บทที่ 28 จูบลา
วันนี้เป่ยิอินพาหนานลี่นั่งกระบี่บินไปพักบนทุ่งดอกไม้บนูเา แต่ในตอนนั้นเอง จากเส้นขอบฟ้าไกล ปรากฏกลุ่มก้อนหมอกดำที่รวมตัวกันอยู่กลางอากาศ และกำลังตรงมายังทิศทางนี้
แววตาของเป่ยิอินกระพริบไหว เขารีบใช้นิ้วรวบรวมพลัง แสงสีทองจางๆปกคลุมพื้นที่แห่งนี้เอาไว้
หนานลี่ที่นอนซบไหล่เป่ยิอินสะดุ้งตื่น รีบเอ่ยออกมา “ท่านเซียน คืนนี้พวกเราจะพักที่นี่หรือเ้าคะ"
"ไม่ใช่ แต่พวกเราจะดักรอใครบางคนที่นี่" เป่ยิอินละสายตากลับมา หยิบน่องไก่ที่ห่อด้วยใบบัวออกมาจากแขนเสื้อแล้วยัดมันลงในมือของหนานลี่ "เ้าคงหิวแล้ว กินนี่รองท้องไปก่อนนะ"
หนานลี่ตาเป็ประกาย รีบแกะใบบัวออก กัดกินไก่อย่างเอร็ดอร่อย ไม่ได้สังเกตเห็นแววตาที่อ่อนโยนของเป่ยิอินเลย
เป่ยิอินพาหนานลี่เดินไปที่ทุ่งข้าวสาลีสีเหลืองทองผืนหนึ่ง หนานลี่เก็บกระดูกไก่ที่กินหมดแล้วเช็ดปาก "ท่านเซียน ใครบางคนที่ว่าคือจอมมารพยาบาทใช่หรือไม่เ้าคะ"
อยู่กับเป่ยิอินมานานกว่าสองเดือน จากความเข้าใจของหนานลี่ เมื่อครู่เป่ยิอินแอบสร้างค่ายกลไว้รอบๆ
เป่ยิอินพยักหน้า "พวกเราตามหาจอมมารพยาบาทมานานแล้ว ทุกครั้งที่เจอ พลังของจอมมารพยาบาทก็เพิ่มขึ้น รับมือยากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นครั้งนี้พวกเราจะเปลี่ยนวิธี เป็ล่อเขาเข้ามาในกับดักแทน"
หนานลี่พยักหน้า มองเป่ยิอินที่ไม่ได้สวมชุดขาวอีกต่อไป แต่เป็ชุดผ้าธรรมดาสีเทา แต่อาจเป็เพราะรัศมีของเขา ทำให้แม้อยู่ในชุดผ้าธรรมดาก็ยังดูดี
หนานลี่เอียงศีรษะแล้วพูดว่า "ท่านเซียน ท่านแต่งตัวเช่นนี้เหมือนกับคุณชายตกยากเลยเ้าค่ะ"
เป่ยิอิมุมปากกระตุก ยกมือขึ้นจีบสองนิ้วแล้วดีดหน้าผากของหนานลี่เบาๆ "ค่ายกลสร้างเสร็จแล้ว ที่เหลือพวกเราก็แค่รอดู"
หนานลี่พยักหน้า จูงมือเป่ยิอินเดินไปที่กอต้นข้าว "เช่นนั้นพวกเราไปซ่อนตัวกันก่อนเถอะเ้าค่ะ"
เป่ยิอินก้มลงมองมือที่ถูกหนานลี่กุมไว้ แล้วเผยยิ้มออกมา
อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มของเป่ยิอินอยู่บนใบหน้าได้ไม่นานก็ต้องหุบลง เขาก็โอบเอวของหนานลี่ไว้ แล้วรีบทะยานขึ้นฟ้า
ยามนี้บนพื้นปรากฏหมอกสีดำมากมายรวมตัวกัน พวกมันเหมือนกับต้นไม้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าหาพวกเขาจากทุกทิศทาง และทุกที่ที่หมอกดำเคลื่อนผ่าน พืชพันธุ์ล้วนเหี่ยวเฉา ใบไม้ร่วงหล่น ฝูงนกกาเตลิดหนี มีไม่น้อยที่หนีไม่พ้น ถูกหมอกดำกลืนกิน พอหมอกดำสลายไป ก็เหลือทิ้งไว้แค่ขนนกและโครงกระดูกร่วงหล่นจากฟ้า
หนานลี่เย็นวาบไปทั่วกระดูกสันหลัง หากเมื่อครู่นางยังยืนกรานที่จะซ่อนตรงกอต้นข้าว ตอนนี้นางคงจะถูกจอมมารพยาบาทกินจนเหลือแต่กระดูกแล้ว
หนานลี่ใจนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองถูกเป่ยิอินโอบกอดไว้ ทั้งคู่ค่อยๆร่อนลงบนกิ่งไม้
เป่ยิหยินกล่าว "พลังของจอมมารพยาบาทแก่กล้าขึ้นกว่าคราก่อนอีกแล้ว หนานลี่ ข้าจำเป็ต้องส่งเ้าออกไป"
นางฟังออกว่าเป่ยิอินกำลังพูดอย่างจริงจัง พลังของนางไม่แข็งแกร่งพอที่จะอยู่เคียงข้างเป่ยิอิน รั้นอยู่ก็เป็ได้แค่ตัวถ่วง
"ในเมื่อมาแล้วก็อย่าคิดหนี หมอกดำกลางอากาศรวมตัวกันกลายเป็ร่างบุรุษ ชายเสื้อดำของเขาปลิวไสวตามแรงลม ดวงตาแดงของจอมมาร พยาบาทดูน่าหวาดหวั่น เขายกมือขึ้น หมอกดำรวมตัวกันที่ฝ่ามือของเขา กลายเป็ก้อนพลังงานสีดำ และในพริบตาท้องฟ้าก็มืดสนิท
"ท่านเซียนระวังเ้าค่ะ!" มือที่เย็นเฉียบของหนานลี่จับชายเสื้อของเป่ยิอินไว้แน่น เตือนเขาที่กำลังวาดยันต์เคลื่อนย้ายให้นาง
เป่ยิอินก้มหน้าลง ใช้นิ้ววาดยันต์อย่างรวดเร็ว ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหลังรวมถึงคำเตือนของหนานลี่ เขายังคงวาดยันต์เคลื่อนย้ายด้วยแสงสีทอง สำหรับเขาแล้วความปลอดภัยของหนานลี่สำคัญที่สุด
หนานลี่แทบจะร้องไห้ เป่ยิอินยังคงตั้งใจวาดยันต์ เขาไม่แยแสหนวดดำมากมายพุ่งเข้ามาหาพวกเขาจากด้านหลัง หนานลี่ยกมือขึ้นรวบรวมพลัง ควบแน่นน้ำในอากาศให้กลายเป็ศรน้ำแข็งมากมาย พุ่งเข้าโจมตีจอมมารพยาบาทเพื่อที่จะถ่วงเวลา
แต่หนานลี่ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป ศรน้ำแข็งพอัักับหนวดดำก็ละลายหายไปในอากาศ อีกทั้งยังไปกระตุ้นให้หนวดดำพุ่งเข้าหาเป่ยิอินด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็สองเท่า
ร่างกายของเป่ยิอินสั่นเทา มุมปากมีเืไหลออกมา แต่แววตาของเขายังคงมุ่งมั่น ใช้นิ้ววาดยันต์อักขระสุดท้าย แสงสีทองปกคลุมร่างกายของหนานลี่ไว้ ป้องกันไม่ให้หนวดดำเข้าใกล้
เป่ยิอินโน้มตัวลงจูบที่หน้าผากของหนานลี่ นางรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน มองใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาอย่างตะลึง
"ท่านเซียน..."
นี่เป่ยิอินจูบนางหรือ? หนานลี่รู้สึกเหมือนกับฝันไป แต่ทำเช่นนี้เท่ากับเขากำลังบอกลานางหรือไม่? หนานลี่ใจคอไม่ดี
"หนานลี่ดูแลตัวเองด้วย" เสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ของเป่ยิอินดังขึ้นข้างๆหูของหนานลี่
หนานลี่พยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย นางอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร คล้ายสมองประมวลผลไม่ทัน
เป่ยิอินถอยหลังไปหนึ่งก้าว กางแขนออกเหมือนกับกำแพงที่แข็งแกร่ง ขวางทุกการโจมตีของจอมมารพยาบาทเอาไว้
หนานลี่อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แสงสีทองตรงหน้าก็สว่างขึ้นเรื่อยๆจนบดบังสายตาของนาง สุดท้ายไม่สามารถมองเห็นร่างของเป่ยิอินอีกต่อไป
"ท่านเซียน รักษาตัวด้วยนะเ้าคะ..." นางพูดประโยคสุดท้ายแล้วก็หมดสติไป...
เป่ยิอินมองไปยังทิศทางที่หนานลี่หายไปเป็ครั้งสุดท้าย ลูบริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ััของหนานลี่ยังคงอยู่ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ
เสียงประหลาดของจอมมารพยาบาทดังขึ้นจากด้านหลัง " ยันต์เคลื่อนย้าย ... เป่ยิอินเ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วปีศาจน้อยจะปลอดภัยหรือ สุดท้ายข้าก็ต้องหานางจนเจอ ... นี่ไม่ถูกต้องเหตุใดจมูกข้าถึงัักลิ่นอายของนางไม่ได้ นี่เ้าทำอะไรลงไป!"
เป่ยิอินหยิบเม็ดยาสีทองสามเม็ดออกมาจากแขนเสื้อ กินเข้าไป เขาหลับตาลง ปรับลมปราณให้ยาซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อที่จะให้มันออกฤทธิ์อย่างเต็มที่
เพียงพริบตา พลังวิเศษในร่างกายของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีทองปกคลุมร่างกายของเขาไว้ ผมสีขาวของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็สีดำด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำเอาจอมมารพยาบาทตกตะลึง
"เหตุใดเ้าถึงสามารถเติมเต็มพลังวิเศษในร่างกายตัวเองได้?"
ถ้าเขาไม่รู้ว่าเป่ยิอินเสียพลังวิเศษไปมากเพราะช่วยศิษย์น้องหญิงขจัดไอมารในร่างกาย เขาก็คงจะไม่รีบมาสู้กับเป่ยิอินหรอก
เพราะพลังยามปกติเป่ยิอินน่ะเหนือกว่าเขา หากคิดเป็ใหญ่ในสามโลก(เซียน ปีศาจ มนุษย์) ก็ต้องกำจัดเป่ยิอินตอนที่พลังเหือดแห้ง และนี่คือโอกาสที่ดีที่สุด!
เป่ยิอินไม่ตอบ เขาแบมือออก กระบี่ยาวที่ส่องประกายสีเงินพลันปรากฏขึ้น ยาสามเม็ดนี้คือยาฟื้นพลังที่เขาปรุงขึ้นมา สามารถเติมเต็มพลังวิเศษได้แค่ชั่วคราว และผลข้างเคียงร้ายแรงมาก พอยาหมดฤทธิ์ชีวิตของเขาก็จะถึงจุดจบ
ยังไงก็ตาม เพื่อให้หนานลี่ปลอดภัย เขามีแต่ต้องเสี่ยงเดิมพันกับตัวเลือกนี้เท่านั้น
เป่ยิอินบินขึ้นไปบนฟ้า จอมมารพยาบาทหรี่ตาลง ในพริบตา ไอมารสีดำรอบๆตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปกคลุมร่างกายของเขาและเป่ยิอินไว้เหมือนกับกรงทมิฬทรงกลม แสงกระบี่สีทองกับไอมารสีดำพัวพันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้
กรงทมิฬตกลงสู่พื้น จากนั้นก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า กระดอนไปมาจนแยกไม่ออก
ท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้ม บังเกิดสายฟ้าฟาด ลมกรรโชกแรง พืชพันธ์โดยรอบเหี่ยวเฉา ...