"ฮึก...ปะ... ปล่อยฉันลงนะคะ"
เสียงของเธอกระท่อนกระแท่นขาข้างที่พาดเอวจินฮยอกสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้ ความสูงของรองเท้าส้นสูงทำให้ร่างกายของเธอถูกบิดเร้าจนยั่วยวน
ฝ่ามือหนาเลื่อนต่ำลงก่อนจะกดแทรกนิ้วมือผ่านเนื้อผ้าสีขาวััหยาบกร้านของปลายนิ้วเริ่มลากไล้ผ่านจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ
มิ้นสะดุ้งสุดตัวจนเผลอจิกเล็บลงบนบ่าของจินฮยอกเสียงลมหายใจกระชั้นถี่ขึ้นทุกครั้งที่เขาเน้นน้ำหนักวนอยู่บนจุดเนินนั้นผ่านเนื้อผ้าบาง
เธอบิดกายเร่าด้วยความรู้สึกซ่านสยิวอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนจินฮยอกใช้ปลายนิ้วเล่นสนุกกับความอ่อนไหวของเธออยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งเขารู้สึกถึงความเปียกชื้นที่เริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าออกมา
เขากดใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้แดงซ่านไปถึงใบหูก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยการหยอกเย้า
"ปากบอกให้หยุดแต่ดูร่างกายคุณสิ... น้ำออกมาจนทำชุดขาวๆ นี่เลอะไปหมดแล้ว เห็นไหม?"
ประโยคที่ตรงไปตรงมาและหยาบโลนนั้นทำให้มิ้นอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเธอทำได้เพียงหลับตาแน่นและกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากตอบประโยคใด
“หืม...ว่าไงครับ? ไหนบอกผมหน่อยสิ ว่าน้ำพวกนี้มันคือน้ำอะไร?”
เขายังคงรุกรานด้วยคำพูดพลางใช้สายตาคมจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของเธอ
“...” มิ้นสั่นหน้าหนีพัลวัน
จินฮยอกเค่นยิ้มเมื่อเห็นความเงียบที่เป็คำตอบเขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ มือที่เคยลากไล้อยู่ภายนอกเริ่มรุกล้ำลึกยิ่งขึ้นััหยาบโลนกระตุ้นเร้าจนมิ้นเผลอแอ่นอกขึ้นหอบหายใจรัว ขาเรียวที่สวมส้นสูงสั่นระริก
"ในเมื่อปากไม่ยอมตอบ...ผมก็จะทำให้ ร่างกาย สารภาพออกมาเอง"
จินฮยอกไม่รอช้าเขาขยับกายเข้าหาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน นิ้วเรียวยาวสองนิ้ว เริ่มบุกรุกเข้าสู่กึ่งกลางกายสาวที่กำลังฉ่ำเยิ้มััที่จู่โจมอย่างกะทันหันทำให้มิ้นเบิกตากว้างความรู้สึกคับแน่นแล่นปราดไปทั่วร่างเมื่อนิ้วหนานั้นสอดลึกเข้าไปจนสุดทางในคราวเดียว
“อื้อ...!ซี๊ดดดดด!!”
เสียงประท้วงถูกกักอยู่ในลำคอระหงที่แหงนเงยมือหนาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเกเรเขาจงใจสอดลึกและเกี่ยวกวัดรุกรานอยู่ภายในอย่างย่ามใจทุกลำนิ้วที่ขยับดึงรั้งและเน้นย้ำสร้างความปั่นป่วนจนมิ้นรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ
จินฮยอกเริ่มเร่งจังหวะรัวนิ้วอย่างรวดเร็วและดุดันบดขยี้จุดอ่อนไหวผ่านเนื้อผ้าและััโดยตรงจนเกิดเสียงแฉะชื้นดังก้องในห้องที่เงียบสงัด
“อื้อ...!ซี๊ดด!.. อ๊าร์!!..”
ร่างของมิ้นเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงขาข้างที่พาดเอวรัดเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยาน ลมหายใจของเธอขาดห้วงก่อนที่ความซ่านสยิวจะะเิออกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม
ในขณะที่ร่างกายของมิ้นยังคงเกร็งกระตุกจากััรัวนิ้วเมื่อครู่จินฮยอกก็ไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจแม้เพียงวินาที เขาขยับกายเข้าประชิด บดเบียดเอ็นหนาที่ร้อนรุ่มเข้าสู่กายสาวอย่างดุดัน
“อ๊ะ...!อื้อออ! มะ...ไม่เอา...หยุดก่อน!”
มิ้นหวีดร้องออกมาเสียงหลงร่างกายของเธอบิดเร่าและพยายามผลักอกแกร่งของเขาออกด้วยสัญชาตญาณ ความซ่านสยิวที่พุ่งพล่านซ้ำเติมลงบนความอ่อนไหวหลังการปล่อยนั้นมันรุนแรงจนเกินไป
ขาเรียวที่พาดเอวเขาอยู่พยายามดิ้นรนหนีทว่าจินฮยอกกลับรวบขาเธอไว้แน่น บังคับให้เธอต้องรับดุ้นลำหนาที่ตอกเข้ามาลึกอย่างไร้ความปรานี
“ฮึก...อ๊า!เจ็บ...เสียว...พอแล้ว!”
น้ำตาไหลพรากขณะที่เธอสะบัดหน้าหนีพัลวันทุกครั้งที่เขาขยับกายรุก แผ่นหลังเนียนที่แนบชิดกระจกเงาจะสั่นสะท้านตามแรงกระแทกความร้อนรุ่มที่สอดประสานอยู่ภายในบีบคั้นให้กล้ามเนื้อของเธอขมิบเกร็ง
ยิ่งเธอพยายามขัดขืนและบิดกายหนีจินฮยอกกลับยิ่งย้ำจังหวะให้หนักหน่วงขึ้น บดขยี้ความเสียวซ่านให้ทวีคูณจนมิ้นแทบสิ้นสติเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของเขาสอดประสานกับเสียงครางปนสะอื้นของเด็กสาวที่กำลังจะขาดใจ...
จินฮยอกไม่ปล่อยโอกาสให้เธอได้ดิ้นหลุดเขากดริมฝีปากลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงของมิ้นในทันทีรสจูบครั้งนี้ดุดันและโหยหากว่าครั้งไหนๆ
ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปพัวพันเกี่ยวตวัดกับลิ้นเล็กอย่างนัวเนียบังคับให้เธอต้องแลกลมหายใจที่ร้อนผ่าวไปพร้อมกับเขา
“อื๊อ!..อื๊อ...! อื๊อ...!!”
มิ้นรู้สึกเหมือนสมองขาวโพลนไปหมดหัวใจเต้นรัวจนอื้ออึงไปทั้งโสตประสาท
ในขณะที่เบื้องบนกำลังรุกรานอย่างหนักหน่วงเบื้องล่างก็ยังคงโหมกระหน่ำจังหวะที่ป่าเถื่อนอย่างต่อเนื่อง ทุกจังหวะที่เขาตอกลึกเข้ามาอย่างรุนแรงบีบคั้นให้ร่างกายที่บอบบางของมิ้นต้องโยกคลอนไปตาม
พึบ... พึบ...พึบ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องลองชุดยิ่งจูบของเขาดูดดื่มและรุนแรงเท่าไหร่จังหวะการกระแทกกระทั้นก็ยิ่งทวีความดุดันมากขึ้น
มิ้นทำได้เพียงจิกไหล่เขาไว้แน่นร่างกายที่เคยขัดขืนกลับเริ่มอ่อนระทวยและถูกหลอมละลายด้วยความเสียวซ่านที่เกินจะต้านทานเธอทำได้เพียงส่งเสียงครางอู้อี้อยู่ในลำคอขณะที่ลิ้นยังคงพันเกี่ยวกันอย่างแยกไม่ออก
ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่จินฮยอกเป็ผู้ควบคุมมิ้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ
จินฮยอกถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้าทิ้งไว้เพียงน้ำใสที่เชื่อมโยงระหว่างกันมิ้นหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็เอาตาย ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเสียวที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุดความรู้สึกกดทับที่่ล่างทำให้เธอเริ่มสับสนจนแยกไม่ออก
“พะ...พอแล้วมิ้น...มิ้นปวดฉี่ หยุดก่อน...อื้อออ!”
เธอครางประท้วงเสียงสั่นเครือพยายามหดเกร็งร่างกายเพื่อกั้นขวางััที่รุนแรงนั้นไว้เพราะความรู้สึกมันพุ่งพล่านจนเธอคิดว่าร่างกายกำลังจะกลั้นไม่อยู่ทว่าจินฮยอกที่โชกโชนกว่ากลับมองออกว่านั่นคือสัญญาณของอะไร
“มันไม่ใช่ฉี่หรอก...”
เขาไม่ฟังคำขอร้องแต่กลับกระแทกเน้นย้ำจังหวะให้ลึกและรัวเร็วขึ้นกว่าเดิม บดขยี้จุดอ่อนไหวซ้ำๆจนมิ้นตาพร่ามัว ขาข้างที่ยันพื้นเริ่มสั่นระริกจนรับน้ำหนักไม่อยู่ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเป็จังหวะเดียวกับที่จินฮยอกถอนตัวตนออกมาเพียงเล็กน้อยแล้วกระแทกกลับเข้าไปสุดแรง
“อ๊าาาาาาา!”
มิ้นหวีดร้องสุดเสียงร่างกายของเธอกระตุกซ้ำๆ อย่างไม่อาจควบคุมจินฮยอกรีบปล่อยขาข้างที่เกี่ยวกระหวัดเอวเขาลงเพื่อให้เธอได้ยืนทรงตัว
และในวินาทีนั้นเองร่างกายของเธอก็ปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงน้ำหวานใสพุ่งทะลักออกมาเหมือนเขื่อนที่พังทลายจนเปียกโชกไปตามเรียวขาและรองเท้าส้นสูงสีขาวบริสุทธิ์
เธอยืนตัวสั่นเทิ้มพิงกระจกเงาอย่างหมดแรงปล่อยให้น้ำเงี่ยนไหลรินออกมาไม่หยุด ร่างกายของเธออ่อนระทวยจนถึงขีดสุดดวงตาคู่สวยเลื่อนลอยอย่างไร้จุดโฟกัสริมฝีปากบางเผยอค้างเพื่อโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างทุลักทุเลภาพตรงหน้าเริ่มหมุนเคว้งจนเธอทรงตัวไม่อยู่ขาที่สวมส้นสูงเริ่มพับลงอย่างคนหมดแรง
ก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นจินฮยอกที่จัดการเสื้อผ้าตัวเองเสร็จแล้วก็ขยับเข้ามาประคองร่างที่ไร้สติของเธอเขาช้อนตัวมิ้นขึ้นอุ้มในท่าเ้าหญิง
แล้วพาเธอเดินออกจากมุมห้องลองชุดที่คับแคบมายังโซฟากำมะหยี่ตัวยาวที่ตั้งอยู่ภายในห้องแต่งตัว
เขาวางร่างของเธอลงบนโซฟาอย่างเงียบเชียบสองขาสั่นระริกเกินกว่าจะหุบเข้าหากันได้ตามปกติชายกระโปรงสีขาวที่เปียกชื้นแนบไปกับผิวเนื้อ
“พักซะ...ผมจะไปบอกตากล้องว่าคุณไม่สบาย แล้วเราจะเริ่มถ่ายทำกันใหม่ตอนบ่าย”
จินฮยอกเอ่ยเสียงนิ่งเรียบสายตากวาดมองผลงานของตัวเองั้แ่ใบหน้าไปจนถึงเรียวขาที่ยังสั่นไม่หาย แล้วหมุนตัวเดินหันหลังออกจากห้อง
ปัง...
เสียงประตูบานใหญ่ปิดลงทิ้งให้มิ้นนอนจมอยู่กับความเงียบสงัดและกลิ่นอายของชายที่ยังอบอวลอยู่ตามร่างกายเธอทำได้เพียงหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาแห่งความขมขื่นไหลซึมลงสู่หมอนอิง...