ท้าวรณชัยพังไม่เป็ท่า คิดจะมาเอาคืนกับมังคลา
สุดท้ายหน้าหงายซะเอง เนื่องข้อกล่าวหาฟังไม่ขึ้น
ด้านจามรเทวี พระนางสงสัยในความหื่นกระหายใคร่ขององค์สวามี
ร้อยวันพันปีไม่เคยพิศมัย ใยคืนนี้เรียกถวายงานบนเตียง
อายุไม่ใช่อุปสรรค หากแรก ๆ ก็เพื่อทายาทสืบบัลลังก์
พอผ่านมามีแต่ตั้งครรภ์คลอดลูกหญิง จึงทำพอผ่านเป็หน้าที่
ต่างจากเมื่อก่อนนัก เลอสรวงองค์ฟื้นขึ้นมาใหม่ตักตวงจนสมใจ
จามรเทวีระทวยหมดแรง ขั้นหานางสนมชั้นรองมาสนองอารมณ์ต่อ่
จิตใจพระนางนึกถึงแต่ชู้รัก คอยฟังข่าวจากบักสาก
ไอ้นกสองหัวที่มันไม่เลือกนาย ขอลำพังแค่จ่ายเบี้ยให้
อาศัยเข้านอกออกในได้หมด จึงมีข้อมูลมาขายเรื่อย ๆ
ด้านอชาตะ หลงมัวเมาในคราบาาที่อำนวยได้ทุกอย่าง
ส่วนมังคลายืนบนจุดสูงสุด เอาอสูรบังหน้าแล้วคอยบงการตามใจปรารถนา
อีกขั้นรอโอกาสจะให้ทรงตราปรมาภิไธยยกอำนาจแก่ตน
เป็อีกวันถึงคราวท้าวเทศเข้าเฝ้า หลีกเลี่ยงปะเจอกับพระยารณชัยหนก่อน
“โปรดเกล้า องค์เหนือหัว”
นำพาบักลายสือหมอบตรงพระพักตร์
“ดิถียินดี มีคนมาให้เบิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
แต่แปลกนัก ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ไม่แสดงออก ว่าสนพระทัยด้วยซ้ำวางองค์เฉยเมย
พนมกราบ เงยขึ้นให้แลตรงข้ามกลับสร้างความผิดหวัง
สายพระเนตรมองผ่าน บุคคลที่ปรารถนาพบหน้าเพื่อไถ่บาป
คดีเข่นฆ่าตามคำทำนายชะตา แต่พอมาปรากฏตัวจริง ๆ
ดั่งเห็นเป็อากาศ ไม่ให้ความสำคัญใด
“ทรงลืมแล้วบ้อ หน่อเนื้อพระองค์”
ท้าวเทศย้ำกับท่าทางนิ่งสงบ จนต้องทบทวน
“มึงว่าจังได๋? กูบ่เคยมีลูกกับไผ”เป็อสูรอชาตะตอบเอง
ปฏิเสธในเื่ทายาท เพราะเพิ่งจะเสพสังวาสกับมเหสีเมื่อคืนนี้
ถึงกับหน้าถอดสี ได้ยินคำจากองค์ผู้พี่พระเชษฐา
“ลายสือ นามนี่ทรงจำได้บ่”ท้าวเทศยังพยายาม
ท่ามกลางบรรดาข้าราชบริพาร เริ่มวิจารณ์เบาเสียง
“แม่นบ้อ”
ต่างหูผึ่งพอฟังการแนะนำตัว ผ่านท้าวเทศผู้พามา
ปุโรหิตมังคลารีบสอดแทรก“พระองค์ฮวมสิฟื้นป่วยไข้ ท้าวท่านอย่างรบกวนเลย”
เห็นถึงความผิดปกติ บักลายสือจึงเอ่ย
“เสด็จพ่อหลวง คึสิยังบ่ทันเซาดี”
มันล้วงแหวนที่หุ้มห่อแขวนคอ ออกมาอีกวงสวมในนิ้วชี้
เท่านั้นอสูรอชาตะ ผงะถอยหลบรัศมีทุรนทุราย
“เอามันออกไป!”
ตวาดตรัสขับไล่ไม่เหลือเยื่อใย ระหว่างพ่อลูก
สบจังหวะมังคลาขึ้นเสียง“ทหารอยู่ไส”สั่งการแทน
“ฟังก่อน! พ่ะย่ะค่ะ”
ขัดขืนต้านท้าวเทศะโ ก่อนจะถูกลากตัวให้พ้นบริเวณ
ส่วนบักลายสือถูกจับกุมให้แยกขังไว้ในคุกหลวง
“ปล่อยข่อย ๆ”
เหตุชุลมุนเกิดขึ้นต่อหน้าปวงขุนนาง จนเป็เื่ราวถูกพูดถึงไม่จบ
...ไม่คาดคิดจะออกมาแบบนี้ ท้าวเทศเสียใจพาบักลายสือไปโดนจับ
ถึงเรือนอยู่ไม่เป็สุข ต้องหาวิธีช่วยกันออกมา
ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของเสือหาญและตาลุน
อุตส่าห์เป็ห่วง ขอติดตามโดยอำพรางใช้มนตราเสกบังตัวเอง
“เจ่าเห็นบ่ อ้ายลุน”
หาที่ปลอดผู้คน เสือหาญพูดสะกิดให้ตาลุนเอะใจในองค์เลอสรวง
ซึ่งลนลานกลัวแหวนสองวง ตรงจังหวะบักลายสือจะทวนความจำให้พ่อ
“มึงกับกู กะเห็นคึกันนั่นหละ หาญ”
พ้องกันในตัวองค์าาต้องมีสักอย่าง ที่น่าสงสัย
ฝั่งตาลุนเคยเห็นถึงสิ่งกระทำ คราวพาคำปงมาเพื่อเจรจา
อันนางตกลงกับตนลอบเข้าหา ก่อนหน้าบักลายสือจะมาพบบิดาสำหรับยุติปัญหา
ท่าทางอาลัยต่ออดีตเมียเก่า ขนาดจะขอคืนดีกันเช่นแต่ก่อน
ทั้งพอบักลายสือตัดสินใจคืนแหวนให้ แลกกับคำขอเลิกเข่นฆ่าทำบาป
ลักษณะอาวรณ์ยังบุตร ที่ดั้นด้นเพื่อการนี้
ไฉนพอท้าวเทศได้พาบักลายสือ มาเข้าเฝ้าประกาศต่อหน้า
เลอสรวงทำเหมือนกับว่า จำโอรสของพระองค์ไม่ได้เลย
“มันต้องมีแนว เฮ็ดให้เป็จังซี่”
พักหลังเสือหาญมักจะเป็เดือดเป็ร้อนแทนบักลายสือ
“เอาจังได๋ดี เฮา”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ตาลุนต้องได้ตัวคนที่ถูกขังกลับไปด้วย
อดทนจนกระทั่งมืดค่ำ หลบคุยกันตรงช่องแสงจันทร์รอดผ่าน พรางร่างก็จริงแต่ยังทิ้งร่องรอย
กำลังช่วยกันคิด พลันเสือหาญก้มมองรองเท้าตัวเอง
เกือกหนังได้มาโดยคำปงหรือองค์หญิงคาระปง เผื่อแผ่เย็บให้กับมือ
“คึดออกแล้ว อ้ายลุน”
เงาที่ทาบลงพื้นย่อมพิสูจน์บางอย่างได้ เสือหาญเอ่ยท้าทาย
จึงคว้าฉวยกันย่องตรงไปยังห้องบรรทม เฝ้าจับผิดองค์เลอสรวง
ถึงยามถวายงาน นางสนมพร้อมบำเรอตามตารางจัด
นี่มันเงาอสูรชัด ๆ เมื่อมองผ่านตรง*คันฉ่อง สุดแสนมหัศจรรย์สะท้อนอัตลักษณ์ตัวตน
อาศัยชอบเล่นแร่แปรธาตุ ไม่พ้นความฉลาดของตาลุน
เลวร้ายไปกว่านั้น ไม่นึกไม่ฝันในความสยดสยอง
ภาพสนมถูกอชาตะควักกินหัวใจ หลังร่วมหลับนอน
เหลือเพียงสไบนางไว้ให้เป็หลักฐาน มาถึงห้องสังหารไม่มีใครหลุดไปได้
ส่วนมากโดนยัดข้อหาเจตนาขัดพระทัยองค์กษัตริย์
เลยตัดไฟแต่ต้นลม ฆ่าตายภายในห้องบรรทม
จะรอดแค่จามรเทวี เนื่องสถานะแม่หยัวครอบหัวอยู่
พระนางจึงถูกละเว้น เกรงด่วนกำจัดเร็วไปอาจเสียแผนของมังคลา
ไม่เช่นนั้น คงไม่ต่างจากมวลโชคร้ายทั้งหลาย
...สะพรึงตะลึงจนขวัญหนี ในสิ่งค้นเจอ
“กูคึไว้แล้ว!”
เผ่นกระเจิงตาลุนกับเสือหาญ กลับมาที่เดิม
“มันผีนรก รึว่าซาตาน”
ไม่ได้ตาฝาด เสือหาญยังวนเวียนข้องใจพยายามเทียบรูปลักษณ์
“ขนาดกู ยังบ่ฮู้เลย”
พิสดารแหวนเรืองแสงแสดงปาฏิหาริย์ได้ ตาลุนยังมาเห็นอสูรกายในคราบมนุษย์อีก
เหงื่อแตก ขนลุกกับความวิปริตไร้ซึ่งปราณี
ประมาณเสือหาญสรรหาคำเรียกสรรพนามแทบไม่ถูก
ชักจะไม่ได้การ ก่อนอื่นตาลุนชวนล่องหน ย่นระยะทาง
ภายในลูกกรง ลายสือมันถูกนำมาขังเดี่ยว
เวรยามทหารยืนเฝ้าแ่า หากแต่ตาลุนกับเสือหาญ
เลือกตรงมุมมืดบริเวณห้องขัง ใช้เป็ที่ปรึกษากัน
“เอาจังซี่เด้อ”
บอกเล่าขั้นตอนต่อยังบักลายสือ ทำอุบายทิ้ง*หุ่นพยนต์ไว้หลอกตาในกรง
เพียงชั่วขณะ วิชาย่นระยะช่วยได้ต่างมาถึงเรือนท้าวเทศอย่างปลอดภัย
...รับรู้จากปากผู้ประสบเองอย่างตาลุนและเสือหาญ
หวั่นถึงหนทางวิบัตด้วยฝีมือมังคลาพราหมณ์
“กูสิไปประจานมัน!”
โมโหกะจะไม่ไว้หน้า ฟังจบเท่านั้นท้าวเทศผุดลุกขึ้นสถบลั่น
“ข้าน้อยพอมีทาง ท่าน”
เสือหาญเอ่ยถึงแหวนวิเศษ วัตถุที่อสูรคล้ายจะหวาดกลัว
“คั่นถิ่มไว้กับท่านพ่อ คึสิบ่เป็จังซี่”
ลายสือรู้สึกผิด ไม่น่าหยิบติดตัวมาด้วยทั้งสองวง
ถ้าวางบนพานใกล้กับพระองค์ คงไม่ถูกอสูรเข้าสิงง่าย ๆ เพราะแหวนอิทธิฤทธิ์ปกป้อง
“จังได๋บักซัว มันกะมีแนวเฮ็ดให้ชิบหาย”
ไม่ถูกชะตากันมานานแล้ว ท้าวเทศประณามการกระทำต่ำทราม
“อย่าสิโทษจะของเอง”
พูดเชิงอย่าโทษตัวเองของบักลายสือ หันถามวิธีพอต่อกรกับอสูรกับตาลุนผู้โชกโชน
“มืดตึ๊บ นายท่าน”
ั้แ่เกิดมาก็เพิ่งเคยพบเคยเห็น ประหลาดนัก
ลำพังจำพวกผีธรรมดา ยังพอฟังจากท่านะอาจารย์ตนเล่าบ้าง
เมื่อไม่รู้แหล่งที่มา คงยากหาทางจัดการได้กับอสูรร้าย
ในเมื่อมีแหวนอยู่ในมือ นวมงคลถือว่าควรลองวัดดูแม้จะเสี่ยง
โดยครั้งนี้เป็ฝ่ายไหนที่เริ่มก่อน ท้าวเทศเจออุปสรรคขัดขวาง
ในการรับรองเืเนื้อเชื้อไขของกษัตริย์ เพราะองค์เลอสรวงถูกสวมทับร่างด้วยภูต
กำกับอีกทีจากปุโรหิตมังคลาผู้ชักใยอยู่เื้ั.
*คันฉ่องเป็วัตถุสะท้อนภาพที่มนุษย์ใช้เป็อุปกรณ์
เพื่อการดูแลตัวเองและใช้ในการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
มาเป็เวลาหลายพันปีแล้ว ในยุคก่อนประวัติศาสตร์
สมัยหินใหม่ มีการพบวัตถุที่ทำจากหินออบซิเดียนขัดเงา ขนาดเหมาะมือจำนวนหนึ่ง
อายุประมาณ 5,000 ปี ก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 7,500-800 ปี มาแล้ว
ในบริเวณแหล่งโบราณคดีหลายแห่ง เป็ที่ปรากฏเห็น
อีกคุณสมบัติประการหนึ่งตามความเชื่อโบราณ มวลเจตภูต ผี ปีศาจทั้งหลาย
ไม่สามารถหลบซ่อนรูปลักษณ์ ธาตุิญญาแท้จริง อันสะท้อนในคันฉ่องได้
*หุ่นพยนต์
พยนต์ แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น
หุ่น เป็รูปจำลองของ คน สัตว์ เทวดา ั์ หรืออะไรสุดแท้แต่
ตามจินตนาการของผู้สร้าง โดยอาศัยหลักอุปทาน
อยากได้รูปร่างอย่างไรให้ทำตามแบบนั้น ดูตรงความ้าให้เหมาะกับงานที่มอบหมาย
ส่วนวัสดุที่นำมาใช้ทำ สามารถนำมาทำได้เกือบทุกอย่าง
ั้แ่หญ้าสาน ก้านใบไม้สาน เถาวัลย์สาน หวายสาน ใบไม้ถัก ไม้แกะสลัก เทียนไข ผ้าอิฐ หิน ดิน ทราย เงิน ทอง ฯลฯ
หุ่นพยนต์ คืออะไร ถ้าจะให้ตอบอย่างเป็ทางการ
คงต้องอธิบายว่า หุ่นพยนต์ จัดเป็เครื่องรางไสยเวทชั้นสูงอย่างหนึ่ง
โดยทำจากวัสดุหลากหลาย และผสมมวลสารต่าง ๆ ตามแต่ผู้ทรงวิทยาคมจะกำหนด
สิ่งสำคัญของหุ่นพยนต์ คือการปลุกเสกให้วัสดุ และมวลสารนั้น ๆ
มีชีวิตจิตใจ เพื่อบรรจุพลังเข้าไว้ภายในตัวหุ่น
อุปเท่ห์ในการใช้งาน หุ่นพยนต์แบ่งเป็สอง สาย
เรียกให้เข้าใจง่ายว่า ขาวสายเทพ ดำสายพราย
สายขาว มักเป็หุ่นพยนต์ที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุธรรมชาติ
เน้นการปลุกเสกเพื่อใช้งานในทางปกป้องคุ้มครอง การตั้งรับ ดูแลเ้าของ
สายดำ จะมีการบรรจุมวลสารอาถรรพ์ เพื่อให้มีฤทธิ์เดชมากกว่าปกติ
มวลสารดังกล่าวอันมีั้แ่ของที่เกี่ยวกับิญญา ศพ ป่าช้า น้ำมันพราย ฯลฯ เป็ต้น
ตำนานหุ่นพยนต์ มีมาั้แ่สมัยพุทธกาล โดย พระมหากัสปะเถระ
เสกหุ่นพยนต์จากการ อธิษฐานอภิญญาฤทธิ์
ให้หุ่นพยนต์เฝ้าอภิบาลพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลาย ก่อนที่พระมหากัสปะเถระจะเข้าสู่นิพพาน
จากนั้น 200 ปี พระเ้าอโศก มหาราช ทรงเปิดสถูปพระบรมสารีริกธาตุ
เพื่ออัญเชิญลงมา แต่เจอหุ่นพยนต์มวลพิทักษ์ป้องกันอยู่
ทหารนับแสนของพระองค์ ยังเอาชนะไม่ได้ทั้งไม่สามารถเข้าถึงพระบรมสารีริกธาตุ
ร้อนถึงพระอินทร์ต้องแปลงกายมาเป็พราหมณ์หนุ่ม
เอาศรมายิงทำลายหุ่นพยนต์ จึงสามารถคลายมนต์
นำเอาพระบรมสารีริกธาตุ และมหาสมบัติออกมาได้
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)