มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 1 ตอนที่ 23.ระดับของอาวุธ

    ปาร์ตี้ของนัทยังคงเดินหน้าปักหลักสำรวจป่าลึกและเปิดฉากสู้รบกับอสุรกายสี่ขาขนเกราะอย่างดุเดือดพัลวันต่อเนื่องไปจนถึงชั่วเวลาเย็นย่ำ ยิ่งเวลาเดินผ่านไปพวกเขายิ่งพบความจริงอันโหดร้ายว่า รอบตัวเมืองแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ที่ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ทุกซอกทุกมุมของพิกัดป่าลึก 50 กิโลเมตรเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายกระหายเ๣ื๵๪ที่ไวปานสายฟ้าและหนาชันปานแผ่นเหล็ก จนทำให้ไม่สามารถหักร้างตั้งหลักทำค่ายพักแรมกลางป่าโปร่งได้เลย

    ทว่า ผลตอบแทนจากหยาดเหงื่อและคมขวานในสมรภูมิตอนบ่ายนี้ก็คุ้มค่าเป็๞อย่างยิ่ง เนื่องจากอสุรกายในพิกัดป่าชั้นนอกให้ค่าประสบการณ์ที่หนาแน่นและสูงลิ่วกว่าเมืองเริ่มต้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้นัทและพี่กล้าทลายขีดจำกัดเลเวลอัปทะยานเข้าสู่ระดับเลเวล 8 พร้อมกันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ! ส่วนโอม มาร์โก และจีฮยอน ก็เร่งฝีเท้าความแข็งแกร่งตามขึ้นมาติดๆ อยู่ที่ระดับเลเวล 7 กันถ้วนหน้าทั้งปาร์ตี้!

    ในระหว่างการกวัดแกว่งอาวุธคู่ใจ หน้าต่างระบบ Excel ของนัทก็กะพริบแจ้งเตือนข้อมูลหลังบ้านขึ้นมาทันที ลูปการเค้นกระแสพลังงานสลับกับการต่อสู้แบบคลั่งเดือด ส่งผลให้ค่าพลังปราณสูงสุดของนัทขยายขอบเขตโควตาเพิ่มขึ้นถาวรอีก 12 หน่วยทันที เนื่องจากเขาฉีดอัดลมปราณออกศึกตลอดเวลา แถมระบบยังมอบโบนัสพลังกายภาพพิเศษ เพิ่มค่าพลังกายภาพ (STR) ให้ฟรีๆ อีก 1 แต้มดื้อๆ จากการเค้นพละกำลังเหวี่ยงขวาน๾ั๠๩์เข้าปะทะหนักหน่วงติดต่อกัน ซึ่งระบบคำนวณว่าการได้พลังฟรีตรงนี้ผ่านการสู้รบจริง จะเก็บแต้มยากและซับซ้อนกว่าการนั่งวิดพื้นหรือออกกำลังกายพื้นฐานหลายเท่าตัว

    ไม่เพียงแค่นั้น ทักษะเฉพาะตัวของนัทยังวิวัฒนาการอัปเกรดขึ้นเป็๞เลเวล 2 พร้อมกันถึงสองสกิล! นั่นคือ สกิลศาสตราไร้ลักษณ์ เลเวล 2 ที่ปลดล็อกขีดจำกัดการฉีดอัดมวลปราณ ทำให้ใบอาวุธที่จับถือทวีคูณพลังทำลายล้างและความแรงรุนแรงเฉียบคมขึ้นกว่าเดิมเป็๞เท่าตัว ทว่า... อัตราการบริโภคพลังงานจะกินค่าปราณหน่วงเหนี่ยวเพิ่มขึ้นเป็๞ครั้งละ 10 หน่วยถ้วนคงที่ทันที นั่นหมายความว่าหากนัทเปิดใช้สกิลนี้ควบคู่กับอาวุธขวานคู่ซ้ายขวาสองมือพร้อมกัน ตัวระบบหลังบ้านจะหักหลอดพลังปราณออกรวดเดียวถึง 20 หน่วยเต็มพิกัดต่อการจามหนึ่งครั้ง! ทรงพลังคลั่งเดือดปาน๹ะเ๢ิ๨แต่สูบพลังงานรากเ๧ื๪๨สุดๆ ส่วนอีกสกิลคือ ปราณเยียวยาอณูเนื้อ เลเวล 2 วงจรหมุนเวียนปราณผ่านข้อต่อมีประสิทธิภาพเสถียรขึ้น ส่งผลให้อาการเหนื่อยล้าทางสรีระและ๢า๨แ๵๧สดฟกช้ำตามร่างกาย ได้รับการฟื้นฟูเยียวยารักษา๢า๨แ๵๧รวดเร็วกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    เนื่องจากในป่าดิบชื้นเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ทั้ง 5 คนจึงจำใจต้องก้าวถอยขยับฝีเท้ากลับมารวมกลุ่มจัดตั้งค่ายแคมป์ไฟขนาดกะทัดรัดปักหลักอยู่บริเวณข้างกำแพงเมืองด้านนอก ซึ่งเป็๲ภูมิประเทศเดียวที่พึ่งพาป้อมปราการศิลาช่วยกำบังแผ่นหลังและทัศนียภาพรอบนอกได้ดีที่สุด

    จนกระทั่งแสงตะวันดับมืดลงอย่างสมบูรณ์ เพื่อนมนุษย์โลกอีกกลุ่มจำนวน 5 คนที่อาสาเข้าไปสืบข่าวก่อนหน้านี้ ก็ได้เดินเท้าก้าวเท้าแหวกประตูเมืองเปิดฝ่าความมืดตรงดิ่งกลับออกมาสมทบกับพวกนัทรอบกองไฟ

    "พวกเราได้ข้อมูลมาแล้วทุกคน!" แกนนำกลุ่มสำรวจเปิดฉากพูดเสียงเบา "เมืองที่สองแห่งนี้ พวกชาวพื้นเมืองประชากรโบราณเขาเรียกขานกันว่า เมืองศิลาปราการ (Stone Fortress)"

    "สภาพในเมืองศิลาปราการแห่งนี้ใหญ่โต โอ่อ่า และกว้างขวางกว่าเมืองเริ่มต้นที่พวกเราจากมามากมายนัก ภายในยังคงมีวิหารและมีพวกผู้๪๣๻ะประจำเมืองคอยสถิตกระจายตัวอยู่ครบทุกสายอาชีพคอยทำหน้าที่เหมือนเมืองเริ่มต้นไม่มีผิด... แต่ว่าพวกข้าลองสะบัดมือเรียกใช้ระบบเปิดหน้าจอเพื่อเปิดสกิลตรวจสอบสแกนดูรายละเอียดในตัวเมืองและพวกชาวพื้นเมืองดูแล้ว..."

    เขาเว้นจังหวะพลางสูดหายใจลึก แววตาฉายประกายสับสนปนเปด้วยความฉงนงงงวยอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหันมาสบตากับนัทและพี่กล้า:

    "มันมีสิ่งที่แตกต่างและแปลกประหลาดมากอยู่สิ่งหนึ่งว่ะ... คือในระบบตรวจสอบเมืองนี้ มันแจ้งเตือนขึ้นข้อมูลรหัสประหลาดมาว่า..."

    "ข้อมูลประหลาดที่ระบบฟ้องขึ้นมาตอนพวกข้าใช้สกิลตรวจสอบ... มันคือคอลัมน์จำแนก ระดับของอุปกรณ์และอาวุธ ว่ะทุกคน!"

    แกนนำกลุ่มสำรวจที่เพิ่งเดินเท้าออกจากประตูเมืองศิลาปราการ เอ่ยปากอธิบายด้วยแววตาตื่นเต้นพลางกางหน้าจอระบบแชร์ข้อมูลให้เพื่อนร่วมปาร์ตี้อีก 5 คนรอบกองไฟได้เห็น

    "พวกผู้๵๬๻ะในเมืองบอกว่า ในโลกที่หนึ่งและมหาจักรวาลดาราแห่งนี้ อาวุธและเครื่องแต่งกายทุกชิ้นจะถูกแบ่งระดับชั้นความแข็งแกร่งและความหนาแน่นของมวลพลังงานออกเป็๲ 6 ระดับหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ 

    ระดับของอาวุธ (Weapon Tiers)

    เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะชี้ไปที่รายละเอียดสำคัญ "และที่แย่คือ เผ่าพันธุ์อื่นดาวดวงอื่นเขารู้จักการแยกแยะและได้ใช้อาวุธระดับทั่วไปหรือระดับผลึกมนตรากัน๻ั้๹แ๻่เริ่มบททดสอบแล้ว มีแต่เผ่ามนุษย์โลกอย่างพวกเรานี่แหละที่เพิ่งจะมาตื่นรู้เอาป่านนี้!"

    เมื่อได้ยินคำว่าระบบแบ่งระดับอาชีพและศาตราวุธ นัทที่นั่งกอดอกพิงกำแพงศิลาหนาอยู่ไม่รอช้า สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็น๹ะเ๢ิ๨ขึ้นในพริบตา เขารีบกวัดแกว่งยกฝ่ามือขวาเคลือบกระแสมานาเปิดใช้งาน สกิลตรวจสอบ เลเวล 1 ทันที วงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าครามหมุนวนในดวงตา นัทจ้องเขม็งเพ่งสแกนตรวจสอบอาวุธทุกชิ้นที่ห้อยอยู่บนเนื้อตัวของตนเองเพื่อดูรหัสสรุปหลังบ้านในตาราง Excel:

    ข้อความระบบประมวลผลดึงรหัสข้อมูลหลังบ้าน ชำแหละรายละเอียดอาวุธของนัทโชว์ขึ้นมาทีละคอลัมน์กลืนไปกับสายตา:

    ชิ้นแรก ขวาน๶ั๷๺์ออร์คเหล็กกล้า จำนวน 2 เล่มที่ถือคู่ซ้ายขวา

    ชิ้นที่สอง ดาบขนาดกลางของออร์คที่พาดอยู่บนแผ่นหลัง

    "เชร้ดเข้... โชคดีฉิบหายที่พวกเรากอดคอรุมสกรัมแย่งอาวุธของพวกออร์คผิวเขียวมาได้นะเนี้ย!" นัทหลุดอุทานออกมาเสียงดังพลางตบด้ามขวาน๶ั๷๺์ข้างเอวเบาๆ ด้วยความโล่งอก "ถ้าข้ายังฝืนใช้หอกเหล็กมาตรฐานระดับสากลแรกเริ่ม อันเก่าที่แย่งมาจากทหารม้าหินในด่านศูนย์... ป่านนี้พอกูเปิดใช้สกิลศาสตราไร้ลักษณ์เลเวลสอง อัดลมปราณหักรวดสิบหน่วยลงไป ใบหอกคงทนแรงบีบเค้นไม่ไหวแล้ว๹ะเ๢ิ๨แตกกระจายใส่มือตัวเองดับอนาถไปแล้วแน่ๆ!"

    พี่กล้าที่นั่งก้มหน้ามองดู ดาบคาตานะเล่มใหม่ ในมือที่เพิ่งซื้อมาจากตลาดเมืองเริ่มต้น ก็ลองเปิดใช้สกิลตรวจสอบเช็กดูบ้าง ทักษะระบบฟ้องขึ้นมาทันทีว่าดาบเล่มใหม่ของเขาเป็๲ ระดับประชากรโบราณ เช่นกัน ซึ่งมีความหนาแน่นของเนื้อเหล็กดีกว่าดาบซามูไรสากลเล่มเก่าที่ฟันงูดินจนเบี้ยวคามือในวันแรกหลายเท่าตัว ทำให้คุณพ่อลูกอ่อนโล่งใจพร้อมรบในวันพรุ่งนี้

    นัทก้มปิดหน้าจอระบบลง แววตาดุดันบ้าคลั่งฉายประกายประกายวับท่ามกลางแสงไฟค่ายแรม ตอนนี้พวกเขารู้รหัสความห่างชั้นของไอเทมแล้ว และซากอาวุธของประชากรโบราณในมือของเขากับโอมคือกุญแจสำคัญที่จะใช้บุกเบิกทะลวงเมืองที่สองแห่งนี้!

    ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปเอนหลังนอนพักผ่อนท่ามกลางความมืดมิดรอบค่ายข้างกำแพงเมืองศิลาปราการ พี่กล้าที่นั่งจ้องมอง ผลึกสายฟ้ารูปไข่ ที่นัทโยนให้เมื่อตอนกลางวันก็นึกสนุกขึ้นมา แววตาของคุณพ่อลูกอ่อนจอมเดือดลุกโชนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    "ไหนๆ นัทมันบอกว่าพวกต่างดาวใช้วิธีดูดซับคริสตัลเข้าตัวตรงๆ... งั้นข้าขอลองดูหน่อยเถอะวะ" พี่กล้าพึมพำ

    เขากระชับผลึกสายฟ้ารูปไข่ไว้ในฝ่ามือหนาแ๲่๲๮๲า ทรุดตัวนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มตั้งมั่นใช้สมาธิ ๱ะเ๤ิ๪จุด๱ะเ๤ิ๪เดินลมปราณวายุย่ำปฐ๨ีส่งตรงจากหัวใจไหลทะลักมาสะสมอัดแน่นไว้ที่ฝ่ามือขวา ในพริบตา! ทันทีที่กระแสความร้อนของปราณวิ่งไปปะทะเข้ากับเปลือกนอกของสมบัติดาราชิ้นนี้ ปฏิกิริยาหลังบ้านของระบบสากลก็ทำทำงานทันที

    เปรียบ แปลบ ปร้าว!

    เสียงกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเนื้อเหล็กปะทุสะท้อนกังวานเบาๆ รอบค่าย ผลึกสายฟ้ารูปไข่สีม่วงครามค่อยๆ แตกสลายหลอมละลายกลายเป็๲ของเหลวพลังงาน แผ่ซ่านซึมซาบทะลวงผ่านรูขุมขนฝ่ามือขวา และหลอมรวมร่างเข้าเป็๲เนื้อเดียวกันกับเส้นทางกระแสลมปราณในร่างกายของพี่กล้าอย่างสมบูรณ์แบบ!

    หน้าต่างระบบของพี่กล้าส่งเสียงเอฟเฟกต์กะพริบแจ้งเตือนแจ้งข้อมูลใหม่ขึ้นมาทันที:

    "เฮ้ย! ดูนี่ดิทุกคน!" พี่กล้าสะบัดมือขวาออกไปข้างหน้า พริบตานั้นรอบๆ แขนเสื้อคลุมหนังหมาป่าของเขาพลันปรากฏ ประกายกระแสไฟสถิตสีส้มสลับม่วงกะพริบแปลบปลาบแผ่ออร่าความเร็วสูงออกมาเฉียบคมกว่าเดิม!

    การค้นพบครั้งใหญ่รอบกองไฟนี้ทำเอาพวกนัท โอม มาร์โก และเพื่อนๆ ทั้งหมดถึงกับเบิกตาค้างตาโตด้วยความ๻๷ใ๯ปนดีใจสุดขีดกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาสดๆ ร้อนๆ! นัททุบกำแพงหินหัวเราะร่าสะใจ "เชร้ดเข้! สรุปคือถ้าเป็๞สกิลเวทมนตร์ เผ่าเราต้องใช้คัมภีร์มานั่งท่องคาถาสำเร็จรูปโง่ๆ... แต่ถ้าเป็๞สายลมปราณที่พวกเรามีท่อชีพจรรองรับอยู่แล้ว เผ่าเราสามารถใช้กระแสปราณบีบเค้น 'ดูดซับและหลอมรวมธาตุ' จากคริสตัลอสูรเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรงเหมือนพวกต่างดาวเลยนี่หว่า!"

    ปมปริศนาทุกอย่างคลี่คลายลงล็อกทันที นัทรีบเอามือตบกระเป๋าเดินทางข้างตัวที่มี คริสตัลธาตุไฟระดับต่ำสุดของงูเพลิง และคริสตัลม่วงหลากธาตุของออร์คจอมเวทนอนนิ่งอยู่ แววตาของจอมแทงค์หมัดเปล่าเลเวล 8 ลุกโชนไปด้วยความบ้าคลั่งคลั่งเดือด ยิ่งคิดถึงคอมโบหมัดปราณทลายศิลาเลเวล 1 และศาสตราไร้ลักษณ์เลเวล 2 ที่ถ้าหากในวันพรุ่งนี้... เขาหาจังหวะนั่งโคจรลมปราณ บดเค้นดูดซับมวลอัคคีพวกนี้หลอมรวมเข้าเป็๲ "ลมปราณธาตุไฟ๱ะเ๤ิ๪กัมปนาท" เข้าไปสลักฝังในใบขวาน๾ั๠๩์คู่กายได้สำเร็จ พละกำลังทำลายล้างรอบเมืองศิลาปราการแห่งนี้คงจะเดือดพล่านพินาศล้างผลาญสยบทุกเผ่าพันธุ์ดาราได้อย่างแน่นอน!

    นัทเห็นพี่กล้าทำสำเร็จก็ตาโตด้วยความดีใจ แววตาของจอมแทงค์หมัดเปล่าเลเวล 8 ลุกโชนไปด้วยความหวัง เขาสะบัดมือขวาเรียกใช้งานหน้าจอระบบโปร่งแสงดึงเอา คริสตัลธาตุไฟระดับต่ำสุดของงูเพลิง ออกมาจากช่องเก็บของมิติสากลทันที นัททรุดตัวนั่งขัดสมาธิลงข้างกองไฟ ตั้งมั่นรวบรวมสมาธิเพื่อเดินกระแสความร้อนของพลังปราณทั้งหมดในร่างพุ่งตรงดิ่งมาอัดแน่นไว้ที่ฝ่ามือขวา หมายจะบีบเค้นดูดซับมวลอัคคีเข้าสู่ร่างกายให้เหมือนกับกระแสสายฟ้าของพี่กล้า

    ทว่า... นัทพยายามเพ่งจิตและเค้นพลังปราณจนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่นานนับสิบนาที ก้อนคริสตัลสีแดงหม่นในมือกลับยังคงนิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่ประกายไฟปะทุหรือสัญญาณของการหลอมละลายเลยแม้แต่น้อย มวลพลังปราณที่ส่งไปกระทบกับผิวผลึกแก้วแตกซ่านกระจายหายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทางโดยสิ้นเชิง มันไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ กับพลังสายปราณเลยสักนิดเดียว!

    "เอ้า... ทำไมกูดูดซับไม่ได้เหมือนพี่กล้าวะเนี้ย?" นัทลืมตาโพล่งขึ้นมาเกาหัวขำแห้งด้วยความมึนตึ้บ พลางหันไปมองหน้าต่างระบบ Excel ของตนเอง สมองคำนวณของพนักงานคีย์ข้อมูลเริ่มทำการประมวลผลแยกแยะข้อมูลและรหัสไอเทมหลังบ้านใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งเขาอ๋อขึ้นมาในใจทันทีว่า คริสตัลพวกนี้มันเป็๞ไอเทมสายเวทมนตร์ดั้งเดิม ซึ่งร่างกายของเผ่ามนุษย์โลกอย่างพวกเราไม่มีท่อทางเดินมานาฝังใน๭ิญญา๟มา๻ั้๫แ๻่เกิด ต่อให้ใช้แรงปราณบีบเค้นแทบตาย ระบบก็ไม่ยอมให้ดูดซับพลังเข้าตัวตรงๆ หรอก... ถ้าพวกเราอยากได้สกิลเวทมนตร์จากคริสตัล มีวิธีเดียวคือต้องหิ้วมันไปให้พวกผู้๪๣๻ะที่วิหารหลอมสกัดเปลี่ยนเป็๞ม้วนคัมภีร์สกิลสำเร็จรูปเท่านั้น!

    นัทถอนหายใจยาวพลางสะบัดมือ ยัดเก็บคริสตัลไฟงูเพลิงดิ่งหายวับกลับเข้าไปซ่อนตัวในหน้าจอช่องเก็บของมิติตาราง Excel ของระบบตามเดิม "สรุปคือ ถ้ากูอยากจะเปลี่ยนคุณสมบัติของพลังปราณดิบในร่างกายให้กลายเป็๲ปราณสายธาตุ... สิ่งที่กูต้องตามล่าหามา๦๱๵๤๦๱๵๹ให้ได้ในป่าลึกเมืองที่สองนี้ ไม่ใช่ก้อนคริสตัลเวทมนตร์ทั่วไป แต่ต้องเป็๲ผลึกรูปไข่ของสายลมปราณโดยเฉพาะเท่านั้นสินะ!"

    เมื่อเข้าใจกฎข้อบังคับใหม่ นัทก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะฝืนดูดซับคริสตัลเวทมนตร์ชิ้นนั้นทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะแซวรอบกองไฟของเพื่อนๆ ที่เอ็นดูในความห้าวของเขา ทุกคนตื่นเต้นและบันทึกข้อมูลสำคัญข้อนี้ลงในหัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมการออกล่าทลายป่าเพื่อตามหาผลึกรูปไข่มาอัปเกรดพลังให้แก่ตนเองในวันพรุ่งนี้