โรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในประเทศไทยได้เปิดทดลองโครงการพิเศษนำวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นมาผสมผสานกับของประเทศไทยได้มีนักเรียนที่สนใจในแินี้มากมายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้
ซึ่งผมก็เป็หนึ่งในนักเรียนเ่าั้ส่วนเหตุผลของผมค่อนข้างที่จะน่าอาย ส่วนนี่คือสัปดาห์ที่สองที่ได้มาโรงเรียนผมเดินมาโรงเรียนเช่นเดิม เนื่องจากไม่มีความวุ่นวายในเส้นทางเดินจากบ้านของผมมาโรงเรียนค่อนข้างสงบ ผมจึงไม่ได้เบื่อหรือเหนี่อยในการมาโรงเรียนแถมผมยังชอบด้วยซ้ำถือว่าทำให้คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายแบบผมได้ดุแลสุขภาพบ้างผมมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาเข้าแถวสิบนาที ผู้คนมากมายยืนจับกลุ่มกันในสถานที่ต่างๆของโรงเรียน มีแต่ผมที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวแต่ผมก็ไม่ได้เสียใจ ผมอยู่แบบนี้เป็ประจำ
“ไงยืนอยู่คนเดียวเหงาละสิ”
“ก็ปกติของฉันนะ”
เพื่อนเพียงคนเดียวของผมชื่อบอยเป็คนที่ค่อนข้างมีพลังงานสูงเรียกได้ว่าเป็ประเภทตรงข้ามของผมเลยก็ว่าได้ ตอนปฐมนิเทศ บอยเป็คนเดียวที่เข้ามาคุยกับผม อยากเป็เพื่อนด้วยและให้เหตุผลว่าอยู่กับนายแล้วน่าจะได้อารมณ์สงบดีแฮะผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรที่มีคนมาขอเป็เพื่อนด้วยจึงตอบรับไป หลังจากนั้นบอยจึงเข้ามาคุยสนิทสนมทำอะไรกับผมตลอด
“ทำหน้าน่ากลัวอีกแล้วแล้วชาตินี้นายจะมีแฟนมั้ยเนี่ย”
“แล้วทำหน้าแบบนายมันช่วยให้มีแฟนมั้ยละ”
บอยถึงเป็ประเภทร่าเริงแต่จริงๆคุยกับผู้หญิงไม่เก่งจึงไม่มีแฟนเหมือนกับผม
“อย่ามาพูดแบบนี้กับฉันนะสาวๆตาไม่ถึงต่างหากที่ไม่ยอมเข้ามาคุยกับฉันต่างหาก”
“อย่าหลงตัวเองหน่อยเลยอีกอย่างนะฉันไม่ได้ทำหน้าน่ากลัวแต่หน้าฉันเป็แบบนี้อยู่แล้ว”
หลังจากพุดคุยกับเหมือนทุกครั้งผมกับบอยจึงไปเข้าแถวตามห้องของตัวเองการเข้าแถวผมก็ไม่รู้ว่ามีที่ญี่ปุ่นหรือปล่าว แต่ที่ไทยทุกโรงเรียนคนต้องมีเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้แม้ในโรงเรียนแห่งนี้ก็ตาม
หลังจากเข้าแถวก็แยกย้ายกันขึ้นห้องเหล่านักเรียนที่ต่างพากันทำหน้าตาง่วงซึมเดินขึ้นอาคารเรียนตามห้องตัวเอง ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ทุกชั้นปีทุกห้อง มีห้องเรียนประจำซึ่งห้องของผมกับบอยอยู่ชั้นที่สองลักษณะตึกของโรงเรียนนี้ออกแบบแตกต่างและแปลกกว่าที่อื่นคือมีอาคารเดียวล้อมรอบสนามฟุตบอลตรงกลางลักษณะเป็ครึ่งวงกลมผมรู้สึกชอบอาคารของโรงเรียนนี้เพราะเหมือนในการ์ตูนที่ผมเคยอ่าน ผมขึ้นอาคารและเรียนตามปกติ ผมเข้าห้องไปแล้วนั่งที่ของผมคือริมหน้าต่างข้างหลังสุด เหตุผลที่เลือกนั่งตรงนี้คงเป็เพราะว่าน่าจะสงบที่สุด หลังจากนั้นจึงเริ่มการเรียนแบบปกติ ถึงผมจะนั่งหลังห้องแต่ผลการเรียนของผมค่อนข้างดีแต่ไม่ได้อยู่ในระดับทอปของโรงเรียน ที่ผมสามารถตั้งใจเรียนได้ก็คงเป็เื่ที่ผมไม่มีเพื่อนคุยในเวลาเรียนมากกว่า ส่วนบอยที่นั่งอยู่หน้าผมเห็นเป็คนแบบนั้น แต่เ้านั่นผลการเรียนอยู่ในระดับสูงของห้องตลอด เวลาเรียนจึงไม่ได้พูดคุยกันมากนัก
หลังเลิกเรียนนักเรียนบางกลุ่มก็ทำกิจกรรมชมรม หรือนัดกับเพื่อนหรือแฟนไปเที่ยวกันต่อ ซึงผมก็มีชมรมกับคนอื่นเหมือนกันนั่นคือชมรมกลับบ้าน ผมบอกลาเพื่อนคนเดียวของผมก่อนออกจากห้องเรียน
“ฉันกลับละเจอกันพรุ่งนี้”
“อ่าวกลับละเหรอ”
“ใช่ฉันไม่มีธุระอะไรให้อยู่ต่ออยู่แล้ว”
“โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้”
สาเหตุที่บอยไม่กลับบ้านเพราะบอยอยู่ชมรมบาสเกตบอล เห็นว่าตอนอยู่ชมรมเก่งพอสมควรเลยผมก็ไม่เคยเข้าไปดูฝีมือจริง ๆของบอยเลยเพราะ ที่ชมรมมีคนเยอะและเสียงดัง
หลังจากที่ผมลงจากอาคารและกำลังเดินไปหน้าโรงเรียนระหว่างนั้นมีคนเข้ามาทักผม
“เซย์นคุง”
เสียงที่ไพเราะฟังเข้าหูนั้นคือซาซากิ มิโอะ มาในลักษณะเรียบร้อยกิริยามารยาทงดงาม ต่างจากตอนที่เจอกันตอนนั้น ทำให้ผมคิดว่าเธอก็แสดงเก่งนะเนี่ย น่าจะเหนื่อยมากถึงต้องมี่เวลาที่ปลดปล่อยแบบนั้นบ้าง
“ฉันมีเื่จะคุยกับคุณ”
ถึงจะไม่มีใครสนใจมากนักแต่รอบข้างยังมีนักเรียนคนอื่นอยู่เธอจึงต้องอยู่ในโหมดองค์หญิงอยู่ถึงพูดไพเราะขนาดนี้
เธอเดินเข้ามาใกล้ผมและเขย่งนิดหน่อยเพื่อมากระซิบข้างหูผมซึ่งเป็ท่าทางที่ดูน่าเอ็นดูมากผมรู้สึกหวั่นไหวในความน่ารักส่วนนี้ของเธอ
“วันนี้ขอฉันเดินกลับด้วยได้มั้ย”
“ถ้าบอกว่าไม่ได้ละ”
ผมไม่อยากให้เวลาที่สงบสุขในการเดินกลับบ้านของผมหายไปแต่คงจะเป็ไปไม่ได้เพราะผมรู้ว่าสุดท้ายเธอก็ต้องเดินกลับกับผมอยู่ดีที่ผมตอบไปแบบนั้นเพราะว่าอาจมีความหวังริบหรี่ที่เธอจะยอมฟังผม
“คนฉลาดอย่างนายก็น่าจะรู้นิว่าตอบแบบนั้นแล้วฉันจะทำยังไง”
“รู้ดีเลยแหละว่าแต่ซาซากิ เธอมีรถมารับส่งทุกวันอยู่แล้วนิจะมาเดินกลับฉันทำไม”
“ก็ไม่ได้อยากเดินกลับกับนายหรอกแค่อยากเปลื่ยนบรรยากาศบ้างเอง”
เธอไม่สบตาผมตอนพูดหันหน้าเอียงและหน้าแดงนิดหน่อย
“นายควรขอบคุณด้วยฉันด้วยซ้ำที่มาเดินกลับเป็เพื่อนนาย”
“ครับๆขอบคุณคุณองค์หญิงมากเลยครับ”
ผมตอบออกไปแนวประชดผมจึงเดินนำไปก่อนและได้ยินเสียงตามหลังแว่วๆมาว่า
“ไม่เห็นต้องทำแบบนั้นเลย ซี่อบื้อ จริงๆ”
ผมไม่ค่อยเข้าใจความขัดแย้งระหว่างคำพูดของเธอจริง ๆผมจึงแกล้งไม่ได้ยินที่เธอพูด คงเกิดจากความเครียดที่ต้องแสดงเป็องค์หญิงตลอดเวลาละมั้งนะ ผมคิดแบบนั้น