หยกิญญาชั้นเมฆาหมื่นชาติเวียนว่ายไม่สิ้น ชะตาฟ้าผูกพันธ์ต้องห้าม รักหนึ่งคำ ทุกข์หมื่นภพ
อาจารย์ยืนสูงส่ง ศิษย์ก้มศีรษะต่ำ แต่ดวงิญญาสองดวงกลับพันธนาแน่นแฟ้นยิ่งกว่าใด
อาจารย์ฉี๋หลิงกับศิษย์ต้องห้าม (The Forbidden Martial Arts)
“หนึ่งััคือจุดเริ่มต้นของคำสาปหนึ่งการคือจุดจบของชะตา”
เช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิปีที่ดอกท้อผลิบานทั่วูเาหลานอวิ๋น หมอกยามเช้ายังคละคลุ้งปกคลุมสำนักเซียนหลวง“เทียนหลานอวิ๋น” ราวกับผืนไหมสีขาวบางเบาที่ถูกนางฟ้าทอขึ้นด้วยมืออันละเอียดอ่อนพระอาทิตย์อ่อนๆ สาดแสงสีทองทาบทับยอดหลังคาไม้จันทน์แกะสลัก และเนินเขาเขียวขจีที่เรียงรายไปด้วยศาลเ้าและหอฝึกวิชา
ลมพัดพากลิ่นธูปและดอกไม้โบราณลอยคละคลุ้งบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ผสมกลิ่นอายแห่งวรยุทธ์ที่ผู้คนในแผ่นดินต่างใฝ่ฝันสำนักนี้มิใช่เพียงสถานที่เรียนรู้วิชาแต่เป็โลกแยกหนึ่งที่กฎแห่งฟ้าดินและมนุษย์ยังคงพันผูกกันอย่างแน่นแฟ้น
ในหอฝึกหลัก“หอดาบหลิงอวิ๋น” ศิษย์หลายร้อยนั่งเรียงรายอย่างมีระเบียบทุกคนสวมชุดเซียนสีฟ้าอ่อนปักลวดลายัและเมฆ ตรงกลางแท่นสูงอาจารย์ฉี๋หลิงยืนสงบนิ่งด้วยท่วงท่าที่สูงส่งดุจเทพเซียนลงมาโปรด
ฉี๋หลิงมีรูปร่างสูงโปร่งล่ำสันได้รูป ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักจากหยกเย็นที่สุดในใต้หล้าดวงตาคมกริบแฝงประกายปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมที่ยากจะหยั่งรู้ผมยาวสีดำสนิทถูกรวบด้วยปิ่นหยกสีครามพลังฝึกตนขั้นสูงสุดของสำนักแผ่ออร่าที่ทำให้ศิษย์ทุกคนต้องก้มศีรษะโดยไม่รู้ตัว
“วันนี้ เราจะเริ่มด้วยเคล็ด ‘กระบี่เมฆาแปดทิศ’” เสียงของฉี๋หลิงทุ้มต่ำก้องกังวานดุจเสียงระฆังโบราณ “ผู้ใดมีคำถาม... เอ่ยได้”
ท่ามกลางศิษย์ที่ต่างเงียบงันด้วยความเกรงกลัวและชื่นชมมีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งแถวหน้าสุด ดึงดูดสายตาของฉี๋หลิงโดยไร้ซึ่งรู้ตัว
เย่หยวน(เสี่ยวหยวน) อายุสิบเก้าใบหน้าหล่อเหลาแบบใสบริสุทธิ์ดุจหยกขาวที่ยังมิเคยถูกฝุ่นธุลีเปรอะเปื้อนดวงตาคู่โตใสกระจ่าง ริมฝีปากบางแดงระเรื่อ ผมยาวสีดำถูกมัดหลวมๆด้วยริบบิ้นสีขาวเรียบง่าย ร่างกายผอมเพรียวแต่แฝงด้วยพลังลมปราณอันบริสุทธิ์เขาเป็ศิษย์ที่เรียนเก่งที่สุดในรุ่นใหม่และเป็ที่หมายปองของเหล่าศิษย์ทั้งหญิงและชายในสำนัก
เย่หยวนยกมือขึ้นอย่างสุภาพ“อาจารย์ฉี๋หลิง กระบี่เมฆาแปดทิศ หากผสานกับวิชาลมปราณ ‘เสียงคลื่น’ ของศิษย์จะเกิดพลังเพิ่มขึ้นหรือไม่พะยะค่ะ?”
ฉี๋หลิงหันขวับไปมองดวงตาคมกริบนั้นเหมือนถูกดึงดูดด้วยแรงบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเหตุผล ทันใดนั้นภายในใจของเขาก็เหมือนมีเสียงสะท้อนจากกาลเวลาไกลโพ้น...ภาพพร่ามัวของชายหนุ่มในชุดสีขาว กำลังยื่นมือมาแตะหยกิญญาในมือเขา
“...ดี” ฉี๋หลิงตอบเสียงต่ำ “หลังเลิกชั้น เ้ามาอยู่ที่เรือนอาจารย์”
ศิษย์ทั้งหอเกิดเสียงซุบซิบเบาๆบางคนมองเย่หยวนด้วยความอิจฉา บางคนมองด้วยสายตาหวังดี
หลังเลิกชั้นเย่หยวนเดินตามฉี๋หลิงไปยังเรือนส่วนตัวที่ตั้งโดดเดี่ยวบนยอดเขาเล็กๆเรือนไม้ไผ่และหินหยกถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ดอกขาว ภายในมีกลิ่นธูปหอมอ่อนๆและหนังสือโบราณเรียงราย
“นั่งเถิด” ฉี๋หลิงชี้ไปที่โต๊ะไม้จันทน์แล้วหยิบหยกชิ้นเล็กสีครามเข้มออกมา “เ้าััดู”
เย่หยวนยื่นมือไปแตะหยกนั้นทันใดนั้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ภาพแสงวาบผ่านเข้ามาในสมอง..
ภาพของสองร่างในถ้ำลึกเปลือยกายพันธนากันใต้แสงจันทร์สีเื หยกชิ้นนี้ถูกประทับไว้ที่อกของทั้งคู่...ความสุขสมที่เ็ปปนความรักลึกซึ้ง...
“อ๊ะ!” เย่หยวนถอยหลังอย่างใ ใบหน้าแดงก่ำ
ฉี๋หลิงยิ้มมุมปากเล็กน้อยดวงตาเข้มขึ้น “ดูเหมือน... เ้ากับข้า จะมีชะตาต้องกันมากกว่าที่คิด”
เขาก้าวเข้าไปใกล้มือใหญ่จับคางเย่หยวนเบาๆ “อย่ากลัว... อาจารย์จะสอนเ้า... ทุกอย่าง”
ลมหายใจร้อนผ่าวของฉี๋หลิงพัดผ่านใบหูของเย่หยวนเย่หยวนตัวสั่น นี่เป็ครั้งแรกที่เขาใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้...และเป็ครั้งแรกที่หัวใจของเขากำลังเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา
ฉี๋หลิงก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางของศิษย์อย่างแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความริมฝีปากอุ่นนุ่มประทับแน่นลิ้นแยกร่องปากเล็กน้อยเพื่อชิมรสหวานบริสุทธิ์ที่ทำให้ิญญาของเขาสั่นไหว
เย่หยวนอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะพยายามดันอกอาจารย์ออก “อาจารย์... ไม่ควร... ศิษย์มี...”
“เงียบ” ฉี๋หลิงกระซิบเสียงต่ำมืออีกข้างลูบไล้แผ่นหลังเสี่ยวหยวนผ่านชุดบางๆ “คืนนี้...ข้าจะทำให้เ้าเข้าใจ... ว่าชะตาของเรา คืออะไร”
ฉี๋หลิงดันเย่หยวนลงบนเตียงไม้ไผ่ที่นุ่มนวลด้วยผืนไหมสีขาวมือใหญ่ถอดสายรัดเอวของศิษย์ออกอย่างชำนาญร่างกายขาวผ่องของเย่หยวนถูกเปิดเผยใต้แสงเทียนสลัวๆ ผิวเนียนละเอียดราวหยกอุ่นอกที่ยกขึ้นลงตามลมหายใจถี่รัว
“สวยนัก...” ฉี๋หลิงกระซิบ ก้มลงเลียที่คอขาว แล้วค่อยๆ ดูดจนทิ้งรอยแดง“เ้าจะเป็ของข้า... ทั้งในชาตินี้ และทุกชาติต่อไป”
มือของอาจารย์ลูบไล้ลงต่ำจับส่วนที่กำลังตื่นตัวของเย่หยวนขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวบีบและรูดอย่างแม่นยำเย่หยวนกัดริมฝีปากแน่น เสียงครางอายๆ ดังหลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ
“อาจารย์... อ๊ะ... อย่า...” เสียงของเขาสั่นเครือแต่ร่างกายกลับยอมจำนนต่อััอันร้อนแรงนั้น
ฉี๋หลิงไม่หยุดเขาก้มลงใช้ปากส่วนนั้นอย่างลึกซึ้ง ลิ้นวนเวียนดูดดึงจนเย่หยวนตัวเกร็งิญญาเหมือนถูกดึงออกจากร่าง ความสุขสมที่แปลกประหลาดไหลเวียนไปทั่วเส้นลมปราณ
ในที่สุดเย่หยวนก็ปล่อยตัวเองออกมาด้วยเสียงครางที่อ่อนแรงฉี๋หลิงกลืนทุกหยดด้วยสายตาที่ลึกซึ้งยิ่งนัก
“คืนนี้... เพียงเท่านี้” ฉี๋หลิงกอดศิษย์ไว้ในอ้อมแขนแน่น “แต่ในวันต่อๆไป... เ้าจะยอมทุกอย่างให้ข้าเอง”
พิเศษท้ายตอน
เย่หยวนนอนหลับในอ้อมกอดของฉี๋หลิงใบหน้าที่แดงระเรื่อยังคงแฝงความงุนงงและอาย แต่ลึกๆ ในดวงตาที่หลับปิดนั้นกลับมีประกายของความหลงใหลที่เริ่มก่อตัว... คำสาปหยกิญญาเริ่มส่องแสงอ่อนๆที่อกของทั้งคู่
หนึ่งจูบปลุกชะตาเก่า หมื่นคำสาปยังมิดับ ศิษย์อาจารย์พันธนา
ิญญาสองดวงกลายเป็หนึ่ง รักต้องห้ามหนทางไกลทุกข์สุขปนกันมิอาจแยก
ชะตาฟ้าจะพาไปไหน... ยามนี้ยังมิอาจรู้
..สุสาส์นราคะ..