วันเปิดกล้องละครเื่ ‘ความรักไม่ลืมเลือน’ ของผู้กำกับซ่ง กองถ่ายของฟู่เหวินชวนก็เลือกเปิดกล้องในวันเดียวกัน นักข่าวสายบันเทิงต่างก็แยกกันไปทำข่าว แต่เห็นได้ชัดว่านักข่าวไปทำข่าวให้กองละครของฟู่เหวินชวนมากกว่า เพราะตระกูลฟู่ ตระกูลหาน และตระกูลเหลียงต่างก็ใช้เส้นสายของตนเองเพื่องานนี้อย่างเต็มที่
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก ต่อให้ไม่มีนักข่าวคนไหนมาทำข่าว ฉันก็ยังจะถ่ายทำอยู่ดี ฉันเชื่อว่าละครของเราจะได้รับความนิยมจนหลายประเทศมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายเลยล่ะ” ผู้กำกับซ่งพูดอย่างมั่นใจ “ขอให้นักแสดงทุกคนแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ เอาล่ะ...เรามาเริ่มถ่ายฉากแรก พระเอกนางเอก พร้อม!”
การถ่ายละครใน่แรกเป็เื่ราวของพระเอกที่ลอบออกจากวังแล้วไปพบนางเอกที่โรงน้ำชา ซึ่งเซี่ยฮ่าวหยูกับฉินซูอี้ก็ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้เหมือนกับเป็เื่ราวชีวิตของตัวเอง ผู้กำกับซ่งทั้งแปลกใจทั้งดีใจที่นักแสดงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็อย่างดี ในฐานะผู้กำกับ เมื่อการถ่ายทำเป็ไปอย่างราบรื่น เขาก็เร่งการถ่ายทำให้เร็วขึ้น เพราะถ้ากองถ่ายสามารถปิดกล้องได้เร็ว ก็เท่ากับพวกเขาจะประหยัดงบประมาณไปได้มาก อีกทั้งกำหนดการออกฉายก็จะเร็วขึ้น กองถ่ายละครของฟู่เหวินชวนก็จะตามไม่ทัน
นักแสดงและเ้าหน้าที่ในกองถ่ายต่างก็ทำงานกันอย่างหนักติดต่อกันกว่าครึ่งเดือน ผู้กำกับซ่งจึงสั่งพักกองสามวันแล้วค่อยมาถ่ายทำต่อ
“ฉันจะพักกองสักสามวันเพื่อให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนเราจะไม่พักและจะถ่ายทำรวดเดียวจนจบ” ผู้กำกับซ่งประกาศ
เ้าหน้าที่ในกองเริ่มเก็บข้าวของขึ้นรถ นักแสดงก็แยกตัวไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย
จ้าวจิ่นเทาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก่อนใครก็เดินออกมารออยู่ข้างนอก ขณะนั้นเขาเห็นซูเม่ยทำท่าเหมือนจะเป็ลมจึงรีบวิ่งเข้าไปประคอง “พี่ซูเม่ย พี่ไม่สบายเหรอครับ”
“สงสัยจะอดนอนมากไป” ซูเม่ยปล่อยให้จ้าวจิ่นเทาประคองตัวเองไปนั่งพัก “พักแป๊บนึงก็คงจะหาย นายไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“ผมพาพี่ไปโรงพยาบาลดีกว่า หน้าพี่ซีดมากเลยนะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวฉันกลับไปพักที่บ้านก็ได้”
จ้าวจิ่นเทามองหน้าซูเม่ยแล้วก็อุ้มเธอขึ้น “หน้าซีดขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็ไร ผมจะพาพี่ไปโรงพยาบาล ถ้าหมอบอกว่าไม่เป็ไร ผมถึงจะส่งพี่กลับโรงแรม”
ซูเม่ยไม่มีแรงจะขัดขืน จ้าวจิ่นเทาจึงอุ้มเธอไปขึ้นรถก่อนขับออกไป เขาไม่ลืมที่จะโทรไปบอกเซี่ยฮ่าวหยูกับเซี่ยตงจื่อ เมื่อมาถึงโรงพยาบาล พยาบาลก็พาซูเม่ยเข้าห้องตรวจทันที ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ซูเม่ยก็ถูกพาไปพักที่ห้องพิเศษ
“อาการของเธอเป็ยังไงบ้างครับคุณหมอ” จ้าวจิ่นเทาถามอย่างร้อนใจ หากเป็อาการอ่อนเพลียปกติก็ไม่น่าจะต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล
“คุณเป็สามีของเธอใช่ไหมครับ ตอนนี้อาการของภรรยาคุณไม่เป็อะไรมากแล้ว แต่ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ คุณควรให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ควรให้เธอทำงานหนักนะครับ” คุณหมอยิ้มให้จ้าวจิ่นเทา “เพิ่งเป็คุณพ่อครั้งแรกใช่ไหมครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้อาการของเธอปลอดภัยแล้ว และเด็กก็ปลอดภัยดีเหมือนกัน”
“คุณหมอบอกว่าเธอท้องเหรอครับ”
“ใช่ครับ” คุณหมอมองจ้าวจิ่นเทาอย่างแปลกใจ “นี่คุณไม่รู้ว่าภรรยาของคุณท้องเหรอครับ”
“ผม...ผมไม่รู้เลยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คุณกับภรรยาก็ทำเื่ฝากครรภ์ไปเลยนะครับ”
“ครับคุณหมอ” จ้าวจิ่นเทาตอบรับ เขานั่งเฝ้าซูเม่ยอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน
ฟู่เหวินชวนที่เร่งถ่ายละครทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้ตามทันผู้กำกับซ่งก็ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเพราะอาการอ่อนเพลียก็พักอยู่ที่ห้องข้างๆ เขาได้ยินพยาบาลพูดกันว่าที่ห้องด้านข้างมีดาราคนหนึ่งทำคนรักท้อง เขาอยากมาดูว่าจะเป็ดาราที่กำลังถ่ายละครกับเขาหรือเปล่า เพราะหากเป็อย่างนั้นกองละครของเขาต้องถูกทำข่าวอีกแน่ แต่พอมาเห็นว่าเป็จ้าวจิ่นเทากับซูเม่ย เขาไม่ได้โล่งใจแต่กลับโกรธจ้าวจิ่นเทากับซูเม่ยเป็อย่างมาก ซูเม่ยเป็เพื่อนสนิทของเขากับเซี่ยตงจื่อ แต่ทำไมซูเม่ยถึงมาแย่งคนรักของเพื่อนสนิท ส่วนจ้าวจิ่นเทาที่คบอยู่กับเซี่ยตงจื่อกลับทรยศแล้วมาทำผู้หญิงท้อง
ฟู่เหวินชวนตรงเข้าไปต่อยจ้าวจิ่นเทา “แกกล้าหักหลังจูดี้!”
จ้าวจิ่นเทาที่อยู่ดีๆ ก็โดนต่อยถึงกับงง แต่พอตั้งตัวได้เขาก็ไม่ยอมถูกต่อยเป็รอบที่สอง เขาสวนหมัดกลับไปจนฟู่เหวินชวนล้มไปกองกับพื้น “คุณเป็บ้าอะไร! แล้วมาต่อยผมทำไม”
“แกคบอยู่กับจูดี้แล้วทำไมถึงมาทำผู้หญิงท้อง แกหลอกใช้จูดี้เพื่อให้แกได้แสดงละครเื่นี้ใช่ไหม”
“คุณพูดอะไร? ผมไปทำใครท้อง?” จ้าวจิ่นเทายังจับต้นชนปลายไม่ถูก
ฟู่เหวินชวนลุกขึ้นมาแล้วเตรียมจะต่อยจ้าวจิ่นเทาอีกครั้ง
“หยุดนะเหวินชวน!” ซูเม่ยที่รู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงทะเลาะกัน เมื่อเห็นฟู่เหวินชวนกำลังจะต่อยจ้าวจิ่นเทา เธอจึงร้องห้าม
“ซูเม่ย เสียแรงที่จูดี้เห็นเธอเป็เพื่อนสนิท แต่เธอยังกล้าหักหลังจูดี้แล้วมาคบกับจ้าวจิ่นเทา เท่านั้นไม่พอ เธอยังท้องกับคนรักของเพื่อนอีก เธอนี่มันเลวจริงๆ” ฟู่เหวินชวนต่อว่าซูเม่ย
ซูเม่ยหันไปถามจ้าวจิ่นเทา “ฉัน...ฉันท้องเหรอ”
จ้าวจิ่นเทาพยักหน้า
“นายบอกเื่นี้กับใครหรือยัง” ซูเม่ยถามจ้าวจิ่นเทา
“ยังครับ กับพี่ตงจื่อผมก็ไม่ได้บอก”
“พวกแก!” ฟู่เหวินชวนชี้หน้าจ้าวจิ่นเทากับซูเม่ย “พวกแกยังคิดจะปิดบังจูดี้ ดีล่ะ ถ้าพวกแกไม่บอก ฉันจะโทรไปบอกเขาเอง”
ฟู่เหวินชวนกดโทรออกโดยที่จ้าวจิ่นเทากับซูเม่ยไม่มีโอกาสห้าม “จูดี้ คุณรีบมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย มาดูว่าเพื่อนสนิทกับคนรักของคุณทำเื่เลวๆ ลับหลังคุณยังไง”
เพราะมีเวลาพักกองแค่สามวัน ทุกคนจึงพักอยู่ที่โรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานที่ถ่ายทำ เซี่ยตงจื่อ เซี่ยฮ่าวหยู และฉินซูอี้จึงเดินทางมาโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
“คุณดูนะจูดี้ เพื่อนสนิทกับคนรักของคุณแอบคบกันลับหลัง จนตอนนี้พวกเขามีพยานรักด้วยกันแล้ว” ฟู่เหวินชวนพูดขึ้นทันทีที่เห็นเซี่ยตงจื่อเดินเข้าห้องมา
เซี่ยตงจื่อรีบหันไปมองซูเม่ย เื่ที่เขาไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ เขาสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติ “ฟู่เหวินชวน เื่นี้ไม่เกี่ยวกับคุณ คุณกลับไปก่อนเถอะ”
“อะไรนะ! นี่คุณไล่ผมอย่างนั้นเหรอ” ฟู่เหวินชวนมองเซี่ยตงจื่ออย่างผิดหวัง “ผมกำลังทำเพื่อคุณอยู่นะ”
“คุณกลับไปก่อนเถอะ” เซี่ยตงจื่อพูดย้ำ
ฟู่เหวินชวนโมโหจนพูดไม่ออก เขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันมามองใครอีก
“ซูเม่ย เธอท้องจริงๆ ใช่ไหม” เซี่ยตงจื่อถาม
ซูเม่ยพยักหน้าก่อนที่จะเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้าง “เด็กคนนี้เป็ลูกของฉัน ฉันจะเก็บเขาไว้”
“แต่ว่า...”
“ตงจื่อ เด็กคนนี้เกิดมาจากความตั้งใจของฉัน ฉันจะเลี้ยงเขาเอง นายไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ”
ฉินซูอี้รีบหันไปมองเซี่ยฮ่าวหยูก็เห็นเซี่ยฮ่าวหยูพยักหน้า ตอนนี้เธออึ้งจนพูดไม่ออก เื่นี้เกิดขึ้นตอนไหน เธอไม่รู้มาก่อน
“ผมเป็พ่อของเด็กแล้วพี่จะใทำไมครับ” จ้าวจิ่นเทาหันไปมองเซี่ยตงจื่อ “เด็กคนนี้เป็ลูกของผม”
“จิ่นเทา! นายไม่สนใจอนาคตตัวเองหรือไง ตอนนี้นายไม่ควรมีข่าวฉาว ถ้านายถูกปลดจากละครแล้วนายจะทำยังไง ครอบครัวนายจะทำยังไง” ซูเม่ยะโขึ้น “เด็กคนนี้เป็ลูกของฉันไม่เกี่ยวกับนาย”
“ซูเม่ย ที่ผ่านมาคุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าผมรักคุณ ผมยินดีปกป้องและทำทุกอย่างเพื่อคุณ ต่อให้อนาคตในวงการของผมจะดับไป แต่ถ้าให้ผมเลือกผมก็ยังเลือกที่จะปกป้องคุณกับลูก เพราะคุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะแต่งงานด้วย และเด็กคนนี้คือลูกของผม ” จ้าวจิ่นเทามองเซี่ยตงจื่อ “พี่ตงจื่อ ตอนนี้ผมเลือกแล้ว ผมจะรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเองและผมจะไม่มีวันเสียใจ แล้วพี่ล่ะ”
เซี่ยตงจื่อมองจ้าวจิ่นเทาสลับกับมองซูเม่ยอย่างตัดสินใจ “ทุกคนกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะดูแลซูเม่ยต่อเอง”
จ้าวจิ่นเทาเดินออกจากห้องไปเป็คนแรก แต่เขาไม่ได้กลับไปพักที่โรงแรม เขาแค่เดินไปตามถนน เซี่ยฮ่าวหยูกับฉินซูอี้ได้แต่เดินตามหลังไปห่างๆ
จ้าวจิ่นเทายังเดินไปตามถนนจนท้องฟ้าเริ่มมืด มีเพียงแสงสลัวของไฟข้างทาง เขาตัดสินใจบอกความรู้สึกของตนเองให้ซูเม่ยรู้ แม้จะรู้ว่าต่อจากนี้เขากับซูเม่ยคงกลับไปเป็พี่น้องที่ดีต่อกันไม่ได้แล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะบอกความรู้สึกกับเธอ
ขณะที่จ้าวจิ่นเทาเดินโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัว รถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงะโ “เฮ้ย! ผู้ชายคนนั้นหลบไป เบรกรถฉันเสีย ฉันบังคับมันไม่ได้”
เซี่ยฮ่าวหยูวิ่งไปกระชากจ้าวจิ่นเทาแล้วพวกเขาก็ล้มลงไปข้างทาง ส่วนรถยนต์คันนั้นก็พุ่งชนต้นไม้ ซึ่งเฉียดร่างของพวกเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ซูเม่ย เรามาคุยกันดีๆ เถอะ” เซี่ยตงจื่อมองซูเม่ยอย่างรู้สึกผิด “แกรู้ดีว่ารสนิยมของฉันเป็ยังไง แล้วแกก็รู้ว่าฉันชอบผู้ชายมาตลอดใช่ไหม คืนนั้นที่ฉันมีอะไรกับแก ฉันรู้สึกผิดมาก ยิ่งตอนที่รู้ว่าแกท้อง ฉันยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ ฉันจะยอมรับว่าฉันเป็พ่อเด็กก็ได้ แต่ลูกที่เกิดมาจะทำยังไง เขาจะรู้สึกยังไงที่พ่อที่ควรจะเป็ฮีโร่และปกป้องเขาอย่างเข้มแข็งกลับเป็ผู้ชายแบบฉัน แกอาจจะมองว่าฉันเห็นแก่ตัวและไม่มีความรับผิดชอบ แต่ฉันประเมินตัวเองแล้วว่าฉันคงปิดบังตัวตนที่แท้จริงของฉันไปตลอดชีวิตไม่ได้”
“ตงจื่อ ฉันเคยบอกแกไปแล้วไงว่าฉันจะดูแลเด็กคนนี้เอง แกไม่ต้องมารับผิดชอบ และจะไม่มีใครรู้ว่าเขาคือลูกของแก” ซูเม่ยยังยิ้มให้เซี่ยตงจื่อ “แล้วแกก็ไม่ต้องพูดถึงจิ่นเทาด้วย ฉันรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับฉัน ถึงแม้ฉันจะชอบเขาและรู้สึกดีกับเขา แต่มันยังไม่ใช่ความรัก และฉันไม่ได้รู้สึกกับเขาเหมือนที่รู้สึกกับแก”
“แต่จิ่นเทาเขารักแกมาก”
“มันก็เหมือนกับฉันที่รักแกไงล่ะ แต่ถึงฉันจะรัก ฉันก็อยู่กับแกไม่ได้ไม่ใช่เหรอ สักวันจิ่นเทาก็จะเข้าใจเอง”
เสียงโทรศัพท์ของเซี่ยตงจื่อดังไม่หยุด
“แกรับสายก่อนเถอะ”
เซี่ยตงจื่อรับสาย “ว่ายังไง ฉันยังคุยธุระกับซูเม่ยไม่เสร็จ”
“พี่! จิ่นเทาเกิดอุบัติเหตุ ผมไม่เป็อะไร แต่เขา...เขา...” เซี่ยฮ่าวหยูร้องไห้ไม่หยุด
“ฮ่าวหยู! ตกลงว่าจิ่นเทาเป็อะไร” เซี่ยตงจื่อถามออกไปอย่างใ และเสียงปลายสายก็มีแต่เสียงร้องไห้ “นายร้องไห้ทำไม แล้วอี้อี้ร้องไห้ทำไม”
“ตงจื่อ! ใครเป็อะไร” ซูเม่ยถามออกไปแต่ก็ไม่ได้คำตอบ “เซี่ยตงจื่อ! ตกลงว่าใครเป็อะไร”
เซี่ยตงจื่อยังไม่วางสายจากน้องชาย “ฮ่าวหยูบอกว่าจิ่นเทาประสบอุบัติเหตุ แต่เขาไม่ได้บอกว่าเป็อุบัติเหตุอะไร ฉันได้ยินแต่เสียงร้องไห้”
ซูเม่ยจับหน้าอกอย่างรู้สึกเจ็บ “แกพาฉันไปหาจิ่นเทาที”
เซี่ยตงจื่อรีบไปขอรถเข็นแล้วเข็นพาซูเม่ยไปที่แผนกฉุกเฉิน ที่หน้าห้องฉุกเฉินมีเซี่ยฮ่าวหยูกับฉินซูอี้ยืนอยู่
“ฮ่าวหยู ตกลงว่าจิ่นเทาเป็อะไร” เซี่ยตงจื่อถามน้องชาย
“มีรถยนต์เบรกแตกครับ ผมกับจิ่นเทาหลบเข้าข้างทางได้ทัน แต่ไม่คิดว่าจิ่นเทาจะล้มไปทับเศษไม้” เซี่ยฮ่าวหยูกัดริมฝีปาก “เศษไม้ปักเข้าที่ต้นขาของจิ่นเทาครับ แต่ไม่รู้ว่ามันจะเลยไปถึงจุดสำคัญของเขาหรือเปล่า”
เซี่ยตงจื่อโทรไปเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผู้กำกับซ่งฟัง ผู้กำกับซ่งไม่ได้ว่าอะไร เพราะละครก็ถ่ายทำล่วงหน้ามาได้เยอะแล้ว ต่อให้จ้าวจิ่นเทาต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลไปอีกครึ่งเดือนก็ไม่มีปัญหา ผู้กำกับซ่งแค่กำชับว่าให้จ้าวจิ่นเทาดูแลตัวเองให้ดี หายดีแล้วค่อยกลับมาถ่ายทำต่อ ส่วนเื่ข่าวก็ไม่ต้องไปสนใจ
เซี่ยตงจื่อกับเซี่ยฮ่าวหยูย้ายมาเฝ้าที่หน้าห้องผ่าตัด ส่วนฉินซูอี้พาซูเม่ยกลับไปพักที่ห้อง
ผ่านไปสองชั่วโมง การผ่าตัดก็เสร็จเรียบร้อย
“คุณหมอครับ เพื่อนผมเป็ยังไงบ้างครับ” เซี่ยฮ่าวหยูถามคุณหมอทันทีที่คุณหมอเดินออกมา
“การผ่าตัดเป็ไปด้วยดีครับ เศษไม้ไม่ได้แทงถูกจุดสำคัญ” คุณหมอยิ้มให้เซี่ยฮ่าวหยูกับเซี่ยตงจื่อ “นอนดูอาการไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะครับ รอสักพักพยาบาลจะพาคนไข้ไปพักที่ห้อง ญาติไปรอที่ห้องก่อนก็ได้นะครับ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ” เซี่ยฮ่าวหยูถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เราไปรอจิ่นเทาที่ห้องพักกันเถอะ” เซี่ยตงจื่อบอกน้องชาย