ตอนที่ 36 พี่ใหญ่เป็นคนโง่เง่าขนานแท้
ไป๋เพ่ยเพ่ยนำทางป้าหลิวให้รู้พิกัดของมันสำปะหลัง รูปร่างหน้าตาของพืชชนิดนี้ และสอนวิธีขุดให้ด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นตระกูลหลิวมักขึ้นเขาไปขุดมันสำปะหลังทิ้งเอาไว้ด้านบนก่อน ค่อยขนกลับมาที่หมู่บ้านยามฟ้ามืด
ทางหนึ่งขุดมัน ทางหนึ่งเตรียมน้ำ เมื่อทำควบคู่กันไปแล้วก็เหนื่อยยากไม่น้อย
ทว่าใครใช้ให้มันช่วยให้อิ่มท้องได้เล่า!
ขอเพียงช่วยเรื่องปากท้องได้ ล้วนไม่มีใครเห็นว่ายุ่งยาก
เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นบ้านตระกูลเซี่ยก็เต็มไปด้วยมันสำปะหลังกองโต ฝาแฝดสามารถกลับมาเดินได้ พวกเขาช่วยกันล้าง แช่ หั่น และตากแห้ง
ทั้งครอบครัวงานล้นมือ มีอาหารกินอิ่มท้องทุกวัน แทบลืมสิ้นว่าที่บ้านขาดไปคนหนึ่ง
เมื่อครั้งก่อนที่กลับบ้านก็ถูกกักบริเวณอยู่นานหลายวัน แล้วยังถูกบีบให้ทำงานอยู่ครึ่งเดือน เหอเหลียน ลูกสะใภ้ใหญ่ตระกูลเซี่ยกระวนกระวายไม่คลาย รู้สึกว่าการกลับไปบ้านแม่สามีอาจไม่ดีนัก นางไม่รู้ว่าแม่สามีจะจัดการกับตนเองเช่นไรอีก
คิดแล้วน้ำตานางก็เอ่อขึ้นมา…
เซี่ยหมิงหนาน ลูกคนโตเร่งเดินทางโดยไม่ได้สนใจภรรยาแม้แต่น้อย ทั้งสองอยู่ช่วยงานบ้านเหอเหลียนครั้งนี้ ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้านก็ถูกใช้งานเสียแล้ว หลังทำงานมากเข้าก็รู้สึกไม่สบอารมณ์
ลูกเขยช่วยงานบ้านเดิมภรรยาย่อมไม่มีปัญหา ปัญหาคือเขาทำงานให้ตระกูลเหอมาหลายวัน ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ แต่ยังไม่เคยได้อิ่มท้องสักมื้อ รวมถึงถูกตำหนิตลอดทั้งวันว่าไม่ตั้งใจทำงานอีก
เขาไม่ตั้งใจทำงานหรือ?
พี่น้องสกุลเหอทำงานรวมกัน ยังไม่เท่าเขาเพียงคนเดียวเลย!
ว่ากันโดยง่ายคือตระกูลเหอไม่ถูกชะตากับเขา
หากมารดาเขารู้เข้า เกรงว่านางคงอารมณ์เสียอีกเป็นแน่
เฮ้อ... เซี่ยหมิงหนานคนโตถอนหายใจในใจ หลังจากนี้คงได้มีเรื่องกันอีก
คิดไปคิดมาก็มาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว
ประตูปิดหรือ?
เขาแปลกใจเล็กน้อย ปกติประตูมักไม่ปิดไม่ใช่หรือ เวลานี้ไม่มีคนอยู่บ้านได้อย่างไร
เขาแหงนมองฟ้าแล้วคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
แม้จะเรียกว่าประตูรั้ว ทว่าแท้จริงเป็นประตูที่ทำมาจากปล้องไผ่ประกบด้วยใบหญ้า กำบังได้เพียงคนดีแต่ไม่อาจป้องกันครอบครัวจากคนอันตรายได้
เซี่ยหมิงหนานพลางยื่นมือดันเปิดประตูเข้าไปด้านใน
เมื่อผลักประตูเข้าไปกลับพบว่าในบ้านเปลี่ยนไปมาก บนกำแพงและพื้นมีหลายสิ่งตากแดดละลานตาไปทั่ว
บ้างหั่นเป็นชิ้น บ้างถูกแผ่ออกตากแห้งในกระจาด หรือถูกแผ่บนพื้นที่ปูด้วยฟาง แม้แต่ตามผนังยังเต็มไปด้วยข้าวของ เหลือทางเดินไว้โดยจำกัด แทบไม่มีที่ให้เดินไปไหนได้สะดวกเลย
เซี่ยหมิงหนานคิดว่าตนเองตาฝาดไป
“นี่มันอะไรกัน” เหอเหลียนหลงลืมความกังวลของตนไปชั่วขณะ สายตาพลางมองของในบ้านด้วยความงุนงง
“ไม่รู้สิ ข้าคิดว่าตนเองตาฝาด”
“ข้าก็เช่นกัน”
…
เซี่ยต้ายานั่งอยู่ใต้ร่มเงาตรงทางแยกระหว่างหน้าบ้านกับหลังบ้าน หากไม่สังเกตคงมองไม่เห็นนาง
ที่ตรงนี้ดียิ่ง ทั้งสามารถมองเห็นหน้าบ้าน และช่วยทุกคนหั่นมันสำปะหลังได้ในเวลาเดียวกัน
นางนั่งลงบนเก้าอี้ ยกกระจาดขึ้นวางบนตัก กำลังหั่นชิ้นมันครึ่งหนึ่งก่อนหั่นลงอีกครึ่ง
ระหว่างหั่นไปก็เหลือบเห็นใครบางคนเข้าบ้านมา คิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยกลับมาแล้ว เมื่อหันไปมองกลับพบว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องและพี่สะใภ้
เซี่ยต้ายาชะงักไปครู่หนึ่ง เป็นครั้งแรกหลังจากนางกลับมาที่ได้พบทั้งสองคน
ตอนที่นางแต่งงานออกเรือนไป พี่สะใภ้เองก็เพิ่งแต่งเข้าบ้านมา จึงไม่สนิทสนมคุ้นเคยกันนัก
นางยังพอจำรูปลักษณ์ของลูกพี่ลูกน้องได้ ในความทรงจำเขาไม่ได้ผ่ายผอมและผิวคล้ำอย่างเช่นตอนนี้ไม่ใช่หรือ
“เหมียวเหมียว ดูสิ นั้นลูกพี่ลูกน้องกับพี่สะใภ้หรือเปล่า?”
เซี่ยเหมียวเหมียวยังไม่หยุดมือ นางลุกขึ้นพร้อมมันสำปะหลังในมือ ก่อนหั่นอย่างช่ำชองขณะเดินไปดูด้านนอก
จริงด้วย!
นางรีบบอกคนอื่น “พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้กลับมาแล้ว!”
ลูกคนรองเซี่ยหมิงเสียง ลูกคนที่สามเซี่ยหมิงรุ่ย และเซี่ยเสี่ยวหย่าต่างลุกพรวดขึ้นพลางมองหาคน
เซี่ยเสี่ยวหย่าสูดหายใจลึกก่อนบอก “ตายแล้ว!”
“พี่ใหญ่คล้ำลงเพียงนี้ได้อย่างไร! ตระกูลเหอจอมอันธพาล เขาทั้งผอมและคล้ำอย่างกับเป็นคนละคน…”
เซี่ยหมิงเสียงคนรองอึ้งไปเช่นกัน เขามองเซี่ยหมิงรุ่ยคนสามที่นั่งอยู่ตรงข้าม พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน ปกติอีกฝ่ายมักเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ
แม้เซี่ยหมิงเสียงจะเป็นพี่ชายแต่ก็คุ้นเคยกับการปล่อยให้น้องชายตัดสินใจ ส่วนตนเองทำเพียงคล้อยตาม
ในเวลานี้เซี่ยหมิงหนานและเหอเหลียนภรรยาเห็นพวกเขาแล้วเช่นกัน
“พวกเจ้าอยู่บ้านกันหมด ข้าคิดว่าไม่มีใครอยู่เสียอีก ทำไมถึงมารวมตัวกันหลังบ้านเล่า แล้วเกิดอะไรขึ้นที่บ้าน ทำไมถึงมีของตากแดดไว้มากมายนัก”
เทียบกับเซี่ยหมิงหนานแล้ว พี่สะใภ้อย่างเหอเหลียนวิตกเรื่องการปรากฏตัวของไป๋เพ่ยเพ่ยแม่สามีมากกว่า “พวกเจ้าอยู่บ้านกันหมดหรือ แล้วท่านแม่อยู่ไหนเล่า?”
“ใช่ เราอยู่บ้านกัน ท่านแม่ขึ้นเขาไปแล้ว” เซี่ยเสี่ยวหย่ามองเหอเหลียนอย่างไม่สบอารมณ์นัก ยามนี้ตนเข้าใจที่มารดากล่าวถึง ‘คนนอกคนใน’ แล้ว
อย่างตอนนี้ที่เซี่ยเสี่ยวหย่าเห็นพี่ใหญ่เซี่ยหมิงหนาไปบ้านตระกูลเหอ แต่กลับมาในสภาพผอมคล้ำจนนางรู้สึกไม่สบายใจ
นางถามอย่างไม่ไว้หน้า “มีอะไรหรือ กลัวว่าท่านแม่กลับมาเห็นพี่ใหญ่ในสภาพนี้แล้วจะเล่นงานท่านหรือ ดูเขาสิ ยังเหมือนคนปกติอยู่หรือ”
“อย่าโทษอาเหลียนเลย เป็นตระกูลเหอ...” เซี่ยหมิงหนานตั้งท่าจะเอ่ยต่อ ทว่าพูดไม่ทันจบก็ถูกน้องสาวพูดขัดด้วยความโมโห
“พี่ใหญ่ ท่านเข้าข้างใครกันแน่ ถึงขนาดแยกแยะคนนอกคนในไม่ได้เชียวหรือ ท่านแม่มักบอกว่าข้าแยกคนนอกคนในไม่เป็น ไม่รู้จักคิดว่าว่าตนเองเป็นใคร ข้ากลับเห็นว่าท่านต่างหากที่แยกแยะคนนอกคนในไม่ได้และไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร ข้าพยายามปกป้องท่าน แต่ท่านกลับออกหน้าพูดปกป้องนาง”
“ไม่ใช่นะเสี่ยวหย่า ข้าไม่ได้พูดปกป้องภรรยาข้า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอาเหลียนจริง ๆ นางไม่ใช่คนบอกให้ข้าทำ”
“ภรรยาท่านไม่ได้บอก แต่ครอบครัวนางเป็นคนบอกให้ท่านทำ ต่างกันตรงไหนกัน ใครให้ท่านกลับไปเล่า เป็นนางที่พาท่านกลับไป ท่านไม่อยู่เสียนาน ไม่รู้ว่าท่านคิดว่าตนเองเป็นลูกเขยตระกูลเหอหรือไม่ ถึงได้รั้งอยู่นานเสียขนาดนั้น รู้ไหมว่าเกิดอะไรในครอบครัวบ้าง ทำไมไม่ลองถามจากลูกพี่ลูกน้องใหญ่เล่า”
เซี่ยเสี่ยวหย่าชี้ไปยังเซี่ยต้ายาที่อยู่ข้าง ๆ
นางพูดระรัว การกระทำนั้นพลันทำให้ทั้งเซี่ยหมิงหนานและเซี่ยต้ายาต่างนิ่งไป
เซี่ยหมิงรุ่ยคนสามแทบกุมขมับ คล้ายว่าเป็นสัญญาณอันตรายของน้องสาว หลายปีที่ผ่านมาเขาคุ้นเคยและคอยเฝ้าดูมาตลอด แต่ก็คร้านเกินกว่าจะแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง
เซี่ยหมิงเสียงคนรองเห็นน้องชายไม่แยแส แถมยังตอบสนองเฉื่อยชา เขาจึงอยู่เฉยเพื่อรอดูว่าเซี่ยเสี่ยวหย่าจะทำอย่างไรต่อ
“ข้าก็กำลังจะถามพอดีว่าต้ายามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เซี่ยหมิงหนานมองเซี่ยต้ายาพร้อมส่งยิ้ม “ต้ายา เจ้าเองก็ควรกลับไปบ้านแม่สามีได้แล้วเช่นกัน”
นางพลันมีสีหน้ากระอักกระอ่วน
“...พี่ใหญ่ ข้าจะไม่กลับไปแล้ว ข้าหย้าร้างแล้ว ท่านแม่จึงพากลับมา”
ทีแรกเซี่ยหมิงหนานคิดตามคำเซี่ยต้ายาไม่ทัน เมื่อนึกได้ดังนั้นก็พลันตะลึงไปชั่วขณะก่อนถาม “อะไรกัน! เจ้า... หย่าร้างได้อย่างไร พูดกันให้รื่นหูก็คือพบพราก เขาปลดเจ้าอย่างนั้นหรือ”
ระหว่างเอ่ยก็ตั้งท่าจะโผเข้ามาบอกให้เซี่ยต้ายาไปขอขมาบ้านเหล่าเฉียว ปล่อยให้เขาปลดนางเช่นนี้จะดีหรือ
หากสตรีผู้ใดถูกปลดแล้วยังจะมีจุดจบที่ดีได้หรือ