ณ เผ่าวิหก หลี่ชิวสุ่ยถูกถ้าตังพาตัวเข้าเมืองโดยสง่าผ่าเผย ท่ามกลางสายตาสงสัยนับร้อยกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาผ่านม่านบางๆบนเกี้ยว ยิ่งได้เข้าใกล้เมืองและเดินผ่านประตูเมืองไป ชิวสุ่ยก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่นางกำลังจะได้มา ทว่าตอนนี้ต้าถังนั้นกลับนั่งหน้าเคลียดราวกับแก้ปัญหาอะไรบางอย่างไม่ตก ชิวสุ่ยแอบมองบรรยากาศภายนอกก่อนที่นางจะไปสดุดตากับหอคอยบางอย่างที่ลอยอยู่บนฟ้า ซึ่งมันลอยเด่นอยู่ ณ ใจกลางของเผ่าวิหกพอดี
“ท่านพี่ นั่นคืออะไรหรือเ้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่!?”
“ห่ะ..เ้าว่าอะไรนะ ชางไห่?” ชิวสุ่ยรู้สึกเซ็งนิดๆที่นางโดนเรียกด้วยชื่อนี้อีกครั้ง เเต่ทว่านั่นไม่ใช่เื่ใหญ่เพราะสิ่งที่นาง้ารู้ตอนนี้มันสำคัญกว่า
“ข้าถามท่านว่า หอคอยที่ลอยอยู่บนฟ้านั่นคืออะไรหรือเ้าคะ? แล้วทำไมมันถึงได้ลอยอยู่แบบนั้นล่ะเ้าคะ?”
“นั่นเรียกว่าหุบเขาวิหก พวกเราที่นี่ใช้สถานที่นั้นในการจัดงานเเต่งงาน ชาวเผ่าวิหกทุกคู่จะไปเเต่งงานที่นั่น”
“เเต่งงานบนฟ้าหรือเ้าคะ!…แล้วพวกเขาขึ้นไปบนนั้นได้อย่างไรเ้าคะ?”
“เเน่นอนว่าชาววิหกทุกคนบินได้ พวกเราคือครึ่งคนครึ่งนกยังไงล่ะ…เฉกเช่นเดียวกับเ้า..ที่เป็ครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกนั่นแหละ เพียงแต่เ้าบินไม่ได้เหมือนพวกข้าก็เท่านั้น”
“ดีจังเลยที่พวกเขาได้จัดงานเเต่งในสถานที่ที่สวยและสง่าเช่นนั้น ตัวข้าเองคงไม่มีโอกาสเช่นนั้นหรอกเ้าค่ะ”
“เหตุใดเ้าถึงคิดเช่นนั้นล่ะ? เวลานี้เ้าเป็ชายาของเ้าแห่งวิหกในระยะสองพันลี้ เ้าสามารถไปที่ใดก็ได้หากเ้า้า”
“เเต่ข้านั้นเป็เพียงเเค่ครึ่งคนครึ่งจิ้งจอกธรรมดา บินไม่ได้เหมือนท่านนิเ้าคะ เฮ้อ!” ชิวสุ่ยก้มหน้าต่ำทำเป็เศร้าใจเพื่อจะอ้อนต้าถัง ทางด้านต้าถังเขาผ่านสตรีเช่นนี้มาเยอะจึงรู้ได้ทันทีว่าชิวสุ่ยกำลังยั่วยุเขาให้พาไปบนนั้นและมันได้ผล
“ได้สิ..ย้า!!!” หลิวต้าถังหันไปคว้ามือของชิวสุ่ยพร้อมกับใช้วรยุทธ์ของเขาพาชิวสุ่ยะเิเกี้ยวนั้นออกมาก่อนจะพาเหินขึ้นไปบนหุบเขาวิหก เพียงไม่กี่อึดใจเท้าของนางก็ได้เเตะโดนกลุ่มควันนุ่มๆบนหุบเขา เวลานี้นางรู้สึกเหมือนว่านางกำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆนุ่มๆก็ไม่ปาน
“นี่น่ะหรือ หุบเขาวิหก ดินแดนอันแสนศักดิ์สิทธิ์ที่เผ่าวิหก สร้างไว้เพื่อจัดงานอันมงคล ท่านพี่..ขอบคุณนะเ้าคะ..ข้าชอบที่นี่มาก เป็ไปได้ไหมเ้าคะ ถ้าหากว่าข้าอยากจะ…”
“หากวันนี้คงจะยังเป็ไปไม่ได้นะเ้าคะ” สตรีผู้ที่มีท่าทางสวยสง่า ปรากฏตัวท่ามกลางกลุ่มควันที่พัดผ่านไป นางเดินเข้ามาพร้อมกับเหล่าสาวใช้อีกเกือบสิบชีวิต ทั้งหมดมองมาที่ต้าถังพร้อมกับก้มโค้งคำนับ ก่อนจะรีบหมอบต่ำลงไป เหลือไว้เพียงสตรีผู้เพรียบพร้อมทั้งใบหน้า กริยา วาจาและท่าทางที่ยังยืนยิ้มทักทายพวกเขาทั้งสองอยู่ ต้าถังที่รู้ดีว่าสตรีผู้นั้นคือใครทันทีที่เขาได้พบกับนาง เขาก็แทบจะคุมสติตนเองไม่อยู่
“ชูหลัน! จะ..เ้ามา..ทำอะไรที่นี่?”
“ข้าได้ข่าวจากอาหนำว่าท่านจะพาใครบางคนกลับมาที่เมืองด้วย ข้าจึงขึ้นมาหาของบางอย่างเพื่อเตรียมต้อนรับผู้มาเยือนเ้าค่ะ”
“ท่านพี่ สตรีผู้นี้คือ……?” ชิวสุ่ยเอ่ยปากถามต้าถังในขณะที่สายตาของนางยังคงจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“เอ่อคือ…นาง….”
“ข้าชื่อ เหลียงชูหลัน เป็น้องสาวต่างมารดาของท่านพี่ต้าถัง ท่านพี่..ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ….?”
“เอ่อคือ..คือว่า….” ต้าถังตะกุกตะกักที่จะเเนะนำชิวสุ่ย นางมองชูหลันด้วยสายตาเหยียดๆก่อนจะป่าวประกาศถึงฐานะของตนเอง
“ข้าชื่อ หลี่ชิว..!!...หลี่ชางไห่ เวลานี้ข้าเป็ชายาของท่านพี่ต้าถังยังไงล่ะ” ต้าถังไม่พูดอะไร เอาเเต่เงียบและจ้องมองไปที่ใบหน้าของชูหลันเพื่อสังเกตอาการโกรธของนาง เเต่ทว่าผิดคาดเพราะนอกจากชูหลันจะไม่โกรธแล้ว นางยังยิ้มชื่นชมในความสง่างามของชิวสุ่ยอีกด้วย
“ยินดีต้อนรับแม่นางหลี่สู่เผ่าวิหกของเรา หากมีสิ่งใดที่แม่นาง้าหรืออยากได้ แม่นางสามารถบอกข้าได้ทุกเมื่อ ข้ายินดีจะหามาให้เพื่อให้แม่นางพอใจ จริงสิ! เมื่อครู่..แม่นางบอกว่าอยากจะจัดงานเเต่งงานที่นี่ ด้วยสถานที่ยังไม่พร้อม ข้าจึงว่าน่าจะ…”
“ชางไห่! เ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ ข้าว่าเ้ารีบกลับไปพักที่จวนก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ข้าจัดการเอง อาหนำ!!”
“ขอรับ แม่นางหลี่ เชิญทางนี้ขอรับ”
“ช้าก่อน!..ท่านพี่เ้าคะ…ข้ามีเื่จะขอท่าน..”
“เ้ามีอะไรอีกหรือ ชางไห่?”
“เวลานี้ข้าเป็คนของท่านแล้ว ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าข้าเป็ชายาของท่านเ้าเมืองแห่งนี้ ดังนั้นทั่วทั้งเผ่าวิหกควรจะเรียกข้าว่าชายาของท่านเ้าวิหก…มิใช่หรือเ้าคะ..หรือท่านพี่เห็นว่าไม่สมควร?” ต้าถังไม่ตอบอะไร เขามองไปที่อาหนำเพื่อส่งซิกอะไรบางอย่างและดูเหมือนว่าอาหนำก็จะเข้าใจในสิ่งที่ต้าถังพยายามจะสื่อสารกับเขา
“ข้าน้อยขออภัย เชิญพระชายาหลี่ ทางนี้ขอรับ ข้าน้อยจะพาไปที่จวนของท่านเ้าวิหกขอรับ”
“เ้าไม่ต้องหรอกอาหนำ ข้าหาของเจอพอดี เดี๋ยวข้าเป็คนพานางไปส่งที่จวนของท่านพี่เอง” ชูหลันยิ้มกว้างพร้อมกับจะเดินเข้าไปหาชิวสุ่ยอย่างเป็มิตร เเต่ทว่าต้าถังกลับกระชาก เเขนเพื่อหยุดนางไว้ ทำเอาชิวสุ่ยถึงกลับมองตาขวางและสงสัยในความสัมพันธ์ของสองพี่น้องนี้เป็อย่างมาก
“ให้อาหนำไปส่งนาง! ส่วนเ้าอยู่ก่อน..ข้ามีเื่จะคุยด้วย!!” ต้าถังเค้นเสียงออกมาเบาๆเพื่อไม่ให้ชิวสุ่ยสงสัยพวกเขา หลังจากที่เขาชักสีหน้าไม่พอใจใส่ชูหลันแล้ว เขาก็หันกลับมาส่งรอยยิ้มให้ชิวสุ่ยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอาเป็ว่าเ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าขอคุยกับชูหลันเื่เตรียมสถานที่ก่อน เสร็จแล้วข้าจะตามไป”
“รีบมานะเ้าคะ..ข้าจะรอ” ชิวสุ่ยพูดอ้อนต้าถังจนพอใจ พร้อมกับหันไปชักสีหน้าใส่ชูหลัน ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มตอบรับมาอย่างเป็มิตร นั่นยิ่งทำให้ชิวสุ่ยหัวเสียจนต้องรีบเดินตามอาหนำออกไป ทิ้งไว้เพียงชูหลันและต้าถังเท่านั้น ต้าถังเดินอ้อมมาหยุดตรงหน้าชูหลันและจ้องมองนางด้วยความสงสัย
“เ้าคิดจะทำอะไร ชูหลัน?”
“ท่านไม่อยากให้นางรู้ว่ามีข้าอีกคนไม่ใช่หรือไง! ข้าก็กำลังสนองความ้าของท่านอยู่ ท่านไม่พอใจอะไรข้า?”
“โดยการที่บอกว่าเ้าคือน้องข้านี่นะ เวลานานไปนางก็ต้องรู้เพราะเ้าไม่ใช่เผ่าพันธ์เดียวกับข้า!”
“ข้าถึงได้บอกว่าข้าเป็น้องสาวต่างมารดาท่านยังไงล่ะ ท่านพี่..วางใจเถอะ หากเผ่าัปลายเเถวอย่างท่านขึ้นมาปกครองเผ่าวิหกได้ สิ่งที่ข้าพูดไปก็ไม่ใช่เื่แปลกนิเ้าคะ”
“นี่เ้า!!!…เ้าอย่าคิดนะว่าเ้าจะอยู่เหนือข้าได้!! จงอยู่ในที่ของเ้าซะ…ถ้าไม่อยากเดือดร้อน เอาไว้ข้าสะสางเื่ของข้าจบเมื่อไหร่ ข้าจะทำในสิ่งที่เ้า้า” ต้าถังเดินจากไปด้วยท่าทางที่หัวเสียเพราะเขารู้สึกว่าคำพูดของชูหลัน มันดูถูกเขามากๆ เเต่ชูหลันนางไม่ได้คิดอย่างนั้น นางรู้แผนการทั้งหมดจากอาหนำแล้วและทุกอย่างที่นางทำไปก็เพียงเพื่อช่วยให้แผนการของต้าถังสำเร็จเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งนั่นก็เป็การช่วยตัวนางในทางอ้อมไปด้วย ทันทีที่แผนของต้าถังสำเร็จ นางเองก็จะได้ในสิ่งที่นาง้าเช่นกัน…