(จบ)ทะลุมิติพลิกชะตา... ชีวิตนี้ของฉันจะต้องสุขสบายในยุค 90

    บทที่ 40 มีแผนอันแยบยล

    บทที่ 40  มีแผนอันแยบยล


            “แจกฟรีเนี่ยนะ” ดวงตาสีดำสนิทของหลินอี้เสวียนฉายแววตกตะลึงแวบหนึ่ง


            “ฉันจะเป็นนางฟ้าโปรยเงิน แจกเครื่องเล่นเทปฟรี กลัวรึไง เงินก้อนโต 15,365 หยวนของคุณกำลังโบยบินจากไปแล้ว!”


            “อืม บินไปเถอะ” เงินหายไปไม่กลัว ขอแค่ภรรยาอยู่ก็พอ หลินอี้เสวียนหลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ก็กลับมาทำหน้าตายเหมือนเคย มีเพียงรอยยิ้มจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก


            จินซูเห็นแกล้งเขาไม่สำเร็จก็เบะปาก คนอารมณ์คงเส้นคงวาแบบนี้มันน่าเบื่อจริง ๆ แม้แต่นิดเดียวก็ทำให้เขาตกใจไม่ได้


            “แต่ฉันเดาว่า เธอคงมีแผนอยู่ในใจแล้วล่ะ” หลินอี้เสวียนชี้นิ้วไปที่ดวงตาของเธอ


            “ดวงตาของเธอ เวลาเจอเรื่องน่าสนใจ จะเป็นประกายอย่างนี้เสมอ”


            “มีเหรอ” จินซูนึกถึงคำพูดที่คล้ายกันนี้ ที่ไป๋หลางเคยพูดไว้ แต่สิ่งที่ไป๋หลางพูดคือตอนที่เธอมองหลินอี้เสวียน แววตาของเธอจะเปลี่ยนไป


            จินซูกลับถึงบ้านก็ยืนส่องกระจกอยู่ห้านาที ตั้งแต่เรื่องเปิดร้านหาเงิน ยันเรื่องฟื้นฟูสินค้าท้องถิ่น ยันเรื่องหลินอี้เสวียน เรื่องไหนที่เธอสนใจ เธอก็นึกถึงหมด


            จ้องอยู่นาน ก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างตรงไหนเลย ก็เป็นแววตาธรรมดา ๆ นี่แหละ ถ้าไม่ใช่เพราะหลินอี้เสวียนมาเคาะประตู เธอคงยืนส่องอีกนาน


            “ขอโทษที่รบกวนนะ” หลินอี้เสวียนพูดเสียงดังฟังชัด ดวงตาจ้องตรงไปข้างหน้า


            “ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ” เขาพูดอย่างสุภาพ


            “...” จินซูมองผ่านเขา ไปเห็นขวดเหล้าแช่สมุนไพรที่เขาถืออยู่ และหมอนที่หนีบอยู่ใต้แขน หมอนก็เอาติดมาด้วย แกล้งทำเป็นเกรงใจไปได้


            “เข้ามาสิ!” เธอบอกพลางขยับให้เขาเข้ามา 


            หลินอี้เสวียน วางหมอนลงข้าง ๆ หมอนของเธออย่างตั้งใจ ขณะที่หันหลังให้เธอนั้น เขาก็แอบยิ้มมุมปาก สมกับเป็นเขาจริง ๆ ถือแค่หมอนมา ไม่เอาผ้าห่มมาด้วย ฉลาดเป็นบ้า


            ในฐานะนักรบผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ หลินอี้เสวียน ย่อมรู้ดีถึงหลักการรุกคืบ เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินอี้เสวียน ก็ใช้มือข้างเดียวปลดกระดุมเสื้อ เพียงแค่สองสามที เสื้อของเขาก็ถูกโยนไปกองอยู่ปลายเตียง


            เขาถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อท่อนบน ยื่นขวดยาที่เตรียมมาให้เธอ เป็นเชิงบอกว่าเธอเริ่มลงมือได้แล้ว 


            จินซูสาบานได้เลยว่า เธอไม่ได้ตั้งใจจะมองเลยนะ แต่มันเป็นตาของเธอต่างหาก ที่มันดื้อรั้น อยากจะมองซิกแพคของเขาเหลือเกิน หกแพ็คนั้น สมบูรณ์แบบจริง ๆ 


            ความประทับใจแรกที่เธอมีต่อเขา ไม่ผิดไปจริง ๆ ผู้ชายคนนี้ ยิ่งถอดเสื้อ ยิ่งมีเสน่ห์ ไม่ใช่กล้ามเนื้อแบบโอเวอร์ที่ตั้งใจสร้างให้ใหญ่โตด้วยเวย์โปรตีน ไม่ใช่ต้นแขนล่ำบึ้กเห็นเส้นเลือดปูดโปนหรือกล้ามเนื้อหน้าอกที่อิ่มเอิบกว่าผู้หญิง


            กล้ามเนื้อของเขาแข็งแรงแต่ไม่ดูน่าเกลียด น่ามองและชวนให้ชื่นชม จินซูรู้สึกดูถูกความเชยของตัวเองที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แต่สายตากลับจ้องมองไม่วางตา


            “เกิดอะไรขึ้น” จินซูเพิ่งจะชื่นชมได้ไม่นานก็สังเกตเห็นบางอย่าง บนหัวไหล่ซ้ายของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ รอยแผลเป็นนั้นไม่ใหญ่นัก แต่มันอยู่ตรงตำแหน่งที่ทำให้ใจหาย ถ้าต่ำลงมาอีกนิดก็โดนหัวใจแล้ว


            “เมื่อหลายปีก่อนตอนต่อสู้กับคนร้าย ฉันถูกแทงในระยะประชิด โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก” หลินอี้เสวียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ


            “แล้วอันนี้ล่ะ” เธอไล้นิ้วไปตามรอยแผลเป็นนั้น ลงมาจนถึงหน้าท้องด้านซ้ายของเขา ตรงนั้นก็มีรอยแผลเป็นอยู่เช่นกัน


            “ตอนฝึกซ้อม ฉันโดนสะเก็ดระเบิดเฉี่ยวตอนที่กำลังปกป้องทหารใหม่ เรื่องเล็กน้อย” นอกจากรอยแผลเป็นพวกนี้แล้ว ยังมีรอยถลอกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยังไม่หายดี เหลือทิ้งไว้จากการต่อสู้กับอุทกภัยครั้งล่าสุด


            รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างปรากฏขึ้นบนร่างกายที่เรียกได้ว่ามีสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ดูเหมือนเหรียญกล้าหาญที่ไร้คำพูด บันทึกความแน่วแน่และไม่เสียใจเอาไว้


            “ไม่ใช่แค่ฉัน พี่น้องทุกคนก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ในเมื่อมาเป็นทหารแล้ว ก็ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อม เสียเลือดเสียเหงื่อ ไม่เสียน้ำตา แม้ร่างกายจะแหลกสลาย ก็จะไม่ทิ้งเพื่อนฝูง การบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ถือเป็นเรื่องปกติ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


            จินซูเงียบไป เธอค่อย ๆ ถูแอลกอฮอล์อย่างเบามือ ไม่มีหรอก โลกที่สงบสุขล้วนแต่เป็นเพราะคนเหล่านี้แบกรับภาระอันหนักอึ้งโดยไม่ปริปากบ่น


            หลินอี้เสวียนเพียงแค่ต้องการหาเรื่องคุยกับเธอเท่านั้น แต่เธอกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก เธอหลับตาลงอย่างสบายใจ เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาอันเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่ง


            “พรุ่งนี้เธอจะไปรับของตอนไหน” เขาถาม


            “ออกตอนแปดโมงเช้าก็ทัน นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไปรับของ” เธอเช่าห้องแถวนั้นไปแล้ว จ่ายค่าเช่าไปแล้วสามเดือน 



            จินซูเข้าไปดูข้างใน พื้นไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่ผนังต้องทาสีใหม่ ชั้นวางสินค้าราคาสูงเกินไป เธอว่าจะทำเอง 


            แต่ทั้งหมดนั่นไม่สำคัญเท่าไหร่ กุญแจสำคัญของการขายของ คือสินค้าชุดที่เธอจะไปรับมาพรุ่งนี้ ถึงแม้เธอจะตั้งใจแจกวอล์คแมนฟรี แต่เธอก็ต้องขายอย่างอื่นด้วยสิ ถือเป็นการเรียกคน 


            หลินอี้เสวียนแม้จะไม่ได้ทำธุรกิจ แต่เขาก็รู้หลักการข้อนี้ดี 


            “ของฟรีไม่มีในโลก”


            “จินซูพยักหน้าเห็นด้วย”


            “นายเดาถูก พรุ่งนี้ไปรับของกับฉันนะ ของเยอะต้องให้หลี่ตั๋วช่วยขนด้วย”


            “อืม” เขาไม่ได้ซักถามอะไรต่อ


            จินซูพบว่าการอยู่กับเขาสบายใจมาก ผู้ชายคนนี้มีความพอดี ไม่ล้ำเส้น อะไรที่เธอไม่อยากพูด เขาก็จะไม่ถาม หรือบางทีเขาอาจจะฉลาดมาก รู้ว่าเธอจะทำอะไร คาดเดาได้บ้างแล้ว


            คนส่วนใหญ่ตามความคิดเธอไม่ทัน แถมเธอยังเป็นคนขี้เกียจอธิบายอะไรยาว ๆ ให้ใครฟัง  หลินอี้เสวียนกลับถูกใจเธอตรงจุดนี้


            “ถ้าคุณไม่ได้เป็นทหาร กลับมาทำธุรกิจต้องเก่งมากแน่ ๆ ฉันว่าคุณน่าจะได้รับพรสวรรค์ด้านการค้ามาจากคุณแม่นะ” จินซูเอ่ยชมเขาไม่น้อย ถ้าเป็นยุคหลัง ๆ คนที่เคยเห็นรูปแบบการขายแบบนี้มาก่อนอาจจะไม่รู้สึกแปลกใจอะไร 


            แต่ยุคนี้เป็นยุค 90 เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ยังไม่ถูกย้อมไปด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดมากมายเหมือนยุคหลัง เขาแค่ฟังเธอพูดประโยคเดียวก็เดาแผนการขายของเธอได้ ถ้าไม่มีพรสวรรค์ก็คงทำไม่ได้ 


            “ตอนจดทะเบียนสมรส เธอบอกว่าแม่เป็นแค่แม่ค้าคนกลาง” เขามองเธอ 


            จินซูหัวเราะแห้ง ๆ สองเสียง เธอจะไปบอกเขาได้ยังไงว่าตอนนั้นไม่ใช่เธอ ยุคนี้คนดูถูกอาชีพค้าขายเป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าของร่างเดิมที่เป็นเด็กสาววัยรุ่นจะมีความคิดแบบนั้น 


            ซุนอิงวิ่งไปขนของจากรัสเซียมาขาย ถูกมองว่าเป็นแค่แม่ค้าคนกลางก็ไม่แปลก ต่างจากจินซูหิ้วกระเป๋าขายไอศกรีม แม้แต่เพื่อนบ้านก็ยังนินทาว่าไม่มั่นคง 


            “ความคิดคนเรามันเปลี่ยนได้ อีกไม่กี่ปี เศรษฐกิจเฟื่องฟู ทุกคนต่างก็ขวนขวายหาเงิน ใครจะไปสนใจว่าเงินมันได้มายังไง” 


            อีกไม่กี่ปีข้างหน้า กระแสการเลย์ออฟ*[1]จะถาโถมเข้ามา คนที่เคยมีอาชีพมั่นคงจะต้องตกงาน อาชีพค้าขายที่คนเคยดูถูกกลับกลายเป็นที่หมายปอง


            เธอนึกถึงสมุดบัญชีเล่มนั้นที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลมากมาย ก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด 


            “ถ้าฉันเดาไม่ผิด เงินฝากก้อนนั้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แม่เธอไปได้มาจากรัสเซีย ช่วงเดือนพฤษภาคมปีนั้นเกิดเหตุปล้นรถไฟครั้งใหญ่ที่โด่งดังไปทั่วโลก ทำให้หลายคนหวาดกลัวจนต้องเปลี่ยนอาชีพ แม่เธอเลยทิ้งช่วงไปครึ่งปีแล้วค่อยกลับไป” 


            ครั้งนี้ได้กลับมามากกว่าเดิมเสียอีก ซุนอิง ผู้หญิงที่กล้าหาญคนนี้ ถ้าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เธอคงต้องปวดหัวไม่น้อย 


            “เพื่อนบ้านชอบบอกว่าเธอนิสัยเหมือนพ่อ แต่ฉันว่าข้อดีหลายอย่างของเธอ โดยเฉพาะความกล้าหาญ เธอได้รับมาจากแม่เต็ม ๆ สายเลือดเดียวกันชัด ๆ” เธอกลืนคำพูดในใจครึ่งหลังลงไป ลูกสาวเธอก็เป็นคนกล้าบ้าบิ่นเหมือนกัน นี่สินะ ที่มาที่ไป 


            ใคร ๆ บอกว่าเริ่มต้นธุรกิจน่ะง่าย แต่รักษาไว้ยาก แต่เธอไม่เคยกังวลเกี่ยวกับทายาทที่ยอดเยี่ยมของเธอเลย 


            ลูกสาวเธอความสามารถไม่เป็นรองใคร ความกล้าหาญและความเฉียบขาดนั้นเหนือกว่าเธอด้วยซ้ำ เป็นการผสมผสานข้อดีของพ่อแม่ได้อย่างลงตัว 


            คิดถึงเรื่องลูกสาว จินซูมองกล้ามเนื้อเรียบลื่นของหลินอี้เสวียน สายตาก็ดูล้ำลึกขึ้น


            “นายกลับกองทัพวันไหน” เธอถาม


            “เบื้องบนให้ลากิจยี่สิบวัน”


            “พอแล้วล่ะ” จินซูคำนวณเวลา แผนการแสนเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาในใจอย่างช้า ๆ


            เหลือเวลาอีกครึ่งเดือน หมดประจำเดือนแล้ว ถ้าโชคดี ได้ลูกสาวสักคน… 



            [1] การเลย์ออฟ : การเลย์ออฟอาจเป็นนโยบายในช่วงเวลาหนึ่งของบริษัท ที่อาจมาจากการประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ผลจากเศรษฐกิจ หรือการปรับลดขนาดธุรกิจ ผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ต้องเริ่มมองหาคนที่เข้าข่ายควรถูกเลย์ออฟ เพื่อลดต้นทุน ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักจะคัดเลือกคนที่ควรให้ออกจากงาน

    …………………………………………………………………………………….


    สารจากผู้แปล

    เป็นการคุยแผนธุรกิจที่ได้อาหารตาเยอะมากค่ะ สรุปแล้วใครวางแผนใส่ใครกันแน่

    ไหหม่า(海馬)


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติพลิกชะตา... ชีวิตนี้ของฉันจะต้องสุขสบายในยุค 90 ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801