บทที่ 13 นักกินตัวยง (รีไรต์)
ยามตะวันทอแสง พวกเขาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารที่ปรุงสุกพร้อมทานแล้ว
ด้วยไร้ซึ่งข้าวสารและหม้อดินเผา จึงทำได้เพียงนำใบไม้แปลกตานั้นมาห่อหุ้มไก่และไข่ไก่ไว้ แล้วโยนลงเผาไฟจนสุก ประกอบกับกลิ่นหอมละมุนของใบไม้เข้ากับกลิ่นเนื้อไก่แสนเย้ายวน ก่อเกิดเป็กลิ่นเฉพาะตัวที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
แม้แต่ฉินเยาเยายังตื่นขึ้นเพราะได้กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์นี้
ทุกคนในครอบครัวได้รับไข่คนละฟองและเนื้อไก่ พวกเรากินอย่างเอร็ดอร่อยและอิ่มหนำสำราญ
สือไห่ถังยื่นไข่ในมือให้ฉินเหล่าซาน จากนั้นก็หยิบปีกไก่ที่แทบไม่มีเนื้อติดอยู่แล้วขึ้นมากัดกิน
ในยามที่บ้านเมืองวุ่นวายเช่นนี้ หากพวกเราอยากมีชีวิตรอดก็ต้องพึ่งพาพวกผู้ชาย
แม้ตัวเองจะกินน้อยลงไปบ้างก็ไม่เป็ไร อย่างน้อยขอให้สามีได้กินให้อิ่มท้องก็เพียงพอแล้ว
ฉินเหล่าซานเหลือบมองสือไห่ถังด้วยแววตาสำนึกผิด แต่สุดท้ายก็ยอมรับไข่แล้วกินเข้าไป
ส่วนแม่เฒ่าฉินก็ยื่นไข่ในมือให้ฉินเหล่าซื่ออีก แต่ฉินเหล่าซื่อก็ผลักมันกลับคืนไป
เฝิงเสี่ยวฮวาราวกับไม่เห็นการกระทำของพวกเขา กลืนไก่และไข่ในมือลงท้องอย่างรวดเร็ว นางคว้าแม้กระทั่งไข่ที่ฉินลิ่งอวี่ลูกชายคนโตกินไปครึ่งหนึ่ง
“โอ้โห! ป้าสะใภ้สาม ไก่นี้อร่อยจริง ๆ”
เสี่ยวลิ่วพูดขณะกำลังกัดเนื้อบนน่องไก่
เขาหันไปเห็นฉินเยาเยากลืนน้ำลายมองพวกเขากิน
“น้องสาว ให้เ้า!” เขากลืนน้ำลายส่งน่องไก่ไปที่ปากของฉินเยาเยา
“น้องสาวยังเด็ก ยังกินเนื้อไม่ได้ เ้ากินเถิด”
แม่เฒ่าฉินลูบหัวหลานตัวน้อยที่รู้ความ พลางพูดด้วยรอยยิ้ม
“น่าสงสารน้องสาวจริง ๆ เนื้ออร่อยขนาดนี้ก็กินไม่ได้”
“แต่ไม่ต้องห่วง พี่ชายโตขึ้นจะหาเงินเยอะ ๆ แล้วเอาน่องไก่มาสร้างบ้านหลังใหญ่ให้เ้า นอนกินอยู่ในนั้นเลย”
เสี่ยวลิ่วพูดอย่างเศร้าใจขณะมองน้องสาว
“ข้าก็จะหาเงินให้ได้มาก ๆ เพื่อซื้อเนื้อให้น้องสาวกิน” เสี่ยวเอ้อร์รีบยกมือประกาศอย่างแข็งขัน
“ข้าด้วย ข้าไม่เพียงแต่จะซื้อเนื้อให้น้องสาวกินมาก ๆ เท่านั้น ข้าจะซื้อเสื้อผ้าที่งดงามและเครื่องประดับให้กับน้องสาว แต่งตัวให้น้องสาวสวยกว่านางฟ้าบน์”
เสี่ยวซานเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้พลางยกมือขึ้นเช่นกัน
“และข้า…”
“พอแล้ว ๆ พวกเ้าทุกคนล้วนเป็พี่ที่ดีของน้องสาว เป็หลานที่น่ารักของย่า”
ยามที่ผู้คนแก่ชราลง สิ่งที่ปรารถนามีเพียงความสงบสุขของลูกหลานและความปรองดองในครอบครัว เมื่อมองดูหลาน ๆ ที่น่ารักทั้งหลาย แม่เฒ่าฉินรู้สึกปลาบปลื้มยินดีจนริ้วรอยบนใบหน้าดูจางลงไปมาก
ฉินเยาเยามองเหล่าพี่ชายที่กำลังเล่นกันอย่างซุกซนอยู่เคียงข้างท่านย่า ความอบอุ่นหลั่งไหลเข้าสู่หัวใจของนาง
ในชาติก่อน ฉินเยาเยาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด
พ่อของนางเป็ทหารที่ประจำการอยู่บริเวณชายแดน ส่วนแม่เป็แพทย์ทหาร ทั้งสองท่านเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้า หลังจากนั้น นางจึงถูกเลี้ยงดูโดยรัฐบาล
ด้วยอิทธิพลจากรัฐบาลและเพื่อนร่วมรบของพ่อและแม่ ทำให้นางเดินตามเส้นทางเดียวกับพวกท่าน กลายเป็แพทย์ทหารที่มีความสามารถ
ในการรบป้องกันชายแดนครั้งหนึ่ง นางสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนทหารที่ได้รับาเ็ นางฝ่าเข้าไปในแดนศัตรูเพื่อพาตัวพวกเขากลับมา แต่กลับถูกะุพุ่งเจาะหน้าอกจนสิ้นใจ
แม้ในชาติก่อนนางจะไม่ขาดสิ่งใด แต่กลับไม่เคยได้ััถึงไออุ่นของครอบครัว
ในชีวิตนี้ นางได้ััถึงมันแล้ว และตัดสินใจว่าจะต้องปกป้องไออุ่นนี้ไว้ให้จงได้
“ท่านแม่ อีกไม่นานคงถึงอำเภอจี้โจวแล้วกระมังขอรับ” ฉินเหล่าซื่อเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แม่เฒ่าฉินตอบรับว่า “ใช่แล้ว พอข้ามูเาลูกนี้ไปก็จะเข้าเขตอำเภอจี้โจวแล้วละ”
ฉินเหล่าซื่อและฉินเหล่าซานสบตากัน จากนั้นเอ่ยปากขึ้นด้วยท่าทีกระวนกระวาย “ท่านแม่ พวกเราขอหยุดพักที่นี่สักครึ่งวันได้หรือไม่ขอรับ ข้ากับพี่สามอยากไปดูแถวนี้เผื่อจะมีสมุนไพรบ้าง จะได้เก็บมาขาย”
“ว่าอย่างไรนะ พวกเ้าสองคน อยากทิ้งพวกข้าไว้ที่นี่รอความตาย แล้วหนีเอาตัวรอดไปสองงั้นหรือ”
แม่เฒ่าฉินยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เฝิงเสี่ยวฮวาก็โวยวายเสียงดังราวกับไก่ร้อง
นางเท้าเอวจ้องเขม็งไปที่ฉินเหล่าซานและฉินเหล่าซื่อ ปากก็พร่ำด่าไม่หยุด
แม่เฒ่าฉินเพียงปรายตามอง นางก็รีบหุบปากนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นเหมือนไก่
“พวกเ้าอยากจะเก็บสมุนไพรไปขายหรือ”
“ท่านแม่ ข้าเห็นว่าลิ่งเหวินกับลิ่งผิงดูเหมือนจะไม่ได้เป็อันใดมาก แต่ผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ยังไม่ฟื้น ข้ารู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก” ฉินเหล่าซื่อตอบ
ฉินเหล่าซานก็เอ่ยเสริมว่า “ท่านแม่ ข้าสังเกตเห็นว่า ดูเหมือนจะยังไม่มีผู้ใดเคยเหยียบย่างเข้ามาในที่แห่งนี้ สมุนไพรยังคงมีอยู่อีกมากมายนัก พร้อมกับเมื่อวานนี้ พวกเราต้องหลบหนีผู้คนเ่าั้ จึงต้องเดินอ้อมเขามาในเส้นทางลัดนี้ พวกเราจึง...”
“ในเมื่อจะหาก็หาด้วยกันทั้งหมด หาได้เท่าใดก็เท่านั้น เกิดภัยาเช่นนี้ สิ่งที่ขาดแคลนมากที่สุดก็คือยาสมุนไพร”
แม่เฒ่าฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นก็รีบกินอาหาร แล้วเริ่มออกตามหาสมุนไพรกัน
“โอ๊ย! ข้าเอวเคล็ด ขอพักสักครู่เถิด”
เฝิงเสี่ยวฮวาเอามือกุมเอวพิงอยู่กับต้นไม้ ส่งเสียงเ็ปออกมาเบา ๆ
แม่เฒ่าฉินเหลือบมองเฝิงเสี่ยวฮวาอย่างเ็า ก่อนจะออกคำสั่งกับคนอื่น ๆ ว่า “เก็บข้าวของแล้วออกเดินทางหาสมุนไพรไปพลาง หากผู้ใดเดินไม่ไหว ก็ให้อยู่รอเป็อาหารหมาป่าที่นี่”
คนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้น ต่างพากันเงียบเสียงลง แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่า คำพูดนั้นหมายถึงใคร
ยามพ่อเฒ่าฉินมีชีวิตอยู่เคยเป็หมอเร่ร่อน พี่น้องตระกูลฉิน นอกจากฉินไห่เฉิงแล้ว ทุกคนล้วนเติบโตขึ้นมากับวิธีการรักษาโรค รู้จักโรคภัยไข้เจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง
พวกเขาต่างรู้จักสมุนไพรทั่วไปเป็อย่างดี
ขณะนั้นเอง เสี่ยวลิ่วที่กำลังช่วยหาสมุนไพรอย่างแข็งขัน เกิดสะดุดล้มลง สมุนไพรในมือกระจัดกระจายเต็มพื้น
“ท่านย่า ท่านพ่อ ที่นี่มีหัวไชเท้าหัวโตด้วย!”
เสี่ยวลิ่วมองสิ่งที่ทำให้ตนสะดุดล้ม พลางร้องด้วยความดีใจ
หัวไชเท้าหัวนี้ดูท่าจะอร่อยมากทีเดียว
เขาไม่ได้กินหัวไชเท้ามานานแล้ว จำไม่ได้แล้วว่ารสชาติเป็อย่างไร ไม่รู้ว่าหัวไชเท้าหัวนี้จะหวานหรือไม่
เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวลิ่ว ฉินเยาเยาเผยยิ้มกว้าง
พี่ชายของนางผู้นี้ แม้ดูไม่ค่อยเฉลียวฉลาดนัก แต่เื่กินนั้นไว้ใจได้เลย
ขนาดยังไม่รู้ว่าหัวไชเท้าคืออะไร เขายังรู้ว่ามันน่าอร่อยเลย
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่หัวไชเท้า
แต่มันคือโสมร้อยปีที่นางเคลื่อนย้ายออกมาจากพื้นที่มิติ
เป็สิ่งที่นางตั้งใจจะมอบให้ครอบครัว นำไปแลกเปลี่ยนเป็ค่าใช้จ่าย
คำพูดของท่านพ่อทำให้นางคิดได้ นางไม่สามารถแก้ปัญหาความเป็อยู่ของครอบครัวได้เพียงชั่วคราว ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป นางต้องวางแผนหารายได้ระยะยาวให้กับครอบครัว
นางจึงต้องหาวิธีทำให้ครอบครัวมีรายได้
ไม่ว่าสถานที่ใด เงินล้วนเป็สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
มีเงินติดตัว ย่อมไม่ต้องเผชิญกับความลำบากเช่นนี้
ภายในพื้นที่มิติของนางมีสิ่งของมากมายที่สามารถนำออกมาขายได้ ยกเว้นแต่อุปกรณ์ไฮเทคสมัยใหม่
ไม่ว่าจะเป็ในยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณที่ล้าหลัง อุปกรณ์ไฮเทคเ่าั้ล้วนเป็สิ่งต้องห้าม หากนำออกมาในตอนนี้ นางคงต้องพบจุดจบอย่างแน่นอน
ตายแบบไม่เหลือแม้แต่ซาก!
ธัญพืช ผัก ผลไม้ สัตว์ ล้วนสามารถขายได้ แต่หาก้าแลกเปลี่ยนเป็เงินที่เพียงพอ จำนวนที่้านั้นมีมากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางก็ยังไม่รู้ว่าในสมัยนี้ผลิตสิ่งใดบ้าง นางจึงไม่กล้าหยิบออกมาอย่างไร้จุดหมาย
แน่นอนว่าภายในพื้นที่มิติของนางก็มีเงินอยู่บ้าง เพียงแต่เป็เงินแท่งที่นางทำขึ้นมาเอง
แบบที่หนักร้อยกว่ากรัม
แบบที่หยิบออกมาย่อมสามารถทำให้ผู้คนใตายได้
ดังนั้น นางจึงเบนเป้าหมายไปที่สมุนไพร ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด สมุนไพรล้วนมีราคาสูงกว่าผัก
ยิ่งสมุนไพรที่มีอายุมาก ยิ่งเป็ที่้าของผู้คน
เวลาในพื้นที่มิติของนางและโลกภายนอกไม่ได้ดำเนินไปพร้อมกัน เวลาในแต่ละโซนก็ไม่เหมือนกัน
เวลาในโซนผักเร็วกว่าโลกภายนอกสิบเท่า
ส่วนโซนสัตว์เร็วกว่ายี่สิบเท่า
ส่วนโซนผลไม้ให้ผลผลิตเร็วขึ้นสามสิบเท่า
หากรดน้ำด้วยน้ำวิเศษในมิติ พืชผลจะเติบโตเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
ส่วนเขตสมุนไพร นางยังไม่ได้นับอย่างละเอียด แต่ไม่ต่ำกว่าร้อยเท่าเป็แน่
โดยเฉพาะบริเวณดินสีดำ หากปลูกพืชชนิดใดไว้ เพียงครึ่งปี ก็เทียบเท่ากับปลูกไว้ข้างนอกร้อยปีแล้ว
“นี่…นี่คือโสมหรือไม่”