสียนิสัยอย่างไรในเมื่อเ้าทำใจสั่งสอนพวกนางไม่ได้เช่นนั้นก็ให้ข้าสั่งสอนพวกนางแทนเ้าเป็อย่างไรองครักษ์ ตบปากนาง”
เสิ่นจื่อโยวพ่นประโยคหลังออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ชุ่ยเอ๋อร์รีบมองไปยังเสิ่นเชียนซีด้วยสายตาวิงวอน
“เสิ่นจื่อโยว เ้ากล้าหรือ?!” เสิ่นเชียนซีปรายตามองเสิ่นจื่อโยวอย่างโกรธเคือง
“เหตุใดข้าจึงไม่กล้า” เสิ่นจื่อโยวยิ้มหยัน“ในเมื่อข้าเองก็เป็เ้านายของที่นี่...มิใช่หรือไร”
เพียงแต่เมื่อเสิ่นจื่อโยวออกคำสั่งในเรือนกลับไม่มีผู้ใดขยับเคลื่อนไหวสักคนพวกเขาต่างยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับไม่ได้ยิน ไม่มีผู้ใดไหวติง
เห็นได้ชัดว่าในใจของพวกเขาคำสั่งของเสิ่นจื่อโยว‘เ้านาย’ ผู้นี้ไม่สลักสำคัญอันใดจะฟังหรือไม่ฟังล้วนไร้ซึ่งความแตกต่าง
เสิ่นเชียนซีเองก็ตระหนักได้ถึงจุดนี้ความโมโหจึงแปรเปลี่ยนเป็ความย่ามใจอย่างรวดเร็ว
“เสิ่นจื่อโยว เ้าดูสิมีเพียงตัวเ้าเท่านั้นที่คิดว่าตนเองเป็เ้านายสถานะของเ้าในตระกูลเสิ่นกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเ้าก็ยังเทียบไม่ได้เ้าเชื่อหรือไม่ว่าต่อให้ข้าบอกให้เ้าคุกเข่าต่อหน้าลวี่เอ๋อร์ โขกศีรษะเพื่อสำนึกโทษท่านพ่อก็จะไร้ซึ่งข้อโต้แย้งอันใด”
เสิ่นเชียนซีเชิดปลายคางอย่างหยิ่งผยองสายตาที่มองเสิ่นจื่อโยวประหนึ่งมองมดที่อยู่บนพื้น
เสิ่นจื่อโยวกำมือแน่นความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจนี้ไม่ชวนให้สบอารมณ์สักนิด!
ั้แ่ที่นางขึ้นเป็ปรมาจารย์ด้านการใช้ยันต์ที่แข็งแกร่งที่สุดเคยหรือที่จะต้องอดกลั้นกับความเจ็บช้ำเช่นนี้? หากรู้ว่าคืนนี้จะต้องประสบกับสถานการณ์เช่นนี้นางยินดีที่จะสละเวลานอนเร่งวาดยันต์อีกหลายใบ
แปะยันต์ให้พวกมันคนละใบดูสิว่าพวกมันจะหุบปากเน่าเหม็นได้หรือไม่!
ครั้นได้ชมท่าทีอดกลั้นของเสิ่นจื่อโยวพอแล้วเสิ่นเชียนซีก็ปัดฝ่ามือก่อนสั่งการ “พวกเ้าไปจับตัวเสิ่นจื่อโยวมาให้ข้าในเมื่อนางกล้าทำร้ายสาวใช้ข้างกายของข้า ข้าก็จะให้นางอยู่ในสระเย็นเพื่อสำนึกผิดดูสิว่าต่อไปนางยังจะกล้ากระทำการโดยปราศจากการยั้งคิดเช่นนี้อีกหรือไม่”
โดยปกติแล้วสระเย็นของตระกูลเสิ่นเป็สถานที่ที่ใช้ลงโทษผู้กระทำความผิดเป็สถานที่หนาวเย็นเสียดแทงถึงกระดูกคนเช่นเสิ่นจื่อโยวที่ไม่เคยผ่านการฝึกบำเพ็ญเพียรมาก่อนหากถูกโยนเข้าไปแม้ไม่ตายก็เท่ากับสิ้นชีพไปครึ่งชีวิตแล้ว
คำสั่งของเสิ่นเชียนซีย่อมไม่มีผู้ใดกล้าขัดราวกับว่าทันทีที่นางออกคำสั่งคนเื้ัก็พุ่งตัวเข้าหาเสิ่นจื่อโยว
เสิ่นจื่อโยวยึดฝีเท้าให้มั่นก่อนถอยไปด้านหลังก้าวหนึ่งครุ่นคิดแผนการอย่างเร็วรี่
นางไม่มีทางยอมให้พวกมันจับตัวได้ง่ายๆ ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งนางจะต้องใช้ชีวิตให้ดีเพื่อให้มีชีวิตอยู่ถึงวันที่จะได้แก้แค้นคนเ่าั้ให้สาสม!
เพียงแต่ในระยะเวลาอันสั้นนางยังคิดแผนการหลบหนีไม่ออก
สองในกลุ่มนั้นจับชายเสื้อของเสิ่นจื่อโยวได้แล้วในขณะที่เสิ่นจื่อโยวกำลังตึงเครียดกลัวว่าจะหลบหนีไม่พ้น บรรดาบ่าวไพร่ที่พุ่งเข้าจู่โจมจากด้านหน้าก็ราวกับชนเข้ากับบางสิ่งพวกเขาถูกมวลกำลังหนึ่งกระแทกออกไปอย่างแรง
“ไอหยา!”
“ไอหยา!”
พวกเขากระแทกลงบนพื้นอย่างแรงพวกที่เคราะห์ร้ายหน่อยถึงขั้นกระอักเืสลบไป
ั์ตาของเสิ่นเชียนซีหดเล็กลงโดยพลันดวงตาคู่งามจ้องเขม็งไปที่ร่างของเสิ่นจื่อโยวราวกับกำลังมองศัตรูคู่อาฆาต
ั้แ่เมื่อไรกันที่เสิ่นจื่อโยวมีพลังปราณและความสามารถแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!หรือว่าก่อนหน้านี้เสิ่นจื่อโยวแสร้งทำเป็คนบ้าสติไม่ดีทว่าแท้จริงแล้วกลับเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บมาโดยตลอด?!
เสิ่นจื่อโยวมองกลับไปที่เสิ่นเชียนซีด้วยสายตาคล้ายระคนแวว‘ไร้เดียงสา’
อย่าได้ถลึงตามองข้าเช่นนั้นข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
ในเวลานี้เองข้างหูของเสิ่นจื่อโยวก็พลันมีเสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นน้ำเสียงทุ้มต่ำเสนาะหู มีเพียงเสิ่นจื่อโยวเท่านั้นที่ได้ยิน
“เสี่ยวโยวเอ๋อร์ข้าช่วยเ้าจัดการพวกตัวป่วนเล็กน้อยเหล่านี้แล้ว เ้าคิดจะตอบแทนข้าอย่างไร”
เสิ่นจื่อโยว “...”
เสี่ยวโยวเอ๋อร์?! นี่มันชื่อเรียกเหลวไหลอะไรกัน!!!
[1] สำนวนจีน เปรียบเปรยว่าการจะทำอะไรกับใครให้ดูผู้ที่เป็เ้านายของคนคนนั้นว่าล่วงเกินได้หรือไม่เสียก่อน