ปาร์ตี้ของนัทยังคงเดินหน้าปักหลักสำรวจป่าลึกและเปิดฉากสู้รบกับอสุรกายสี่ขาขนเกราะอย่างดุเดือดพัลวันต่อเนื่องไปจนถึงชั่วเวลาเย็นย่ำ ยิ่งเวลาเดินผ่านไปพวกเขายิ่งพบความจริงอันโหดร้ายว่า รอบตัวเมืองแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ที่ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ทุกซอกทุกมุมของพิกัดป่าลึก 50 กิโลเมตรเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายกระหายเืที่ไวปานสายฟ้าและหนาชันปานแผ่นเหล็ก จนทำให้ไม่สามารถหักร้างตั้งหลักทำค่ายพักแรมกลางป่าโปร่งได้เลย
ทว่า ผลตอบแทนจากหยาดเหงื่อและคมขวานในสมรภูมิตอนบ่ายนี้ก็คุ้มค่าเป็อย่างยิ่ง เนื่องจากอสุรกายในพิกัดป่าชั้นนอกให้ค่าประสบการณ์ที่หนาแน่นและสูงลิ่วกว่าเมืองเริ่มต้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้นัทและพี่กล้าทลายขีดจำกัดเลเวลอัปทะยานเข้าสู่ระดับเลเวล 8 พร้อมกันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ! ส่วนโอม มาร์โก และจีฮยอน ก็เร่งฝีเท้าความแข็งแกร่งตามขึ้นมาติดๆ อยู่ที่ระดับเลเวล 7 กันถ้วนหน้าทั้งปาร์ตี้!
ในระหว่างการกวัดแกว่งอาวุธคู่ใจ หน้าต่างระบบ Excel ของนัทก็กะพริบแจ้งเตือนข้อมูลหลังบ้านขึ้นมาทันที ลูปการเค้นกระแสพลังงานสลับกับการต่อสู้แบบคลั่งเดือด ส่งผลให้ค่าพลังปราณสูงสุดของนัทขยายขอบเขตโควตาเพิ่มขึ้นถาวรอีก 12 หน่วยทันที เนื่องจากเขาฉีดอัดลมปราณออกศึกตลอดเวลา แถมระบบยังมอบโบนัสพลังกายภาพพิเศษ เพิ่มค่าพลังกายภาพ (STR) ให้ฟรีๆ อีก 1 แต้มดื้อๆ จากการเค้นพละกำลังเหวี่ยงขวานั์เข้าปะทะหนักหน่วงติดต่อกัน ซึ่งระบบคำนวณว่าการได้พลังฟรีตรงนี้ผ่านการสู้รบจริง จะเก็บแต้มยากและซับซ้อนกว่าการนั่งวิดพื้นหรือออกกำลังกายพื้นฐานหลายเท่าตัว
ไม่เพียงแค่นั้น ทักษะเฉพาะตัวของนัทยังวิวัฒนาการอัปเกรดขึ้นเป็เลเวล 2 พร้อมกันถึงสองสกิล! นั่นคือ สกิลศาสตราไร้ลักษณ์ เลเวล 2 ที่ปลดล็อกขีดจำกัดการฉีดอัดมวลปราณ ทำให้ใบอาวุธที่จับถือทวีคูณพลังทำลายล้างและความแรงรุนแรงเฉียบคมขึ้นกว่าเดิมเป็เท่าตัว ทว่า... อัตราการบริโภคพลังงานจะกินค่าปราณหน่วงเหนี่ยวเพิ่มขึ้นเป็ครั้งละ 10 หน่วยถ้วนคงที่ทันที นั่นหมายความว่าหากนัทเปิดใช้สกิลนี้ควบคู่กับอาวุธขวานคู่ซ้ายขวาสองมือพร้อมกัน ตัวระบบหลังบ้านจะหักหลอดพลังปราณออกรวดเดียวถึง 20 หน่วยเต็มพิกัดต่อการจามหนึ่งครั้ง! ทรงพลังคลั่งเดือดปานะเิแต่สูบพลังงานรากเืสุดๆ ส่วนอีกสกิลคือ ปราณเยียวยาอณูเนื้อ เลเวล 2 วงจรหมุนเวียนปราณผ่านข้อต่อมีประสิทธิภาพเสถียรขึ้น ส่งผลให้อาการเหนื่อยล้าทางสรีระและาแสดฟกช้ำตามร่างกาย ได้รับการฟื้นฟูเยียวยารักษาาแรวดเร็วกว่าเดิมอย่างชัดเจน
เนื่องจากในป่าดิบชื้นเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ทั้ง 5 คนจึงจำใจต้องก้าวถอยขยับฝีเท้ากลับมารวมกลุ่มจัดตั้งค่ายแคมป์ไฟขนาดกะทัดรัดปักหลักอยู่บริเวณข้างกำแพงเมืองด้านนอก ซึ่งเป็ภูมิประเทศเดียวที่พึ่งพาป้อมปราการศิลาช่วยกำบังแผ่นหลังและทัศนียภาพรอบนอกได้ดีที่สุด
จนกระทั่งแสงตะวันดับมืดลงอย่างสมบูรณ์ เพื่อนมนุษย์โลกอีกกลุ่มจำนวน 5 คนที่อาสาเข้าไปสืบข่าวก่อนหน้านี้ ก็ได้เดินเท้าก้าวเท้าแหวกประตูเมืองเปิดฝ่าความมืดตรงดิ่งกลับออกมาสมทบกับพวกนัทรอบกองไฟ
"พวกเราได้ข้อมูลมาแล้วทุกคน!" แกนนำกลุ่มสำรวจเปิดฉากพูดเสียงเบา "เมืองที่สองแห่งนี้ พวกชาวพื้นเมืองประชากรโบราณเขาเรียกขานกันว่า เมืองศิลาปราการ (Stone Fortress)"
"สภาพในเมืองศิลาปราการแห่งนี้ใหญ่โต โอ่อ่า และกว้างขวางกว่าเมืองเริ่มต้นที่พวกเราจากมามากมายนัก ภายในยังคงมีวิหารและมีพวกผู้ะประจำเมืองคอยสถิตกระจายตัวอยู่ครบทุกสายอาชีพคอยทำหน้าที่เหมือนเมืองเริ่มต้นไม่มีผิด... แต่ว่าพวกข้าลองสะบัดมือเรียกใช้ระบบเปิดหน้าจอเพื่อเปิดสกิลตรวจสอบสแกนดูรายละเอียดในตัวเมืองและพวกชาวพื้นเมืองดูแล้ว..."
เขาเว้นจังหวะพลางสูดหายใจลึก แววตาฉายประกายสับสนปนเปด้วยความฉงนงงงวยอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหันมาสบตากับนัทและพี่กล้า:
"มันมีสิ่งที่แตกต่างและแปลกประหลาดมากอยู่สิ่งหนึ่งว่ะ... คือในระบบตรวจสอบเมืองนี้ มันแจ้งเตือนขึ้นข้อมูลรหัสประหลาดมาว่า..."
"ข้อมูลประหลาดที่ระบบฟ้องขึ้นมาตอนพวกข้าใช้สกิลตรวจสอบ... มันคือคอลัมน์จำแนก ระดับของอุปกรณ์และอาวุธ ว่ะทุกคน!"
แกนนำกลุ่มสำรวจที่เพิ่งเดินเท้าออกจากประตูเมืองศิลาปราการ เอ่ยปากอธิบายด้วยแววตาตื่นเต้นพลางกางหน้าจอระบบแชร์ข้อมูลให้เพื่อนร่วมปาร์ตี้อีก 5 คนรอบกองไฟได้เห็น
"พวกผู้ะในเมืองบอกว่า ในโลกที่หนึ่งและมหาจักรวาลดาราแห่งนี้ อาวุธและเครื่องแต่งกายทุกชิ้นจะถูกแบ่งระดับชั้นความแข็งแกร่งและความหนาแน่นของมวลพลังงานออกเป็ 6 ระดับหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่
ระดับของอาวุธ (Weapon Tiers)
เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะชี้ไปที่รายละเอียดสำคัญ "และที่แย่คือ เผ่าพันธุ์อื่นดาวดวงอื่นเขารู้จักการแยกแยะและได้ใช้อาวุธระดับทั่วไปหรือระดับผลึกมนตรากันั้แ่เริ่มบททดสอบแล้ว มีแต่เผ่ามนุษย์โลกอย่างพวกเรานี่แหละที่เพิ่งจะมาตื่นรู้เอาป่านนี้!"
เมื่อได้ยินคำว่าระบบแบ่งระดับอาชีพและศาตราวุธ นัทที่นั่งกอดอกพิงกำแพงศิลาหนาอยู่ไม่รอช้า สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นะเิขึ้นในพริบตา เขารีบกวัดแกว่งยกฝ่ามือขวาเคลือบกระแสมานาเปิดใช้งาน สกิลตรวจสอบ เลเวล 1 ทันที วงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าครามหมุนวนในดวงตา นัทจ้องเขม็งเพ่งสแกนตรวจสอบอาวุธทุกชิ้นที่ห้อยอยู่บนเนื้อตัวของตนเองเพื่อดูรหัสสรุปหลังบ้านในตาราง Excel:
ข้อความระบบประมวลผลดึงรหัสข้อมูลหลังบ้าน ชำแหละรายละเอียดอาวุธของนัทโชว์ขึ้นมาทีละคอลัมน์กลืนไปกับสายตา:
ชิ้นแรก ขวานั์ออร์คเหล็กกล้า จำนวน 2 เล่มที่ถือคู่ซ้ายขวา
ชิ้นที่สอง ดาบขนาดกลางของออร์คที่พาดอยู่บนแผ่นหลัง
"เชร้ดเข้... โชคดีฉิบหายที่พวกเรากอดคอรุมสกรัมแย่งอาวุธของพวกออร์คผิวเขียวมาได้นะเนี้ย!" นัทหลุดอุทานออกมาเสียงดังพลางตบด้ามขวานั์ข้างเอวเบาๆ ด้วยความโล่งอก "ถ้าข้ายังฝืนใช้หอกเหล็กมาตรฐานระดับสากลแรกเริ่ม อันเก่าที่แย่งมาจากทหารม้าหินในด่านศูนย์... ป่านนี้พอกูเปิดใช้สกิลศาสตราไร้ลักษณ์เลเวลสอง อัดลมปราณหักรวดสิบหน่วยลงไป ใบหอกคงทนแรงบีบเค้นไม่ไหวแล้วะเิแตกกระจายใส่มือตัวเองดับอนาถไปแล้วแน่ๆ!"
พี่กล้าที่นั่งก้มหน้ามองดู ดาบคาตานะเล่มใหม่ ในมือที่เพิ่งซื้อมาจากตลาดเมืองเริ่มต้น ก็ลองเปิดใช้สกิลตรวจสอบเช็กดูบ้าง ทักษะระบบฟ้องขึ้นมาทันทีว่าดาบเล่มใหม่ของเขาเป็ ระดับประชากรโบราณ เช่นกัน ซึ่งมีความหนาแน่นของเนื้อเหล็กดีกว่าดาบซามูไรสากลเล่มเก่าที่ฟันงูดินจนเบี้ยวคามือในวันแรกหลายเท่าตัว ทำให้คุณพ่อลูกอ่อนโล่งใจพร้อมรบในวันพรุ่งนี้
นัทก้มปิดหน้าจอระบบลง แววตาดุดันบ้าคลั่งฉายประกายประกายวับท่ามกลางแสงไฟค่ายแรม ตอนนี้พวกเขารู้รหัสความห่างชั้นของไอเทมแล้ว และซากอาวุธของประชากรโบราณในมือของเขากับโอมคือกุญแจสำคัญที่จะใช้บุกเบิกทะลวงเมืองที่สองแห่งนี้!
ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปเอนหลังนอนพักผ่อนท่ามกลางความมืดมิดรอบค่ายข้างกำแพงเมืองศิลาปราการ พี่กล้าที่นั่งจ้องมอง ผลึกสายฟ้ารูปไข่ ที่นัทโยนให้เมื่อตอนกลางวันก็นึกสนุกขึ้นมา แววตาของคุณพ่อลูกอ่อนจอมเดือดลุกโชนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ไหนๆ นัทมันบอกว่าพวกต่างดาวใช้วิธีดูดซับคริสตัลเข้าตัวตรงๆ... งั้นข้าขอลองดูหน่อยเถอะวะ" พี่กล้าพึมพำ
เขากระชับผลึกสายฟ้ารูปไข่ไว้ในฝ่ามือหนาแ่า ทรุดตัวนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มตั้งมั่นใช้สมาธิ ะเิจุดะเิเดินลมปราณวายุย่ำปฐีส่งตรงจากหัวใจไหลทะลักมาสะสมอัดแน่นไว้ที่ฝ่ามือขวา ในพริบตา! ทันทีที่กระแสความร้อนของปราณวิ่งไปปะทะเข้ากับเปลือกนอกของสมบัติดาราชิ้นนี้ ปฏิกิริยาหลังบ้านของระบบสากลก็ทำทำงานทันที
เปรียบ แปลบ ปร้าว!
เสียงกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเนื้อเหล็กปะทุสะท้อนกังวานเบาๆ รอบค่าย ผลึกสายฟ้ารูปไข่สีม่วงครามค่อยๆ แตกสลายหลอมละลายกลายเป็ของเหลวพลังงาน แผ่ซ่านซึมซาบทะลวงผ่านรูขุมขนฝ่ามือขวา และหลอมรวมร่างเข้าเป็เนื้อเดียวกันกับเส้นทางกระแสลมปราณในร่างกายของพี่กล้าอย่างสมบูรณ์แบบ!
หน้าต่างระบบของพี่กล้าส่งเสียงเอฟเฟกต์กะพริบแจ้งเตือนแจ้งข้อมูลใหม่ขึ้นมาทันที:
"เฮ้ย! ดูนี่ดิทุกคน!" พี่กล้าสะบัดมือขวาออกไปข้างหน้า พริบตานั้นรอบๆ แขนเสื้อคลุมหนังหมาป่าของเขาพลันปรากฏ ประกายกระแสไฟสถิตสีส้มสลับม่วงกะพริบแปลบปลาบแผ่ออร่าความเร็วสูงออกมาเฉียบคมกว่าเดิม!
การค้นพบครั้งใหญ่รอบกองไฟนี้ทำเอาพวกนัท โอม มาร์โก และเพื่อนๆ ทั้งหมดถึงกับเบิกตาค้างตาโตด้วยความใปนดีใจสุดขีดกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาสดๆ ร้อนๆ! นัททุบกำแพงหินหัวเราะร่าสะใจ "เชร้ดเข้! สรุปคือถ้าเป็สกิลเวทมนตร์ เผ่าเราต้องใช้คัมภีร์มานั่งท่องคาถาสำเร็จรูปโง่ๆ... แต่ถ้าเป็สายลมปราณที่พวกเรามีท่อชีพจรรองรับอยู่แล้ว เผ่าเราสามารถใช้กระแสปราณบีบเค้น 'ดูดซับและหลอมรวมธาตุ' จากคริสตัลอสูรเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรงเหมือนพวกต่างดาวเลยนี่หว่า!"
ปมปริศนาทุกอย่างคลี่คลายลงล็อกทันที นัทรีบเอามือตบกระเป๋าเดินทางข้างตัวที่มี คริสตัลธาตุไฟระดับต่ำสุดของงูเพลิง และคริสตัลม่วงหลากธาตุของออร์คจอมเวทนอนนิ่งอยู่ แววตาของจอมแทงค์หมัดเปล่าเลเวล 8 ลุกโชนไปด้วยความบ้าคลั่งคลั่งเดือด ยิ่งคิดถึงคอมโบหมัดปราณทลายศิลาเลเวล 1 และศาสตราไร้ลักษณ์เลเวล 2 ที่ถ้าหากในวันพรุ่งนี้... เขาหาจังหวะนั่งโคจรลมปราณ บดเค้นดูดซับมวลอัคคีพวกนี้หลอมรวมเข้าเป็ "ลมปราณธาตุไฟะเิกัมปนาท" เข้าไปสลักฝังในใบขวานั์คู่กายได้สำเร็จ พละกำลังทำลายล้างรอบเมืองศิลาปราการแห่งนี้คงจะเดือดพล่านพินาศล้างผลาญสยบทุกเผ่าพันธุ์ดาราได้อย่างแน่นอน!
นัทเห็นพี่กล้าทำสำเร็จก็ตาโตด้วยความดีใจ แววตาของจอมแทงค์หมัดเปล่าเลเวล 8 ลุกโชนไปด้วยความหวัง เขาสะบัดมือขวาเรียกใช้งานหน้าจอระบบโปร่งแสงดึงเอา คริสตัลธาตุไฟระดับต่ำสุดของงูเพลิง ออกมาจากช่องเก็บของมิติสากลทันที นัททรุดตัวนั่งขัดสมาธิลงข้างกองไฟ ตั้งมั่นรวบรวมสมาธิเพื่อเดินกระแสความร้อนของพลังปราณทั้งหมดในร่างพุ่งตรงดิ่งมาอัดแน่นไว้ที่ฝ่ามือขวา หมายจะบีบเค้นดูดซับมวลอัคคีเข้าสู่ร่างกายให้เหมือนกับกระแสสายฟ้าของพี่กล้า
ทว่า... นัทพยายามเพ่งจิตและเค้นพลังปราณจนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่นานนับสิบนาที ก้อนคริสตัลสีแดงหม่นในมือกลับยังคงนิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่ประกายไฟปะทุหรือสัญญาณของการหลอมละลายเลยแม้แต่น้อย มวลพลังปราณที่ส่งไปกระทบกับผิวผลึกแก้วแตกซ่านกระจายหายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทางโดยสิ้นเชิง มันไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ กับพลังสายปราณเลยสักนิดเดียว!
"เอ้า... ทำไมกูดูดซับไม่ได้เหมือนพี่กล้าวะเนี้ย?" นัทลืมตาโพล่งขึ้นมาเกาหัวขำแห้งด้วยความมึนตึ้บ พลางหันไปมองหน้าต่างระบบ Excel ของตนเอง สมองคำนวณของพนักงานคีย์ข้อมูลเริ่มทำการประมวลผลแยกแยะข้อมูลและรหัสไอเทมหลังบ้านใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งเขาอ๋อขึ้นมาในใจทันทีว่า คริสตัลพวกนี้มันเป็ไอเทมสายเวทมนตร์ดั้งเดิม ซึ่งร่างกายของเผ่ามนุษย์โลกอย่างพวกเราไม่มีท่อทางเดินมานาฝังในิญญามาั้แ่เกิด ต่อให้ใช้แรงปราณบีบเค้นแทบตาย ระบบก็ไม่ยอมให้ดูดซับพลังเข้าตัวตรงๆ หรอก... ถ้าพวกเราอยากได้สกิลเวทมนตร์จากคริสตัล มีวิธีเดียวคือต้องหิ้วมันไปให้พวกผู้ะที่วิหารหลอมสกัดเปลี่ยนเป็ม้วนคัมภีร์สกิลสำเร็จรูปเท่านั้น!
นัทถอนหายใจยาวพลางสะบัดมือ ยัดเก็บคริสตัลไฟงูเพลิงดิ่งหายวับกลับเข้าไปซ่อนตัวในหน้าจอช่องเก็บของมิติตาราง Excel ของระบบตามเดิม "สรุปคือ ถ้ากูอยากจะเปลี่ยนคุณสมบัติของพลังปราณดิบในร่างกายให้กลายเป็ปราณสายธาตุ... สิ่งที่กูต้องตามล่าหามาให้ได้ในป่าลึกเมืองที่สองนี้ ไม่ใช่ก้อนคริสตัลเวทมนตร์ทั่วไป แต่ต้องเป็ผลึกรูปไข่ของสายลมปราณโดยเฉพาะเท่านั้นสินะ!"
เมื่อเข้าใจกฎข้อบังคับใหม่ นัทก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะฝืนดูดซับคริสตัลเวทมนตร์ชิ้นนั้นทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะแซวรอบกองไฟของเพื่อนๆ ที่เอ็นดูในความห้าวของเขา ทุกคนตื่นเต้นและบันทึกข้อมูลสำคัญข้อนี้ลงในหัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมการออกล่าทลายป่าเพื่อตามหาผลึกรูปไข่มาอัปเกรดพลังให้แก่ตนเองในวันพรุ่งนี้