มันฝรั่งเส้นผัดเปรี้ยวเผ็ดเป็หนึ่งในอาหารที่ทำกินกันเป็ประจำในบ้าน แต่ที่นี่ไม่มีทั้งน้ำส้มสายชูทั้งพริก เพราะงั้นอวี๋จิ่นลี่เลยตั้งใจว่าจะผัดมันฝรั่งเส้นสักหน่อย
แต่จะดูถูกการผัดไม่ได้เชียวนะ แค่มีเกลือกับไม่มีเกลือรสชาติมันก็แตกต่างกันมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคนพวกนี้ผัดอาหารกันไม่เป็เลยด้วยซ้ำ!
เพราะยังไม่ได้ต้มเกลือ อวี๋จิ่นลี่จึงเลือกเนื้อติดมันชิ้นใหญ่มาก้อนหนึ่ง ตั้งใจว่าจะเจียวน้ำมันออกมาสักหน่อย ใครใช้ให้ที่นี่อเนจอนาถจนไม่มีแม้กระทั่งน้ำมันประกอบอาหารกันเลย
เขาเห็นใจคนน่าสงสารของโลกนี้อีกครั้ง
เชฟใหญ่ทั้งสามคนของตระกูลเจียงมองอวี๋จิ่นลี่ที่หยิบเนื้อติดมันชิ้นหนึ่งตั้งใจจะวางลงในหม้ออย่างประหลาดใจ จึงรีบเอ่ยหักห้าม “คุณนายน้อย เนื้อชิ้นนี้มันเยอะเกินไปครับ ไม่อร่อยหรอก ที่นี่มีเนื้อสันในชั้นเลิศอยู่ ไม่งั้นคุณใช้อันนี้แทนไหมครับ”
เจิ้งเพ่ยฉีอดไม่ได้ที่จะลอบปาดเหงื่อบนหน้าผาก ไอ้เราก็หลงนึกว่าคุณนายน้อยคนนี้ทำอาหารเป็ถึงได้มาเข้าครัว แต่จากท่าทางเมื่อครู่นี้ ชัดเจนเลยว่าไม่รู้เื่เกี่ยวกับการทำครัวเลยสักนิดเดียว ของที่ทำออกมาด้วยวิธีแบบนี้มันจะกินได้จริงเหรอ เดี๋ยวทำให้มื้อเย็นของท่านจอมพลกับคุณนายล่าช้าจะทำอย่างไรล่ะ
เชฟใหญ่ทั้งสามคนต่างลำบากใจและสับสนกันพอสมควร ไม่รู้ว่าควรจะให้คุณนายน้อยทำแบบนี้ต่อไป หรือว่าจะหลอกล่อให้คุณนายน้อยออกไปดี พวกเขาต้องรีบทำอาหารเย็นกันนะ
“อันนี้ผมจะเอามาเจียวน้ำมันน่ะ” อวี๋จิ่นลี่พูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นโยนเนื้อติดมันชิ้นใหญ่เข้าไปในหม้อ
ที่นี่ไม่มีคนผัดอาหารเป็เลยสักคน เพราะงั้นจึงไม่มีกระทะที่ใช้สำหรับผัดโดยเฉพาะ ดีที่ว่ายังมีกระทะก้นแบนที่ค่อนข้างเล็กและตื้นอยู่ จึงเอามาใช้เป็กระทะก้นลึกได้เป็การชั่วคราว
แต่อวี๋จิ่นลี่ค้นพบว่า เครื่องครัวของที่นี่ไม่ครบครันเลยจริงๆ ขาดเครื่องครัวที่จำเป็เยอะมาก เพราะงั้นต้องรีบทำเครื่องครัวบางอย่างออกมาโดยเร็วที่สุดจะดีกว่า ไม่งั้นรสชาติของอาหารที่ทำออกมาก็โดนลดทอนความอร่อยไปด้วย
พอเนื้อติดมันลงไปในกระทะร้อนฉ่า ก็เริ่มส่งเสียง ‘ฉ่า ฉ่า’ ออกมา ทำเอาเชฟใหญ่สามคนด้านหลังใะโโหยง แต่ถัดจากนั้นกลิ่นหอมแสนพิเศษก็ลอยออกมา ทำเอาคนอดใจไม่ไหวที่จะสูดดมฟุดฟิด
“กลิ่นหอมจัง เหมือนว่าจะลอยออกมาจากในกระทะของคุณนายน้อยนะ” เจิ้งเพ่ยฉีเอ่ยอย่างตกตะลึง
เชฟใหญ่อีกสองคนเองก็เดินเข้ามาหนึ่งก้าวด้วยความประหลาดใจ อยากดูว่าอวี๋จิ่นลี่ใส่อะไรเข้าไปในกระทะกันแน่ ทำไมถึงได้ส่งกลิ่นหอมแบบนี้
อวี๋จิ่นลี่เองก็พึงพอใจกับน้ำมันสัตว์อันนี้มากเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าประสิทธิผลของน้ำมันที่เจียวออกมาจากเนื้อสัตว์ติดมันจะดีเกินคาดแบบนี้ ดีกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้เสียอีก ทำให้เขามีความมั่นใจกับอาหารที่เขาจะทำต่อจากนี้มากขึ้นกว่าเดิม
“พวกคุณไม่ต้องเข้าใกล้ขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวจะโดนลวกเอานะครับ” พออวี๋จิ่นลี่หันหน้าก็เห็นเชฟใหญ่สามคนมายืนอยู่ข้างหลังตนเองแล้ว จึงเอ่ยกำชับพวกเขาฉับพลันไปหนึ่งประโยค
“คุณนายน้อย นี่คุณทำอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมมันถึงได้ใสกิ๊งแบบนี้” เจิ้งเพ่ยฉีเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
“อันนี้คือน้ำมันประกอบอาหารครับ อีกเดี๋ยวจะเอามาใช้ผัดอาหารน่ะ” อวี๋จิ่นลี่พูดไปก็เทน้ำมันประกอบอาหารที่เพิ่งเจียวเสร็จลงในภาชนะที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นไปตรวจดูสภาพของเ้าก้อนสีดำสักหน่อย
สภาพของเ้าก้อนสีดำก็เกินความคาดหมายของอวี๋จิ่นลี่อย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน เพราะในหม้อต้มเวลานี้ไม่หลงเหลือร่องรอยของเ้าก้อนสีดำอยู่เลย มีแค่ของเหลวสีดำใสกิ๊งร้อนกรุ่นอยู่ในหม้อ
เดิมอวี๋จิ่นลี่คิดว่า ขอเพียงแยกส่วนประกอบเกลือออกมาจากด้านในเ้าก้อนสีดำให้พวกมันผสมเข้ากับน้ำ จากนั้นค่อยช้อนเอาเ้าก้อนสีดำออกมา แล้วค่อยให้น้ำระเหย เก็บเกลือเอาไว้ใช้นิดหน่อยก็เป็อันใช้ได้แล้ว
แต่ใครจะรู้ว่าเ้าก้อนสีดำนี่จะละลายไปกับน้ำทั้งหมดเลย อีกอย่างดูจากสภาพในน้ำแล้ว คาดว่าสัดส่วนเกลือที่แยกได้คงมีไม่น้อยแน่นอน
อวี๋จิ่นลี่หาวัตถุดิบอันเหมาะสมที่สุดที่จะเอามาต้มเกลือได้โดยบังเอิญ ซึ่งนี่นับว่าเป็ความน่าเหลือเชื่อเลยก็ว่าได้
“พวกคุณช่วยเฝ้าหม้อนี้ให้ผมหน่อยนะครับ พอน้ำข้างในระเหยหมดแล้ว ก็ปิดไฟได้เลย” อวี๋จิ่นลี่พูดกับเจิ้งเพ่ยฉี
“ได้ครับ คุณนายน้อย” เจิ้งเพ่ยฉีเองก็สงสัยมากว่าคุณนายน้อยคิดจะทำอะไรกันแน่ การกระทำทั้งหมดทั้งมวลนี้แตกต่างจากที่พวกเขารู้มามาก เลยทำให้พวกเขาฉงนสงสัย ขณะเดียวก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้
พวกเขาคิดว่าคุณนายน้อยคนนี้มักสร้างความประหลาดใจอันคาดไม่ถึงให้พวกเขาอยู่เสมอ