โครกกก ท้องเฟยซุนร้องประท้วงด้วยความหิว
มันลวงกระเป๋านับเหรียญเงินก่อนออกจากถ้ำมันได้มาสองเหรียญทองกับอีกเก้าพันเหรียญเงิน ก่อนหน้านี้มันใช้เงินซื้อไปเกือบสี่พันห้าเหรียญเงินใช้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่และค่าอาหารระหว่างการเดินทาง มันลวงกระเป๋าเจอหมั่นโถวของพี่ชายที่เจอในป่า หยิบมากินเพื่อประทังความหิวไปก่อน “ พรุ่งนี้เช้าข้าค่อยออกไปหาอะไรกินใกล้ๆสำนักัดำสามเศียรแล้วกัน ”
ในขณะที่เฟยซุนกำลังหลับกระดูกในร่างกายของมันเกิดการปรับเปลี่ยนเป็สีดำทมิฬทว่าตัวมันไม่อาจรับรู้เลย
วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าแจ่มใสมันเร่งรีบออกจากไปถ้ำไปโรงเตี๊ยมเพื่อหากินใกล้ๆสำนักัดำสามเศียร มันเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเรียกเสี่ยวเอ้อสั่งกับข้าวสามอย่าง มันลงมือกินอย่างไม่เกรงใจใคร ในระหว่างที่กำลังกินอยู่นั้นมันได้ยินเสียงโต๊ะข้างๆคุยกัน เป็ชาวบ้านสามคนกำลังจับกลุ่มนินทาอย่างดุเดือด “ เ้ารู้ไหมการทดสอบศิษย์เข้าสำนักัดำสามเศียร รอบนี้ คุณชายต้วนกงฝู จากหุบเขาัหลับ ต้วนกงฝูข้าได้ยินมาว่าพลังปราณมันอยู่ขั้นลมปราณก่อตั้งขั้นห้าอีกครึ่งก้าวมันก็จะเข้าสู้ขั้นหกแล้วและยังมีคุณชายเจี่ยงซวนอี้ จากหุบเขากระบี่คร่าั เพื่อนของข้าบอกมาว่าพลังปราณมันก็อยู่ขั้นลมปราณก่อตั้งขั้นห้าอีกครึ่งก้าวมันก็จะเข้าสู้ขั้นหกเหมือนกันสองคนนี้นับว่าเป็ตัวตนไม่ธรรมดา ไม่อาจมองข้าม ”
“ เ้าเคยได้ยินเื่ของกลุ่มของหมู่บ้านจอมโจมเงาัไหมที่นั้นก็มีอัจฉริยะ เหนือกว่าสองคนที่พวกเ้าเอ่ยมาอีก ”
“ ใครหรอ ” เพื่อนของมันเอ่ยด้วยความอย่างรู้
มันคือ “ เฟยเฟิง ” มันเข้าสู่ลมปราณก่อตั้งขั้นเก้าแล้ว
ซุนหยุดกินข้าวนั่งฟังอย่างตั้งใจ “ แต่เ้ารู้ไหมในจักรวรรดิัฟ้านี้มีอัจฉริยะผู้ที่มีพร์รุ่นเยาว์อันดับหนึ่ง เป็เด็กสาวอายุเก้าปี ชื่อ คุณหนูซิ่นลี่เซียน นางเป็ลูกสาวของเ้าสำนักัดำสามเศียร และตอนนี้ข้าได้ข่าวมาว่านางเข้าสู่ลมปราณนักสู้ขั้นสองไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน ชาวบ้านสามคนกำลังคุยกันอย่างดุเดือด มันนั่งฟังแล้วก็ใ มันเคยคิดว่าตัวมันสามารถฝึกลมปราณได้แข็งแกร่งแล้วแต่เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าอีก ”
ตูมมม !!
เสี่ยวเอ้อกระเด็นไปในร้านชนเข้ากับโต๊ะของชาวบ้านสามคนที่กำลังนินทา พวกมันทั้งสามต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น เฒ่าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมรีบออกมา ดูเสี่ยวเอ่อก่อน มันพยุงไปนั่งโต๊ะ และตัวมันเร่งรีบไปด้านหน้าร้าน
“ ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็ใครขอรับ ช่วยบอกข้าน้อยให้ทราบหน่อยจะได้ไหมข้าได้จัดเตรียมโต๊ะถูก ” เฒ่าแก่ปั้นหน้ายิ้มสู้อย่างหวาดวิตก ชายร่างั์สองคนเดินเข้ามาหาเฒ่าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมมันพายมือแนะนำ นี้คือ คุณชายต้วนกงฝู จากหุบเขาัหลับ เฒ่าแก่เข้าใจเหตุการณ์อย่างรวดเร็วพลันเอ่ยอย่างมืออาชีพ“รอสักครู่ข้าจะรีบไปเตรียมโต๊ะให้ ” มันรีบหันเข้าไปในร้าน มันมองไปที่โต๊ะของชาวบ้านสามคน ทว่าโต๊ะมันเสียหายไม่อาจใช้ต้อนรับได้ มันมองข้ามจนไปหยุดที่โต๊ะของเฟยซุนมันรีบเร่งเดินมาหามัน “ เ้าหนู ข้าขอโต๊ะคืนได้ไหม มื้อนี้ข้าให้เ้ากินฟรี ” เฒ่าแก่เสนอข้อเสนอให้ซุน
“ ได้เลย ข้าอิ่มแล้วพอดี ” มันรีบตกลงทันที เฟยซุนรีบลุกและกำลังเดินออกจากโรงเตี๊ยมขณะที่มันกำลังเดินสวนกับคุณชายต้วนกงฝู จู่ๆคุณชายกงฝูส่งสายตาเชิงสั่งชายร่างั์จัดการซุนชายร่างั์ไม่รีรอ มันหวังเตะตัดขาให้เฟยซุนหน้าทิ่มพื้น ทว่าััมันไม่เยหลอกลวง มันััได้ถึงขาอันใหญ่โตที่กำลังหวดมาทีขาของมัน มันยกขาขึ้นอย่างฉับไวปลดปล่อยจุดกักเก็บปราณทั้งห้ารวมไว้ที่ขาซ้ายอย่างฉับพลันมันทิ้งน้ำหนักที่ขาข้างซ้ายปะขะเข้ากับขาของชายร่างั์
ตูมมมม ! พื้นของโรงเตี๊ยมทะลุเป็หลุมกว้าง
มันรีบเอ่ยออกเบา “ อสูรเร้นกาย ” ร่างของมันเลือนลางหายไปจากสายตาของผู้คนอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้มันสามารถฝึกฝน “ อสูรเร้นกาย ” จนใช้ได้ถึงเจ็ดก้าว
โอ้ยยยย ช่วยยข้าด้วยย
ชายร่างั์ส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับลูกหมูกำลังถูกเชือดขามันหักตั้งจนเป็มุมฉาก คุณชายกงฝูมองดูชายร่างั์ด้วยความตื่นตระหนก มันไม่อาจทันตั้งตัวกับเห็นการณ์ที่เกิดขึ้นตัวมันไม่อาจรู้ด้วยซ้ำ เหตุใดขาของลูกน้องมันถึงหักอยู่ในหลุมแบบนั้น แล้วคนก่อเหตุคือใครเ้าเด็กเหลือขอคนนั้นเหรอ คุณชายกงฝูไม่อาจปักใจเชื่อได้ทั้งหมด คุณชายกงฝูตั้งสติได้มันรีบบอกชายร่างั์อีกคน “ เ้าจงรีบไปแจ้งเหล่าผู้าุโเร็วเข้า ” กงฝูหยิบเม็ดยา โยนเข้าปากชายร่างั์ที่ขาหักกินเพื่อบรรเทาความเ็ปไม่กี่อึดใจเหล่าผู้าุโตระกูลต้วนมากันครบถ้วน ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกัน เพียงเ้าเด็กผมดำนั้นเดินผ่าน เ้าั์นั้นขาก็หักแล้วก็ไม่ใครพบเ้าเด็กนั้นอีกเลย เหล่าผู้าุโไม่อาจเชื่อคำให้การเหล่านี้ได้ลง
เหล่าพวกาุโไม่อาจสาเหตุที่แท้จริงได้ พวกมันจึงไม่ได้สนใจอะไรอีกขอแค่เพียงนายน้อยของมันปลอดภัยพวก มันก็ไม่มีเหตุใดต้องสนใจอีก
“ ผู้าุโเถียนอี้ จากข้อมูลที่รวบรวมมาท่านคิดว่าเป็เ้าเด็กนั้นหรือป่าว ” ผู้าุโอีกคนถาม
“ ถ้าไม่ติดตรงที่ทุกคนเล่ามาว่า หลักจากทำร้ายลูกน้องของคุณชายแล้วมันหายตัวได้ราวกับผี มันจะมีผู้เยาว์ที่ไหนทำได้กัน ก่อนจะเชื่ออะไรเ้าควรไตร่ตรองให้ดีซะก่อนรู้ไหม”ผู้าุโเถียนอี้ วิเคราะห์อย่างมีเหตุผลพลันสอนผู้าุโคนนั้น
เหลืออีกไม่ถึงสองชั่วโมง ก็ถึงเวลาเริ่มต้นการทดสอบแล้ว
เหล่าผู้คนที่้าเข้าทดสอบเข้าสำนักัดำสามเศียรมีทั้งหมดห้าหมื่นคนตอนนี้ที่ลานทดสอบแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เฟยซุนเดินไปโต๊ะคณะกรรมการ เพื่อลงทะเบียนฮุ่ยซุน มารายงานตัว เหล่าคณะกรรมการจดจำมันได้ทันทีพร้อมยื่นป้ายหมายเลขหนึ่งให้มันทันที มันสงสัยเลยถามคณะกรรมการไปตามตรง หมายเลขไม่ได้เรียงจากลำดับผู้สมัครก่อนหลังเหรอมันถามด้วยความมึนงง
“ ใช่ทางสำนักจะเรียงลำดับจากผู้ที่มาสมัครก่อนหลังแต่เ้าเป็ตัวตนพิเศษ ผู้าุโฮุ่ยเหมย จึงให้หมายเลขหนึ่งกับเ้า ” คณะกรรมการอธิบายให้มันทันที
ไหนบอกว่าไม่มีอำนาจ แต่ทำไมถึงทำให้ข้ายุ่งยากขึ้นไปอีกรู้แบบนี้ไม่น่าไปบอกเื่ลุงเทียนหยงให้นางรู้เลย น่าจะแกล้งให้เข็ด มันทำได้เพียงแอบบ่นในใจ
เหล่าตระกูลใหญ่มาล่วงหน้าก่อนเป็เดือน เพื่อ่่ชิงลำดับเลขตัวเดียวถ้าพวกมันรู้ว่าหมายเลขหนึ่งตกอยู่ในมือเฟยซุนพวกมันจะคลุ้มคลั่งเพียงใด
“ ขออภัย เหล่าผู้ที่ไม่เกี่ยวกับการทดสอบ โปรดถอยห่างออกจากสำนักัดำสามเศียรยี่สิบลี้” เสียงประกาศของคณะกรรมการดังกึกก้องครอบคลุมทั่วลานทดสอบเหล่าผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องทยอยกันออกนอกสำนัก ในยามนี้เหลือแต่เหล่าผู้สมัครทดสอบห้าหมื่นคน”
การทดสอบปีนี้แบ่งการทดสอบเป็สองรอบ
การทดสอบรอบที่หนึ่งตรวจสอบพลังปราณและพร์แฝง
การทดสอบพลังปราณ ผู้รับการทดสอบต่ำกว่าพลังลมปราณก่อตั้งขั้นที่หนึ่งตกรอบ วิธีการ นำมือไปวางบนศิลาประทับัจากนั้น ศิลาประทับมักรจากปรากฎ ชื่อ อายุ และระดับชั้นพลังปราณ
“ ใครที่รู้ตัวว่าตนเองอยู่ขั้นกำเนิดลมปราณ ขอให้ออกนอกลานรับสมัครแห่งนี้ด้วย” เสียงประกาศของคณะกรรมการเอาจริง
การทดสอบพร์แฝง คือการนำมือวางบนเสาัไร้ลักษณ์ต้นนี้ จงปลดปล่อยพลังปราณใส่เสา เกณฑ์การตัดสินแบ่งเป็ห้าสีสีเขียว สีฟ้า สีม่วง สีส้ม สีทอง ใครไม่สามารถทำให้เสาปรากฎสีหรือทำได้เพียงสีเขียวจะต้องตกรอบทันที ทว่าใครที่สามารถปลดปล่อยัไร้ลักษณ์ออกจากเสาต้นนี้ได้ ผู้นั้นไม่ต้องทดสอบรอบต่อไปทางสำนักัดำสามเศียรจะรับคนผู้นั้นสามารถเป็ศิษย์ใหม่ทันที
การทดสอบรอบที่สอง คือการทดสอบผสานปราณเข้ากับส่วนหนึ่งใด ส่วนหนึ่งของร่างกายแล้วโจมตีใส่กระจกน้ำมายาบานนี้ มันจะวัดพลังออกมาเป็ค่าตัวเลข โดยตัวเลขตามเกณฑ์ของสำนักจะอยู่ที่สองพันคะแนน ถึง หนึ่งหมื่นคะแนน ใครต่ำกว่าสองพันคะแนนตกรอบทันที
ผู้สมัครท่านใดผ่านการทดสอบทั้งสองรอบ คือผู้ที่มีคุณสมบัติการเป็ศิษย์ของสำนักัดำสามเศียรของเรา
สิ้นเสียงประกาศต้องมีคนออกนอกลานประลองถึงสองหมื่นกว่าคน
กลุ่มคนที่ต้องออกจากลานทดสอบบ่นถึงกฎการทดสอบปีนี้เข้มงวดเหลือเกิน
“ ทำไมปีนี้มันถึงได้มีข้อจำกัดเยอะนัก ไม่เหมือนกับปีก่อนๆเลย”
“ ใช่ๆ ปีก่อนๆแค่ชั้นกำเนิดปราณก็สามารถมีสิทธิ์ทดสอบได้แล้ว เฮ้อออ ”
“ ก็อย่างว่า สำนักอันดับหนึ่งใครๆก็อยากมาสมัครทำให้มีคนสมัครมาเยอะเกินไป จนทำให้สำนักไม่สามารถรับได้ทั้งหมด ”
“ หมายเลขอันดับห้าพัน ขึ้นมาทดสอบเป็คนแรก ” คณะกรรมการประกาศอย่างกึกก้อง
ทุกสายตาจับจ้องไปหมายเลขห้าพันเป็ชายผมสีเขียวมันผอมแห้งราวกับไม่มีแรง มันเดินไปยังศิลาประทับั ทุกสายตาจับจ้องมันไปด้วยความตื่นเต้นทันทีที่มันวางมือบนศิลาประทับัภาพปราณปรากฎต่อทุกสายตา
ชื่อ ตงเจี่ยว
อายุ ยี่สิบห้าปี
ระดับพลัง ระดับกำเนิดลมปราณขั้นเก้า
ทันทีที่สิ้นเสียง ตงเจี่ยวถูกพลังปราณจากคณะกรรมการซัดใส่มัน ร่างมันปลิวราวกับลูกศรมุ่งตรงสู่ด้านหน้าสำนัก
ตูมมมม ! ร่างของมันเท้าชี้ฟ้า หัวทิ่มลงดินทำให้ผู้คนที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ขั้นลมปราณก่อตั้ง หน้าพวกมันซีดเผือก เหงื่อทั่วหลังของมัน
“ ข้าให้เวลาอีกสิบลมหายใจ ถ้าใครอยู่ในชั้นกำเนิดลมปราณแล้วยังไม่ออกไปลานทดสอบแห่งนี้ข้าจะทำให้พวกเ้าปลิวออกนอกสำนัก เหมือนเ้าตงเจี่ยว ”
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศคณะกรรมการ เหล่าผู้คนประมาณที่อยู่ชั้นกำเนิดลมปราณเกือบห้าพันคนวิ่งหนีตายออกนอกสำนัก อย่างแตกตื่น
เหว๋อออ กรี๊ดดด โอ้ยยย อย่าเหยียบข้า เหล่าผู้คนวิ่งหนีตายกันวุ่นวายไปพักใหญ่ผ่านไปอึดใจเดียวเหลือผู้ทดสอบที่ลานทดสอบประมาณสองหมื่นกว่าคน
“ เริ่มต้นการทดสอบหมายเลขหนึ่ง ฮุ่ยซุน ก้าวออก ” คณะกรรมการประกาศเสียงดัง
เฟยซุนที่ยืนอยู่อย่างไม่สนใจอะไร ยามที่มันได้ยินชื่อปลอมของมัน มันรู้สึกราวกับหายนะกำลังจะมาเยือนมันในไม่ช้ามันเดินแหวกฝูงชนออกมาปรากฏต่อทุกสายตา ยามนั้นมันรู้สึกถึงสายตาริษยาจับจ้องมาที่มันเป็จำนวนมาก...
ดยา โยนเข้าปากชายร่างั์ที่ขาหักกินเพื่อบรรเทาความเ็ป
คุณชายต้วนไม่งตัวก