ตอนที่ยี่สิบเอ็ด ไหว้ครู
อาจารย์คงจอมขมังเวทย์ ผู้สามารถเลี้ยงโหงพราย
สามารถให้น้ำมันพรายให้ชายหนุ่มกลัดมันเอาไปดีดใส่สาวที่ตนเองหลงรัก
สามารถทำเสน่ห์ให้คุณหญิงคุณนายจับท่านชายมาเป็สามี
แต่ไม่เคยเอาคาถาเรียกฝนไปใช้ให้กับประเทศอิสราเอลหรือซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า
“อืมเรียนคาถาอาคมต้องมีวาสนาและสิ่งต่างๆประกอบหลายอย่าง”
อาจารย์คงกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ชั้นเตรียมค่ายกครูและเหล้านอกของพ่อกำนันกับยาสูบมาถวายเป็ค่ายกครูด้วยจ๊ะอาจารย์คง”
อาจารย์คงพยักหน้าและกล่าวว่า
“อืมเตรียมพร้อมดีมาก”
อาจารย์คงเอาพานมารองเอาเงินเก้าสิบเก้าบาทเป็ค่ายกครู(ปรับตามอัตราเงินเฟ้อณปัจจุบันแล้วที่สมัยก่อนเก็บถูกกว่านี้ตามแบบเก้าสลึงเฟื้องจนกระทั่งมาสู่ยุคสมัยใหม่ ปรับเป็หน่วยสตางค์และเป็บาทไปในที่สุด)
ซึ่งผมประทับใจมากที่อย่างน้อยเงินค่ายกครูยังปรับตามอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพของปัจจุบันแทนที่จะใช้ค่าเงินของเก่าคงทำให้อาจารย์คงอดตายได้เลยหากไม่ปรับอัตราค่าเงินค่ายกครูให้เป็ไปตามอัตราค่าครองชีพปัจจุบัน
เงินสิบหมื่นที่ไอ้ขามต้องเอาไปสู่ขอนงพะงาทางเทคนิคนั้นสามารถเก็บสะสมได้ แต่อาจจะต้องไม่กินไม่ใช้ไปสักยี่สิบปีหรือสักห้าสิบปีหากกินใช้แบบประหยัดด้วยเงื่อนไขที่ว่าการเก็บเกี่ยวต้องสำเร็จทุกปี ฝนฟ้า พายุ โรคระบาดไม่มาแทรกซ้อน
คนที่มีสติก็รู้ว่ากว่าจะถึงเวลานั้นนงพะงาคงแก่ตายกันไปแล้วนั่นเอง
และได้ผลอาจารย์คงยิ้มอย่างพอใจกับบุหรี่นอกและเหล้านอกของพ่อกำนัน
ผมรู้สึกนิดๆว่าอาการติดเหล้านี่น่าจะเป็เื่ของพันธุกรรมพอสมควร
เอสกิโม อินเดียนแดงน่าจะมีพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกับชาวสารขัณฑ์ที่คนที่สังเกตบอกว่าพวกนี้ชอบเหล้าเอามากๆ
ขอเพียงมีเหล้าไม่ว่าอะไรก็คุยกันได้
แต่แน่นอนก็ต้องระวังการตีกันในวงเหล้าเช่นกัน
อาจารย์คงยื่นจานหมากพลูมาให้
ผมก็ม้วนหมากพลูให้
อาจารย์คงก็เคี้ยวหมากพลู
และพ่นใส่หัวผมพร้อมกับเอามาเจิมหน้าผาก
ผมขนลุกซู่ เพราะความกลัวหมากพลูนั่นเอง
นายทองดีที่ไม่เคี้ยวหมากยังโดนล้อเลียนว่าฟันขาวนั่นเองแสดงว่าฟันขาวคงเป็เื่แปลกสำหรับวัฒนธรรมที่มีการเคี้ยวหมากแพร่หลาย
จนกระทั่งการมาถึงของยาสีฟันที่้าให้คนฟันขาว
ก่อนหน้านั้นคนฟันขาวกลับกลายเป็คนต้องโดนล้อจากคนในสังคม
“กินซะ” อ
าจารย์คงยังเอาหมากที่เคี้ยวแล้วพอไม่แหลกเอามาให้ผมเคี้ยวตาม
“เอ่อ อาจารย์คงไม่ได้เป็กระสือใช่ไหมครับ?”
แต่โดนอาจารย์คงจ้องหน้าผมเลยเคี้ยวตามที่อจารย์คงว่า
เพราะผมลองสังเกตั์ตาก็มีแววตามปรกติและกล้าสบตาไม่ใช่ท่าทางของกระสือหรือกระหัง
จนหมากแหลกก็คายลงกระโถนที่เตรียมไว้พร้อมกับนั่งพนมมือรับการยอมรับเป็ลูกศิษย์
“เอาน้ำที่เหลือไปราดใต้ต้นไทรหน้าบ้านแล้วกลับมา”
ผมก็ทำตามพิธีอย่างว่าง่าย
ท่องตามคาถาการขอเป็ลูกศิษย์ที่อาจารย์คงเขียนไว้ให้บนผ้าแพร
หลังจากภาวนาและเทน้ำใต้ต้นโพธิ์แล้วก็กลับมารับการอวยพรจากอาจารย์
ยกศีรษะของพระฤาษีขึ้เนมาเคารพและเอาดอกไม้วางไว้หน้าพระฤาษีก็เป็อันเสร็จพิธี
“เอาล่ะ ต่อไปนี้เอ็งก็เป็ลูกศิษย์ของข้าแล้วข้าจะสอนวิชาให้เอ็งอย่างไม่ปิดบังหมดไส้หมดพุงแน่นอน”
อาจารย์คงกล่าวอย่างจริงจัง
ฮืม ท่าทางต่างกับนิยายจีนพอสมควรแฮะที่เชื่อว่า
”หากเลี้ยงดูลุกศิษย์อย่างดีอาจารย์จะกลายเป็ขอทาน”
ที่มีมุกว่า อาจารย์สุดยอดมือธนูต้องเก็บไม้ตายการเอาปากคาบลูกธนูเอาไว้ไม่สอนให้ลูกศิษย์ เป็ไม้ตายรักษาชีวิตในตอนที่ลูกศิษย์จะฆ่าตนเอง
“ชั้นก็จะดูแลอาจารย์คงดุจดั่งพ่อคนที่สองหรือญาติผู้ใหญ่ของชั้นจ๊ะ”
ผมก็กล่าวจากใจจริงเช่นกัน
ในโลกที่มีผีปอบ ผีกระหัง เสือสมิงั์ นาคเทวี พญาจระเข้ ผีแม่ม่าย ฯลฯ
ผมไม่มีเวลามาหักหลังอาจารย์ตนเองแบบหนังจีนหรอก
คนที่เป็ศัตรูของตนเองเยอะพออยู่แล้วและตามตำรานิยายสายสารขัณฑ์ของเรา
การมีฤาษีหรืออาจารย์ไว้เป็ที่ปรึกษาจะคอยสามารถแก้ปัญหาที่พบเจออย่างลุล่วงได้เป็แิที่วางรากฐานเื่ของการเชื่อฟังวาจาผู้าุโนี่เอง
“อืม เ้าจะปรารรถนาอะไรก็ขอให้สมคำปรารถนาแต่ว่าต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน”
อาจารย์คงกล่าวอย่างจริงจัง
“สาบานข้อห้ามที่เ้า้าจะแลกเปลี่ยนเสียคือคลำของห้ามที่เ้าต้องรักษา”
โอ้ เราเข้ากระบวนการ ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์กันแล้ว