ตระกูลหยู เป็ตระกูลแม่ทัพใหญ่ ซึ่งสืบถอดตำแหน่งมารุ่นต่อรุ่นซึ่งปัจจุบันผู้นำตระกูล ได้แก่ หยูหลีเหว่ย ดำรงตำแหน่งเป็แม่ทัพใหญ่หรือก็คือผู้บัญชาการทหารสูงสุดนั้นเอง
ในราชวงศ์โหว ซึ่งมีเจี๋ยนกั๋ว เป็ฮ่องเต้ และฮองเฮานามซิงอีน้องสาวของ หลีเหว่ย ได้เป็กุ้ยเฟยซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญคือถ่วงดุลอำนาจของฮองเฮาและหวงกุ้ยเฟยไม่ให้ใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบต่อกันเพราะตระกูลหยูนั้นจะเชื่อฟังคำสั่งของฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
หลีเหว่ย มีฮูหยินเอกนาม ซูเจียว มีบุตรคือ คุณชายใหญ่ หวังหย่ง เป็ว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป เป็ความหวังของบิดาและมารดาปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็แม่ทัพ คอยปกป้องรักษาประเทศมีความดีความชอบมากมายได้ขึ้นชื่อว่าหนุ่มรูปงาม หน้าตาหล่อเหลาและมีชาติกำเนิดที่ดีพร้อมทั้งสตรีและเกอ ต่างหมายปอง
ฮูหยินรองนาม ผู่เยว่ นางมีบุตรสองคน นั้นคือ คุณชายรองหวังเหล่ยและคุณชายสาม หวังเยี่ยน ทั้งสองมีบุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิง
คุณชายรองหวังเหล่ยนั้นสุภาพเรียบร้อย มีความสามารถไม่แพ้พี่ชาย แต่ด้วยชาติกำเนิด บิดาอย่างหลีเหว่ยจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ปัจจุบันทำงานที่กรมยุติธรรม
คุณชายสามผู้ร่าเริงเป็คนไม่ค่อยคิดอะไรชอบเที่ยวเล่นไปวัน ๆ ไม่สนใจว่าในบ้านจะมีคลื่นใต้น้ำระหว่างพี่ใหญ่กับพี่รองและฮูหยินเอกกับแม่ของตน คุณชายสามผู้ไม่เอาไหนจึงไม่ได้เป็ที่รักของทั้งบิดาและมารดา
ณจวนตระกูลหยู
"ฮูหยินเ้าค่ะบุตรีของเ้ากรมยุติธรรมก็ดีนะเ้าค่ะ" ถิงถิง บ่าวคนสนิทของซูเจียวกล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นประวัติและภาพวาดส่งให้นายของตนดู
"หึ ดีก็ดีอยู่หรอก แต่เ้าลืมไปแล้วรึว่าหวังเหล่ยทำงานที่ไหน" ซูเจียว
"บ่าวขออภัยเ้าค่ะ บ่าวลืมไปว่าคุณชายรองทำงานที่กรมยุติธรรม"ถิงถิง ก้มหน้าสำนึกผิด
"ช่างเถิด เ้ามาช่วยข้าเลือกคู่หมั้นที่เหมาะสมให้กับอาหย่งดีกว่า" ซูเจียว ค้านที่จะใส่ใจเพราะตอนนี้นางกำลังเลือกสตรีหรือเกอที่จะมาเป็คู่หมั้นให้กับลูกของนาง
โดยแม่สื่อที่มีชื่อเสียงนำข้อมูลมาให้เลือกมากมาย สตรีและเกอที่แม่สื่อเลือกมานั้นต่างก็มาชื่นชอบ หวังหย่ง ด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่าบุตรของเ้ากรมต่าง ๆ และบุตรของคหบดี ต่างก็มีฐานะที่ดีกันทั้งนั้นจนนางเลือกไม่ถูก
ในระหว่างนั้น บ่าวรับใช้ได้มาแจ้งแก่นางว่า หลีเหว่ยและหวังหย่งได้กลับมาแล้ว นางจึงรีบไปทันที
เมื่อมาถึงหน้าประตูก็พบว่าหวังหย่งให้คนไปตามหมอมารักษาคนป่วยคนหนึ่งซึ่งนางไม่รู้จัก
"คารวะท่านพี่ นั้นผู้ใด" ซูเจียวชี้นิ้วไปที่ครอบครัวของเลี่ยงหรง
"เข้าไปข้างในก่อนเถิดส่วนพวกเ้าไปพักที่เรือนหลังเล็กก่อนแล้วกัน อาหย่งให้บ่าวพาพวกเขาไปส่วนเ้ามากับพ่อ" หลีเหว่ย
"ขอรับ" หวังหย่งเมื่อรับคำแล้วก็จัดการตามที่หลีเหว่ยแจ้งทันที พอเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่ ทุกคนจึงนั่งลง
"อาหย่ง เ้าเล่ามาว่าเหตุใดต้องพาชาวบ้านสามคนนั้นมากับพวกเรา" หลีเหว่ย แสดงสีหน้าไม่พอใจ
"ท่านพ่อ คนแซ่หวงนั้นเป็หมอพเนจรช่วยผู้คนมากมาย ถ้าเราช่วยเขาไว้อาจจะมีประโยชน์ต่อเราในภายหลัง" หวังหย่ง
"แค่หมอพเนจร ไร้หัวนอนปลายเท้า จะมีประโยชน์อันใดรักษาเสร็จแล้วก็ไล่ไปเสีย" หลีเหว่ย
"แม่เห็นด้วยกับท่านพ่อเ้าไม่ควรเก็บขยะที่ไหนมาเลี้ยงตามอำเภอใจเพราะพวกมันอาจทำให้เ้าแปดเปื้อน" ซูเจียว
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ฟังลูกก่อน" หวังหย่งถอนหายใจ เขากำลังหาวิธีช่วยครอบครัวของเด็กคนนั้น เพราะเหตุใดเขาก็ไม่ทราบแต่ตลอดทาง เห็นทั้งสามคนรักกัน ดูแลกันและกัน ห่วงใยกันซึ่งเป็ครอบครัวที่อบอุ่นที่เขาเคยใฝ่ฝันยามเป็เด็กและเมื่อได้พูดคุยกับเด็กคนนั้นยิ่งทำให้ไม่สามารถปล่อยให้ไปเผชิญชะตากรรมได้โดยที่เขานั้นสามารถช่วยได้
"เ้าว่ามา หากเหตุผลไม่เพียงพอก็เตรียมไล่พวกมันออกไปจากจวน" ซูเจียว
"ท่านพ่อ ท่านแม่หมอพเนจรต่างจากหมอหลวงเช่นไร" หวังหย่ง
"เหตุใด ไยจึงถามเช่นนั้น" หลีเหว่ย
"ต่างตรงที่หมอพเนจรก็แค่พวกไร้บ้านไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะเทียบกับหมอหลวงได้เช่นไร" ซูเจียว
"เฮ้อ...หมอพเนจรต้องเดินทางไปทั่วทั้งแคว้นต้องพบเจอกับโรคพิสดารมากมาย ต่างจากหมอหลวงที่อาศัยเพียงวิเคราะห์โรคจากตำราและรักษาโรคน้อยกว่า" หวังหย่ง
"เช่นนั้นเอง" หลีเหว่ย พูดออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น
"อันใดหรือเ้าค่ะ" ซูเจียว ทำหน้างง
"ตอนนี้องค์ชายสาม บุตรของพระสนม กุ้ยเฟยหยูเฟิงเหมียน ทรงประชวรด้วยโรคประหลาด ซึ่งหมอหลวงยังรักษาไม่ได้หมอพเนจรที่เราช่วยมาผู้นี้อาจจะรักษาได้นะขอรับ" หวังหย่ง
"จริงด้วย เป็เช่นนั้นเอง" ซูเจียวอุทานออกมาด้วยความเข้าใจเพิ่มขึ้น และยิ้มแย้มดีใจอย่างปิดไม่มิด
"เ้าช่างรอบคอบยิ่งนัก พ่อนึกไม่ถึงจริงๆ"หลีเหว่ย
"เช่นนั้นลูกขอไปดูอาการของหมอพเนจรผู้นั้นก่อนนะขอรับ" หวังหย่ง
"เ้าจงไปดูแลเขาและครอบครัวของหมอผู้นั้นเถิดถ้าหายแล้วจะได้พาไปรักษาองค์ชายสาม ตามที่เ้าว่า" หลีเหว่ย
"ช้าก่อน อาหย่ง" ซูเจียวรีบพูดเมื่อเห็นว่าหวังหย่งกำลังจะไป
"ท่านแม่มีอันใดหรือขอรับ" หวังหย่ง
"แม่มีเื่จะปรึกษาลูกเื่คู่หมั้นของลูก" ซูเจียว
"เื่นี้แล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่เห็นสมควรเลยขอรับ ลูกไม่มีความคิดเห็นอันใด" หวังหย่ง
เหตุที่เขาไม่อยากเสนอความคิดเห็นเพราะอย่างไรเสียการจะหมั้นหมายกับใครนั้น เขาก็ต้องขึ้นตรงต่อความเห็นชอบของฮ่องเต้อยู่ดีเพราะการแต่งงานคือการเลือกข้างว่าจะสนับสนุนผู้ใดขึ้นเป็ฮ่องเต้คนถัดไป ตระกูลเขามีหน้าที่เชื่อฟังฮ่องเต้ถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง ชีวิตเกิดมาจึงไม่สามารถเลือกอะไรได้แม้แต่ชีวิตคู่เขาจึงไม่ใส่ใจกับเื่นี้แต่อย่างใด
"เช่นนั้นแม่จะเลือกคนที่เหมาะสมให้กับลูก"ซูเจียว ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"ขอบคุณขอรับท่านแม่" หวังหย่ง กล่าวจบก็เดินออกไป
เมื่อหวังหย่งไปแล้ว หลี่เหว่ยจึงหันไปหาซูเจียว และกล่าวว่า
"เื่คู่หมั้นของอาหย่งเ้าต้องพิถีพิถันเป็อย่างมากและเ้าต้องเลือกตระกูลที่อยู่ฝ่ายของฮองเฮาและองค์รัชทายาท" หลีเหว่ย
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ" ซูเจียว
"ตอนนี้อำนาจทางฝั่งหวงกุ้ยเฟยมีมากจนเกินไปฝ่าาจึงกำชับให้เราเลือกคนของฮองเฮา เพื่อถ่วงดุลอำนาจของหวงกุ้ยเฟย"หลีเหว่ย
"เ้าค่ะ" ซูเจียว
"ถ้าเ้าเลือกได้แล้ว จงนำข้อมูลของสตรีหรือเกอผู้นั้นมามอบให้แก่ข้า ข้าจะนำไปมอบให้ฝ่าาทรงดูก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที" หลีเหว่ย
"ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ" ซูเจียว
"เช่นนั้นเ้าไปเถิด" หลีเหว่ย
"เ้าค่ะ" ซูเจียว
หลังจากนั้นนางก็ออกไปคัดเลือกคู่หมั้นให้บุตรชายของนางต่อ
พอหวังหย่งออกมาจากห้องโถง ก็ตรงไปหาครอบครัวของเลี่ยงหรงทันที ที่เรือนเล็กท้ายจวน
"เป็เช่นไรบ้าง" พอมาถึงก็เจอกับหมอชราที่มารักษาอาการของเลี่ยงหรง
"คารวะท่านแม่ทัพเบื้องต้นข้าได้ทำแผลให้แล้วขอรับ ส่วนอาการโดยรวมถือว่าดีมีแค่อาการอ่อนเพลียเนื่องจากเสียเืมากไปเท่านั้นพวกเขาน่าจะเป็หมอเพราะการรักษาเบื้องต้นนั้นถือว่าทำได้ดีข้าจึงให้ยาเพิ่มเติมอีกเพียงเล็กน้อย" หมอชรา
"ดีมาก นี้คือสินน้ำใจเล็กน้อย" หวังหย่งได้ฟังอาการก็รู้สึกคลายกังวลไปบ้าง จึงล้วงถุงเงินมอบให้แก่หมอชรา
"ขอบคุณขอรับท่านแม่ทัพ เช่นนั้นข้าขอตัว"หมอชรา หลังจากกล่าวจบก็จากไป
หวังหย่งเดินเข้าไปในเรือนเล็ก เมื่อเปิดประตูเข้าไปทุกคนก็หันมามองหวังหย่งทันที
จื่อรั่ว กับเลี่ยงเหลียง ลุกขึ้นคารวะผู้มาเยือน
ส่วนเลี่ยงหรงยังคงนอนอยู่ที่เตียงเขาก็ลุกขึ้นนั่งและทำความเคารพผู้มีพระคุณ ถึงแม้ว่าจะเด็กกว่าตนก็ตาม
"ทุกท่านไม่ต้องทำความเคารพข้าหรอก" หวังหย่ง
"พวกเราสามคนเป็หนี้บุญคุณท่านแล้ว"เลี่ยงหรง
"ท่านหมอก็กล่าวเกินไปข้าช่วยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนอันใด ท่านจงรักษาตัวให้หายดีเถิด"หวังหย่ง
"ขอรับ ไม่ทราบว่าพวกข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่"เลี่ยงหรง ถึงแม้จะเห็นป้ายชื่อตระกูลหยูและได้ยินหมอชราผู้นั้นเรียกอีกฝ่ายว่าแม่ทัพ แต่เขาก็ยังอยากรู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดของเมืองหลวงแห่งนี้
"ย่อมได้ ข้าคุณชายใหญ่ตระกูลหยูมีนามว่า หวังหย่ง เป็แม่ทัพปกป้องแคว้นแห่งนี้ข้าแนะนำตนแล้วถึงตาพวกท่านบ้าง" ถึงแม้ว่าจะรู้คราว ๆ มาจากเลี่ยงเหลียงระหว่างทางแต่เขาก็อยากรู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นเช่นกัน
"ข้าแซ่หวง นามว่าเลี่ยงหรง เป็หมอพเนจรไม่มีที่อยู่เป็หลักแหล่ง ส่วนสตรีผู้นี้คือภรรยาของข้านาม จื่อรั่วและบุตรของข้านาม เลี่ยงเหลียง" เลี่ยงหรง
"ข้าว่าเมื่อท่านรักษาตัวหายดีแล้วควรอยู่เป็หลักเป็แหล่ง เพราะในสถานการณ์ของครอบครัวท่านตอนนี้เดินทางไปเรื่อยๆคงไม่เหมาะ หากเกิดอันตรายขึ้นอีกจะทำเช่นไร" หวังหย่งรู้สึกเป็ห่วงเด็กเกอตรงหน้าเพราะพ่อก็สูญเสียแขนไปข้างหนึ่งดังนั้นจะปกป้องทั้งภรรยาและบุตรเกอนั้นคงยาก
เลี่ยงหรงหันมองภรรยาและบุตรของตน และได้แต่ถอดทอนหายใจ
"พวกข้าถูกโจรทำลายเกวียนไปแล้วในเกวียนนั้นมีของมีค่า และเสื้อผ้าของพวกข้าอยู่ดังนั้นตอนนี้เท่ากับพวกข้าไม่เหลืออันใดอีก" เลี่ยงหรง
"เื่ของในเกวียนนั้นข้าได้ให้คนไปเก็บรวบรวมมาให้แล้ว ท่านไม่ต้องกังวลส่วนเื่ที่พักหลังจากนี้ท่านจะอยู่ในจวนของข้าไปก่อนก็ย่อมได้" หวังหย่ง
"เห็นทีคงไม่ได้ แค่นี้พวกเราก็รบกวนท่านแม่ทัพมากพอแล้วถ้าได้ของมา พวกเราก็จะหาที่อยู่ใหม่ขอรับ" เลี่ยงหรง
"แล้วท่านมีคนรู้จักในเมืองหลวงหรือ"หวังหย่ง
"ไม่มี" เลี่ยงหรงส่ายหน้า
"เช่นนั้นระหว่างรักษาตัวที่นี่ข้าจะหาที่อยู่ให้กับพวกท่าน ท่านจะได้ทำคุณประโยชน์รักษาคนต่อไปดีหรือไม่"หวังหย่ง
เมื่อทุกคนได้ยินต่างก็แสดงสีหน้ายินดีหลังจากที่นั่งครุ่นคิดว่าจะไปอยู่ที่ไหนต่อจากนี้
"ขอบคุณท่านมากขอรับเป็ท่านที่ช่วยครอบครัวข้าอีกแล้ว บุญคุณใหญ่หลวงนักข้าเลี่ยงหรงขอตอบแทนท่านด้วยชีวิตของข้า" เลี่ยงหรง
"ข้าก็ตอบแทนด้วยเช่นกันเ้าค่ะ" จื่อรั่วกลั้นน้ำตาไว้ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนใจดีช่วยครอบครัวของตน
"พอเถิด ข้าก็ช่วยเท่าที่ทำได้เท่านั้นพวกท่านพักผ่อนเถิด ข้าขอตัวกลับเรือนนอนก่อนขาดเหลืออันใดแจ้งบ่าวที่ข้าจัดไว้ได้เลย" หวังหย่ง
"ขอรับ/เ้าค่ะ" เลี่ยงหรง จื่อรั่วและเลี่ยงเหลียง
หวังหย่ง กล่าวจบก็เดินออกไปเลี่ยงเหลียงเดินตามหลังหวังหย่งเพื่อออกมาส่ง
หวังหย่งหันไปมองเกอน้อยที่เดินตาม
"เ้าส่งข้าแค่นี้เถิด" หวังหย่ง ยิ้ม
"ขอรับ" เลี่ยงเหลียง
"เ้าคิดจะพูดอันใดกับข้าหรือ" หวังหย่งกล่าวขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ ปากขมุบขมิบเหมือนจะพูดอะไร
"คือ...ข้า..."เลี่ยงเหลียงไม่รู้จะขอบคุณคนตรงหน้านี้เช่นไร เพราะถ้าหวังหย่งไม่ช่วยพวกเขาพวกเขาคงตายอยู่บนถนนไปแล้ว
จึงตัดสินใจคลุกเข่าลง และทำท่าเคารพแบบพิธีการ หัวจรดพื้นแทนหวังหย่งเห็นดังนั้นก็ใไม่น้อย เด็กเกอตรงหน้าที่พเนจรไปทั่วกับมีมารยาทรู้ถึงการทำความเคารพแบบพิธีการ
หวังหย่งรีบดึงร่างนั้นขึ้นมา เพราะรู้สึกกระดากใจเนื่องจากที่ช่วยอีกฝ่ายก็เพราะหวังให้ไปรักษาองค์ชายสามหาได้ช่วยเพราะไม่ได้หวังผลประโยชน์ดังที่ว่าไว้ และอีกใจก็รู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้า
"เ้าไม่ต้องทำถึงขนาดนี้"หวังหย่ง
"ข้าต้องขอขอบคุณท่านแม่ทัพอีกครั้งบุญคุณครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะตอบแทนเช่นไร หากภายภาคหน้าข้ามีโอกาสข้าจะขอตอบแทนพระคุณของท่าน" เลี่ยงเหลียง
หวังหย่งเอื้อมมือไปลูบหัวเกอน้อยด้วยความเอ็นดูเห็นเกอน้อยทำหน้าตึงเครียด จึงอยากให้ผ่อนคลาย ดังนั้นจึงกล่าวหยอกล้อไปว่า
"เ้ารู้หรือไม่ข้าเป็ถึงแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่" หวังหย่ง
"รู้ขอรับ" เลี่ยงเหลียงมองหน้าด้วยความงงงวย
"หน้าตาข้าหล่อเหลาเกินผู้ใด ใคร ๆ ก็ต่างชื่นชมในตัวข้าแล้วตัวเ้าเล็กเพียงนี้จะช่วยอันใดข้าได้เกอน้อย" หวังหย่ง อมยิ้ม
เลี่ยงเหลียงมองใบหน้าหวังหย่งและขมวดคิ้ว ครุ่นคิดตามคำพูดของอีกฝ่าย
"เ้าคิดอันใดอยู่หรือถึงได้มองหน้าข้าเช่นนั้น" หวังหย่ง
"ท่านแม่ทัพ ท่านหล่อเหลาอย่างที่พูดจริงๆ"เลี่ยงเหลียง พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของตน
"ถึงเ้าไม่บอกข้าก็รู้ตัวดี" หวังหย่ง
"เช่นนั้นข้าคิดออกแล้วว่าจะตอบแทนท่านเช่นไร"เลี่ยงเหลียงยิ้ม
หวังหย่งมองหน้าเกอน้อยที่ส่งยิ้มงดงามมาให้ ทำให้จิตใจเต้นแรงขึ้นมาก่อนที่หัวเราะเสียงดังเพราะคำพูดของเกอน้อยในเวลาต่อมา
"เมื่อโตขึ้นข้าจะทำยาเพิ่มพลังหยางให้ท่านเยอะๆ"เลี่ยงเหลียง
"พรืด...555" หวังหย่ง
"ท่านขำอันใดต่อไปท่านต้องใช้เมื่อท่านมีภรรยาหลายร้อยคน" เลี่ยงเหลียง
"ถึงข้าจะหล่อเหลามากมายแต่ข้าคิดไว้ว่าจะมีภรรยาแค่คนเดียว เ้าเด็กแก่แดด"พูดจบก็ดีดหน้าผากเกอน้อยไปหนึ่งที
"โอ้ย ท่านดีดหน้าผากข้าทำไม" เลี่ยงเหลียง
"เ้าเป็เกอ ไม่ควรพูดเช่นนี้กับบุรุษ รู้หรือไม่เื่ยาเพิ่มพลัง หยางนั้น" หวังหย่ง
"ก็โตขึ้นข้าจะเป็หมอสิ่งที่คิดตอบแทนท่านได้ก็คงมีเพียงเท่านี้" เลี่ยงเหลียง
"เ้ารู้หรือไม่ ยานั้นเป็ยาอันใด" หวังหย่ง
"ไม่รู้ แต่เคยมีคนที่มีภรรยาเยอะๆ มาสั่งให้ท่านพ่อทำ และเขาก็ซื้อไปเป็จำนวนมากในราคาที่สูงข้าจึงคิดว่าถ้าท่านมีภรรยาเยอะๆ ก็คง้าเช่นกัน" เลี่ยงเหลียง
"ข้าไม่้าหรอกยานั้นเพราะข้าคิดว่าจะมีภรรยาแค่คนเดียว" หวังหย่ง เน้นย้ำ
"เช่นนั้นสตรีอีกหลายร้อยคนคงอกหักจากท่าน"เลี่ยงเหลียง
"เ้านี่นะ เลิกคิด เลิกคิดเอาแบบนี้ดีกว่าเมื่อเ้าโตขึ้นและได้เป็หมอจริงๆถ้าข้ามีเื่ให้ช่วยข้าจะให้เ้าช่วยดีหรือไม่" หวังหย่ง
"ดีขอรับท่านแม่ทัพผู้หล่อเหลาที่สุดในใต้หล้า" เลี่ยงเหลียง ยิ้มประจบ
"555 เ้านี่ ช่างกวนข้าเหลือเกิน"หวังหย่ง หัวเราะอีกครั้งกับท่าทางประจบของเกอน้อย
"ข้าสัญญาว่าสิ่งที่ท่านให้ข้าช่วยข้าจะทำให้ดีที่สุด" เลี่ยงเหลียง
หวังหย่งอดขยี้หัวอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะความเอ็นดูในความคิดของเกอน้อยก่อนจะต้องตัดใจไปเพราะอากาศเริ่มเย็นกลัวเลี่ยงเหลียงจะไม่สบายเอาได้
"เ้าควรเข้าเรือนนอนได้แล้ว เพราะอากาศตอนนี้เริ่มเย็นมากแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายได้" หวังหย่ง
"ขอรับ" เลี่ยงเหลียงพูดจบก็ทำความเคารพและหันหลังกลับไปทันที
หวังหย่งมองตามหลังเลี่ยงเหลียงจนอีกฝ่ายเข้าเรือนนอนไปและตนก็เดินกลับเรือนนอนของตนไปในเวลาต่อมา