ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ... ั์ตาแบบห่านๆยังคงกะพริบปริบๆ สมองยังคงด้านชา ราวกับกลายเป็ห่านสติหลุดที่เผลอจิกกินขี้ของตัวเอง
เจียงลี่หยูยังคงจมปลักอยู่กับตรรกะอันโหดร้ายที่แล่นวนไปวนมาในหัว
'ถ้าไม่ใช่สัตว์เทพที่เกิดจากธาตุศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีสิทธิ์ผูกจิตกับใคร ผูกจิตไม่ได้ก็แปลงร่างเป็มนุษย์ไม่ได้พอเป็มนุษย์ไม่ได้... ฉันก็เป็ได้แค่ห่านต๊อกต๋อยหน้าโง่ ที่รอวันถูกจับถอนขนเตรียมเอาไปทำซุปห่าน!'
ั์ตากลมสีดำขลับละจากเศษกะหล่ำปลีช้ำๆ บนพื้นกวาดมองออกไปนอกรั้วคอกไม้อย่างเลื่อนลอย
เบื้องหน้าคือภาพของเหล่าสหายร่วมอุทยานที่กำลังใช้ชีวิตไปวันๆ ตามยถากรรม
มอ...
วัวเทียมเกวียนตัวโตยังคงยืนหลับตาเคี้ยวหญ้าเอื้องน้ำลายยืดหยดแหมะลงพื้นอย่างน่าเวทนา
กุ๊ก... กุ๊ก...
ไก่โต้งหงอนแดงก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาคุ้ยเขี่ยขี้ดินหาไส้เดือนอย่างเอาเป็เอาตาย ไม่ได้สนใจโลกภายนอกแม้แต่น้อย
สัตว์เดรัจฉานพวกนี้ช่างมีชีวิตที่ว่างเปล่าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เคยมีความทะเยอทะยานอยากไต่เต้าขึ้นเป็พระชายาหรือพระสวามีของบรรดาองค์ชายองค์หญิงทั้งหลายหรือกังวลว่าแคว้นต้าเฉียนจะเอาสัตว์เทพที่ไหนไปรบคานอำนาจปกป้องบ้านเมือง
ทว่าความเศร้าโศกเสียดายอาลัยอาวรณ์ราวกับเพิ่งถูกเ้านายหักโบนัสปลายปีกลับเกาะกุมจิตใจของเจียงลี่หยูได้ไม่นานนัก
พื้นที่เก็บข้อมูลในกะโหลกศีรษะขนาดเท่าลูกมะนาวแห้งๆ ดูเหมือนจะโหลดรับความเครียดทางอารมณ์ได้อย่างจำกัด
'ช่างเถอะ...จะคิดมากให้ปวดรอยหยักอันน้อยนิดไปทำไมกัน'
อดีตมนุษย์ผู้ประเสริฐถอนหายใจอย่างปลงตก
'เป็ห่านกินๆ นอนๆ มีขันทีเอาผักกาดมาโยนประเคนให้ถึงที่ก็สบายดีออกไม่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ไปเบียดคนบนรถเมล์ ไม่ต้องถูกหักภาษีและไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านด้วยซ้ำ'
เมื่อก้อนสมองเล็กจิ๋วหาเหตุผลมารองรับความตกต่ำในชีวิตได้สำเร็จเป็ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้อาการฟูมฟายก็ถูกปัดเป่าทิ้งไปราวกับปัดเศษฝุ่นออกจากโต๊ะไม้
จะงอยปากแบนกว้างสีส้มเชิดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปจิกเศษกะหล่ำปลีเปื้อนดินชิ้นเดิมขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเบิกบานใจ
กร้วม!
สตรีในร่างสัตว์ปีกปล่อยวางความฝันอันสูงส่งทิ้งไปอย่างง่ายดายสมองห่านของเธอสับสวิตช์กลับเข้าสู่โหมดสัญชาตญาณสัตว์เดรัจฉานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ยามราตรีเริ่มปกคลุมอุทยานหลวงความมืดมิดและลมเย็นะเืพัดผ่านคอกสัตว์ปีก
ก้อนขนอวบอ้วนขดตัวซุกไซ้ลำคอยาวระหงเข้าไปใต้ปีกอย่างมิดชิดเจียงลี่หยูนอนหลับอุตุอยู่บนกองฟางส่วนตัวอย่างเงียบเชียบ
รอบกายของเธอเต็มไปด้วยสหายร่วมชะตากรรม ทั้งไก่ เป็ดและห่านตัวอื่นๆ ที่นอนเบียดเสียดกันเรียงราย ราวกับก้อนแป้งนึ่งในซึ้งไม้ไผ่
ถัดออกไปไม่ไกลนัก ภายในคอกไม้ที่ทำจากท่อนซุง ซึ่งใช้เป็พื้นที่พักพิงของพวกสัตว์สี่เท้าตัวโตทั้งวัว ควาย ม้า และกวางป่าที่กำลังยืนหลับตาพ่นลมหายใจฟืดฟาดประสานเสียงกันเป็จังหวะน่ารำคาญ
แม้คอกไม้ของเจียงลี่หยูจะอยู่ไกลจากคอกของพวกสัตว์ตัวโตพอสมควรแต่พอตกกลางดึกความเงียบก็ยิ่งทำให้เสียงกรนของพวกสัตว์สี่เท้าเสียงดังขึ้นเป็ทวีคูณ
ก้อนขนอวบอ้วนพลิกตัวไปมาบนกองฟางแบบกระสับกระส่ายก่อนจะยืดลำคอออกจากใต้ปีก เพื่อยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย
หึ่ง...
เสียงแมลงกลางคืนบินกรีดปีกดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบ
มันบินโฉบไปมาโคจรอยู่เหนือหัวของสตรีในร่างห่านที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา
งับ!
จะงอยปากสีส้มอ้ากว้าง และงับเข้าที่กลางอากาศด้วยสัญชาตญาณของสัตว์เดรัจฉานแบบอัตโนมัติ
กร้วม!
เจียงลี่หยูเคี้ยวแมลงโชคร้ายตัวนั้นตุ้ยๆทั้งที่ดวงตายังคงปิดสนิท รสชาติมันๆ เค็มๆผสมความกรุบกรอบแตกซ่านไปทั่วลิ้นัั
'อืม...แมลงทอดรถเข็นหน้าออฟฟิศร้านนี้ทอดได้กรอบร่วน แซ่บนัวถึงใจจริงๆ'
อดีตพนักงานออฟฟิศละเมอชื่นชมในใจอย่างเคลิบเคลิ้มก่อนจะกลืนก้อนโปรตีนสดๆ ลงลำคอ แล้วซุกหน้าเข้าใต้ปีกหลับปุ๋ยต่อไปอย่างมีความสุข
ไม่กี่ชั่วยามต่อมา...
แสงเงินแสงทองก็พลันจับขอบฟ้ารุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนพร้อมกับความวุ่นวายที่คุ้นเคย
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าของคนหมู่มากย่ำลงบนพื้นหญ้าดึงให้เจียงลี่หยูต้องลืมตากลมดำขลับขึ้นมามองอย่างเกียจคร้าน
ชายชราในชุดอาภรณ์สีเหลืองปักลายั หรือที่พวกขันทีเรียกขานกันว่าฮ่องเต้กำลังนำขบวนเสด็จชุดใหญ่เข้ามาในอุทยานหลวงอีกครั้ง ราวกับคนว่างงานที่ไม่มีฎีกาบนโต๊ะให้ตรวจ
ทว่าคราวนี้สิ่งที่อยู่ในกรงไม้ด้านหลังไม่ใช่นกย่างไฟลุกเหมือนคราวก่อน
แกร๊ก!
เสียงกรงไม้ขนาดใหญ่ถูกเปิดออกตามคำสั่งของขันทีรับใช้คนหนึ่ง
พรึ่บ!
นกตัวสูงโย่งที่มีขายาวเก้งก้างราวกับไม้ค้ำเพิงกระต๊อบวิ่งพุ่งพรวดออกมาจากกรงด้วยท่าทางตื่นตระหนก เจียงลี่หยูปรายตามองก็รู้ว่ามันคือนกกระจอกเทศที่ดูเหมือนไก่ั์เป็โรคขาดสารอาหาร
ตามติดมาด้วยนกยูงรำแพนหางสีเขียวเหลือบน้ำเงินสยายขนอวดความงามไปมาประหนึ่งนางโลมเบอร์หนึ่งที่กำลังเรียกร้องความสนใจจากเหล่าคุณชายกระเป๋าหนักทั้งที่มันเป็ตัวผู้
เจียงลี่หยูเพียงแค่มองสมาชิกอุทยานหน้าใหม่ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
'เอาเถอะ อยากจะขนสัตว์ป่ามาเปิดสวนสัตว์ในวังก็เอาที่สบายใจเลยตาแก่'
เธอพ่นลมหายใจออกทางจมูกบนจะงอยปากก่อนจะหันหลังกลับไปให้ความสนใจกับกำแพงหินขรุขระริมสระน้ำแทน
จะงอยปากแบนกว้างจิกทึ้งตะไคร่น้ำสีเขียวครึ้มที่เกาะอยู่ตามซอกหินเข้าปากเคี้ยวลวกๆ อย่างไร้อารมณ์
'กินแต่ผักกาดกับตะไคร่น้ำจืดชืดมาหลายวันรสชาติมันเลี่ยนคอจนแทบจะอ้วกออกมาเป็หญ้าอยู่แล้ว'
ตีนผังผืดสีส้มยกขึ้นมาเกาบริเวณซอกคอและใต้ปีกอย่างขะมักเขม้น
จึก!
จะงอยปากสีส้มจิกดึงเอาเห็บตัวอ้วนเป่งที่กำลังเกาะดูดเือยู่บนิัใต้ชั้นขนสีขาวออกมาได้อย่างแม่นยำ
ก้อนขนสีขาวพยายามจ้องมองก้อนเืเดินได้ในปากตนเองอย่างพึงพอใจแม้จะมองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกได้ว่าในปากมีตัวอะไรกำลังดิ้นอยู่ ก่อนจะกลืนมันลงคอไปรวดเดียวเพื่อตัดความเลี่ยนของรสตะไคร่น้ำโดยปล่อยให้นกหน้าโง่ตัวใหม่ทั้งสองวิ่งพล่านเป็ตัวตลกให้พวกมนุษย์สองขาดูต่อไป