ผมเล่นเกมออนไลน์โดยมี Passive Skill ที่หากถูกโจมตีสิบทีจะตาย

    ตอนที่ 22 - 23 ร้านขายเกราะ

    หลังจากที่ทั้งคู่ออกจากร้านอาวุธมายืนอยู่หน้าร้านก็เป็นเวลาห้าโมงแล้ว เขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่อันเป็นที่ส่งอาหารต่อไป แต่ด้วยความสงสัยของ ทรินิตี้ที่ว่าทำไมสไลม์เขาเงียบหายไปจึงลองทักดูมันก็ส่งเสียงตอบกลับเหมือนเดิมด้วยเสียงอันแผ่วเบา"กาปี้...." เมื่อเขาได้ยินก็เกิดความสงสัยว่าทำไมจึงเงียบหายไปจึงลองถามมันดู"นี่ กะปิแกเป็นอะไรหรือเปล่าถ้าเป็นกระโดดลงมามือขวาถ้าไม่เป็นกระโดดลงมามือซ้าย" เขารีบยกมือทั้งสองข้างมารอเจ้ากะปิของเขา สุดท้ายมันก็กระโดดลงมามือซ้ายของเขา"เอ๊ะ หรือว่าแกเบื่อซะแล้ว ถ้าเบื่อกระโดดลงมือขวา" มันรีบกระโดดไปมือขวาน้ำกำลังมองอยู่ก็ได้แต่อมยิ้มในความน่ารักของมัน "แสนรู้จังเลยกะปิ" ทรินิตี้หันมาและคิดในใจว่านี่สไลม์หรือหมากันแน่"กาปี้....." เสียงของมันดังขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงของน้ำ"อะ สงสัยอยากเปลี่ยนเจ้าของหละมั้งครับ" "กาปี้.." คราวนี้มันทำเสียงเบาลงกว่าเดิมทันใดนั้นเอง เหล่าเอฟซีก็เดินมาที่ร้านขายอาวุธพอดีพบทรินิตี้ที่ยังยืนอยู่หน้าร้านไม่ไปไหน ทรินิตี้ที่หันไปพบบรรดาผู้เล่นเกือบ 20 คนนั้นก็มาล้อมเขาเป็นที่เรียบร้อย"หึ รอบนี้แกหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ส่งสไลม์นั่นมาซะ" ชายของหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าพูดเสียงแข็งใส่เขา"ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ" น้ำรีบพูดห้ามปรามในทันทีคนที่ยืนล้อมอยู่นั้นก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรเขาทรินิตี้ที่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปก็มองหาช่องที่จะหนีทว่าเขาถูกล้อมไว้จนหมด หากนำซาเล้งออกมาก็ต้องมีคนบาดเจ็บแล้วก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิมเขาจึงหยุดอยู่กับที่และเริ่มพูดออกมา"เอางี้ พี่ ๆ ทั้งหลาย สไลม์ตัวนี้เป็นสไลม์ที่ระบบทำสัญญาวิญญาณกับผมไม่ใช่ผมไปทำสัญญากับมันแล้วก็เป็นสไลม์ธรรมดาไม่ได้พิเศษอะไร สกิลก็ปกติธรรมดา ถึงพวกพี่จะเอาไปก็เอาไปไม่ได้ เพราะเป็นสัญญาวิญญาณซึ่งผมก็ทิ้งมันไม่ได้เช่นกัน ไม่เชื่อพี่ดูได้เลย" เขารีบแชร์หน้าต่างสถานะของเจ้ากะปิซึ่งมี รายละเอียดเลเวล สกิล และถูกผูกมัดด้วยอะไรหลังจากผู้เล่นที่ดูกันเสร็จหมดทุกคนแล้วก็เงียบและใช้ความคิดชั่วขณะหนึ่ง"อย่างนั้นหรอกเหรอ ""เอ่อจริงด้วย สัญญาถ้าผู้เล่นเป็นคนทำจะเป็นคนละเรื่องกัน""นั่นสิ ๆ ถ้าเป็นของผู้เล่นก็ต้องจ่ายตังซื้อสัญญามาทำมันก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่รูปแบบนี้มันต้องเป็นเควสลับแน่ ๆ""เอางี้ไอน้อง งั้นน้องบอกมาว่าทำไงให้ได้เจ้าสไลม์นี้" เขาเมื่อได้ฟังก็รีบตอบออกไปเพื่อตัดปัญหา"ตีสไลม์หนึ่งล้านตัวครับ ตีตอนเวลหนึ่งด้วยนะภายในวันแรกที่เริ่มเกม "เขาบอกรายละเอียดไปไม่หมดเพราะถ้าหากพวกผู้เล่นรู้ว่าเขาเป็นคนทำให้เกิด อีเวนท์การล้างแค้นของสไลม์ของจะถูกไล่กวดทั้งเมืองแน่ ๆ"อ่อ อย่างนั้นเหรอ ขอบใจมากงั้นพวกพี่ไปก่อนนะ" ท้ายที่สุดทุกคนที่มารุมล้อมก็เดินขบวนกันไปในร้านขายอาวุธ"......." น้ำ"......." ปกป้อง (ทรินิตี้) เขาได้แต่คิดว่าไอที่เขาวิ่งหนีอยู่หลายครั้งคืออะไร ทำไมเขาไม่ทำอย่างงี้แต่แรก"อุตส่าวิ่งออกนอกเมืองตั้งหลายครั้ง พอจะจบก็จบลงดื้อ ๆ เลย" ทรินิตี้บ่นกับตัวเองแบบงง ๆ"กาปี้ กาปี้" ตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ เมื่อตอนที่ถูกล้อมนั้นมันก็อยู่นิ่ง ๆ บนหัวของเขาโดยไม่ส่งอะไรออกมาแม้แต่น้อย"เรารีบไปจากตรงนี้ดีกว่าค่ะ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะกลับมาเป็นเอฟซีปกป้องอีกนะคะ" น้ำพูดติดตลกแล้วก็พากันเดินออกไปทั้งคู่เดินตรงไปร้านยาเป็นร้านถัดไปซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกจากร้านขายอาวุธร้านขายยาเป็นร้านเล็ก ๆ ซึ่งเป็นลักษณะบ้านไม้สีน้ำตาลชั้นเดียว เขาเปิดประตูเข้าเจอหญิงแก่ผมขาวท่าทางใจดีสวมเสื้อยืดกาเกงสแลคดำขายาวอยู่ที่เคาน์เตอร์ไม้ ภายในร้านเต็มไปด้วยขวดยาวางอยู่บนชั้นหลากหลายขนาดและสีสันโดยมีแสงไฟสีขาวสว่างไปทั่วห้องเพื่อให้ลูกค้าได้มองเห็นได้ง่าย"โย่ว ๆ สวัสดีวัยรุ่น มาทำไรกัน" หญิงเจ้าของร้านซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นคุณยายกล่าวทักทายเขาทั้งสองคนด้วยท่าทีที่เป็นมิตรอย่างมากทั้งสองคนทำหน้าประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็รีบยกมือไหว้ทันที"สวัสดีครับ / ค่ะคุณยาย""จะมาซื้อยาอะไรกันเหรอวัยรุ่น โย่ว ๆ" ยายแร็ปออกมาพร้อมทำมือส่ายมาข้างหน้าเป็นท่าแร็ปประกอบด้วย"เอ่อ เอาอาหารมาส่งครับ โย่ว ๆ" เขาแร็ปกลับไปบ้างพร้อมนำกล่องอาหารออกมาวางที่เคาน์เตอร์ไม้"โย่ว ๆ ขอบใจมากวัยรุ่น ว่าแต่ลูกบ่าวนี่หน้าไปโดนไรมานิ" ยายถามด้วยความสงสัยโดยไม่หลุดคอนเซปท์เดิม"นึกพิเรนทร์ไปสวมหน้ากากติดคำสาปนิดหน่อยครับ""อ่ออย่างนั้นหรอกเหรอ ให้ยายช่วยไหมโย่ว ๆ" ยายยังแร๊ปอยู่เหมือนเดิมน้ำที่ยืนดูก็แอบกลั่นยิ้มในความน่ารักของยายไว้จนแก้มแทบปริ"ไม่เป็นไรครับ ลุงร้านอาวุธเขาบอกจะช่วยผมแล้วครับ โย่ว ๆ" เขาพูดรัว ๆ พร้อมมือตามคุณยายเป็นที่เรียบร้อย"อย่างนั้นเหรอ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ยายชื่อยายนา""เข้าใจแล้วครับยาย ผมขอตัวก่อนนะครับ วันหลังจะกลับมาโย่ว ๆ ด้วย พอดีต้องไปส่งอาหารที่อื่นอีกครับ""โชคดีนะลูกทั้งสองคน" ยายพูดจบ ทั้งสองก็สวัสดีคุณยายแล้วออกมา ยายที่เห็นทั้งสองออกไปแล้วก็เปิดเพลงแร๊ปฟังต่อทันทียังไม่ได้นอนนนนน ตอนนี้ยังไม่ได้นอนเพราะปรุงยาแต่เช้า ไปเก็บสมุนไพรผสมกับเหล้าขาว .....เสียงดนตรีดังออกมาจากร้านของคุณยาย"คุณยายเหมือนเดิมเลยค่ะ เจอทุกครั้งต้องโย่ว ๆ ทุกครั้งเลย" น้ำพูดออกมาด้วยความร่าเริงทรินิตี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "อ้าวมาซื้อยา......" ที่เขาถามเพราะนึกขึ้นได้ว่าน้ำใช้ยาฟื้นฟูเลือดไม่ได้ แต่ยังไม่ทันพูดจบเขาก็เบรคตัวเองทันเสียก่อนเพราะอาจจะทำให้น้ำนึกถึงเรื่องที่ทำให้เศร้าได้(ใจเย็นดิเอ็ง เขาฟื้นฟูมานาได้)เนื่องจากเสียงดนตรีที่ดังพอสมควรทำให้น้ำได้ยินเสียงไม่ชัดเจนจึงรีบถามกลับมาว่า"ปกป้องพูดว่าอะไรแล้วนะคะน้ำไม่ได้ทันฟังเมื่อกี้""เปล่าครับ ผมจะบอกว่าเราไปร้านสุดท้ายกันเถอะ" เขารีบพูดถึงเรื่องอื่นทันที"โอเคค่ะ ไปกัน!" น้ำพูดออกมาด้วยยิ้มที่มีความสุขระหว่างทางไปน้ำเห็นกะปิที่เงียบอยู่นั่นทำให้น้ำคิดไรบางอย่างออกมา"น้ำว่าเก็บกะปิไว้ในแหวนเก็บสัตว์เลี้ยงดีไหมคะ จะได้ไม่ต้องระแวงคนอื่นด้วย เพราะน้อยคนที่ในเมืองเริ่มต้นจะมีสัตว์เลี้ยงกัน""ก็เคยคิดไว้ว่างั้นครับ แต่ไม่แน่ใจเจ้าตัวจะอยากไปอยู่ในนั้นไหม" กะปิที่ได้ยินทั้งสองคนพูดถึงตนก็อ้าปากหาวแล้วร้องออกมาทันที"กาปี้...." เสียงเบา ๆ ลอยออกมาจากหัวของเขา"เอางี้ไหมคะ น้ำมีแหวนเก็บสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช้อยู่และก็คงคิดว่าจะไม่ได้ใช้แล้วค่ะ ให้ปกป้องนะคะ" พูดจบน้ำก็เปิดหน้าต่างไอเท็มหยิบแหวนเก็บสัตว์เลี้ยงระดับ D ออกมาทรินิตี้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ฉุกคิดขึ้นมาในประโยคแปลก ๆ ของน้ำ "เอ่อที่บอกว่าไม่ได้ใช้นี่หมายความว่าไงเหรอครับ""น้ำว่าจะเลิกเล่นเกมหลังไปจบเควสของปกป้องแล้วค่ะ น้ำสู้ไม่ไหว หลอดExp ก็สูงกว่าปกติสามเท่าแล้วน้ำก็เป็นนักบวชด้วยคงเก็บเลเวลไม่ไหวหรอกคะ" น้ำพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย"ถ้าน้ำเลิกเล่น ตัวเล็ก ๆ แถวนี้คงคิดถึงแย่เลย" กะปิที่กำลังเคลิ้มเกิดกระโดดขึ้นมาบนไหล่คงน้ำทันที มันกระโดดไปมาบนไหล่และส่งเสียงร้องเหมือนจะบอกว่าไม่ให้เลิกเล่นเกมทำนองนั้น"กาปี้ กาปี้ กาปี้ กาปี้~~~~ " เสียงของกะปิดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับสีสันบนตัวของมันที่เปลี่ยนไปมาหลากสีสันน้ำหันมาหยิบกาปิไว้ในสองมือแล้วยิ้มขึ้นเล็กน้อย "อยากให้น้ำเล่นเกมต่อเหรอคะกะปิ ถ้าอยากให้น้ำเล่นต่อกระโดดขึ้นมาบนหัวของน้ำ นะคะกระปิตอบสนองด้วยการกระโดดขึ้นมาบนหัวที่มีหมวกสีขาวขนาดเล็กทันทีทันที น้ำยิ้มกว้างขึ้นมากกว่าเดิมไปอีก"น่ารักจังเลยกะปิเนี่ย ไม่เลิกเล่นแล้วก็ได้" น้ำยิ้มด้วยความรู้สึกมีความสุขอย่างมากแม้ว่าเจ้ากะปิจะเป็นเพียงสไลม์ตัวเล็ก ๆ ก็ทำให้น้ำฉีกยิ้มออกมากว้างสวยเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานเต็มที่ในสวนใหญ่"มองอะไรเหรอคะ ไม่เคยเห็นคนสวยที่มีสไลม์อยู่บนหัวเหรอคะ" น้ำแกล้งพูดทักทรินิตี้ที่กำลังจ้องมองน้ำกับกะปิโดยอมยิ้มอยู่เล็กน้อยเขาชะงักไปแว็บหนึ่งโดยไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปดีจึงพูดแย้งกลับไปว่า"สงสัยกะปิจะลืมเจ้านายเก่าหละมั้ง"กะปิแม้จะได้ยินแต่ก็ไม่ได้สนใจมันยังคงอยู่บนหัวของน้ำต่อไป"น้ำให้ค่ะ" น้ำส่งแหวนเงินวงเล็ก ๆ ให้กับทรินิตี้ทันทีหลังจากหยิบมาไว้ในมืออยู่พักหนึ่ง"หมั้นแล้วก็อย่าเลิก..........เล่นเกมนะครับ"ทรินิตี้พูดหยอกล้อกลับไปบ้างน้ำเอียงคอเล็กน้อยแล้วตอบกลับทันที"ค่ะ ถ้าเลิกไปน้ำคงคิดถึงกะปิแย่แน่ ๆ" พูดจบน้ำก็ยิ้มเล็ก ๆ ให้กลับไป"เฮือก !"เสียงสะดุ้งเล็กน้อยของเขาดังออกมา เขารีบสวมแหวนไว้ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายแล้วตั้งค่าให้กะปิเป็นผู้อาศัยอยู่ในแหวนนี้"เรียบร้อย ! อยากเข้าแหวนเมื่อไหร่ก็กระโดดมานะกะปิ""กาปี้...." เสียงเบา ๆ มาจากบนหัวของน้ำติ๊ง ผู้เล่นไม่สามารถสวมแหวนได้ กรุณาทำให้พังก่อนค่ะหลังจากนั้น มหกรรมคนนั่งสับแหวนก็เกิดขึ้นข้าง ๆ ถนนทำเอาผู้เล่นที่เดินไปมาได้แต่สงสัยว่าเขากำลังนั่งทำอะไรอยู่ที่พื้นหลังจากมอบแหวนหมั้น ? แหวนไว้เก็บสัตว์เลี้ยงเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาก็เดินผ่านอากาศอุ่นกับท้องฟ้าสีแดงยามเย็นหนึ่งสไลม์ที่ย้ายมาอยู่บนไหล่ขวาของน้ำกระโดดเด้งดึ๋งไปมาด้วยความสนุกสนาน ในที่สุดทั้งสองคนก็เดินมาถึงหน้าร้านขายชุดเกราะบ้านอิฐแดงขนาดใหญ่มีต้นไม้ปลูกอยู่หน้าร้านเล็กน้อย ทรินิตี้เปิดประตูไม้เข้าไปโดยน้ำรออยูหน้าร้านเมื่อเขาเข้ามาก็พบผู้ชายตัวสูงหน้าตาดูยังเป็นหนุ่มอยู่เมื่อเขาเห็นทรินิตี้ก็ทักทันทีเป็นสำเนียงสุพรรณว่า"เอ้าไอ้หมา""อะ" เขาสะดุ้งนิดหนึ่งนึกว่าจะถูกระบบกลั่นแกล้งแต่ก็นึกได้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังถูกคำสาปเป็นเผ่าหมาอยู่จึงรีบตอบกลับไปแบบเขิน ๆ "เอาข้าวมาส่ง คร้าบ " เขาหยิบกล่องข้าวออกจากหน้าต่างระบบส่งให้ชายเจ้าของร้านทันที"ขอบใจมาก ว่าแต่หน้านั่นไปโดนไรมาหละ" เจ้าของร้านถามด้วยความสงสัย"อ๋อโดนคำสาปของไอเทมครับ กำลังจะทำเควสแก้ไขอยู่ครับ""อย่างนั้นเหรอ ข้าชื่ออาวุธนะ ว่าง ๆ แวะมาดูเกราะของข้าได้""......." ทรินิตี้"ไม่ต้องงง พ่อข้าขายอาวุธเลยตั้งชื่อข้าว่าอาวุธแล้วข้ามาขายเกราะแค่นั้นแหละ""เข้าใจแล้วครับ ผมได้รับเควสปลดคำสาปจากลุงที่ขายอาวุธมาครับ" เขาไม่แน่ใจว่าคนเป็นพ่อของเขานั้นหมายถึงคนเดียวกับที่ร้านอาวุธหรือไม่"นั่นแหละพ่อของข้าเอง" ทรินิตี้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจแล้วตอบกลับไป"ครับผม ไว้จะแวะมาดูอาวุธนะครับ ขอหาตังก่อน" ทรินิยิ้มส่งท้ายเล็กน้อย"เข้าใจแล้วหละ โชคดีไอ้หมา" เสียงสุพรรณส่งท้ายเขาก่อนที่เขาจะไหว้ลาแล้วออกมาหาน้ำที่รออยู่หน้าร้านซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว"จบเควสแล้วเหรอคะ" "กาปี้..." เสียงของน้ำและกะปิดังขึ้นมาพร้อม ๆ กันสไลม์ตัวน้อยมาอยู่ในสองมือของน้ำกระโดดไปมาอย่างร่าเริง"เรียบร้อยครับ กลับไปส่งเควสกันเถอะ"หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลับมายังร้านอาหารที่เขารับเควสมาเขาเดินตรงไปส่งเควสกับพนักงานที่เคาน์เตอร์แล้วเดินออกมาหาน้ำที่รออยู่หน้าร้าน"เอ่อ ทำอะไรต่อดีครับ""น้ำยังคิดไม่ออกค่ะ ถ้าเวลานี้ปกติก็ต้องออกไปฟาร์มกันแล้วมืด ๆ ก็กลับมาทานข้าวแล้วนอนโรงแรมค่ะ"ทรินิตี้หยุดคิดสักพักหนึ่งแล้วคิดว่าจะทำอะไรต่อดี ตอนนี้เขาก็ไม่อยากจะออกไปฟาร์มต่อเลยสักนิด เขาเหลือบมาเห็นร้านอาหารที่เพิ่งจะออกมาจึงคิดจะชวนเข้าไปทานอาหารแล้วค่อยคิดว่าจะไปทำอะไรอย่างอื่นอีกที"ไหน ๆ เราอยู่หน้าร้านอาหารแล้ว กับข้าวด้านในก็ส่งกลิ่นหอมจนผมรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย เอางี้ผมว่าเราไปฟาร์มมอนกันต่อเถอะ" สิ้นเสียงน้ำทำหน้าประหลาดใจแล้วเอียงคอด้วยความงงเล็กน้อยส่วนกะปิ"ล้อเล่นครับ ไปกินข้าวกันดีกว่าไหน ๆ ก็ได้คูปองมาฟรีแล้ว" หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปนั่งในร้านโดยสั่งอาหารธรรมดาอย่างข้าวผัดมาคนละจาน ทั้งคู่นั่งกินกันอยู่มุมหนึ่งของร้านโดยมีกะปิที่กระโดดไปมาอยู่บนโต๊ะ"กะปิไม่ทันข้าวเหรอคะ" น้ำถามด้วยความสงสัยเพราะยังไม่เห็นทรินิตี้ให้อาหารเลยตั้งแต่ที่พบกันที่อาณาเขตแบ่งระหว่างทุ่งหญ้าสไลม์และป่าหมาป่าสามหาง"นี่ครับ"ทรินิตี้เปิดหน้าต่างระบบของเจ้ากะปิแล้วแชร์ให้น้ำดูก็พบว่าเจ้าสไลม์กว่าจะหิวคงอีกนานเพราะว่ามันยังย่อยเยลลี่สไลม์ไม่หมดเลยน้ำเมื่อเห็นก็เข้าใจทันทีว่าเจ้ากะปิคงไม่ต้องกินอะไรอีกไปแสนนานจึงแกล้งลองป้อนข้าวผัดให้มันกินดูช้อนที่เต็มไปด้วยข้าวผัดยื่นตรงหน้ากะปิตัวเล็ก ๆ ที่กำลังกระโดดไปมาบนโต๊ะ ทว่ามันกลับถอยห่างจากช้อนของน้ำทันที"สาวป้อนแกก็หนีอีก เสียงเชิงหมดเลยนะกะปิ" เขารีบกล่าวหยอกล้ออกมาทันทีที่เห็นเจ้ากะปิถอยห่างจากมือที่ถือช้อนอยู่นั้น"ถ้าอย่างนั้นเจ้าของจะกินแทนไหมคะ" น้ำหันมาพูดกับทรินิตี้แทนทำเอาทรินิตี้สมองโล่งเหมือนโทรทัศน์ไม่มีสัญญาณขึ้นเป็นจอขาวชั่วคราว ทรินิตี้ทำหน้าย่นอยู่ครู่หนึ่งน้ำก็ชิงพูดเสียก่อน"ล้อเล่นค่ะ ดูทำหน้าสิ" น้ำหัวเราะเล็กน้อยทรินิตี้เกาหลังหัวเล็กน้อยแล้วรีบยกช้อนกินข้าวแทนด้วยความรวดเร็วปล่อยให้น้ำแอบอมยิ้มอยู่คนเดียวหลังจากทั้งสองคนกินเสร็จก็เป็นเวลาทุ่มหนึ่งทั้งคู่กำลังนั่งคิดต่อไปว่ากำลังจะไปไหนต่อ"ไปไหนดีครับน้ำ" ทรินิตี้ถามด้วยความจนใจที่เขาคิดไม่ออกว่าจะไปไหนเพราะเขาเพิ่งเล่นเกมนี้นับตามเวลาโลกจริงก็เป็นวันที่สองเท่านั้น"ไม่รู้สิคะ ลองถามเจ้ากะปิไหมหละ""กะปิ มีที่ไหนแนะนำบ้าง" เขาหันไปถามกะปิที่อยู่บนโต๊ะข้าง ๆ เขา มันกระโดดขึ้นลงพร้อมเปลี่ยนสีสันไปมาอย่างกับว่ามันพร้อมจะเป็นไกด์อย่างนั้นแหละ แต่ว่าทรินิตี้ก็ไม่ได้เข้าใจสักเท่าไหร่"เอ่อ หมายความว่าไงเนี่ย ถ้างั้นกระโดดไปทางซ้ายแสดงว่ามี ไปทางขวาแสดงว่าไม่มี" กระปิรีบกระโดดไปทางซ้ายมือทันทีน้ำยิ้มแบบงง ๆ และคิดในใจว่าเจ้ากะปิจะนำทางพวกเขาถึงที่หมายยังไงดี ส่วนทรินิตี้เมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะว่าเขาไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไรต่อจึงลองถามน้ำดู "น้ำว่าไงครับ สนใจไกด์พิเศษของทริปนี้หรือเปล่า"น้ำตอบโดยไม่ได้คิดอะไรมากเพราะยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว "ก็น่าสนใจอยู่นะคะ""เอ่อ ไปยังไงดี""น้ำว่ากะปิเป็นสไลม์ก็น่าจะแถว ๆ ทุ่งสไลม์แหละค่ะ จริงไหมกะปิ ถ้าใช่ร้องออกมาหนึ่งครั้ง""กา...ปี้...." มันกระโดดมาใกล้ ๆ น้ำกว่าเดิมเหมือนกับว่ามันต้องการให้ทั้งสองคนไปเร็ว ๆ"ผมว่ามันคงอยากอยู่กับน้ำให้น้ำอุ้มมันไปมากกว่านะครับ""กาปี้ กาปี้ กาปี้" มันส่งเสียงราวกับว่าที่ทรินิตี้พูดออกมาเป็นไปตามความตั้งใจของมันแล้วน้ำยิ้มขึ้นเล็กน้อยและหยิบกะปิไปไว้ที่ไหล่แล้วทั้งสองคนก็ออกจากร้านไปมุ่งหน้าไปยังทุ่งสไลม์ทันทีทั้งสองคนออกจากกำแพงเมืองแล้วขี่ซาเล้งออกไปซึ่งเวลาเกือบสองทุ่มก็เป็นเวลาเป็นที่เรียบร้อยท้องฟ้าที่สว่างด้วยแสงของดวงจันทร์และดวงดาวนับร้อยส่องสว่างไปทั่วทุ่งหญ้าสไลม์ ลมเย็น ๆ พัดผ่านทั้งสองคนทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจขึ้นพวกเขามาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าผาสูงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่สุดขอบฝั่งหนึ่งของทุ่งหญ้าสไลม์ ด้านล่างเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีผู้เล่นคนใดได้เข้าไปสำรวจ การเดินจะเป็นไปไม่ได้หากไม่ได้เจ้ากะปิคอยหันหน้าบอกทิศทางให้แก่เขาที่ปั่นซาเล้งออกมาทั้งสองคนและหนึ่งสไลม์ยืนอยู่ริมหน้าผาอันสูงชันเห็นป่าอันกว้างใหญ่ที่อยู่ด้านล่างเต็มไปด้วยแสงอะไรบางอย่างดวงเล็ก ๆ นับพันส่องสว่างระยิบระยับหลากหลายสีสันไปทั่วทั้งป่าตัดกับความมืดมิดเหมือนยกหมู่ดวงดาวจากท้องฟ้าลงมาไว้ที่ผืนแผ่นดินพร้อมกับลมเย็น ๆ พัดผ่านเร้าอารมณ์ให้รู้สึกเพลิดเพลินและสบายใจเหมือนยืนอยู่บนฟากฟ้าอันกว้างใหญ่สวยงามอันแปลกประหลาดนี้"สวยจังเลยค่ะ" น้ำกางแขนโอบรับสายลมที่กำลังพัดผ่านเรือนร่างของเธอไป ชุดนักบวชสีขาวปลิวไสวไปมาคล้อยไปตามสายลม ทรินิตี้ละสายตาจากป่าที่อยู่ด้านล่างมามองคนข้าง ๆ ของเขาแม้ว่าป่าด้านล่างจะสวยเช่นไรก็ไม่อาจสะกดเขาได้เท่าคนข้าง ๆ "สวยมาก ๆ เลยครับ" เขาพูดโดยสายตาของเขานั้นไม่ได้อยู่ที่ป่าด้านล่างแม้แต่น้อย"กาปี้ !" สไลม์ที่อยู่บนไหล่ของน้ำข้างเดียวกับทริน้ำที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน"ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้น้ำเจอแต่เรื่องดี ๆ ในวันนี้ น้ำมีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ" เธอยิ้มออกมากว้างแทบเท่าที่จะกว้างได้หันมาพบทรินิตี้ที่กำลังทำหน้านิ่งในสภาพกึ่งคน กึ่งหมาปั๊ก ทำให้น้ำไม่อาจะสังเกตุได้ว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน หน้าย่น ๆ ของเขาสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรีบหันไปด้านหน้าเหมือนเดิม"อะเอ่อ..... ข้าวผัดอร่อยดีนะครับ""ค่ะ ข้าวผัดอร่อยมาก ๆ เลย" น้ำหันกลับไปด้านหน้าเหมือนเดิมโดยแอบกลั้นหัวเราะไว้ในใจความเงียบปกคลุมเขาทั้งสองคนชั่วขณะหนึ่ง ทรินิตี้เกิดความสงสัยว่าแสงไฟนั้นเกิดจากอะไรเพราะด้วยความสูงที่เขายืนอยู่บนหน้าผาทำให้ไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรคือสาเหตุของแสงไฟดังกล่าว สุดท้ายทรินิตี้ตัดสินใจพูดออกมา "เอาไว้เราค่อยลงไปดูกันข้างล่างว่าแสงไฟนั้นเกิดจากอะไรกันนะครับ""ค่ะ สัญญานะคะ" น้ำตอบรับด้วยความเต็มใจจากเหตุการณ์ในวันนี้ความเศร้าของน้ำเมื่อตอนเช้าก็พลันหายไปหมดจดเหลือแต่ความสุขที่กำลังค่อยเบ่งบานขึ้นมาในใจ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ดูแสงไฟจากผืนป่าขนาดใหญ่ด้านหลังหน้าผาก็แยกย้ายกลับโรงแรมเพื่อเตรียมตัวออกต่อสู้ในวันรุ่งขึ้นณ เวลาประมาณตีห้า เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ"ชิพหาย ! ลืมบอกไอแฮคว่านัดที่ไหน"