พรึ่บ!! พรึ่บ!! พรึ่บ!!
“ คุณชาย เราจะไปทางไหนกันต่อขอรับ “ ซีซวนถามขึ้น
“ ข้าคิดว่ามุ่งไปทางทิศตะวันออกอาจจะเจออะไรก็เป็ไปได้ “ เยว่ซินกล่าว เขารู้สึกทางนั้นต้องมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเขาอยู่อีกทั้งเสียงที่เคยได้ยินก่อนที่จะเข้ามาที่นี่ก็หายไปแล้ว
จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปตามที่เยว่ซินบอก ตลอดตามทางที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัตว์อสูรระดับ์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับพวกมัน
‘ช่วยพวกข้าด้วย’
‘ช่วยพวกข้าด้วย’
‘ช่วยพวกข้าด้วย’
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังเข้ามาในหัวของเยว่ซิน ทำให้เขาต้องมองไปรอบๆ ว่าเสียงนั้นมาจากที่ใด
“ คุณชายท่านกำลังหาอะไรขอรับ “ ซีห่าวที่อยู่ใกล้เยว่ซินสุดถามขึ้น เสียงของซีห่าวทำให้ทุกคนต่างหันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น
“ พวกเ้าได้ยินเสียงร้องหรือไม่ “
“ ข้าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยขอรับ “ ซีห่าวเอ่ยตอบ มันเงียบสนิท เขาลองตั้งใจฟังแล้วก็ยังไม่ได้ยินเสียงตามที่เยว่ซินบอกเลย
“ ข้าก็เช่นกันขอรับ “ ซีซวนส่ายหน้า
เยว่ซินได้แต่สงสัยแล้วเสียงนั้นมาจากไหน เหตุใดมีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยินเสียงนั้น หรือว่าเขาจะหูฟาดไปเอง ‘ช่วยท่านพี่ข้าด้วย ฮือๆ…’ เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เขามั่นใจแล้วว่าไม่ได้หูฟาด แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ยินมันเพียงคนเดียวจากนั้นเขาก็ส่งจิตไปสำรวจรอบๆ ไกลเรื่อยๆ จนเจอกับสัตว์อสูรตนหนึ่งที่กำลังสู้กับชายชุดดำอยู่
“ เจอแล้ว “ เยว่ซินพุ่งไปด้วยความเร็ว ห่างจากนี้ประมาณเจ็ดลี้ ที่เหลือก็ได้ตามเยว่ซินไปอย่างงงๆ
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!!
ยิ่งเข้าใกล้ทำให้ยิ่งได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้นเรื่อยๆ พวกที่ตามมาก็รู้แล้วว่าเยว่ซินเร่งรีบเพราะเหตุใด
…
“ ฮ่าๆ…ยอมแพ้เสียเถอะ หากเ้ายอมมาเป็สัตว์พันธะของข้า บางที่ข้าอาจจะแบ่งมันให้เ้าตัวหนึ่งก็ได้ “ เสียงชายชุดดำที่เหมือนจะเป็หัวหน้ากล่าวขึ้น
“ ไม่น่ะ “ “ ไม่น่ะหลินเอ้อร์ “ เสียงเล็กๆ ดังมาจากข้างหลังของสัตว์อสูร
“ หุบปาก…. “ ชายชุดดำตวาดลั่น ทำให้เสียงนั้นเงียบไป
โฮก!! ตู้ม!!
เพื่อที่จะช่วยชีวิตของเพื่อนตัวน้อยของเขานั้น หลินเอ้อร์รวบรวมพลังที่เหลือโจมตีใส่กลุ่มชายชุดดำ อย่างน้อยก็น่าจะยื้อเวลาได้ “ หนี……ไป.. “ เสียงของหลินเอ้อร์เอ่ยอย่างแ่เบา ก่อนที่จะล้มลงไป
“ ไม่…หลินเอ้อร์อย่าจากข้าไป “ เสียงผู้เป็น้องร้องราวกับขาดใจ
“ ไปเถอะ…ข้าให้ความตั้งใจของหลินเอ้อร์ต้องเสียป่าว “ คนเป็พี่กล่าวด้วยที่น้ำเสียงสั่นเครือเขาเองก็เ็ปเหมือนกันที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
“ ไม่ตามจับพวกมันมา อย่าให้หนีรอดไปได้ “ ชายชุดดำไม่คิดว่าจิ้งจอกตัวนี้จะยอมสละชีวิตเพื่อช่วยภูติสองตัวนั้น ใช่พวกมันเผอิญเจอเข้ากับภูติพฤกษา คิดจะจับไปให้นายท่านแต่ไม่คิดว่าหมาป่าตัวนี้จะกล้าเข้ามาขัดขวางพวกมัน
“ อย่า… “ เสียงของหลินเอ้อร์ดังขึ้นอย่างแ่เบา แต่ก้ไม่สามารถหลุดรอดจากชายชุดดำกลุ่มนี้ได้ ทำให้ชายชุดดำเดินเข้าไปหาด้วยความโกรธ เพราะมันทำให้ต้องเสียเวลามากขนาดนี้
“ แทบจะตายอยู่แล้ว ยังคิดจะอวดดีอยู่อีก “ ชายชุดดำดึงดาบออกมาพร้อมฟันลงมาอย่างรวดเร็ว
หลินเอ้อร์ได้แต่ยอมรับชะตากรรม ‘ ข้าคงปกป้องพวกเ้าได้แค่นี้ ลาก่อนพร้อมกับหลับตาลง ‘ รออยู่นานก็ไม่เห็นชายชุดดำลงดาบสักที จึงได้ลืมตาขึ้นพบว่าหัวของชายชุดดำขาดไปแล้วก่อนจะหันไปเจอกับชายร่างบางชุดสีขาวเหาะลงมา ตามมาด้วยชายอีกสองคน ยังมีสัตว์ิญญาระดับสูงตามมาด้วย
เยว่ซินรีบเข้ามาดูอาการเ้าจิ้งจอกเหมันต์ที่าเ็อยู่ทันที พลังปราณค่อยไหลเข้าไปรักษาจนอาการค่อยๆ ดีขึ้น จนมันสามารถลุกขึ้นได้เอง
“ ท่านช่วยข้าด้วยเหตุอันใด “ หลินเอ้อร์ถามขึ้น มนุษย์ผู้นี้ช่วยเหลือมันทั้งยังช่วยรักษามันอีกคงไม่ใช่้าภูติน้อยทั้งสองเหมือนชายชุดดำหรอกนะ
“ ท่านแม่ข้าแค่อยากช่วยเ้าเท่านั้น ไม่หวังสิ่งอื่นใด “ เสียงของเสี่ยวหู่ดังขึ้นทำให้หลินเอ้อร์หันไปมอง ก่อนจะเบิกตาด้วยความใ จิ้งจอกขนาดใหญ่กว่ามันมากอีกทั้งจำนวนหางทั้งเก้าหางนั้นอีก ว่ากันว่าเมื่อเผ่าจิ้งจองทั้งหลายเมื่อบำเพ็ญเพียรจนครบเก้าหางจะกลายเป็เทพอสูร
“ ท่านเทพอสูร “ หลินเอ้อร์คำนับเสี่ยวหู่ หลังรู้ถึงสถานะของเสี่ยวหู่
“ มีเพียงแค่เ้าตัวเดียวรึ “ เป็เยว่ซินถามขึ้น เขานั้นได้ยินเสียงเรียกหาอยู่หลายเสียงแต่ทำไมพอมาถึงกลับพบเพียงตัวเดียว
“ ท่านโปรดช่วยเพื่อนข้าด้วยขอรับ “ เสียงของเยว่ซินทำให้มันนึกขึ้นได้ว่า เพื่อนตัวน้อยของมันกำลังถูกตามล่าอยู่
“ ข้าไปเองขอรับท่านแม่ “ เสี่ยวหู่ส่งจิตได้ตรวจสอบ ก่อนจะพุ่งทิศที่เหล่าชายชุดดำตามภูติทั้งสองไป
“ ชายชุดดำเมื่อสักครู่เป็ใคร “ เยว่ซินถามขึ้นเท่าที่รู้มีเพียงพวกเขาและผู้ชนะการประลองอีกเก้าคน เหตุใดในมิติสุสานแห่งทวยเทพอสูรถึงมีชายชุดดำนอกจากคนที่ชนะการประลองอีก
“ ข้าไม่รู้ หลายร้อยปีที่ผ่านข้าเห็นชายชุดดำบ่อยครั้ง บ้างครั้งข้าก็เห็นพวกเขาก็ฆ่ามนุษย์ด้วยกันเอง และครอบครัวของข้าก็ตายด้วยน้ำมือของพวกมัน ข้าเลยพยายามหลบหลีกไม่ให้เจอกับมนุษย์พวกนี้ “
“…. “ หลังหลินเอ้อร์พูดจบทั้งหมดก็ตกอยู่ในความเงียบทันที ในมิติแห่งนี้ยังมีกลุ่มคนกลุ่มอื่นที่แฝงตัวเข้ามาอีก คนอื่นๆ คงตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน
พรึ่บ!!
เสี่ยวหู่ะโลงมาพร้อมกับภูติน้อยสองตัวที่กำลังเกาะอยู่บนหลังของเสี่ยวหู่
“ เสี่ยวเอ้อร์เ้ายังไม่ตาย “ เมื่อภูติทั้งสองยังเห็นว่าเสี่ยวเอ้อร์ของพวกเขายังไม่เป็อะไร ก็รีบลงจากหลังเสี่ยวหู่ไปหาหลินเอ้อร์ทันที ก่อนถามเสี่ยวเอ้อร์ด้วยเสียงเบาๆ กลัวกว่าพวกเยว่ซินจะได้ยิน
“ ข้าไม่เป็อะไร “
“ นี่หลินเอ้อร์คนพวกนี้เป็ใคร “ คนเป็พี่ถามด้วยกลัว ถึงแม้คนพวกนี้จะช่วยพวกมันไว้จากชายชุดดำ แต่ก็ยังกลัวว่าคนพวกนี้จะจับพวกตนไป อีกทั้งดูเหมือนพลังของคนกลุ่มนี้ยังสูงกว่าชายชุดดำเมื่อกี้อีกด้วย
“ ข้าก็ไม่รู้ แต่พวกเขาช่วยข้าและช่วยพวกเ้าจากชายชุดดำพวกนั้น “ ภูติน้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็เบาใจขึ้นมากเล็กน้อย ก่อนคนเป็น้องจะค่อยเดินมายืนอยู่ต่อหน้าเยว่ซิน
“ ข้าผิงเปา ส่วนนั้นพี่ข้าผิงเล่อ ส่วนจิ้งจอกตัวนั้นหลินเอ้อร์ ข้าขอบคุณพวกท่านที่ยืนมือเข้ามาช่วย พวกข้าติดหนี้บุญคุณชีวิตท่าน “ ภูติน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ ไม่เป็อะไร ผู้ที่กำลังเดือดร้อนข้าย่อมช่วยเหลือเป็ธรรมดา “
“ ข้าชื่อเยว่ซิน ชายชุดขาวตรงนั้นชื่อซีซวน ข้างซีซวนชื่อซีห่าวพวกเขาเป็พี่น้องกัน กิเลนเพลิงตัวนั้นชื่อฉีหลิน วิหคสายฟ้าที่เกาะบนไหล่ของซีห่วชื่อเฟินเยว่ ส่วนจิ้งจอกที่ไปช่วยพวกเ้ามานั้นชื่อเสี่ยวหู่ “ เยว่ซินเเนะนำตัวทุกคนให้กับผิงเปาได้รู้จักเช่นกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ และขอบคุรอีกครั้งที่ช่วยพวกข้าไว้ขอรับ “
“ ในป่านี้มีภูติอย่างเ้าเพียงสองตนเองหรือ “
“ ข้าไม่ทราบขอรับ ั้แ่ข้าเกิดมาพวกข้าก็ไม่เคยออกห่างจากจุดที่ข้ากำเนิดเลยขอรับ “ เมื่อผิงเปาลืมตาขึ้นมาก็เห็นผิงเล่อผู้เป็พี่ก่อนแล้ว พวกตนทั้งก็ใช่ชีวิตอยู่ตรงนั้นเป็เวลาหลายปีอยู่มาวันหนึ่งก็ได้ช่วยเหลือจิ้งจอน้อยที่กำลังาเ็นั้นก็คือหินเอ้อร์ ที่ถูกพวกมนุษย์ทำลายจากนั้นทั้งสามก็ค่อยอยู่ในอาณาเขตของตนมาตลอด ไม่กล้าไปไกลกว่านี้เพราะแต่ละที่ก็จะมีสัตว์อสูรระดับสูงเฝ้าอยู่
“ พวกเ้าเกิดมาจากดอกไม้ชนิดใด “ เย่วซินถามขึ้นการที่จะกำเนิดภูติได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความเข้มของพลังิญญาที่มาหล่อเลี้ยง หรือจุดกำเนิดของภูติทั้งสองนี้อาจจะมีแหล่งกำเนิดปราณธรรมชาติที่หนาแน่นก็เป็ไปได้
“ พวกข้ากำเนิดมาจากดอกเหมยตาฮวยขอรับ “
“ พวกเ้าพาข้าไปดูได้หรือไม่ “ ผิงเปาหันไปหาผู้เป็พี่เพื่อถามความคิดเห็น เพราะเขาไม่สามารถตัดสินใจได้
“ ได้ขอรับ “ เห็นผิงเล่อพยักหน้าเชิงตกลง ผิงเปาหันมาตอบเยว่ซินทันที
ผิงเปาก็นำทางพวกเยว่ซินมาถึงน้ำตกห่างจากชจุดที่พบกันประมาณหนึ่งลี่เห็นจะได้ จากนั้นผิงเปาก็พาเดินล้อมไปยังข้างหลังน้ำตก ก็เจอกับถ้ำขนาดไม่ใหญ่มาก ก่อนจะเดินเข้ามาอีกนิดก็เจอกับต้นเหมยตาฮวย ( ดอกโบตั๋น ) ขนาดใหญ่อยู่กลางถ้ำ
“ ที่แห่งนี้คือที่พวกข้ากำเนิดขอรับ “
เยว่ซินเดินเข้าไปดูต้นเหมยตาฮวยใกล้ๆ พบว่าต้นเหมยตาฮวยต้นนี้มีดอกทั้งหมดเก้าดอก มีเพียงสองดอกเทานั้นที่บานสะพรั่ง ส่วนอีกเจ็ดดอกที่เหลือเป็ยังเป็ดอกตูมอยู่
“ ข้าััได้ถึงพลังงานชีวิตที่อยู่ในดอกเหมยตาฮวยพวกนี้ “ เยว่ซินััได้ถึงพลังงานเล็กที่กำลังก่อตัวภายใต้ดอกตูมพวกนี้
“ พวกนี้คือเหล่าพี่น้องของข้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาั้แ่ข้ากำเนิด พวกข้าทั้งสองคอยช่วยกันถ่ายทอดพลังปราณธรรมชาติลงไป เพื่อหวังว่าพวกเขาจะกำเนิดมาเช่นเดียวกับพวกข้า “
วูบ!!
เมื่อผิงเล่อกล่าวจบเยว่ซินก็ลองส่งพลังปราณของเขาเข้าไปในต้นเหมยตาฮวย ทันทีที่พลังปราณของเยว่ซินัักับต้นเหมยตาฮวย ก็ถูกมันดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งดอกตูมทั้งเจ็ดก็เหมือนขนาดจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย กิ่งก้านใบก็โบกพริ้วไปมาราวกับว่ามันกำลังดีใจที่ได้ดดวับพลังของเยว่ซินเข้าไป
“ ท่านทำได้อย่างไร “ ผิงเล่อถามด้วยความตกตะลึง พวกมันทั้งสองถ่ายทอดพลังให้ต้นเหมยตาฮวยมาตลอดหลายปีดอกบัวตูมขยายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กับเยว่ซินเพียงแค่แปปเดียวก็ขยายเท่ากับพวกมันแล้ว เอ๊ะ อาจจะมากกว่าพวกมันด้วยซ้ำ
“ ข้าก็ไม่รู้ “ เยว่ซินตอบด้วยท่าทีงงๆ ไม่คิดว่ามันจะตอบสนองต่อพลังของเขาขนาดนี้
“ ท่านช่วยพวกข้าให้กำเนิดเหล่าพี่น้องของข้าได้ไหมขอรับ “ เหมือนกับเห็นความหวังครั้งใหญ่ทั้งผิงเล่อ ผิงเปาเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นคนที่สามารถช่วยพวกมันได้
“ ข้าจะลองดู “ เยว่ซินที่เห็นอย่างนั้นก็ตอบตกลงทันที การส่งปราณไปเมื่อสักครู่เขาก็ไม่ได้รับอันตรายใดๆ ลองดูอีกครั้งก็คงไม่เป็อันใด
วูบ!! วูบ!!
เยว่ซินปลดปล่อยพลังของเขาออกมาทั้งหมดจนทุกคนััได้ มันหาได้คุกคามพวกเขาแต่กลับรู้สึกพลังอันบริสุทธิ์ ความเหนื่อยล้าทั้งหลายก็ค่อยๆ หายไป พลังปราณของเยว่ซินถูกต้นเหมยตาฮวยถูกด้วยไปอย่างบ้าคลั่ง ขนาดดอกก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย
“ ข้าไม่เคยเจอปราณธรรมชาติที่หนาแน่นขนาดนี้มาก่อนเลย สดชื่นจังเลย “ ภูติทั้งสองก็เหมือนจะได้ประโยชน์จากพลังปราณของเยว่ซินด้วย
“ ท่านพี่ดอกตูมพวกนั้นกำลังจะบานแล้ว “ ผิงเปาพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ ใช่เหล่าภูติทั้งหลายใกล้จะกำเนิดแล้ว “