วันรุ่งขึ้น พวกเขาตื่นไปทำงานตามปกติ
ระหว่างทางมักจะเกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ อย่างการที่ผู้รับใช้จ้องมองพวกเขาราวตัวประหลาด
ดร๊อกป้าพบว่าเขาชินชากับมันแล้ว
เมื่อพวกเขามาถึงป่าด้านหลัง ก็พบกับชายคนหนึ่งที่กำลังตัดใหม่อยู่ในสถานที่ประจำของพวกเขา…เป็โอบง หนึ่งในห้าชายฉกรรจ์ที่บุกมาเมื่อคืนนี้
“พวกเ้ามาแล้ว…ข้าชื่อโอบง” เ้าของเสียงเป็ชายร่างใหญ่ที่เตี้ยกว่าดร๊อกป้าไม่มาก หัวของมันโล่งเตียนไร้เส้นผม ใบหน้าดูเขินอายเล็กน้อยเมื่อมองมาที่พวกเขา
“เ้ามาที่นี่ทำไม” ดร๊อกป้าถาม
“คือ…คือ ข้ามาที่นี่เพื่อตัดไม้” โอบงกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้ามาตัดไม้ สิ่งที่ข้าสงสัยทำไมเ้าถึงมาตัดไม้ตรงนี้ อย่ามาบอกว่าเป็เื่บังเอิญ” ดร๊อกป้ากล่าว
โอบงเกาศีรษะ มันรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเมื่อมีคนถามกดดัน
“ข้ามาช่วยพวกท่านตัดไม้”
ดร๊อกป้าผงะ คิดถึงคำพูดของชายฉกรรจ์เมื่อคืน
“แล้วทำไมเ้ามาช่วยข้าเพียงคนเดียวละ”
“ข้ามาช่วยพวกเ้าเอง เพราะข้าก็เป็คนตัดไม้เหมือนกัน” ชายหนุ่มหัวโล้นกล่าว ก่อนที่มันจะโบกมือพัลวันอย่างว้าวุ่น รีบกล่าวต่อ
“ไม่ใช่พวกเขาที่เหลือไม่อยากมาช่วยพวกเ้าตัดไม้นะ แต่ทุกคนต้องงานประจำวันให้เสร็จสิ้นก่อน พวกเขาไม่ได้เป็คนตัดไม้เหมือนข้า เพราะงั้นจึงมีข้าเพียงคนเดียว”
ดร๊อกป้าพยักหน้า
“ข้าเข้าใจความหวังดีของเ้า แต่ไม่จำเป็หรอก ข้าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง”
สีหน้าโอบงสลด มันกล่าว
“ตะ...แต่..คือ ข้าอยากช่วยพวกท่านมาก”
“ไม่จำเป็” ดร๊อกป้ากล่าว
“แต่…ข้า “
“ข้าก็บอกว่าไม่จำเป็ยังไงละ” ดร๊อกป้าเริ่มกล่าวอย่างหงุดหงิด และเดินหนีไปเลือกต้นไม้ที่จะตัด
แม้โอบงจะรู้ว่าดร๊อกป้ากำลังหงุดหงิด แต่เขาก็ยอมไม่ได้เช่นกัน มันเดินเข้าไปขวางทางดร๊อกป้า รีบกล่าวอธิบายเหตุผล
“ท่านไม่ได้มียาฟื้นตัวแล้วนะ ถ้าท่านยังออกแรงตัดไม้เหมือนเมื่อก่อน แขนท่านจะอาการทรุดลงจนแย่กว่าเดิม”
ดร๊อกป้าที่กำลังเตรียมตัวเหวี่ยงขวานหยุดชะงักลง
เขาลืมความจริงข้อนี้ไปเสียสนิท เหตุผลที่เขาฝืนตัดต้นไม้มาได้หลายวันทั้งที่ยังาเ็อยู่ ไม่ได้เป็แค่เพราะตัวเขาเอง แต่เป็เพราะยาขวดนั้นเป็ส่วนสำคัญอยู่เื้ั
และนั้นยังเป็เหตุผลที่ท่านเหลียงมอบหมายงานหนักอย่างการตัดฟืนให้พวกเขาอย่างไม่ตะขิดตะขวง
ความจริงแล้วผลลัพธ์ระหว่างการออกกำลังอย่างการตัดไม้กับการทานยารวมกันทำให้ร่างกายของดร๊อกป้าฟื้นตัวกลับมารวดเร็วยิ่งขึ้น
“ดร๊อกป้า” อาโปที่อยู่นิ่งมานานกล่าวขึ้น
แม้จะไม่ได้กล่าวอะไรมาก แต่ดร๊อกป้าก็เข้าใจความหมายของอาโป
“เข้าใจแล้ว งั้นรบกวนเ้าด้วยละกัน” ตลอดชีวิตของดร๊อกป้า เขาพึ่งแต่ตนเองมาโดยตลอด แต่หลังจากเกิดภัยพิบัติ เขามักพึ่งพาคนอื่นอยู่หลายครั้ง ซึ่งเขาพบว่ามันไม่ชินเลยจริง
โอบงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ท่านดร๊อกป้านั่งพักที่ไหนสักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจัดการทั้งหมดเอง ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก แม้แต่ท่านลุงฮาซันยังบอกว่าข้าเกิดมาเพื่อเป็คนตัดไม้โดยเฉพาะ”
ดร๊อกป้าพยักหน้า เขาสังเกตไปยังชายหัวโล้นที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
“ได้ แต่โอบง เ้าไม่ต้องสุภาพกับข้ามากก็ได้”
“แต่ข้า…” ชายหัวโล้นกล่าวอย่างลังเล
“ไม่มีแต่” ดร๊อกป้ากล่าวอย่างเฉียบขาด จ้องไปที่ดวงตาของโอบงเขม็ง
“ดะ..ได้..” โอบงกล่าวอย่างอ้ำอึ้ง
เมื่อจบการสนทนากับดร๊อกป้าเสร็จ โอบงหันไปทางชายหนุ่มผมขาว
“ข้าก็จะช่วยท่านเหมือนกัน”
“ไม่ต้อง ข้าตัดไม้ไวมาก” อาโปกล่าว
“โอบงเ้าไม่ต้องช่วยเขาหรอก เขายิ่งเบื่อกับการทำงานเสร็จไวอยู่” ดร๊อกป้ากล่าวสนับสนุน แล้วหัวเราะออกมา
“ถ้าท่านอยากให้ข้าช่วยอะไรก็บอกข้าได้” โอบงกล่าวพลางก้มศีรษะลง
ดร๊อกป้าถอนหายใจ เมื่อเทียบกับรูปร่างแล้ว ลักษณะนิสัยของโอบงกลับเป็ขั้วตรงข้าม
“เหมือนกับข้า เ้าไม่ต้องพูดเป็ทางการกับอาโปหรอก เขาไม่สนใจอะไรพวกนี้”
โอบงมองไปยังชายหนุ่มผมขาว และไม่เจอท่าทางคัดค้าน
“…ได้” โอบงกล่าว เมื่อเทียบกับดร๊อกป้าแล้ว มันไม่กล้าเซ้าซี้ชายหนุ่มผมขาวมากนัก การต่อสู้เมื่อวานทำให้มันััได้ถึงความตายชั่วขณะ
เมื่อเคลียร์กันจบแล้ว อาโปกับโอบงก็เริ่มงานตัดไม้
ดร๊อกป้าที่ได้แต่นั่งอยู่เฉย เฝ้ามองการตัดไม้ของโอบงอย่างชื่นชม การตัดของมันมั่งและทรงพลัง ทุกการจามขวานจะเจาะเข้าไปในเนื้อไม้ลึก คำกล่าวอ้างที่มันกล่าวนับว่าไม่เกินจริงเลย
ขณะเดียวกัน ความรู้สึกของโอบงที่กำลังตัดไม้อยู่ข้างหลังชายหนุ่มผมขาวเรียกได้ว่าตกตะลึง ในฐานะคนตัดไม้ชั้นนำในฝ่ายวารี มันสังเกตได้ว่าวิธีที่อาโปตัดไม้แตกต่างจากคนอื่น
การตัดไม้ของชายหนุ่มผมขาว มันราวกับเป็งานศิลปะชนิดหนึ่ง
ระยะการแกว่งของขวานไม่ว่าจะมุมไหนก็เท่ากันหมดเลย ตำแหน่งรอยฟันก็แม่นยำสมบูรณ์แบบจนเนื้อไม้แทบจะราบเรียบเป็เส้นตรง และอีกอย่างคือ…เร็วมาก
ยิ่งเขามองมันเท่าไหล โอบงก็ยิ่งรู้สึกเกรงกลัวเ้าของร่างสีขาว
เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวัน เมื่อรวมกับไม้ที่โอบงตัดก่อนพวกเขามา จำนวนไม้ก็ถือว่าครบถ้วนสำหรับคนสามคน
มองภาพท่อนไม้ที่ก่อนเรียงกัน โอบงก็กล่าว
“พวกท่าน…พวกเ้ากลับไปก่อนเลย เดี๋ยวข้าจะไปรายงานการตัดไม้ให้” มันกล่าวคำสุภาพในตอนแรก แต่เมื่อนึกได้ก็รีบเปลี่ยนคำพูด
ก่อนหน้านี้บัลคาจะเป็คนรายงานให้ แต่เมื่อระยะคุ้มครองสิ้นสุดลง พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง
“พวกข้าไม่จำเป็ต้องเฝ้าไว้งั้นเหรอ เ้าไม่กลัวว่าจะมีใครมาอ้างสิทธิ์เวลาพวกเราไม่อยู่รึโอบง” ดร๊อกป้าถามอย่างสงสัย
โอบงส่ายหัว มันกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้น เพราะมีฝ่ายลงทัณฑ์คอยควบคุมดูแลอยู่ พวกเขาจะคอยจัดการเหล่าผู้รับใช้ที่กระทำความผิด และทำการลงโทษที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย”
‘หน่วยลงทัณฑ์’ ดร๊อกป้าพึ่งเคยได้ยิน แต่เขาก็เกิดความสงสัยขึ้น
“ถ้าหน่วยลงทัณฑ์น่ากลัวจริงตามที่เ้าว่า แล้วทำไมพวกเ้าถึงกล้ามาหาเื่พวกข้ากันละ แม้จะอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง แต่ไม่กลัวผลกระทบย้อนหลังหรอกเหรอ”
โอบงทำสีหน้ากระอักกระอ่วน กล่าวอย่างแ่เบา
“ที่พวกข้ากล้าทำแบบนั้น ส่วนหนึ่งเป็เพราะท่านลุงอัสมะ…เขาเป็คนของฝ่ายลงทัณฑ์”
“…” ดร๊อกป้านิ่งงัน ภาพลักษณ์ของฝ่ายลงทัณฑ์พังทลายในฉับพลัน แต่เมื่อเป็ชายคนนั้น เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฝ่ายลงทัณฑ์ที่ควรดูแลกฎระเบียบของผู้รับใช้ ถึงได้เป็คนกระทำความผิดเอง
“ถึงจะเป็อย่างนั้น แต่ฝ่ายลงทัณฑ์น่ากลัวมากจริงๆ ถ้าไม่ถึงคราวคับขันจริงท่านลุงคงไม่ทำแบบนั้น และในวันนั้นพวกข้าไม่ได้ตั้งใจจะไปทำร้ายพวกเ้า แค่จะไปข่มขู่เอายาเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้ว…” โอบงรีบเอ่ยอธิบาย
“เพราะข้าตั้งใจจะหยิบขวานแล้วสู้กลับสินะ จากนั้นพวกเราเลยได้สู้กัน” ดร๊อกป้ากล่าว
โอบงพยักหน้าอย่างละอาย แต่สุดท้ายกลับต้องพวกมันถูกกำราบจนต้องเปลี่ยนวิธีมาขอร้องอย่างไร้ยางอายแทน
“เ้าไม่จำเป็ต้องคิดมาก อย่างที่บอก ข้าไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพราะเข้าใจว่าพวกเ้าสิ้นหวังจริงๆ” ดร๊อกป้ากล่าว
“ขอบคุณท่านมากจริงๆ สำหรับข้าแล้วซูไลฮาเป็น้องสาวคนสำคัญที่เห็นมาั้แ่ยังเด็ก ถ้านางไม่ได้สติขึ้นมา..” โอบงก้มศีรษะ
“วันนี้เ้าก้มหัวและขอบคุณให้ข้ากี่ครั้งแล้วเนี่ย หวังว่าเจอกันครั้งหน้าจะไม่ใช่แบบนี้อีกนะ” ดร๊อกป้ากล่าว
โอบงอ้าปากพะงาบ กล่าวอันใดไม่ถูก
“อีกเื่หนึ่ง ข้ามีเื่จะถามเ้า”
“เื่อะไรเหรอขอรับ” โอบงกล่าว มันยังคงพูดสุภาพอยู่
“เ้ารู้ไหมว่าท่านบัลคาอยู่ที่ไหน ข้าว่าจะไม่หาเขาสักหน่อย”
“ท่านหมายถึงท่านบัลคาที่ดูแลพวกท่านนะเหรอ” โอบงกล่าวพลางเอียงหัว
“ใช่” ดร๊อกป้าพยักหน้า รอคอยฟังคำตอบ
“เขามักจะอยู่ที่อาคารฝ่ายลงทัณฑ์ เพราะท่านบัลคาเป็หัวหน้าฝ่ายลงทัณฑ์ที่นั่น” โอบงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง สีหน้าแสดงถึงความเคารพ
เมื่อได้ยินคำตอบ ดร๊อกป้าก็เงียบลง นาทีนี้เขาเริ่มมั่นใจจริงๆ แล้วว่าคนที่แพร่กระจายข่าวเป็ท่านบัลคา
คำถามคือ ทำไมท่านบัลคาถึงไม่ตั้งใจจะปิดบังเลย แถมยังให้คำใบ้อย่างชัดเจน
ราวกับมีจุดประสงค์บางอย่าง
ดร๊อกป้าไม่คิดว่าเขาจะพิเศษขนาดนั้น โดยเฉพาะเมื่อแขนซ้ายยังเป็เช่นนี้อีก
ถ้าจะบอกว่าใครพิเศษจนทำให้ท่านบัลคาต้องวางแผนการแบบนี้
ดร๊อกป้ามองไปยังชายหนุ่มผมขาวที่กำลังหมุนขวานเล่นไปมา
‘เป็อาโป’ ความพิเศษของชายหนุ่มนั้นไม่จำเป็ต้องอธิบายมาก แค่รูปลักษณ์ภายนอกของเขาก็พิเศษแล้ว
ในเมื่อเป็อย่างนั้น ก็ไปฝ่ายลงทัณฑ์กันเถอะ
ดร๊อกป้าตัดสินใจ