ก้าบ...
ห่านสาวส่งเสียงร้องแ่เบาในลำคอพลางส่ายก้นอวบอ้วนที่มีตีนผังผืดสีส้มแบนราบ เดินเตาะแตะเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม
'โธ่เอ๊ย... พ่อเทพบุตรของฉันหล่อทะลุฟ้าแต่กลับต้องมานั่งปรับทุกข์กับไก่กับห่านซะงั้นโลกนี้มันช่างโหดร้ายเสียจริง เอาเถอะอย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีเมล็ดธัญพืชชั้นดีในรางอาหารไม้ ให้ฉันกินฟรีไปพลางๆก่อนประเทศจะล่มสลายก็แล้วกัน'
"หากข้าสามารถผูกจิตกับสัตว์เทพได้สักตัวก็คงจะดี...อย่างน้อยก็คงพอมีอำนาจไปคานความบ้าบอพวกนั้นได้บ้าง"
องค์ชายห้าถอนหายใจยาวั์ตาดำขลับเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
"แต่อย่างที่รู้กันดีสัตว์เทพชั้นหนึ่งคือเหล่าเทพสิบสองนักษัตร ทว่าพวกท่านกลับหายสาบสูญไปตามกาลเวลาเสียเกือบหมดจนบัดนี้เหลือเพียงแค่สี่ตน... นั่นคือเทพกุน เทพระกา เทพมะเส็ง และเทพ..."
คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปมเงื่อนตายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะหินอย่างใช้ความคิด
"ช่างมันเถอะบางทีข้าก็เลอะเลือนจนจำไม่ได้เสียแล้ว"
ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยสืบต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ส่วนสัตว์เทพชั้นรองลงมาอย่างวิหคเพลิง พยัคฆ์ขาว เต่าดำ และัเขียว...ทั้งสี่ตัวนั่นก็ล้วนแต่มีคู่หมั้นคู่หมายถูกจองตัวผูกจิตกันไปหมดแล้วประหนึ่งเนื้อหมูสามชั้นที่ถูกพ่อค้ากว้านซื้อไปจนหมดเขียง"
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนมุมปากของบุรุษผู้สูงศักดิ์
"ส่วนพวกที่อยู่ชั้นต่ำลงไปกว่านั้นแม้จะกระจอกจนถึงขั้นจำแลงกายเป็มนุษย์ไม่ได้แต่อย่างน้อยก็คงพอมีเศษเสี้ยวอำนาจไว้ให้ต่อรองบนโต๊ะเจรจาได้บ้างกระมัง"
องค์ชายห้าเอามือบีบหัวคิ้วแบบใช้ความคิด “อย่างน้อย ก็พวกของวิเศษ... เห้อ!...แต่คนอย่างข้าจะไปหาของพวกนั้นจากที่ไหนได้เล่า”
เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเยาะเย้ยความน่าสมเพชของตนเอง
"นี่ข้าคงใกล้จะวิปลาสไปแล้วจริงๆ ถึงได้มานั่งระบายความในใจเป็ตุเป็ตะให้ฝูงสัตว์เดรัจฉานหน้าโง่พวกนี้ฟัง"
องค์ชายห้ายันตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หินฝ่ามือหนาปัดเศษฝุ่นผงบนบั้นท้ายสองสามที ก่อนจะเดินลากฝีเท้าเนิบนาบหายเข้าไปในตำหนักเก่าๆ เน่าๆ ที่สภาพทรุดโทรมเสียยิ่งกว่าศาลเ้าไร้ญาติที่ถูกลืม
เจียงลี่หยูยังคงนั่งนึกภาพทวนคำขององค์ชายห้าตาปริบๆ
'อืม...โครงสร้างอำนาจและระบบชนชั้นของพวกสัตว์เทพช่างซับซ้อนและยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าแผนผังองค์กรของบริษัทซะอีก'
สมัยที่เธอยังเป็เพียงพนักงานออฟฟิศเงินเดือนไม่กี่หยวนเธอชอบดูซีรีส์ทะลุมิติเป็ชีวิตจิตใจ แต่โครงเื่วังหลวง แฟนตาซี มีสัตว์เทพและมีาแบบนี้ ห่านสาวเพิ่งจะเคยเจอเป็ครั้งแรก
ใครจะไปคาดคิดว่าวันหนึ่งเพียงแค่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาดูซีรีส์ตอนเดินกลับบ้านจนก้าวพลาดตกลงไปในท่อระบายน้ำที่กำลังซ่อมแซม จะทำให้เธอต้องมานั่งฟังเลกเชอร์ประวัติศาสตร์สุดแฟนตาซีในสภาพของก้อนขนที่มีตีนผังผืดเช่นนี้...
จะงอยปากแบนกว้างสีส้มก้มลงจิกไซ้ขนบริเวณหน้าอกของตนเองอย่างเกียจคร้าน
'เอาเถอะถึงอีตาองค์ชายหน้าหยกจะอยากได้สัตว์เทพชั้นไหนมาก็สุดแล้วแต่บุญวาสนาส่วนฉันที่เป็แค่ห่านต๊อกต๋อยเดินเตาะแตะ...หน้าที่หลักในตอนนี้คือการเฝ้ารอคอยมื้อเย็นและภาวนาอย่าให้ใครนึกครึ้มจับไปทำห่านพะโล้ตุ๋นยาจีนก็พอแล้ว'
จากวันนั้น...
กาลเวลาก็พลันหมุนวนเปลี่ยนผ่านไปหลายทิวาราตรี
ตีนผังผืดสีส้มแบนกว้างย่ำเตาะแตะไปตามพื้นหญ้าริมตลิ่งเจียงลี่หยูพาร่างอวบอ้วนส่ายไปส่ายมามุ่งหน้าไปยังบึงน้ำท้ายตำหนักหยางซิ่น โดยหวังจะแช่น้ำเย็นๆเพื่อดับความร้อนรุ่มของ่สายลงบ้าง
ั์ตากลมสีดำขลับทอดมองลงไปใต้ผิวน้ำที่ใสกระจ่าง
ยังไม่ทันจะก้าวขาลงน้ำบางสิ่งก็ทำให้เจียงลี่หยูถึงกับประหลาดใจ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างไร้เกล็ดที่ส่องประกายเรืองแสงวิบวับปลาคราฟประหลาดตัวนั้นไม่ได้ลอยอืดตายซากอย่างที่คาดคิด ทว่ามันกำลังดำผุดดำว่ายพลิกตัวไปมาอย่างเริงร่าราวกับลูกสุนัขได้ของเล่นใหม่
ซ่า!
ทันทีที่เ้านกน้ำหน้าโง่ปรากฏตัวอยู่ริมขอบสระปลาเรืองแสงก็ตีครีบ พุ่งพรวดแหวกสายน้ำตรงดิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งลูกธนูหลุดจากแล่ง
"ว่าไงเ้าขี้ข้าหน้าขน!"
เสียงแหบพร่าะโทักทายขึ้นเหนือน้ำ ท่าทางของมันเชิดหน้าชูตาเย่อหยิ่งเสียยิ่งกว่าคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่กำลังแสดงอำนาจเดินตรวจโรงครัว
"เห็นแก่วันเก่าๆ ที่เ้าเคยช่วยข้าัแห่งสิบสองนักษัตรผู้นี้จะยอมลืมเื่ราวความบาดหมาง ที่เ้าทำข้าเกล็ดหลุดลอกไปทั้งตัวก็แล้วกัน!"
ริมฝีปากปลาพะงาบขึ้นลงอย่างฉะฉาน
"แต่เพื่อเป็การไถ่โทษ...เ้าต้องไปสรรหาอาหารชั้นเลิศมาโยนลงบึงแห่งนี้ ให้ข้าได้ลิ้มรสวันละหนึ่งมื้อห้ามขาดตกบกพร่องเด็ดขาด!"
เจียงลี่หยูหดลำคอยาวระหงลงเล็กน้อยั์ตากลมบล็อกหรี่แคบลงจนแทบจะเป็เส้นตรง ร่างห่านกำลังเพ่งพิศจ้องมองสิ่งมีชีวิตที่เยินยอตัวเองว่าเป็ถึงั
'ัสิบสองนักษัตรบ้าบออะไรกันสภาพหลุดลุ่ยไร้เกล็ดราวกับปลาช่อนถูกขูดหนังเตรียมทำห่อหมกแบบนี้ยังกล้ามาอวดอ้างสรรพคุณอีกเรอะ'
อดีตพนักงานออฟฟิศเอียงคอครุ่นคิด ประมวลผลตรรกะอันวิบัติของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
'แถมฉันเป็คนออกแรงเอาจะงอยปากไถลากถูลู่ถูกังแกฝ่าพายุฝนมาหย่อนลงน้ำแท้ๆนี่ไม่คิดจะสำนึกบุญคุณ แล้วยังหน้าด้านมาตั้งตนเป็เ้าหนี้ทวงข้าวทวงน้ำอีกสติปัญญามันไหลออกไปทางเหงือกหมดแล้วหรือไง'
ความเงียบงันและการจ้องมองด้วยสายตาว่างเปล่าประหนึ่งก้อนหินริมสระของห่านตัวเมียทำเอาปลาคราฟผู้ยิ่งใหญ่เริ่มเสียความมั่นใจ
"เอ่อ... สามวันครั้งก็ได้!สำหรับอาหารเลิศรสน่ะ"
เ้าปลาเรืองแสงรีบเอ่ยปากต่อรองราคาลงมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ยืนทำหน้าโง่งมไม่หือไม่อือ
ก้าบ!
เสียงร้องกังวานใสหลุดรอดออกมาจากจะงอยปากสีส้มเป็การตอบรับข้อเสนอที่สั้นกระชับและได้ใจความที่สุด
สตรีในร่างสัตว์ปีกสะบัดหัวกลมๆหมุนตัวหันหลังให้ขอบสระทันที บั้นท้ายอวบอ้วนที่เต็มไปด้วยขนสีขาวฟูฟ่องส่ายไปมาซอยตีนผังผืดเดินหนีอย่างไม่ไยดี
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!ข้ารู้นะว่าเ้าฟังภาษาคนออก... หรือฟังไม่ออกวะ แต่อย่างไรก็ช่างเถอะ!"
เสียงะโด่าทอดังไล่หลังมาจากในสระน้ำ
"เ้ามันห่านขี้ข้าลืมบุญคุณ!ัอุตส่าห์เมตตาลดหย่อนโทษให้แล้วยังไม่เจียมตัวอีก!"
กึก...
สองตีนผังผืดหยุดชะงัก เจียงลี่หยูยืนนิ่งอยู่กับที่
ปู้ด... แหมะ!
ของเหลวข้นหนืดสีเขียวอมขาวถูกเบ่งหลุดออกจากหูรูดร่วงหล่นลงมากระแทกผืนหญ้าเกิดเสียงดังฟังชัด
'ถือซะว่าเป็ทิปสำหรับค่าอาหารล่วงหน้าก็แล้วกันนะพ่อันีออน'
ห่านสาวบ่นพึมพำในใจอย่างตลกร้ายก่อนจะสับตีนผังผืดเดินเตาะแตะมุ่งหน้ากลับไปยังลานดินหน้าตำหนักอย่างอารมณ์ดี
'ลืมบุญคุณบ้าอะไรกันฉันเพิ่งเคยเจอหน้ามันแค่ครั้งเดียวตอนที่เขี่ยลงน้ำเนี่ยแหละ ปลาประสาทกลับ!'
อดีตมนุษย์เงินเดือนผู้สูญเสียความทรงจำเื่การแอบกินเกล็ดปลาเรืองแสงจนหมดเกลี้ยงไปแล้วเชิดจะงอยปากขึ้นสูง ปล่อยให้เสียงด่าทอของปลาคราฟค่อยๆ เลือนหายไปราวกับสายลมเย็นยามสายอย่างไร้ค่า