ร้านทำผมของฟางซูชิงเป็หนึ่งในร้านเสริมสวยที่ผู้คนในอำเภอต่างก็ให้ความนิยมทุกวันผู้คนในร้านมักจะเข้ามาใช้บริการจนแน่นขนัดดังนั้นทุกครั้งที่ฟางซูจิ้งมาหาเธอจึงมักจะเดินขึ้นไปนั่งรอพูดคุยกับน้องสาวในห้องพักผ่อนส่วนตัวที่อยู่บนชั้นสองของร้านเสมอ
“รอนานไหมคะ่นี้ลูกจ้างฝีมือดีหายากจริงๆฉันก็เลยต้องหาคนที่พอจะมีพื้นฐานอยู่บ้างมาสอนด้วยตนเอง เฮ้อคิดไม่ถึงว่าพอฝีมือดีขึ้นแล้วก็จะแยกออกไปเปิดร้านเป็ของตัวเองทำให้ฉันต้องเสียเวลาสอนคนใหม่นี่ก็ไม่รู้ว่าถ้ามือไม้ชำนาญแล้วจะแยกไปเปิดร้านของตัวเองอีกหรือไม่”คำพูดของน้องสาวทำให้ฟางซูจิ้งได้แต่จ้องมองเธอด้วยความเห็นใจ
“แค่เด็กที่เธอสอนไม่มาเปิดร้านแข่งกับเธอเธอก็ควรจะพอใจแล้วส่วนเื่เสียเวลาสอนคิดเสียว่าเป็การแบ่งปันความรู้ของเธอให้คนอื่นก็แล้วกัน”คำพูดของฟางซูจิ้งทำให้เธอได้รับการส่งค้อนทางสายตามาจากน้องสาวในทันที
“ใครจะเขาจะเป็เหมือนพี่เล่า พี่โชคดีที่สามีของพี่เป็คนขยันขันแข็งนอกจากจะเป็หัวหน้าหมู่บ้านแล้วยังมีที่ดินทำการเกษตรอีกหลายแปลงแถมพวกพี่ยังมีที่ดินราคาแพงในตัวเมืองให้คนเช่าอีกด้วยดังนั้นพี่จึงไม่ต้องดิ้นรนอะไรแถมยังมีน้ำใจคิดว่าการเจียดเวลามาแบ่งปันความรู้ให้คนนั้นคือเื่ที่สมควรแล้วเฮ้อ ฉันล่ะอิจฉาพี่จริงๆ” คำพูดของน้องสาวทำให้ฟางซูจิ้งยิ้มออกมา
“ทุกข์ของแต่ละคนก็แตกต่างกันภายนอกเธออาจจะมองว่าพี่ไร้ทุกข์ไร้กังวล แต่จริงๆแล้วในใจของพี่อาจจะกำลังมีเื่กังวลใจที่สำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่เื่ที่หนักหนาอะไรเลยก็ได้”คำพูดของพี่สาวทำให้ฟางซูชิงพยักหน้า
“ก็คงจะเป็อย่างที่พี่ว่ามานั่นแหละทุกข์ของแต่ละคนนั้นมันไม่เหมือนกันจริงๆ”ฟางซูชิงคิดพลางทอดถอนใจออกมาด้วยความหนักใจ
“ถ้าร้านนี้มันทำให้เธอเหนื่อยมากเธอก็ขายกิจการเสียแล้วย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมของพวกเราก็ได้นะส่วนเื่งานเดี๋ยวฉันจะพูดกับพี่เขยของเธอให้และถามเขาว่าเขาพอจะมีงานให้เธอและสามีของเธอทำบ้างไหมพวกเธอสองคนจะได้ใช้ชีวิตเหมือนคู่สามีภรรยาคนอื่นๆ เขาได้เสียที”คำพูดของฟางซูจิ้งทำให้น้องสาวของเธอยิ้มออกมา
“เขาหรือจะอยากทำงานกับสามีของพี่ตอนนี้ในสายตาของเขางานที่เขากำลังทำอยู่นั้นทั้งมั่นคงและสูงส่งแม้กระทั่งฉันที่เป็เ้าของร้านทำผมเขายังเคยพูดจาออกมาราวกับกำลังดูแคลนฉันในบางครั้งเลย”คำพูดของน้องสาวทำให้ฟางซูจิ้งทอดถอนใจออกมาเช่นเดียวกัน นอกจากเยี่ยชิงเหมยลูกสาวของเธอแล้วก็มีฟางซูชิงคนนี้นี่แหละที่ฟางซูจิ้งเป็ห่วงมากที่สุด
สามีของฟางซูชิงทำงานในหน่วยงานแห่งหนึ่งของรัฐที่อยู่ต่างเมืองนานๆ ครั้งเขาจึงจะได้มีเวลากลับมาหาฟางซูชิงสักครั้งหนึ่งไม่กลับมาก็ไม่เป็ไรแต่ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ยังไม่คิดจะช่วยเหลืออีกทำให้ฟางซูชิงต้องขยันทำงานอย่างหนักเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตนเองโชคดีที่คนทั้งสองไม่มีลูกด้วยกันไม่เช่นนั้นป่านนี้ฟางซูชิงคงจะยิ่งย่ำแย่หนักกว่านี้อีก
“พี่คิดว่าเขาจะกำลังมีคนอื่นที่โน่นหรือเปล่าฉันควรจะลองไปแอบดูเขาดีหรือไม่และถ้าเขามีคนอื่นจริงฉันควรจะทำอย่างไรดี”คำพูดของฟางซูชิงทำให้ฟางซูจิ้งนิ่งงันไปแต่กลับมีเสียงของเยี่ยชิงเหมยที่ไม่รู้ว่ามาถึงั้แ่ตอนไหนเอ่ยแทรกขึ้นมา
“ถ้าเขามีคนอื่นคุณน้าก็แค่หย่าขาดกับเขาแล้วใช้ชีวิตของตนเองให้ดีไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเอาชีวิตของตนเองไปผูกติดกับความไม่ซื่อสัตย์ของคนอื่นเลย”คำพูดของเยี่ยชิงเหมยทำให้ฟางซูจิ้งหันมาตำหนิเยี่ยชิงเหมยในทันที
"เสี่ยวเหมยอย่าพูดจาไร้สาระ"
“หนูพูดจริงนะคะคุณน้าเป็คนสวยและเป็คนเก่งไม่จำเป็จะต้องเอาชีวิตของตนเองไปผูกติดกับคนอื่นเลยค่ะ”
“เสี่ยวเหมยหนูไปรู้อะไรมาทำไมถึงได้พูดจาเช่นนี้ล่ะ” คำถามของคุณน้าของเธอทำให้เยี่ยชิงเหมยนิ่งงันไป
เธอจะบอกกับคุณน้าของเธอได้อย่างไรว่าเธอย้อนเวลากลับมาและเธอก็รู้ว่าปีนี้เธอจะเสียคนที่เธอรักมากที่สุดอย่างคุณน้าคนนี้ไปเพียงเพราะการนอกใจของน้าเขยผู้ชั่วร้ายเดิมทีเธอลืมคิดถึงเื่นี้ไปเลยแต่พอเธอเข้าเมืองและคุณแม่ของเธอพูดถึงร้านของคุณน้าขึ้นมาเธอจึงจำได้ว่าปี1983 คือปีที่มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นกับเธอโดยเฉพาะเื่การสูญเสียคุณน้าของเธอที่ทำให้เธอคิดว่าเธอควรจะเลือกคู่ครองด้วยตนเองแล้วสุดท้ายเธอก็ทำผิดพลาดด้วยการเลือกคนผิดมาเป็คู่ครองจนได้
“หนูไปได้ยินคนอื่นเขาพูดมาว่าเห็นน้าเขยอาจจะกำลังมีคนอื่นอยู่ค่ะก็เลยคิดว่าในเมื่อคุณน้าเองก็ยังสงสัยน่าจะมีมูลความจริง”เยี่ยชิงเหมยตัดสินใจพูดความจริงที่เธอรู้ว่ากำลังจะเกิดขึ้นออกมาในทันทีโดยอ้างว่าได้ยินคนอื่นพูดเพื่อที่คุณน้าของเธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ก่อนในยามที่พบว่าน้าเขยของเธอนอกใจจริงๆจะได้ไม่กระทำการอัตวินิบาตกรรมตนเองแล้วตายจากไปโดยที่ทิ้งความเสียใจให้กับคุณแม่ของเธอและตัวเธอเองดังเช่นในชาติที่แล้ว
“เยี่ยชิงเหมยแกพูดอะไรออกมาแกรู้ตัวไหม”ฟางซูจิ้งพูดเตือนลูกสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในทันทีต่อให้ไปได้ยินคนอื่นมาเยี่ยชิงเหมยก็ไม่สมควรที่จะพูดกับน้าสาวของตนเองเช่นนี้
“หนูรักคุณน้านะคะและหนูก็รู้ว่าคุณแม่ก็รักคุณน้าหนูเลยตั้งใจว่าควรจะพูดกับคุณน้าอย่างตรงไปตรงมาคุณน้าจะได้รู้ว่าคุณน้ายังมีคุณแม่และหนูอยู่เวลาได้พบเื่ที่ทำใจไม่ได้จะได้มีสติและไม่คิดว่าตนเองโดดเดี่ยวเดียวดายหนูก็เลยอยากจะบอกกับคุณน้าว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณน้าก็ยังมีหนูกับคุณแม่นะคะ”คำพูดของเยี่ยชิงเหมยเต็มไปด้วยความเศร้าะเืใจสีหน้าและแววตาของเธอทำให้แม้แต่ฟางซูจิ้งก็ยังต้องพยักหน้า
“แค่คำพูดของคนอื่นมันอาจจะไม่ใช่เื่จริงก็ได้แต่คำพูดของเสี่ยวเหมยก็มีสิ่งหนึ่งที่เป็เื่จริงนั่นก็คือฉันรักเธอมากนะเธอเป็น้องสาวเพียงคนเดียวของฉันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเธอ”คำพูดของพี่สาวทำให้สีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึงความะเืใจแล้วสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็ความซาบซึ้งใจ
“การที่ฉินอวี่มีคนอื่นจะเป็เื่จริงหรือไม่แค่ไปดูก็รู้แล้ว”เมื่อฟางซูชิงพูดเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็รีบพูดขึ้นมาในทันที
“หนูจะไปกับคุณน้าด้วย”
“ฉันก็จะไปด้วย”ฟางซูจิ้งพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าอันมุ่งมั่นทำให้ฟางซูชิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธในทันที
“เมืองที่ฉินอวี่อยู่ต้องนั่งรถไฟไปตั้งครึ่งค่อนวันฉันไม่กล้ารบกวนพี่กับเสี่ยวเหมยหรอกอีกทั้งฉันตั้งใจจะไปจับชู้ของสามีถ้าพวกเราไปกันหมดนี่จะไม่ทำให้เขาไหวตัวทันหรือ”คำพูดของฟางซูชิงทำให้ฟางซูจิ้งพยักหน้า
“ให้หนูไปกับคุณน้าก็แล้วกันค่ะหนูขอแค่ได้ไปเป็เพื่อนคุณน้าเท่านั้น เื่ของผู้ใหญ่หนูไม่กล้ายุ่งอยู่แล้วแต่หนูไม่อยากให้คุณน้าเดินทางไปคนเดียว”คำพูดของเยี่ยชิงเหมยทำให้ฟางซูชิงหันไปมองพี่สาวของตนเองในทันที
“หนูเริ่มงานต้นเดือนหน้าดังนั้น่นี้หนูก็กำลังว่างอยู่ อีกทั้ง่นี้เผิงเยี่ยนก็อยู่ใน่ลาพักด้วยหนูพูดจาตัดรอนเขาไปแล้วแต่ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจคำพูดของหนูดังนั้นหนูควรจะไปจากที่นี่สักวันสองวัน พอหนูกับคุณน้ากลับมาเขาก็คงหมดวันลาพอดีนะคะคุณแม่ให้หนูไปกับคุณน้านะคะ” คำพูดของเยี่ยชิงเหมยทำให้ฟางซูจิ้งอยากจะปฏิเสธแต่พอลูกสาวขอเธอใช้เื่เผิงเยี่ยนเป็ข้ออ้างเธอก็รีบเอ่ยปากตอบตกลงในทันที
“ก็ได้ซูชิงเธอจะไปวันพรุ่งนี้เลยไหมจะได้พาเสี่ยวเหมยของฉันไปเปิดหูเปิดตาด้วย”คำพูดของพี่สาวทำให้ฟางซูชิงพลันขมวดคิ้วในทันที
“ว่าแต่เผิงเยี่ยนนี่คือใครกันทำไมหลานสาวของฉันจึงจะต้องหลบหน้าเขาด้วย” เมื่อน้าสาวของเธอเอ่ยถามเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็หันไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการต่อรองในทันที
“ถ้าวันพรุ่งนี้คุณน้าให้หนูติดตามไปด้วยหนูย่อมจะต้องเล่าเื่ของเผิงเยี่ยนให้คุณน้าฟังอย่างแน่นอน”คำพูดประโยคนี้ของเยี่ยชิงเหมยทำให้ฟางซูชิงได้แต่หันไปส่งสายตาให้พี่สาวด้วยความจนใจแต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจก็คือความแสบร้อนและความเ็ปใจที่ปะทุขึ้นมากลางอกในตอนที่ได้รับรู้ว่าสามีของเธออาจจะกำลังมีคนอื่นอยู่ได้เบาบางลงไปเป็อย่างมากตอนนี้ในใจของเธอมีแค่ความโกรธแค้นและความรู้สึกสมเพชตนเองที่ปล่อยให้สามีของเธอมาร้ายจิตใจของเธอได้เพียงเท่านั้น