ผลกระทบของาลุกลามกว่าครั้งไหนๆ ชายแดนถูกตีพ่าย แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินจำต้องถอยร่นไปตั้งหลักยังเมืองใกล้เคียงเพื่อคิดหาทางรับมือ อีกทั้งเสบียงยังถูกฝ่ายศัตรูเผาจนวอดจึงต้องหาทางรอดโดยการรวบรวมเสบียงจากเมืองใกล้ๆ ประทังชีวิตทหารทั้งกองทัพจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึง
แน่นอนว่าแคว้นอ้ายอันเป็โลเคชั่นหลักของนิยายย่อมต้องมีบทเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าถามว่าอยู่มาตั้งนานพึ่งจะรู้ชื่อเมืองหรอ? คำตอบคือใช่ อย่างที่เคยกล่าวไว้อันจื่อเทาไม่เคยอ่านนิยายเื่นี้แม้แต่บรรทัดเดียว ถึงจะฟังเนื้อเื่คร่าวๆ จากแดเนียลมาแล้วแต่รายละเอียดหยิบย่อยเ้าเด็กเกรียนไม่ได้เล่าให้ฟัง
อย่าว่าแต่เื่นี้เลย นิยายทุกเื่เขาไม่เคยอ่านทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ผ่านตามีเพียงหนังสือพิมพ์ การรู้ทันข่าวสารโลกคือหนึ่งในการกำหนดทิศทางของแต่ละวันว่าจะเดินไปทางไหน เื่ไร้สาระทั้งหลายเขาจึงไม่เคยมีโอกาสได้ัักับมัน มาโลกนี้ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดอันจื่อเทาเลยทำตัวชิวๆ ใช้ชีวิตสโลวไลฟ์ไปวันๆ ได้
วกกลับมาเื่โลเคชั่นหลักของนิยาย ที่รับรู้ได้เพราะครั้งล่าสุดที่เทพจันทรามาปรากฏตัวในฝัน เช้าวันต่อมาก็มีหนังสือสีฉูดฉาดเล่มหนึ่งวางอยู่ใต้หมอน หน้าปกเป็ภาพวาดชายหญิงคู่หนึ่ง ลายเส้นคมชัดละเอียดสวยงามใต้ภาพเขียนด้วยอักษรสีทองชื่อเื่ว่า วาณิชผู้ร่ำรวยกว่าเก้าแคว้น
ใช่ นิยายเื่ที่เขากำลังติดอยู่นี่เอง
พอเอาไปให้แดเนียลมันดูเ้าตัวก็โวยวายใหญ่ว่าโดนก๊อปนิยาย ยืนยันหนักแน่นว่าเขียนลงแค่ในเว็บเป็ไปไม่ได้ที่จะออกมาเป็รูปเล่มสมบูรณ์อย่างนี้ได้ อันจื่อเทาที่ไม่รู้เื่แนวนี้ไร้ซึ่งความคิดเห็นใดๆ เงียบฟังเด็กมันบ่นจนพอใจแล้วยื่นน้ำผึ้งมะนาวให้อย่างทุกที
ตกลงมันใช่ตัวผู้จริงป่าวเนี่ยทำไมบ่นเก่งจัง
“ใจเย็นก่อน มาโฟกัสที่เนื้อเื่ในตอนนี้ดีกว่า"จากที่อ่านคร่าวๆ าครั้งนี้ถือเป็จุดเปลี่ยนของชีวิตพระเอกเลยก็ว่าได้ เพราะสกุลหลัวจะเป็กำลังหลักในการสนับสนุนเสบียงของกองทัพในครั้งนี้ ไม่เพียงเท่านั้นการศึกยังได้มันสมองอันชาญฉลาดของพระเอกด้วยจึงสามารถตีทัพศัตรูให้แตกพ่ายไล่กลับไปได้ หลังจากาจบลงด้วยชัยชนะ แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินทูลต่อฮ่องเต้ถึงความดีความชอบนี้แถมยังมีเ้ากรมพิธีการผู้เป็พ่อตาช่วยสนับสนุนอีกแรงตำแหน่งขุนนางในราชสำนักจะไปไหนเสีย
ว่าแต่ไปๆ มาๆ ทำไมมันถึงมาพัวพันกับราชสำนักได้ล่ะเนี่ย
“เห็นแก่เฮียหรอกนะ ฮึ่ม!” เ้าเด็กเกรียนยังมีท่าทีฉุนเฉียวแต่ก็ยอมนั่งลงดื่มน้ำผึ้งมะนาวแต่โดยดี “อย่างที่ผมเคยเล่าให้เฮียฟังนั่นแหละครับ อีกไม่นานพ่อพระเอกกับพระรองต้องไปส่งของล็อตใหญ่แล้ว เฮ้ออ”
เด็กเกรียนถอนใจเฮือกใหญ่ตบท้ายกับพล็อตเื่ที่เขียนขึ้นมาเองกับมือ เหตุการณ์สำคัญอย่างนี้มีหรือนางเอกจะไม่ได้เข้าร่วมด้วย ตามเนื้อเื่คือพระเอกไม่อยากห่างกับนางเอก เลยพกนางไปด้วยไว้จู๋จี๋เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แแ่มากขึ้นระหว่างทาง ถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ของเขากับพระเอกจะไม่ใกล้เคียงกับเนื้อเื่ดั่งเดิมแต่เส้นเื่สำคัญขนาดนี้คงมีเหตุให้ไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ชัวร์
“หรอ กลับมาก็อย่าลืมของฝากล่ะ” หยอกเย้าหน้านิ่งแต่ทำเอาคนฟังสับสนไม่น้อย นี่เฮียพูดจริงหรือแค่แกล้งหยอกเขาล่ะเนี่ย!
แล้วก็เป็อย่างที่คาดไว้จริงๆ ไม่กี่วันต่อมากองทัพส่งคนมาติดต่อขอซื้อข้าวสารอาหารแห้งทั้งหมด ไม่ใช่แค่สกุลหลัว ไม่ว่าจะร้านใหญ่หรือเล็กในระแวกไม่กี่ร้อยลี้ถูกกองทัพคว้านซื้อไปทั้งหมด การทหารไม่อาจล้าช้า ทัพหน้าไม่อาจขาดคน การจะส่งทหารมานำเสบียงจำนวนมากกลับไปอย่างน้อยต้องใช้ทหารถึง1กองเลยทีเดียวเพื่อลดความเสี่ยงการถูกปล้นระหว่างทางไม่ว่าจะจากโจรป่าหรือกองทัพศัตรูก็ตามที ซึ่งกองทัพไม่อาจเสี่ยงเคลื่อนพลมากมายขนาดนั้นในยามนี้ได้ ด้วยเหตุนี้สำนักคุ้มภัยหลายๆ สำนักจึงเป็ตัวเลือกหลักๆ ของการขนส่งครั้งนี้
แน่นอนว่าขาดสำนักหยางจิ่วไปไม่ได้เช่นกัน
“ไม่ได้!ข้าไม่เห็นด้วย!” จ้าวจินสั่วคัดค้านเสียงแข็งเมื่อลูกเลี้ยงของนางเอ่ยปากจะร่วมขบวนในครั้งนี้ด้วย “ทางข้างหน้าอันตรายนักน้าไม่ยอมให้เ้าไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด!”
“ข้าดูแลตัวเองได้ น้าจินสั่วอย่าห่วงเลยขอรับ” ตามจริงอันจื่อเทาไม่ได้อยากเอาตัวเองไปยุ่งกับเื่วุ่นวายนักหรอก แต่เพราะเ้าเด็กเกรียนที่ต้องร่วมขบวนในครั้งนี้อย่างไม่อาจเลี่ยงได้มาขอร้องแทบจะกอดขาให้เขาไปด้วย ครั้นจะปฏิเสธก็สงสารเด็กมัน ยังไงซะก็มาจากโลกเดียวกันสุดท้ายเลยต้องไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ห่วงได้อย่างไร ดูเ้าสิแรงจะเชียดไก่ยังไม่มี เชื่อน้าเถอะอย่าไปเลยนะลูก” หญิงวัยกลางคนเข้าไปกุมมือเล็กของลูกเลี้ยงไว้ส่งผ่านความห่วงใยไปทางดวงตาที่ทอประกายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
อันจื่อเทามีสีหน้าปั้นยาก จะปฏิเสธก็พูดไม่ออก จะตอบตกลงหน้าเบะๆ ของเ้าเด็กเกรียนก็ว๊าบเข้ามาในหัว ทำได้แต่ส่งยิ้มแห้งแล้งไปให้แม่เลี้ยงพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังคนด้านหลัง
“ฮูหยินขอรับ” หลัวเจิ้งเหยียนโพล่งขึ้นโดยไม่ทันคิด ทุกอย่างมันเป็ไปเองเมื่อเห็นสายตาขอความช่วยเหลือจากผู้เป็ภรรยาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้เผลอเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ทันคิดหาเหตุผลดีๆ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้ทำไปแล้วก็ต้องทำให้สุดแล้วล่ะ
“ว่าอย่างไรอาเหยียน เ้าก็จะมาโน้มน้าวเพ่ยเอ๋อร์หรือ?” จ้าวจินสั่วมีความหวังขึ้นมาอีกนิด ความรู้สึกลึกซึ้งที่หลัวเจิ้งเหยียนมีให้ลูกเลี้ยงของนางมากขึ้นทุกวันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นไม่มีทางเห็นด้วยแน่หากเพ่ยเอ๋อร์ต้องไปเสี่ยงกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“เอ่อ…มิใช่ขอรับ” คำตอบที่ได้ทำเ้าของคำถามยิ้มค้าง หลัวเจิ้งเหยียนกระแอมไปทีรีบอธิบายเหตุผล“เพ่ยซานอยู่แต่ในเรือน นานทีคงจะอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ฮูหยินโปรดวางใจเถิดขอรับ มีข้าอยู่ด้วยข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายภรรยาของข้าได้แม้เพียงปลายเส้นผม”
หลัวเจิ้งเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักดวงตาฉายแววแน่วแน่จนไม่อาจเมินเฉยได้
จ้าวจินสั่วลังเลพลันย้อนไปถึงเื่ในหนหลัง เพ่ยเอ๋อร์ต้องเสียมารดาไปจนเป็เช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะนาง ด้วยเหตุนี้จ้าวจินสั่วเคยสาบานกับตนเองจะเลี้ยงอี้หย่งเพ่ยซานให้ดีชดใช้ความผิดของนางจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ เมื่อได้ยินว่าเด็กคนนี้จะไปเสี่ยงอันตรายแล้วนางจะตัดใจยอมรับได้อย่างไร
ครั้นมองไปที่ลูกเลี้ยงกับเขยสลับกัน เลยไปยังลูกชายกับสามีเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างพยักหน้านางจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจำยอม “รักษาตัวด้วยหนาเพ่ยเอ๋อร์"
“ขอรับ” อันจื่อเทาพยักหน้ารับมุมปากจุดรอยยิ้มเล็กๆ รู้สึกดีไม่น้อยกับความห่วงใยของคนในครอบครัวที่มีต่อตนเสมอมา
ขบวนสินค้าจะออกเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า ระหว่างนี้อันจื่อเทาเร่งจัดการทุกอย่างภายในเรือนและหาทางป้องกันหากเขาไม่อยู่จะไม่มีใครมาระรานคนในเรือนได้ ทั้งยังกำชับกับบ่าวน้อยและหลัวเจี้ยนฮ่าวให้ดูแลเรือนแทนตนสักระยะจนกว่าจะกลับมา ขอความช่วยเหลือจากทางบ้านเดิมให้มาช่วยดูแลเฉินซือเยว่และหลัวผู่เยว่ที่ยังประคับประคองสติของตนเองได้ไม่ดีนักั้แ่เกิดเหตุการณ์วันนั้น ไม่ลืมกำชับให้ตามหมอมาดูอาการนางห้ามขาดมิเช่นนั้นการรักษาที่เริ่มขึ้นมาได้สักพักจะสูญเปล่าเอาได้
“ที่รัก เ้านั่งพักเถิดที่เหลือข้าทำเอง” หลัวเจิ้งเหยียนคว้ามือภรรยาพาไปนั่งบนเตียงส่วนตนก็ไปจัดการกับข้าวของที่พึ่งมีเวลาได้เตรียมก่อนวันเดิมทางเพียงวันเดียว
“เ้าพึ่งกลับมามิพักหน่อยหรือ?” ไม่กี่วันที่ผ่านมาอันจื่อเทาที่จัดการเื่ภายในเรือนว่ายุ่งยากมากแล้ว หลัวเจิ้งเหยียนที่ต้องจัดขบวนเดินทางวางตำแหน่งให้แต่ละคนแทบไม่มีเวลาพัก เนื่องจากก่อนหน้าศิษย์ในสำนักต่างออกไปทำภารกิจกว่าครึ่งครั้นจะเรียกกลับมาก็ไม่ทันแล้ว จึงต้องคัดศิษย์ฝึกหัดในสำนักมาช่วยอีกแรงพร้อมวางแผนการเดินทางให้รัดกุมและสามารถยืดยุ่นต่อคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ได้ นี่ก็พึ่งจะกลับเรือนมายังจะทำเก่งไม่ยอมพักอีก
“เ้าเป็ห่วงข้าหรือ” แกล้งยอกเย้ามือจัดอาภรณ์และข้าวของที่จำเป็ทั้งของตนเองและอีกคนลงหีบใบเล็กพอให้ไม่เป็ภาระมาก
“อืม” อันจื่อเทาตอบออกไปตามตรงเพราะเป็ห่วงสุขภาพอีกฝ่ายจริงๆ ไม่ได้หลับได้นอนติดต่อกันพรุ่งนี้ยังต้องคุ้มกันขบวนเดินทางแต่เช้าตรู่อีก เป็ยอดมนุษย์รึไงอวดเก่งชะมัดเลย
“ให้ตาย เ้าน่ารักเกินไปแล้วนะ"คำตอบตรงไปตรงมาดั่งยาชั้นดีช่วยให้หายเหนื่อยเป็ปริดทิ้ง คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวจื่อของเขาจะเปิดใจให้มากถึงเพียงนี้ เหนื่อยยากมาหลายวันนับว่าคุ้มค่าแล้วจริงๆ
“พูดมาก เสร็จแล้วก็มานอน” ว่าพลางขยับกายเข้าไปด้านในของเตียงเพื่อเว้นที่ว่างให้อีกคน หลัวเจิ้งเหยียนไม่รอช้าปิดหีบนำไปไว้มุมห้องแล้วะโขึ้นเตียงเข้าไปกอดอีกคนให้หายคิดถึง
“เหนื่อยจังเลย” ลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน ทำเอาคนมองหลุดขำออกมากับท่าทางเด็กน้อยที่ขัดกับขนาดตัวลิบลับ ต่างกับวันแรกที่พบกันอย่างกับคนละคน
“เหนื่อยก็นอนพัก”อันจื่อเทาส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ มือยกขึ้นลูบศีรษะของคนในอ้อมแขนที่กอดเอวซบอกเขาอย่างกับเด็กไม่มีผิด
“เ้าจูบข้าก็หายแล้ว” ไม่ว่าเปล่ามือกุมแก้มขาวก่อนโน้มเข้าหาตัวให้ใกล้ยิ่งขึ้น
“เพ้อเจ้อ” ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ก็ยอมจรดริมฝีปากแนบอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่าย เพียงปากแตะปากไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านี้ทว่ากลับหวานล้ำอิ่มเอมไปทั้งใจ
“เ้าดีกับข้ายิ่งนัก” หลัวเจิ้งเหยียนแย้มยิ้มกว้างมือเกลี่ยแก้มเนียนด้วยความหลงไหล คนผู้นี้ดีกับเขาและครอบครัวมากเหลือเกิน ไม่กี่วันมานี้แม้ไม่ได้กลับเรือนแต่ก็รับรู้ถึงความหวงใยจากภรรยาผู้นี้ที่จัดสรรสิ่งต่างๆ ไว้ให้กับมารดาและพี่น้องของเขาในระหว่างที่ตนไม่อยู่ เป็เช่นนี้เสมอมาจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงให้สมกับสิ่งที่อีกคนมอบให้ดี
“รีบนอนได้แล้ว” อันจื่อเทากระแอมไอแก้เก้อก่อนผละอ้อมกอดแล้วเอนกายลงนอน ดาเมจยามยิ้มของพ่อพระรองไม่อาจดูเบาได้จริงๆ
“ขอรับภรรยา"หลัวเจิ้งเหยียนยิ้มละมุน เอนกายลงซุกหน้าอกผู้เป็ภรรยาแขนสองข้างกอดเอวไว้หลวมๆ ผู้ที่อยู่ๆ ก็กลายเป็หมอนได้แต่ยกยิ้มอ่อนอกอ่อนใจระคนเอ็นดูคนอายุน้อยกว่า
“เ้าโกลเด้นั์” จัดท่านอนพร้อมกระชับอ้อมแขนให้แแ่ยิ่งขึ้น ก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผากคนในอ้อมแขนแทนคำบอกฝันดี
“ข้ารักเ้าจังเสี่ยวจื่อของข้า” วงแขนใหญ่กอดกระชับแน่น ใบหน้าหล่อแนบกับหน้าอกฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็จังหวะไม่นานก็หลับไปโดยง่าย
“รักหรือ…..” อันจื่อเทาเม้มปากก้มลงซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มเมินเฉยต่ออาการคันยุบยิบในอก ก่อนใช้กำลังภายในดับเทียนที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจัดท่านอนห่มผ้าให้ทั้งตนเองและคนในอ้อมกอดเสร็จสรรพ ฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนหลับไม่นานก็จมสู่ห่วงนิทราตามไปอีกคน
**************************