สายลมยามเช้าพัดผ่านหมู่บ้านใต้เงาูเา
แต่สำหรับหลินเซวียน
โลกใบเดิมกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หลังจากเปิดประตูมรรคาได้สำเร็จในบทก่อน
เขารู้สึกราวกับมีม่านบางอย่างถูกเปิดออก
เมื่อเดินผ่านลานหมู่บ้าน
เขามองเห็นละอองแสงจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ
พวกมันเคลื่อนไหวช้า ๆ
ไหลเวียนไปตามสายลม
ราวกับสายน้ำที่มองไม่เห็น
“นี่คือ... ปราณฟ้าดิน?”
หลินเซวียนพึมพำเบา ๆ
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้เลย
แต่ตอนนี้
ทุกอย่างกลับปรากฏชัดเจนในสายตา
ไม่เพียงเท่านั้น
เส้นกรรมที่เคยมองเห็นอย่างเลือนราง
กลับชัดเจนขึ้นกว่าหลายเท่า
บางเส้นเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน
บางเส้นเชื่อมโยงกับอดีต
บางเส้นเชื่อมโยงไปยังูเา
ูเาที่ซ่อนผนึกโบราณเอาไว้
ระหว่างทาง
เขายังเห็นเงาิญญาอ่อนแอบางตน
ยืนเงียบอยู่ข้างต้นไม้
หรือเดินผ่านตรอกเล็ก ๆ
พวกมันมิได้ดุร้าย
มิได้โจมตีผู้ใด
เพียงดำรงอยู่
อย่างเงียบงัน
ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของโลกมาตลอด
และเพิ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้
อย่างไรก็ตาม
หลินเซวียนรู้ดี
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
เขาเพียงมองเห็นมากขึ้นเท่านั้น
ภายในเรือนพักชั่วคราวของหอเฝ้าราตรี
เฉินเยี่ยนชิวยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เมื่อเห็นหลินเซวียนเดินเข้ามา
ผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดจึงกล่าวขึ้น
“รู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ข้าเห็นหลายสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
หลินเซวียนตอบตามตรง
เฉินเยี่ยนชิวพยักหน้า
“นั่นเป็เื่ปกติ”
เขาหันกลับมา
สายตาสงบนิ่ง
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เปิดประตูมรรคา เป็เพียงก้าวแรก”
“ผู้ฝึกตนที่ตายก่อนขั้นสอง มีมากกว่าที่เ้าคิด”
หลินเซวียนนิ่งเงียบ
เฉินเยี่ยนชิวจึงกล่าวต่อ
“จากวันนี้ไป เ้าต้องเรียนรู้การมองอย่างถูกต้อง”
“มิฉะนั้น สิ่งที่เ้าเห็นจะทำลายเ้าเอง”
จากนั้น
การสอนครั้งแรกอย่างจริงจังจึงเริ่มขึ้น
เขาสอนวิธีรับรู้ปราณ
สอนวิธีแยกแยะิญญา
สอนวิธีปกป้องจิตใจจากอิทธิพลของกรรม
และเป็ครั้งแรก
ที่หลินเซวียนได้รับการยอมรับในฐานะ
“ผู้ฝึกตน”
อย่างแท้จริง
ระหว่างการสอน
หลินเซวียนถามขึ้น
“ผู้ฝึกตนทุกคนเดินเส้นทางเดียวกันหรือไม่”
เฉินเยี่ยนชิวส่ายหน้า
“ไม่”
“ผู้ฝึกตนทุกคนเลือกมรรคาของตนเอง”
เขายกตัวอย่างช้า ๆ
“มีผู้เดินเต๋าดาบ”
“มีผู้เดินเต๋าอัสนี”
“มีผู้เดินเต๋าอัคคี”
“มีผู้เดินเต๋าิญญา”
“และมีผู้เดินเต๋าผนึก”
ระหว่างพูด
สายตาของเขากลับจับจ้องหลินเซวียนอยู่ตลอด
ราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“แล้วข้าล่ะ”
หลินเซวียนถาม
เฉินเยี่ยนชิวเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนตอบช้า ๆ
“ข้ายังไม่แน่ใจ”
“แต่สิ่งที่เ้ามองเห็น... แตกต่างจากผู้คนทั่วไป”
เขานึกถึงดวงตาแห่งกรรม
นึกถึงภาพที่หลินเซวียนมองเห็น
นึกถึงเหตุการณ์มากมายที่ผ่านมา
ก่อนกล่าวเบา ๆ
“บางที...”
“เ้าอาจกำลังเดินบนเส้นทางของเต๋าแห่งกรรม”
หลินเซวียนขมวดคิ้ว
เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนี้
ส่วนเฉินเยี่ยนชิวเอง
ก็รู้ดีว่า
เต๋าแห่งกรรมเป็เส้นทางที่แม้แต่บันทึกโบราณยังกล่าวถึงน้อยมาก
แต่ความสงบกลับอยู่ได้ไม่นาน
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังก้องเข้ามา
เ้าหน้าที่หอเฝ้าราตรีผู้หนึ่งรีบวิ่งเข้ามา
ใบหน้าซีดเผือด
“ท่านผู้ตรวจการ!”
เฉินเยี่ยนชิวหันขวับ
“เกิดอะไรขึ้น”
ชายคนนั้นสูดลมหายใจลึก
ก่อนตอบ
“รอยแตกบนผนึกเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว”
บรรยากาศภายในห้องพลันตึงเครียด
“อธิบายมา”
“นอกจากรอยแตกจะขยายตัว”
“ยังมีไอสีดำรั่วออกมาจากด้านในด้วย”
ทันทีที่กล่าวจบ
สีหน้าของเฉินเยี่ยนชิวเปลี่ยนไป
หลี่มู่หรานที่อยู่ด้านข้างก็เคร่งเครียดขึ้นทันที
ชายผู้นั้นกล่าวต่อ
“และจำนวนิญญาที่คุกเข่าอยู่เชิงเขา”
“เพิ่มขึ้นทุกวัน”
“เมื่อคืนเพียงหลักร้อย”
“แต่เช้าวันนี้เกินหลักพันแล้ว”
ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง
ทุกคนเข้าใจความหมายของเื่นี้ดี
ผนึกกำลังเสื่อมสภาพจริง ๆ
และสิ่งที่อยู่ภายใน
กำลังส่งผลต่อโลกภายนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยามเย็น
ยันต์ส่งสารจากหอเฝ้าราตรีส่วนกลางเดินทางมาถึง
เฉินเยี่ยนชิวรับมันด้วยตนเอง
หลังอ่านเนื้อหา
สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปทันที
หลี่มู่หรานถามอย่างประหลาดใจ
“ส่วนกลางตอบกลับมาแล้วหรือ”
เฉินเยี่ยนชิวพยักหน้า
แต่แววตากลับหนักอึ้ง
“พวกเขาจะส่งผู้ตรวจการระดับสูงมาเพิ่ม”
“นั่นไม่ใช่เื่ดีหรือ”
หลี่มู่หรานถาม
ผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดกลับเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวเบา ๆ
ราวกับพูดกับตัวเอง
“ถึงกับส่งคนนั้นมา...”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
จนแม้แต่หลี่มู่หรานยังไม่เคยเห็นมาก่อน
คืนนั้น
หลินเซวียนนั่งสมาธิอยู่เพียงลำพัง
สายตาแห่งกรรมเปิดออกอย่างเงียบงัน
เขามองไปยังูเา
มองเส้นกรรมมหาศาลที่พัวพันอยู่รอบผนึก
ในตอนแรก
เขาคิดว่าเส้นกรรมทั้งหมดกำลังเชื่อมโยงไปยังประตูหินโบราณ
แต่เมื่อมองลึกลงไป
เขากลับพบสิ่งผิดปกติ
เส้นกรรมเ่าั้
มิได้หยุดอยู่ที่ประตู
พวกมันดำดิ่งลึกลงไป
ลึกยิ่งกว่าเดิม
ลึกลงไปใตู้เา
ใต้ประตู
ใต้ผนึก
ราวกับมีบางสิ่ง
กำลังซ่อนอยู่ในความมืดมิดที่ลึกกว่านั้น
บางสิ่งที่แม้แต่ผนึกยังเป็เพียงเปลือกนอก
หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เพราะเป็ครั้งแรก
ที่เขารู้สึกว่า
ความลับใตู้เา
อาจลึกซึ้งกว่าที่ทุกคนคาดคิด
“ทุกคนคิดว่าประตูคือจุดสิ้นสุด”
“แต่สำหรับดวงตาแห่งกรรมของหลินเซวียน...”
“มันเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”