ตอนที่25 เด็กสาวและแม่ทัพ
บรรยากาศภายในทัพหวนฉีมาคุอย่างชัดเจนโดยเฉพาะรอบตัวแม่ทัพหนุ่มที่ราวกับมีสิ่งชั่วร้ายรายล้อมอยู่(ยังมีอะไรที่ชั่วร้ายกว่าเขาอีกหรือนี่)อ้ายซินไม่ร่วมทานอาหารเช้าเช่นเคยถึงอย่างนั้นหวนฉีก็ไม่คิดจะสนใจ
หลงหวนและเหล่านายทัพของเขาต้องเข้าร่วมประชุมการรบกับทัพหวนฉีเป็อีกครั้งที่ชายหนุ่มมองหาเด็กสาวแต่เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยถามใครเพราะไม่อยากให้เกิดข่าวลือแปลกๆทำให้เธอเสียชื่อเสียง
พวกเขาใช้เวลาครึ่งเช้าในการวางแผนรับมือกับทัพอู๋โดยที่หวนฉีจะเป็ผู้บัญชาการรบในครั้งนี้หลงหวนไม่คัดค้านใดๆ แม้เหล่ารองแม่ทัพคนสนิทของเขาจะมีท่าทีขุ่นเคืองเล็กๆ ก็ตาม
เพราะไม่ได้เข้าร่วมการรบอ้ายซินจึงกลายเป็คนว่างงานที่ทำได้แค่เดินเล่นไปรอบๆทัพและเฝ้าถามตัวเองว่าเธอมาทำอะไรยังสถานที่แห่งนี้ทุกคนกำลังสาละวนกับหน้าที่ของตนเอง แต่เธอทำได้แค่มองอยู่ห่างๆระหว่างที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสองขาคู่ก็หอบพาร่างบางมาจนถึงบริเวณที่ทัพเว่ยปักหลักอยู่
“เ้าเป็ใครเป็คนจากทัพหวนฉีหรือ” ทหารเฝ้ายามเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นเด็กสาวเขามองเธอั้แ่หัวจรดเท้าเพื่อพิจารณา
“ใช่ค่ะ”
“เป็ทหารในทัพสินะ”
“เอ่อ...ข้า...เป็ภรรยาของแม่ทัพหวนฉี”แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่้าตัดบทสนทนาที่อาจจะยืดยาวหากต้องถูกซักไซ้ไล่เรียงคนฟังชะงักกับสถานะของเธอ “ข้าเผลอเรอเดินเล่นมาซะไกลต้องขออภัยด้วยข้าจะรีบกลับเดี๋ยวนี้แหละ” ว่าจบเธอก็หันหลังจะออกเดิน ทว่า
“ได้ยินรึเปล่า นางบอกว่าเป็ภรรยาแม่ทัพหวนฉี”ทหารยามนายหนึ่งกระซิบกับคนข้างกายด้วยเสียงที่ดังพอให้เธอได้ยิน
“หรือว่าจะหมายถึงผู้หญิงคนนั้น”
“ผู้หญิงคนไหน”
“ที่เป็ลูกสาวของหวังซินที่ถูกท่านแม่ทัพหลงหวนฆ่าตายในสนามรบนั่นไง”พวกเขาไม่คิดจะลดเสียงพูดคุยลง เด็กสาวหยุดยืนนิ่ง
“แม่ทัพในยุคเก่านั่นน่ะเหรอเห็นลือกันว่าเก่งหนักหนา แบบนี้ท่านหลงหวนที่สังหารเขาได้ก็ต้องเก่งกว่ามากน่ะสิข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพนั่นหนีหัวซุกหัวซุนด้วยนะหลังจากแพ้ให้กับท่านหลงหวน”
“แม่ทัพแก่ๆจะมาสู้อะไรกับคนหนุ่มสมัยนี้ได้ล่ะ มันก็เป็เื่ปกติอยู่แล้วไม่ใช่รึไง”
“น่าสงสารนะพ่อถูกฆ่า ตัวเองก็ต้องมาเป็เมียของแม่ทัพที่ขึ้นชื่อว่าโเี้วิปริตเป็ข้าคงชิงฆ่าตัวตายไม่ทนอยู่ใช้ชีวิตอดสูแบบนี้หรอก”พวกเขาจงใจให้เธอได้ยินชัดเจนทุกคำ
อ้ายซินกำหมัดแน่นแววตากร้าวกำลังสะกดกลั้นอารมณ์เธอไม่สนหากพวกเขาจะนินทาว่าร้ายตนเองแค่ไหนแต่ขณะนี้พวกเขากำลังล่วงเกินบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเธอจนยากที่จะให้อภัยทว่าถ้าเธอปล่อยให้โทสะเข้าครอบงำและลงมือกับอีกฝ่ายจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน
“ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดที่น่ารังเกียจแบบนี้ออกมาจากเหล่าทหารของข้า”เสียงคำรามด้วยความโกรธดังขึ้นจากด้านข้างเมื่อทั้งหมดหันไปมองก็พบว่าหลงหวนและกุนซือคนสนิทกำลังมุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ทะ—ท่านแม่ทัพ”
“แม่ทัพหวังซินเป็คนที่เก่งกาจและน่านับถือแม้จะเป็ศัตรูกันก็ตาม”ใบหน้าของหลงหวนฉายชัดถึงความโกรธ “พวกเ้าดูถูกเขาก็เท่ากับดูถูกข้าแถมยังดูถูกบุตรีของเขาพวกเ้ายังมีความเป็ลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า!”
“เฮ้ยหลง ใจเย็นๆ”กุนซือหนุ่มพยายามห้าม “พวกเ้ารีบขอโทษท่านหญิงเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ข้าจะลงโทษพวกเ้าจะได้ไม่ปากพล่อยอีก”หลงหวนประกาศกร้าว เหล่าทหารตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวพวกเขาไม่คิดว่าแม่ทัพที่ดูใจดีจะแสดงความโกรธออกมาได้ขนาดนี้
“ไม่เอาน่าหลงหวน”คนข้างกายคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ด้วยเกรงว่าเขาจะทำอะไรหุนหันพลันแล่น
“ฟู่เสียนปล่อยข้าข้าจะสั่งสอนเ้าพวกนี้”
เมื่อเห็นว่าตนเองไม่อาจห้ามแม่ทัพหนุ่มได้ฟู่เสียนจึงหันไปส่งสายตาอ้อนวอนเด็กสาวที่ยังคงยืนอยู่อ้ายซินสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติแล้วพูดขึ้น
“ข้าไม่เป็อะไรค่ะขอท่านแม่ทัพได้โปรดใจเย็นลงก่อน”
“แต่เ้าพวกนี้ดูถูกเ้า”หลงหวนยังคงไม่ยอม อ้ายซินหันไปมองเหล่าทหารที่สะดุ้งสุดตัวกับสายตาของเด็กสาว
“คำขอโทษ”เธอบอกสั้นๆ
“พะ—พวกข้าต้องขอโทษท่านหญิงที่ปากพล่อยได้โปรดให้อภัยพวกข้าด้วย” พวกเขาอ้อนวอนเธอท่าทางลนลานและน้ำเสียงตื่นตระหนกจนเธอไม่อาจจินตนาการได้ว่าอะไรทำให้พวกเขาหวาดกลัวขนาดนี้
“ข้าไม่ติดใจอะไรค่ะท่านแม่ทัพท่านอย่าทำให้เื่มันใหญ่โตไปมากกว่านี้เลย”เธอบอกหลงหวนซึ่งยังคงมีความเคลือบแคลงใจ
“พวกเ้าควรจะสำนึกบุญคุณท่านหญิงนะที่ให้อภัย”ฟู่เสียนได้ทีรีบเสริม
“ขอบพระคุณมากครับท่านหญิงพวกข้าสาบานว่าจะไม่ปากพล่อยแบบนี้อีก” เหล่าทหารคุกเข่าคำนับอ้ายซินเด็กสาวเปรยสายตามองรอบๆ ขืนยังอยู่ต่อคงได้มีเหล่าทหารมากมายมามุงดูพวกเธอเป็แน่
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อนนะคะ”เธอโค้งให้หลวงหวนและฟู่เสียนก่อนจะรีบเดินจากไป
ฟู่เสียนมองแม่ทัพหนุ่มที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่เพราะเขานิ่งเงียบจนน่ากลัวโดยไม่รีรอ—หลงหวนรีบตามอ้ายซินไปปล่อยให้คนเื้ัมองตามอย่างงุนงงกุนซือหนุ่มหันมามองเหล่าทหารผู้เป็จำเลยอีกครั้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ข้าหวังว่าพวกเ้าจะปิดปากเงียบสำหรับเหตุการณ์ในวันนี้นะ”เขาหมายรวมถึงการที่หลงหวนเดินตามอ้ายซิน
กลับไปด้วย
หลังจากเดินห่างออกมาได้ระยะหนึ่งเด็กสาวก็หยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคนเื้ั
“จะตามข้ามาอีกนานมั้ยคะท่านแม่ทัพหลงหวน”เธอเน้นชื่อและตำแหน่งเขาชัดเจน
“ข้าขอโทษแทนพวกทหารด้วยนะเพราะข้าไม่อบรมให้ดีพวกนั้นถึงได้พูดจาจาบจ้วงและ”
“พอเถอะค่ะ”เ้าหล่อนยกมือห้าม “ท่านรู้มั้ยคะ จากตอนแรกที่ข้าโมโหมากพอเห็นท่าทางของท่านอารมณ์ที่กำลังคุของข้าก็แทบจะปลิวหายไปเลยแหละค่ะข้าไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงได้โกรธขนาดนั้น มันเื่ของข้าไม่ใช่เื่ของท่านซะหน่อย”เธอยืนกอดอกมองเขาอย่างพิจารณา
“เพราะข้านับถือท่านแม่ทัพหวังซินน่ะสิ”
“อันนี้ล้อข้าเล่นหรือเปล่าคะ”
“ข้าพูดจริงและข้าก็ดีใจที่ได้ปะมือกับแม่ทัพที่เก่งกาจแบบเขา”
“แม้ว่าท่านจะชนะแล้วสังหารเขาน่ะหรือคะ”ประโยคสวนควับทำเอาหลงหวนนิ่งงัน “จงเคารพในศัตรูคือประโยคที่ท่านพ่อของข้าพูดบ่อยๆ ข้าไม่เคยเข้าใจความหมายของมันเลยแต่ตอนนี้พอจะเริ่มเข้าใจนิดๆ แล้วค่ะ”
“เ้าเองก็เคารพในแม่ทัพเหลียวหยวนไม่ใช่หรือ”
“ท่านรู้ได้อย่างไรคะ”อ้ายซินมีสีหน้าประหลาดใจ คนที่รู้ว่าเธอมีความสัมพันธ์อันดีกับ 1 ใน 4แม่ทัพใหญ่แห่งเว่ยมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น “ท่านแม่ทัพบอกท่านหรือคะ”
“เ้าอาจจะไม่รู้แต่ท่านเหลียวหยวนเป็ญาติห่างๆ ของข้า ก่อนออกรบครั้งนี้ข้าพึ่งจะได้พบกับเขาและเขาก็เล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟัง”
“ท่านลุงสบายดีรึเปล่าคะ”เธอลืมที่จะตั้งกำแพงเช่นปกติใบหน้าที่บึ้งตึงแปรเปลี่ยนความประหลาดใจระคนสงสัยแทนหลงหวนไม่พลาดที่จะดึงการสนทนานี้ให้เป็ไปอย่างธรรมชาติที่สุด
“ก็บ่นว่า่นี้ปวดเมื่อยตามร่างกายตามประสาโรคคนแก่แล้วก็บอกคิดถึงสนามรบ ยิ่ง่นี้แม่ทัพของฉินมีแต่คนน่าสนใจอย่างแม่ทัพลึกลับที่ชื่อไป๋หู่”
ทั้งสองเดินคุยกันอย่างออกรสตามเส้นทางที่ทอดสู่ทัพหวนฉีเหล่าทหารต่างพากันลอบมองและซุบซิบนินทาอย่างฉงนสงสัยว่าแม่ทัพแห่งเว่ยและนายหญิงของพวกเขาไปสนิทกันั้แ่เมื่อไหร่หม่าเฉาที่เห็นเหตุการณ์พอดิบพอดีทำได้แค่เพียงถอนหายใจอย่างนึกปลงอนิจจาไม่คิดจะเข้าไปขัดการสนทนาของทั้งคู่อันที่จริงเขานึกอยากจะให้หวนฉีมาเห็นเสียด้วยซ้ำแต่ถึงอย่างไรข่าวลือก็ต้องไปไวเหมือนไฟลามทุ่งแน่นอน
“ข้าว่าท่านกลับไปเถอะ”อ้ายซินที่รู้สึกตัวว่าเริ่มจะมีสายตาจับจ้องมากมายเปรยมองรอบๆ
“เราจะมีโอกาสได้พูดคุยกันอีกหรือเปล่า”หลงหวนถามอย่างมีความหวัง
“แล้วทำไมถึงจะคุยกันไม่ได้ล่ะ”
“ก็...ข้า”
“ข้าไม่ได้โกรธอะไรท่านแล้วแม้จะยังยอมรับได้ไม่เต็มที่แต่ข้าก็ไม่อยากเสียเพื่อนที่สามารถพูดคุยอย่างสบายใจได้ไปหรอกนะ” เด็กสาวตอบยิ้มๆ
“ถ้าอย่างนั้นข้าอยากจะขออะไรเ้าสักอย่างได้หรือไม่”
“ท่านไม่มีสิทธิ์ขออะไรข้าหรอกนะคะแต่ลองพูดมาดูก่อนก็ได้ค่ะ” แม้จะพูดเชิงตัดบท ทว่าเขาก็ยังมีความหวังอยู่ลึกๆ
“เ้าจะช่วยเรียกข้าว่าพี่อี้หลงเหมือนเดิมได้หรือเปล่า”เขาว่าอย่างไม่เต็มเสียง มองเธอด้วยความช่างใจ คิดว่าตนเองอาจจะคาดหวังมากเกินไป
“ไม่คิดว่าเป็คำขอที่มากเกินไปเหรอคะ”
“ก็แค่ความคาดหวังเล็กๆของข้าน่ะ”
“เอาเถอะค่ะข้าจะลองทบทวนดูก็แล้วกัน” อ้ายซินส่งยิ้มให้เป็รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจกว่าก่อนหน้านี้ทำเอาคนมองหัวใจพองโตอย่างลิงโลด“ไม่รับปากนะคะ”
“แค่เ้ายอมยกโทษให้ข้าแค่นี้ก็เกินพอแล้ว” หลงหวนยิ้มกว้างราวเด็กน้อย
“ท่านกลับไปได้แล้วค่ะต้องเตรียมตัวรับศึกพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอคะ ข้าขอให้ท่านโชคดีในการรบนะคะ”คำอวยพรของเธอเป็ดั่งยาบำรุงชั้นดีให้แก่เขา ถึงกระนั้นเื่ที่ว่าเ้าหล่อนเป็ภรรยาของชายอื่นก็เป็ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ข้าจะเอาชัยชนะมาฝากเ้าอ้ายซิน”