ลี่อ๋องให้คนมาบอกหลานจูเจียนว่า อีกเจ็ดวันให้เตรียมตัวเข้าวัง คำว่าจะได้เข้าวังทำให้นางตื่นเต้นมาก ถามสาวใช้ว่าต้องทำยังไง เฉียวเฉียวไม่กล้าพูดเพราะเคยออกความเห็นก็โดนพระชายาผู้นี้ ด่าและดูถูกว่า ขี้ข้าอย่างเ้าจะรู้อะไร เมื่อเฉียวเฉียวไม่ตอบ หลานจูเจียนก็คิดว่าจะใส่ชุดไหนดี นางจึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู ก็ต้องหรี่ตามองเพราะสีอันแสบตา แต่เมื่อมองและจับดูแล้ว ชุดพวกนี้สวยงามและประณีตทั้งนั้น
เฉียวเฉียวแปลกใจที่หลานจูเจียนเปิดดูชุดเก่าๆ ถึงจะออกไปไหนไม่ได้ แต่หลานจูเจียนก็ใส่ชุดใหม่ไปงานทุกครั้ง เพราะองค์ชายใหญ่จะให้คนนำผ้าเนื้อและเครื่องประดับมาให้ เพราะอยากให้นางคิดว่าเขายังคงเอาใจใส่นางอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเื่วัดตัวและตัดชุดนั้นก็เป็บ่าวในจวนของลี่อ๋อง ที่ดูแลตัดเสื้อให้กับทุกคนแม้แต่ลี่อ๋องก็ใส่ชุดที่บ่าวในเรือนตัด
พ่อบ้านนำผ้าและเครื่องประดับมาให้ หลานจูเจียนมองดูสร้อยคอและปิ่นหยกที่สวยงามมาก จะจับก็กลัวจะตกแตกหักเสียหาย หลานจูเจียนจึงใช้มือลูบเบาๆ เป็หยกที่แกะสลักอย่างประณีตสวยงามจริง จากนั้นก็หันมาดูผ้าไหมที่เนียนบางเบา แต่สีอาจจะดูสดไปหน่อย เหมือนทุกชุดที่อยู่ในตู้
หลานจูเจียนคิดว่าพระสวามีเป็คนสั่งพ่อบ้านให้เอาผ้ามาให้นาง จึงบอกพ่อบ้านว่า ขอเปลี่ยนเป็สีอ่อนกว่านี้ได้ไหม พ่อบ้านบอกว่าจะคงจะไม่ได้
“ทำไมรึ หรือว่าท่านอ๋องชอบให้ข้าใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด”
เฉียวเฉียวมองหน้าพ่อบ้าน ก่อนที่จะหันไปถามว่า “พระชายาจำอะไรไม่ได้จริงๆ หรือเพคะ”
“อือ ถ้าจำได้ข้าจะถามพวกเ้าทำไม” นี่ยังดีนะที่ฉันรู้ว่าต้องพูดสำนวนแบบไหน นิรินยิ้มอย่างภูมิใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นพ่ะย่ะค่ะ หากแต่ว่าผ้าพวกนี้องค์ชายใหญ่ส่งมาให้พระชายาพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านบอก
“แล้วทำไมองค์ชายใหญ่ถึงส่งผ้าและเครื่องประดับพวกนี้มาให้ข้า” ทั้งเฉียวเฉียวและพ่อบ้านต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าพูด
“ทำไมพวกเ้าถึงไม่ตอบ” สงสัยคงต้องเล่นบทนางร้าย
“ข้า ถามทำไมไม่ตอบ”
พ่อบ้านจึงรีบพูดขึ้นว่า “พวกบ่าวพูดไม่ได้จริงๆ พ่ะย่ะค่ะ” เฉียวเฉียวพยักหน้าเห็นด้วย
“หากไม่พูดข้าจะลงโทษพวกเ้า” หลานจูเจียนคนใหม่ นึกถึงคำพูดในนิยายเลยลองพูดดูเผื่อจะได้ผล
“ใครหน้าไหนกล้าลงโทษคนของข้า” เสียงเข้มดุดันดังขึ้น คนที่อยู่ในห้องพากันมองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบ
ั้แ่วันที่นิรินทะลุเข้ามาในโลกนี้ ครั้งนี้เป็ครั้งที่สองที่เธอเห็นชายหน้าหล่อแต่บึ้งตึงคนนี้ ตรงกันข้ามเขากลับรู้เกี่ยวกับนางทุกย่างก้าว เพราะเขาอยากรู้ว่านางรอดตายจากเงื้อมมือเขาได้อย่างไร หากนางไม่มีวิชาหรือยาดีช่วยไว้ นั่นแสดงว่า ฝีมือการต่อสู้ของเขานั้นไม่ใช้ไม่เหลือแล้ว แล้วจะต่อกรกับศัตรูได้อย่างไร ลี่อ๋องจึงฝึกดาบ ยิงธนู ปามีดสั้น และต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับองครักษ์ทุกวันั้แ่เช้าจรดเย็น แต่วันนี้เขามาปรากฏตัวในห้องของนาง ซึ่งองครักษ์และบ่าวทุกคนต่างก็แปลกใจ
“ข้าแค่พูดเฉยๆ ไม่ได้คิดที่จะลงโทษพวกเขาจริงๆ” หลานจูเจียนพูดโดยไม่หลบตา
“ถึงคิดก็ไม่มีสิทธิ์”
“ทำไมล่ะ ในเมื่อข้าเป็เมียท่าน และท่านเป็เ้าของจวนแห่งนี้”
“อย่าสำคัญตัวผิด เ้าไม่ใช่เมียข้าและจะไม่มีวันได้เป็ด้วย”
“แต่ข้าถามเฉียวเฉียวแล้ว เฉียวเฉียวบอกว่าข้าเป็เมียท่าน”
สายตาคมมองปราดไปที่เฉียวเฉียวที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นอยู่ “20 ไม้”
สักพักบ่าวผู้ชายก็เดินเข้ามาหิ้วแขนของเฉียวเฉียวทั้งสองข้าง เฉียวเฉียวไม่ร้องขอให้อภัยแม้แต่คำเดียวแต่หันมามองหลานจูเจียน หลานจูเจียนไม่รู้ว่าที่เฉียวเฉียวมองตนนั้นเพราะอยากจะให้ตนช่วยหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เฉียวเฉียวคงไม่ชอบนางแน่ เมื่อเป็อย่างนี้หลานจูเจียนจึงพูดขึ้นว่า
“ท่านสั่งทำโทษนางทำไม นางไม่ได้ทำอะไรผิด” ลี่อ๋องไม่ตอบแต่เดินออกจากห้องไป
“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ ท่านยังไม่ตอบข้าเลย” หลานจูเจียนจึงรีบเดินตามไป
“เดี๋ยวก่อน” แต่คนผู้นั้นยังไม่หยุดเดิน หลานจูเจียนจึงเอื้อมมือไปจับเข้าที่แขนของเขา ลี่อ๋องหยุดเดิน สายตาค่อยๆ มองลงมา บ่าวและองครักษ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลพากันกลั้นหายใจ หลานจูเจียนเห็นสายตาคมมองที่ข้อมือของเขาและมือของนางอยู่นานจึงปล่อย
“นางไม่ได้” หลานจูเจียนยังพูดไม่จบชายผู้นั้นก็เดินจากไปแล้ว ทุกคนต่างโล่งใจ หลานจูเจียนยืนมอง แล้วก็หันซ้ายหันขวาเมื่อได้ยินเสียงไม้ เหมือนตีลงอะไรสักอย่าง นางจึงรีบวิ่งไปตามเสียงนั้น ก็เห็นเฉียวเฉียวนอนก้มหน้าบนม้านั่งตัวยาวกัดฟันแน่น
“หยุดนะ” แต่บ่าวพวกนั้นก็ไม่หยุด
“ข้าบอกให้หยุดไง” หลานจูเจียนสั่งและเดินเข้าไปแย่งไม้ออกจากมือของบ่าวสองคนที่สลับกันลงไม้บนตัวของเฉียวเฉียว
“หยุด อย่าตีนาง นางไม่ผิด” ไม่มีใครสนใจคำพูดของนาง หลานจูเจียนจึงตัดสินใจเอาตัวเข้าไปบังเฉียวเฉียวไว้ ทำให้ไม้ที่ตีลงมาตีเข้าที่หลังของนาง
“อึก” บ่าวทั้งสองมองหน้ากัน จะเอายังไงต่อดี องครักษ์รีบไปรายงาน
ระหว่างที่รอหลานจูเจียนบอกให้เฉียวเฉียวลุกขึ้น แต่เฉียวเฉียวไม่กล้าเพราะไม่ใช่คำสั่งของลี่อ๋อง หลานจูเจียนจึงยังยืนบังนางอยู่ใกล้ๆ
“โบยต่อไป”
“แต่ว่า” เยว่ิยังพูดไม่จบ
“นางอยากถูกโบยแทนสาวใช้เองไม่ใช่รึ” ลี่อ๋องเอ่ยขึ้น เยว่ิรู้ว่าถึงจะพูดอะไรออกมาตอนนี้ ก็ไม่มีประโยชน์มีแต่จะถูกทำโทษจึงกลับไปบอกให้โบยต่อไปจนครบตามคำสั่ง
“ถ้าอย่างงั้นก็โบยข้าแทน” หลานจูเจียนเอ่ยขึ้น เยว่ิพยักหน้าให้บ่าวทั้งสองคนจับหลานจูเจียนให้นอนคว่ำลง นี่พวกเขาจะโบยฉันจริงๆ หรือนี่โดนแค่ไม้เดียวยังเจ็บขนาดนั้น
ก่อนที่บ่าวจะทำการโบยนางอีกครั้ง หลานจูเจียนยกมือขึ้นห้าม ลี่อ๋องที่แอบนั่งดูอยู่บนหลังคาก็ทำเสียงเยาะเย้ยในลำคอ “หึ นึกว่าจะแน่”