ณ จวนแม่ทัพธงอี่
“อ้าว ไป่หลิง ทำไมเ้ามาเยี่ยมข้าถึงที่นี่ได้ล่ะ วันนี้ไม่รักษาชาวบ้านหรอ” ต่งหนานสงสัย
“สมุนไพรหมดน่ะ กำลังให้คนในบ้านไปซื้อให้ วันนี้เลยปิดร้านชั่วคราว ข้าเลยว่าง กะจะชวนเ้าไปดูองค์หญิงชานชิวด้วยกัน อยากรู้ว่าพระองค์ทรงทำจริงมั้ย” ไป่หลิงกล่าว
“องค์หญิงทรงรักษาสัจจะ พระองค์ทรงไม่เบี้ยวหรอก แต่ก็ดีเหมือนกัน ข้าก็อยากออกไปดู” ต่งหนานอยากเที่ยว
“พวกเ้าจะไปไหนกันน่ะ วันนี้ข้าขอไปด้วย ข้าจะไปคุมฮูหยินของข้า” ธงอี่กล่าว
“โถ่ ธงอี่ ข้าไม่ก่อเื่หรอกน่า” ต่งหนานกล่าว
“งั้นพวกเรา ไปกันเถอะ อย่าเพิ่งมาหวานกันตอนนี้เลยนะ” ไป่หลิงตัดบท
*********************************
ณ โรงแจกทาน
“นั่นไง องค์หญิงชานชิว พระองค์ทรงกำลังแจกอาหารให้ชาวบ้านอยู่นั่นไง ข้าบอกแล้ว พระองค์รักษาสัจจะเสมอ” ต่งหนานกล่าว
“จริงๆ ข้าก็แค่อยากมาดูแก้เบื่อ ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เลยอ้างเื่นี้กับแม่สามี จะได้ออกมาเที่ยวบ้างไง” ไป่หลิงกล่าว
“เอาไงต่อล่ะเนี่ย หรือพวกเราไปช่วยองค์หญิงแจกทานดีล่ะ” ต่งหนานกล่าว
“เฮ้ย นั่น ข้าจำพระองค์ได้ นั่นคือองค์ชายอันฉู่ แห่งแคว้นฉู่ พระองค์ทรงปลอมองค์เป็สามัญชน และมากับชายที่ปรึกษาคนสนิท” ธงอี่กล่าว
“แล้วเ้า ไปเคยเห็นพระองค์ตอนไหน” ไป่หลิงถาม
“ข้าเคยเป็โจรมาก่อน ข้าเคยเห็นองค์ชายอันฉู่ซึ่งเป็ชาวยุทธ์คนหนึ่ง ชอบปลอมเป็สามัญชนมาสำรวจบ้านเมือง เห็นอย่างนี้ข้าก็กว้างขวางนะไป่หลิง” ธงอี่อวดตน
“ทำไมพระองค์ทรงหล่อและดูสง่าจังเลยล่ะ ถึงว่าองค์หญิงทุกคนเลยทรงพากันตั้งใจฝึกซ้อมความสามารถพิเศษเพื่อให้องค์ชายทรงเลือกตน” ต่งหนานชม
“ต่งหนาน ข้ายืนอยู่นี่ทั้งคนนะ เ้ากล้าชมชายคนอื่นต่อหน้าสามีเ้าได้ยังไง ข้าหึงนะ” ธงอี่กล่าว
“เอาน่า สามีของข้าก็ต้องดี เลิศ กว่าอยู่แล้ว ไม่มีใครเทียบเ้าได้หรอก” ต่งหนานกล่าว
“พวกเ้านี่ก็หวานซะ อย่าลืมว่าข้ายืนอยู่นี่ทั้งคนนะ” ไป่หลิงบ่น
“จะว่าไป ก็อยากให้องค์ชายเลือกองค์หญิงชานชิวเป็พระชายาจังเลย” ต่งหนานกล่าว
“ข้านึกวิธีออกแล้ว พวกเราก็ทำให้ทั้งสองพระองค์เจอกันสิ” ไป่หลิงกล่าว
“ทำไงล่ะ” ต่งหนานกล่าว
“ให้ธงอี่ไปขโมยอัฐขององค์ชายและคนสนิทไง แล้วยังไงองค์ชายก็ต้องมารับอาหารในโรงแจกทาน” ไป่หลิงเสนอ
“เ้าก็รู้นี่ ว่าข้าเลิกเป็โจรแล้ว ข้าจะไม่มีวันทำเื่ผิดมโนธรรมอีกแล้ว” ธงอี่กล่าว
ไป่หลิงส่งซิกไปที่ต่งหนานทันที
ต่งหนานเข้าใจไป่หลิง เลยว่า “โถ่ ธงอี่ พวกเราก็ไม่ได้จะขโมยจริงๆ สักหน่อย พอทั้งสองพระองค์ทรงพบกันแล้ว พวกเราก็นำไปคืนก็เท่านั้นเอง นะ นะ ธงอี่นะ หากเ้ายอมทำให้ คืนนี้ข้ายอมเ้าทุกอย่างเลย ข้าจะไม่บ่นเ้าเลยซักคำเลยนะ”
“จริงหรอ เ้ายอมทุกอย่างแน่นะ ได้ ข้ายอมทำก็ได้ เดี๋ยวข้าไปขโมยให้” ธงอี่กล่าว
ไป่หลิงหันหน้าหนีพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ในใจคิดว่า “555 ในที่สุด มโนธรรมของเ้าก็แพ้อำนาจเมียแหละ ธงอี่”
*********************************
ธงอี่มีพลังยุทธ์สูงและมีวิชาขโมยดีเยี่ยม ทำให้เ้าของทรัพย์ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนขโมย ซึ่งองค์ชายอันฉู่และคนสนิทก็เช่นเดียวกัน
“วันนี้เราอยากกินซาลาเปาน่ะ เ้าไปซื้อให้เราหน่อยสิ” องค์ชายอันฉู่ตรัส
คนสนิทควักเงิน แต่พบว่ามันได้หายไปแล้ว “เอ่อ องค์ชาย เอ้ย ท่านอันฉู่ อัฐถูกขโมยไปแล้วครับ”
“ว่าไงนะ อัฐถูกขโมย” องค์ชายจึงทรงควักอัฐของพระองค์เองบ้าง “อัฐของเราก็ถูกขโมยเช่นกัน ทำไงดีล่ะทีนี้”
ในตอนนี้องค์ชายอันฉู่ทรงหิวมาก โชคดีที่หันไปเห็นโรงแจกทาน ซึ่งมีผู้คนต่อแถวกันรับอาหาร ดังนั้นองค์ชายจึงชวนคนสนิทไปต่อแถวบ้าง
“แผนการสำเร็จแล้ว ไป่หลิง” “ธงอี่ เ้านี่เป็สามีที่เก่งที่สุดในโลกเลยนะ” ต่งหนานยอสามี
“โถ่ ต่งหนาน เ้าก็อย่ายอธงอี่มาก เห็นมั้ยตัวลอยแล้วล่ะนั่น” ไป่หลิงบ่น
“ข้าไม่เข้าใจ ทำไมเ้าชอบขัดขวางความสุขของข้าอยู่เรื่อย เมียชมสามีมันก็เป็เื่ปกติ” ธงอี่บ่น
ไป่หลิงส่ายหน้า เลยรีบเปลี่ยนเื่ทันที “พวกเรามาดูกันต่อเถอะ”
*********************************
แต่ทว่า โชคร้ายที่อาหารหมดพอดี เมื่อถึงคิวขององค์ชายอันฉู่
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ อาหารหมดแล้ว” นางกำนัลกล่าว
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ พวกเราโดนขโมยอัฐไป ป่านนี้พวกเราก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย” องค์ชายตรัส
องค์หญิงได้ฟังก็รู้สึกสงสาร เข้าใจว่าคนทั้งคู่คงเป็คนต่างถิ่น และถูกโจรขโมยเงินไป เลยกล่าวว่า “อ่ะนี่ อาหาร พวกท่านนำไปทานเถอะ”
“แต่องค์… เอ้ยคุณหนู นั่นเป็ส่วนของท่านนะ” นางกำนัลกล่าว
“ไม่เป็ไร เราค่อยกลับไปกินที่บ้านก็ได้ แต่พวกเขาเป็คนต่างถิ่นนี่สิ” “อะนี่ อัฐเราให้ เผื่อไว้เดินทางก็แล้วกัน ต่อไปพวกท่านต้องระวังด้วย ที่นี่โจรเยอะพอสมควร” องค์หญิงตรัส
“ขอบคุณท่านมาก ท่านคือ….” องค์ชายตรัส
นางกำนัลกำลังจะพูดแต่ถูกองค์หญิงทรงห้ามไว้ “เรา ชื่อ ชานชิว เป็ลูกพ่อค้า พ่อสั่งให้ข้ามาแจกอาหารที่นี่”
“อย่างนี้นี่เอง งั้นข้าขอตัว” องค์ชายตรัส
“องค์หญิงเพคะ งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะเพคะ จะได้ไปฝึกซ้อมไง” นางกำนัลกล่าว
“ไม่ล่ะ เราจะไปเที่ยวรอบเมือง” องค์หญิงเสด็จหนีนางกำนัลคนสนิททันที
นางกำนัลคนนั้นจึงรีบะโ “คุณหนูจะหนีเที่ยวไม่ได้นะคะ”
เมื่อองค์ชายได้ยินว่าชานชิวจะไปเที่ยว เลยอยากตอบแทนที่นางให้อัฐและอาหาร จึงอาสานำเที่ยวให้ พระองค์เสด็จไปหาชานชิวทันที
“เราอยากตอบแทนท่านที่ท่านให้อัฐและอาหารกับเรา ดังนั้นเราขออาสานำท่านเที่ยวก็แล้วกัน” องค์ชายตรัส
“แต่ท่านเป็คนต่างถิ่นไม่ใช่หรือ ท่านจะนำเราเที่ยวได้หรอ” องค์หญิงตรัส
“แม้เราเป็คนต่างถิ่น แต่เราก็เที่ยวที่นี่บ่อยนะ” องค์ชายตรัส
“งั้นได้ พวกเราจะได้ไม่ต้องติดค้างกัน พวกเราไปกันเถอะ” องค์หญิงตรัส
*********************************
องค์ชายอันฉู่ทรงพาองค์หญิงนั่งบนเรือเพื่อชมทิวทัศน์รอบเมืองหลวง โดยมีคนสนิทขององค์ชายพายเรือให้โดยนั่งหลังสุด ถัดมาเป็องค์ชายที่ทรงนั่งหน้าคนสนิท และองค์หญิงทรงนั่งหันหน้ามาทางองค์ชาย
องค์ชายเคยเที่ยวชมเมืองหลายครั้งแล้ว จึงสามารถอธิบายและเล่าประวัติอย่างคร่าวๆ ได้ ในขณะที่องค์หญิง แม้เป็คนแคว้นฉิน แต่พระองค์ไม่ค่อยได้ออกมานอกวังบ่อยนัก จึงทำให้องค์หญิงทรงตื่นตาตื่นใจกับวิวทิวทัศน์รอบเมืองหลวง
บรรยากาศชวนพาไป มันน่าจะมีดนตรีประกอบด้วย องค์หญิงทรงหันไปเห็นขลุ่ยหยกที่ติดตัวองค์ชายพอดี เลยว่า “เราขอยืมขลุ่ยหยกของท่านมาเป่าเล่นได้หรือไม่”
คนสนิทกำลังจะห้าม แต่องค์ชายทรงยกมือห้ามไว้ แล้วตรัสว่า “ได้สิ” พร้อมกับยื่นขลุ่ยหยกให้
องค์หญิงผู้ไร้เดียงสา พระองค์ไม่ทรงรู้เลยว่านั่นเป็การจูบแบบทางอ้อม
“เราเป่าไม่ค่อยเก่งหรอกนะ พี่สาวของเราเป่าขลุ่ยเพราะกว่านี้ตั้งเยอะ ท่านก็ทนฟังเอาหน่อยก็แล้วกัน” หลังจากนั้นองค์หญิงก็ทรงเป่าขลุ่ยด้วยเสียงกังวาน และไพเราะมาก เข้ากับบรรยากาศนั่งเรือเที่ยวชมวิว
ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะมีกลุ่มนักฆ่ากลุ่มใหญ่เข้ามาจู่โจมองค์ชายที่ทรงนั่งเรืออยู่ องค์ชายผู้มีวรยุทธ์เข้าต่อสู้ แต่เพราะนักฆ่ามากันมาก และยังต้องปกป้องชานชิวอีก โชคดีที่ไป่หลิงและธงอี่เข้ามาช่วยต่อสู้ด้วย โดยทั้งสองคนพาต่งหนานหลบในที่ปลอดภัยก่อน แล้วรีบเข้าไปช่วยทั้งสองพระองค์ ต่อสู้กับนักฆ่าเ่าั้ทันที
อย่างไรก็ตาม นักฆ่ามากันเยอะ คนสนิทและองค์ชายจึงพาองค์หญิงชานชิวะโลงน้ำไปพร้อมกันเพื่อหลบธนูของศัตรู และพากันว่ายน้ำหนีศัตรูไป