“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้วสินะ บททดสอบสุดท้ายของการเป็นางบำเรอ”
ฮุ่ยิเอ่ยพลางทอดมองออกจาหน้าต่างห้องโดยมีเ้านกสองตัวคอยฟังอยู่ ในที่บทดทดสอบสุดท้ายก็มาถึงเสียที สูดลมหายใจลึกก่อนจะหันไปเอ่ยเล็กน้อยกับเ้านกทั้งสอง
“พวกเ้าช่วยอวยพรข้าหน่อยสิ”
“จิ๊บๆ” เ้าสองตัวแยกกันพูดก่อนจะเริ่มตีกัน ฮุ่ยิเห็นดังนั้นเขาถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูก่อนจะจับพวกมันแยกจากกัน
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ พวกเ้าไม่ต้องทะเลาะกัน ข้าดีใจที่พวกเ้าอวยพรให้ข้าแม้จะเล็กแต่มันก็มีความสุขมาก ข้าไปก่อน หากผลออกแล้วข้าชนะข้าจะบอกพวกเ้าเป็คนแรก”
ฮุ่ยิยกมือลูบหัวเ้านกทั้งสองก่อนจะเดินออกจากห้องไป เดินตรงไปยังลานกว้างหน้าพระตำหนักหลวงวันนี้เขาใส่ชุดสีฟ้าชุดที่พ่อของเขาเคยทำให้เมื่อครั้นวันเกิดเขาเมื่อสองปีที่แล้ว ฮุ่ยิกวาดตามองบรรยากาศโดยรอบมีทั้งเหล่าขันที นางกำนัล แม่ทัพ ตรงหน้าพระตำหนักเป็ที่นั่งของเหล่ากษัตริย์ ฮุ่ยิเดินมายังหน้าแท่นที่ถูกทำขึ้นมาโดยมีซูหนิงยืนอยู่ข้างๆ เขาหันมองสบตากับซูหนิงอยู่ครู่ก่อนจะหันกลับมาดังเดิม ซูหนิงคืออีกคนที่ผ่านการทดสอบซึ่งนั่นก็หมายความว่าในการทดสอบเมื่อวานมีเพียงฮุ่ยิและซูหนิงที่ผ่านการทดสอบเท่านั้น ไม่นานเหล่ากษัตริย์ก็เสด็จถึงลานกว้าง
“น้อมคำนับคำรพองค์กษัตริย์!”
ทุกคนพร้อมใจกันน้อมคำนับ กษัตริย์ทุกองค์นั่งลงที่ประทับที่ถูกจัดวางไว้้าสุดหน้าพระตำหนักหลวง ขันทีเริ่มกล่าวเปิดการทดสอบพร้อมทั้งอธิบายกฏกติกาดังเช่นเคย
“ต่อไปนี้คือการทดสอบนางบำเรอขั้นสุดท้าย โดยผู้เข้าการทดสอบได้แก่เป่า ซูหนิงและฮวาน ฮุ่ยิ การทดสอบนี้เเป็การทดสอบเพื่อชิงความแข็งแกร่ง โดยผู้เข้าร่วมการทดสอบจะต้องต่อสู้กันโดยใช้ดาบไม้ หากผู้ใดออกจากเวทีก่อนผู้นั้นจะเป็ฝ่ายแพ้ไปในทันที บัดนี้เป็เวลาอันสมควรแล้ว ข้าขอเริ่มการทดสอบได้”
สิ้นเสียงประกาศพร้อมกับเสียงของระฆังที่ดังขึ้นสามครั้งเป็อันบ่งบอกถึงการเริ่มการทดสอบ ฮุ่ยิและซูหนิงเดินขึ้นเวทีพร้อมกับรับดาบไม้มาถือเอาไว้ในมือ ทั้งคู่ก้มคำนับจนได้ยินเสียงแตรจึงเริ่มการทดสอบ
ซูหนิงเป็ฝ่ายเริ่มเขาพุ่งตัวพร้อมกับฟาดดาบไม้ลงโชคดีที่ฮุ่ยิยกขึ้นกันไว้ทัน ในจังหวะนั้นฮุ่ยิอาศัยจังหวะม้วนดาบของตนดันอีกฝ่ายจนเกือบสุดขอบแต่เหมือนซูหนิงจะไหวตัวทัน เมื่อซูหนิงเห็นว่าฮุ่ยิหันหลังให้เขาจัดการฟาดไปที่หลังของฮุ่ยิเต็มแรงส่งผลให้เขาล้มลงไปกับพื้น ซูหนิงยกดาบไม้ขึ้นเพื่อจะฟาดเขาอีกครั้งฮุ่ยิพลิกตัวหลบทันก่อนจะรีบยันตัวลุกขึ้นและใช้ส่วนของด้ามกระแทกไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจนล้ม
การแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆทั้งซูหนิงและฮุ่ยิผลัดกันรุกผลัดกันรับ ซูหนิงจับที่ข้อมือของฮุ่ยิก่อนจะใช้ด้ามกระแทกที่ข้อมือจนดาบของฮุ่ยิกระเด็นออกไป ซูหนิงหันปลายดาบจ่อเข้าที่คอของฮุ่ยิทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่ซูหนิงจะเอ่ยออกมา
“หมดเวลาแล้ว วันนี้ข้าจะฝ่ายชนะหรือต่อให้เ้าล้มข้าได้ยังไงข้าก็จะขนะอยู่ดี”
แม้สภาพของฮุ่ยิจะสะบักสะบอมไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังจะแพ้ แต่เขากลับมองอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“งั้นเ้าก็จัดการข้าเสียเลยสิ”
“อย่าทำปากดีให้มันมาฮุ่ยิ”
“ข้าไม่ได้ทำปากดี ก็เ้าเป็คนพูดเองมิใช่รึว่าต่อไปข้าล้มเ้าได้เ้าก็ชนะอยู่ดี”
“หนอย!!!”
ซูหนิงพุ่งปลายดาบเข้าหาฮุ่ยิเอนหลังหลบได้อย่างฉิวเฉียดจังหวะเขาคว้ามือของซูหนิงเอาไว้ก่อนจะหักมือเพื่อชิงดาบและจัดการใช้เท้ายันหน้าอกของเขาจนล้ม ฮุ่ยิหันปลายดาบเข้าหาอีกคนซูหนิงมองดาบที่จ่ออยู่ที่หน้าของเขาก่อนจะสลับมองไปยังด้านหลังของตนพบว่าอีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะออกจากขอบเวทีแล้ว ซูหนิงอาศัยจังหวะที่ฮุ่ยิไม่ได้ทันตั้งตัวจับมือปลายดาบก่อนจะดึงให้อีกคนออกจากเวทีแต่ฮุ่ยิเหมือนจะรู้แกวอยู่แล้วจึงจัดการคว้าตัวของซูหนิงให้ออกจาขอบเวทีด้วย ทั้งคู่ตกลงจากเวทีกลิ้งหลุนมาหยุดที่พื้นด้านหน้า ทันใดนั้นขันทียกธงฝั่งแดงขึ้นก่อนจะเอ่ยชื่อผู้ชนะ
“จบการทดสอบ เป่าซูหนิงเป็ฝ่ายชนะ”
ได้ยินเพียงนั้นซูหนิงยกยิ้มเยาะ ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จสามารถล้มฮุ่ยิได้ แต่ยังไม่ทันที่ซูหนิงจะได้เชยชมกับชัยชนะขันทีก็ได้เอ่ยบางอย่างออกมา
“แต่เนื่องจากเป่าซูหนิงได้ทำผิดชัยชนะนี้ถือว่าเป็โมฆะ เพราะฉะนั้นผู้ชนะจะตกเป็ของฮวานฮุ่ยิ”
ซูหนิงไปมองขันทีด้วยความใก่อนจะแย้งออกมาด้วยความรู้สึกไม่ยุติธรรม
“เดี๋ยวก่อน ทำไมโมฆะทั้งๆที่ข้าเป็ฝ่ายชนะ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”
“เ้าแน่ใจรึว่าไม่ได้ทำผิด”
เป็ฟางเหนียงที่เอ่ยขึ้น เธอหันสั่งการกับนางกำนัลาุโไม่นานทหารก็ได้พาชายคนหนึ่งออกมายังหน้าลานกว้างก่อนจะกดเขาให้นั่งลงกับพื้น เมื่อซูหนิงได้เห็นใบหน้าของชายคนนั้นอย่างชัดเจนสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที
“เ้าเล่ามาสิว่าก่อนวันที่เ้าจะลอบทำร้ายฮุ่ยิซูหนิงได้สั่งการกับเ้าอย่างไร”
“วันนั้นซูหนิงมาพบข้าที่หลังตลาด บอกว่าให้ข้าไปกำจัดชายที่ชื่อฮุ่ยิก่อนจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้ข้า”
“ไม่จริง!! ชายผู้นี้พูดโกหกพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่เคยทำเช่นนั้นเลย”
ซานถิงก้าวออกมาข้างหน้าก่อนเอากระดาษใบหนึ่งโชว์ให้ดู มันเป็รูปวาดของฮุ่ยิที่ใช้พู่กันวาดเป็เส้นต่อกัน
“ข้าได้พบภาพนี้อยู่ในตัวของคนร้ายและข้าก็ได้ทำการตรวจสอบจนพบว่าลายมือนี้ตรงกับของซูหนิงที่เคยได้วาดพู่กันในการทดสอบพ่ะย่ะค่ะ”
“คราวนี้เ้าจะว่าอย่างไรล่ะ”
“ข้าไม่ได้ทำพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดข้าถึงต้องทำเช่นนั้นกับฮุ่ยิด้วย”
ไม่ทันที่ซูหนิงจะเอ่ยต่อชายผู้นั้นก็ได้เอ่ยแทรกขึ้นทำให้ความสนใจจากทุกคนพุ่งตรงไปยังที่เขา
“เ้าสั่งข้าว่าหากฆ่าฮุ่ยิเสร็จให้เอาศพไปทิ้งลงทะเล จากนั้นก็ให้เอาของต่างหน้าไปให้พ่อของเขาเพื่อที่จะได้ฮุบสมบัติทั้งหมดของตระกูลฮวาน”
ฮุ่ยิได้ยินเช่นนั้นเขาหันไปมองซูหนิงอย่างโมโห ไม่คิดว่าอีกคนจะทำกันถึงขนาดนี้ได้ มันเกินความเป็มนุษย์เสียจริง
“เ้าเลิกใส่ร้ายข้าเสียที!! ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น”
“เ้าทำซูหนิง เลิกหนีได้แล้ว”
“นี่เ้ากล้าสั่งข้างั้นรึ อยากให้ครอบครัวเ้าตายรึอย่างไร”
“เ้าแลดูมีอำนาจเสียนักนะซูหนิง”
เฉิงหานเอ่ยขึ้นทำให้ซูหนิงถึงกับพูดไม่ออก หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ซูหนิงได้เอ่ยออกมามันกลายเป็ว่าเป็ข้อมัดตัวเขาได้อย่างดี
“ข้า ข้า”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าคำพูดเมื่อกี้มันบ่งบอกได้เลยว่าเ้าคือคนที่อยู่เื้ัทั้งหมด ไม่ว่าจะเหตุการณ์ลอบทำร้าย หรือเหตุการณ์ใช้อ้ายฉิงเป็เครื่องมือ มันได้บอกหมดแล้วว่าเ้าคือผู้ที่อยู่เื้ัทั้งหมด”
“ฝ่าา ได้โปรด อภัยข้าด้วยเถิด ข้าผิดไปแล้ว”
“เ้าทำถึงขนาดนี้ยังมีหน้ามาขออภัยโทษกันงั้นรึ ช่างเห็นแก่ตัวเสียจริง นำตัวเขาไปขังคุกล่างและจับตาดูเขาไว้ห้ามให้เขาทำอะไรเด็ดขาด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าทหารเข้ามาพาตัวซูหนิงไปแน่นอนว่าซูหนิงก็พยายามที่จะก่อนร้อง ฮุ่ยิยืนมองอีกคนจนถูกพาจนลับสายตาไปก่อนที่พิธีการจะกลับมาดำเนินต่อ ขันทีได้กล่าวเอ่ยเพื่อประกาศว่าฮุ่ยิคือนางบำเรอรับใช้ฮ่องเต้
“เมื่อเ้าเข้ามาเป็นางบำเรอเ้าจะได้รับสิทธิ์หนึ่งข้อ เ้าสามารถขออะไรก็ได้ตามที่เ้า้าแต่หากเมื่อใดเ้าได้ใช้สิทธิ์แล้วไม่ว่าเ้าจะจะได้ตามคำขอหรือไม่เ้าจะไม่สามารถใช้สิทธ์นั้นได้อีกเป็อันขาด เ้าจะตอบรับสิทธ์นี้หรือไม่”
ฮุ่ยินึกตามที่ขันทีกล่าว เป็เหมือนที่เขาได้ยินมาจริงๆเมื่อผู้ที่ผ่านเข้ามาเป็นางบำเรอแล้วจะได้สิทธิพิเศษหนึ่งอย่างโดยสิทธ์นี้มันก็เหมือนเกราะป้องกันบางๆอย่างหนึ่งมันยังคงอยู่เขาก็สามารถอยู่ที่นี่ได้ไม่ต้องเกรงกลัวใคร แต่หากสิทธ์นี้ถูกใช้เมื่อไหร่มันก็ไม่ต่างกับการถอดเกราะออกแล้วเขาก็จะกลายเป็ที่รองรับอารมณ์ของคนที่นี่เลยแม้แต่น้อย
“ข้าขอรับสิทธิ์นี้”
“งั้นข้าขอประกาศ ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปฮวานฮุ่ยิจะเป็นางบำเรอคอยรับใช้ฮ่องเต้และเป็ส่วนหนึ่งของวังหลวงฟั่นหลงนับแต่นี้”
เสียงแตรดังนี้ฮุ่ยิก้มน้อมคำนับเหล่ากษัตริย์ตรงหน้า ั้แ่นี้เป็ต้นได้เปลี่ยนสถานะจากคนธรรมดากลายเป็นางบำเรอ นางบำเรอที่รับใช้ฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว