บทที่38 เละเทะ
เจี๊ยก!!
ราชาลิงหิมะแหงนหน้าขึ้นตะโกนก้องเป็นภาษาลิง ส่งเสียงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งโถงถ้ำหิมะพร้อมกับรวบรวมพลังและกางแขนออกกระชากโซ่สายฟ้าของนักเวทสาวที่พันรัดร่างของมันอยู่จนขาดเป็นชิ้นๆ ก่อนจะดูดซับเศษเสี้ยวแห่งพลังสายฟ้า ที่บัดนี้ได้สลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลับเข้าไปในร่าง...อย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงอึดใจหลังจากที่ราชาลิงดูดเอาเศษพลังจากโซ่สายฟ้าที่ขาดกระจุยกระจายอยู่รอบตัวจนหมดสิ้นแล้วลำตัวของมันจากที่เคยส่องประกายแสงสีแดงจาง ๆ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเข้มพร้อมกับปลดปล่อยพลังทำลายที่ตัวมันได้รับมาในช่วงเวลา 5 นาทีก่อนหน้า...ออกมาทันที
บรึ้ม!!ๆ ๆ ๆ
คลื่นพลังจากทักษะของลิงยักษ์แผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้างบดขยี้ทำลายทุกสิ่งรอบตัวมันอย่างไร้ความปรานี
บัลลังก์สีทอง ซึ่งเคยเป็นที่นั่งของมันบัดนี้เหลือเพียงเศษซากกองหนึ่ง ต้นเสาขนาดเล็ก ซึ่งเคยทำหน้าที่ค้ำเพดานโถงถ้ำล้วนหักพังแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปในพริบตาจะเหลือก็เพียงแต่เสาต้นใหญ่ต้นอันโดดเดี่ยวที่ในเวลานี้ เกิดรอยแตกร้าวจวนเจียนจะพังอยู่รอมร่อ...
สภาพร่างกายของชายทั้ง5 และหญิงสาวตอนนี้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่ ส่วนพลังชีวิตก็ร่อแร่ใกล้จะหมดลงเต็มทนโล่เหล็กกล้า ซึ่งถูกเรียกออกมาใช้ป้องกันคลื่นพลังจากศัตรูได้ในวินาทีสุดท้าย ต่างแหลกละเอียดยับเยินจนไม่เหลือเค้าโครงสภาพเดิม
ในบรรดาคนทั้งหมดคนที่มีอาการหนักสุดก็น่าจะเป็น “จาคอป” นักรบหนุ่มผู้ถูกคลื่นพลังทำลายอัดกระแทกอย่างรุนแรงถึงแม้มันจะนำดาบใหญ่ยกขึ้นมาป้องกันคลื่นที่พุ่งเข้ามากระแทกแล้ว แต่กลายเป็นว่า ในยามที่ดาบเล่มนั้นแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ เศษดาบที่แตกกระจายกลับถูกระลอกคลื่นที่ตามมาซ้ำกระแทกเข้าไปอีกครั้ง จนเศษของใบดาบพุ่งปักตามร่างกายเกิดเป็นแผลฉกรรจ์อยู่หลายจุดซึ่งผลจากแรงอัดดังกล่าว ยังทำให้อวัยวะภายในของชายหนุ่มบอบช้ำเสียหาย จนมีสภาพแทบไม่ต่างจากคนตายนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น
อัศวินที่เหลือทั้ง3 ได้แก่ เลออน สเตฟาน และวูล์ฟ แม้ตัวของโล่ที่พวกมันยกขึ้นมาป้องกันฯ จะถูกคลื่นพลังบดขยี้จนแทบแหลกละเอียดก็ตามแต่กระนั้นคนทั้ง 3 ก็ยังมีเกราะชั้นดี ซึ่งมีความหนาเทอะทะคอยปกป้องอวัยวะสำคัญของร่างกายเอาไว้อยู่นอกจากนี้ ด้วยอาชีพอัศวินของพวกมัน ค่าสถานะความแข็งแกร่งและความอดทนของร่างกายค่อนข้างสูงจึงทำให้พวกมันอยู่ในสภาพที่ดีกว่าจาคอปเล็กน้อย
ส่วนตัวของมีนและองค์ชายเฟร์นันโด้นั้นแม้ทั้งคู่จะไม่ถูกคลื่นพลังกระแทกเข้าใส่โดยตรง เนื่องจากมีอัศวินทั้ง 3 คอยปกป้องเอาไว้อยู่แต่คลื่นพลังที่เล็ดลอดมา ก็เพียงพอที่จะให้หนุ่มสาวได้รับบาดเจ็บไปไม่น้อยเลยทีเดียว
พลังชีวิตของลิงยักษ์ในเวลานี้ลดลงมาจนเหลือเพียง 1 ใน 3 ของพลังชีวิตสูงสุดเท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นผลมาจากทักษะ [จิตระเบิดเทวะ] ที่สร้างแรงระเบิดอันรุนแรงออกมา โดยการทำงานของทักษะนี้จะทำให้ผู้เรียกใช้งานทักษะฯ นำพลังโจมตีทุกรูปแบบที่ร่างกายได้รับมาภายในระยะเวลา5 นาที แปรเปลี่ยนเป็นพลังทำลายและปลดปล่อยออกมาเป็นวงกว้างในรัศมี 20 เมตร อีกทั้งพลังทำลายที่ถูกปลดปล่อยออกมานี้ยังมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น 2-10 เท่า ขึ้นอยู่กับระดับของทักษะฯ รวมไปถึงพลังชีวิตจำนวน50-90 เปอร์เซ็นต์ จากพลังชีวิตที่ผู้เรียกใช้งานทักษะมีอยู่ในเวลานั้น
หลังจากปลดปล่อยพลังทำลายอันรุนแรงออกไปแต่ทว่าเจ้าลิงยักษ์ตัวนี้ก็หาได้รีบเร่ง มุ่งหน้าตรงเข้ามาสังหารศัตรูให้ตกตายลงในทันทีแต่อย่างใดมันยังคงยืนนิ่งและจ้องมองกลุ่มผู้บุกรุกตรงหน้าด้วยแววตาที่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตอยู่ตลอดเวลา...โดยเฉพาะนักเวทสาวผู้ใช้บทเวทสายฟ้าพันธนาการร่างของมันก่อนหน้านี้
เมื่อเห็นเช่นนั้นมีนจึงแจ้งต่อชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นองค์ชายให้เร่งพาคนเจ็บออกไปจากถ้ำ โดยตนจะรับอาสาฯเป็นตัวล่อคอยดึงความสนใจของเจ้าบอสตัวนี้เอาไว้...เปิดทางถอยให้แก่ผู้คนทั้งหมด
“ผมขออยู่ช่วยท่านมนตราตรึงมันเอาไว้ที่นี่ด้วย...”องค์ชายเฟร์นันโด้เสนอตัวช่วยเหลือหญิงสาวอีกแรงหนึ่ง
“ไม่ได้ค่ะ”มีนรีบปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะให้เหตุผลเพิ่มเติม อธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจ“หากทุกคนยังอยู่ที่นี่ จะทำให้ราชาลิงไม่ล็อกเป้าโจมตีมาที่ใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้พวกเราไม่สามารถหลอกล่อเจ้าลิงตัวนี้ไปยังตำแหน่งกลไกกับดักเวทมนตร์ ซึ่งเป็นไพ่ตายของพวกเราได้ค่ะ”
“แต่ผม...เป็นห่วงท่านมนตรานะ”ชายหนุ่มเกราะทองกล่าวออกมาด้วยความกังวล ก่อนจะเสนอความเห็นต่อหญิงสาว “เอาอย่างนี้ไหม?ผมจะเป็นตัวล่อมันให้เอง ส่วนท่านมนตราก็ล่วงหน้าไปรอตรงจุดนัดพบเถอะครับ”
มีนรีบปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ“อย่าเลยค่ะองค์ชาย ฉันมีวิธีหลอกล่อให้มันติดตามไปได้ องค์ชายไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ”
“แต่...”
ยังไม่ทันที่องค์ชายเฟร์นันโด้จะได้ออกปากแย้งขุนพลเฒ่าเลออนกลับแทรกกล่าวขึ้นมาว่า “ทำตามที่ท่านมนตราบอกเถอะขอรับองค์ชายฯ ยิ่งคนเยอะสถานการณ์ก็จะยิ่งแย่ลง หากท่านมนตราบอกว่ามีวิธี...พวกเราก็ควรจะมีความเชื่อมั่นต่อท่านมนตรา”
องค์ชายเฟร์นันโด้ไม่ได้ตอบโต้ในสิ่งที่ขุนพลสูงอายุคนนี้กล่าวออกมาเพียงแต่ใช้สองตาจับจ้องหญิงสาวด้วยแววตาอันลึกล้ำ ก่อนจะผงกศีรษะให้แก่อีกฝ่ายอย่างช้าๆ
ไม่นาน...ราชาลิงหิมะก็เริ่มขยับตัวพร้อมกับเคลื่อนร่างเข้ามาหาศัตรูกลุ่มนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงเผยรอยยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนหวานพร้อมกับผงกศีรษะตอบรับก่อนจะส่งสัญญาณให้ทั้งหมดรีบเคลื่อนย้ายคนเจ็บออกไปจากพื้นที่ฯ จากนั้นมีนจึงพุ่งตัวออกไปรับหน้าบอสลิงหิมะอย่างรวดเร็วพร้อมกับปลดปล่อย [บอลอัสนี] เข้าหาเป้าหมาย เพื่อดึงความสนใจจากอีกฝ่ายทันที
ตูม!
หากมีนอ่านสายตาของบอสออกก็คงจะเป็นการบอกกล่าวกับตนว่า “เจ็บนิด ๆ แค่มดกัด”
ขณะที่ร่างของตนเคลื่อนเข้าไปจนใกล้จะถึงตำแหน่งที่บอสลิงยักษ์ยืนอยู่มีนรีบฉากตัวหลบไปทางด้านซ้าย ก่อนจะยิงบอลเวทลูกที่สองออกไป…
เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ตัวเองได้กำหนดภาพร่างเอาไว้ในหัวหญิงสาวจึงย่อตัวพร้อมกับใช้ใบหอกในมือกรีดวาดอักขระตัวแรก ลงไปบนพื้นถ้ำอย่างรวดเร็ว...
การยิงบอลเวทโจมตีลิงยักษ์และฉากหลบไปพร้อมๆ กันในครั้งนี้ เป็นวิธีที่ค่อนข้างได้ผล เพราะมีนสัมผัสรับรู้ได้ว่า ในเวลานี้ ทั้งสายตาและการเคลื่อนไหวของเจ้าบอสล้วนจับจ้องและยึดถือตัวเองเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยไม่ได้เหลือบแลชายทั้ง 5ที่กำลังพากันออกไปด้านนอกถ้ำอย่างช้า ๆ อีกแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้มีนจึงทะยานร่างของตนสวนกลับไปในทิศทางที่ศัตรูกำลังเดินเข้ามา พร้อมกับยิงบอลเวทลูกที่สามโจมตีเป้าหมายอย่างรวดเร็วก่อนจะหักหลบออกไปในตำแหน่งที่กำหนดไว้ และก้มตัวลงอักขระที่ 2 อย่างใจเย็น
หลังจากหญิงสาวเห็นว่าชายทั้ง 5 เคลื่อนที่ออกไปจากปากทางเข้าถ้ำแล้ว มีนจึงหยุดร่างของตัวเองเอาไว้ก่อนจะเรียกลูกสมุนตัวจ้อย ซึ่งถือเป็นไพ่ลับของตนออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่ “เด็กๆ ออกมา!!”
วาบ! ๆ ๆ ๆ
เจ้าปลาตีนน้อยทั้ง12 ต่างทยอยกันออกมาตามเสียงเรียกของหญิงสาวก่อนที่มีนจะหันไปกล่าวกับเจ้าลิงยักษ์ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้ามา “ฉันเอาจริงแล้วนะ...”
“ลีโอ [ผสานร่าง]”
“เวอร์โก้ [ผสานร่าง]”
“[อำนาจราชา]”
“ไลบร้า [ผสานร่าง]”
“สกอล์ [ผสานร่าง]”
หลังจากได้ผสานร่างกับปลาตีนน้อยทั้ง4 เรียบร้อย มีนจึงสั่งการให้พวกมันที่เหลือจับคู่ผสานร่าง และกระจายตัวออกไปล้อมเจ้าราชาลิงหิมะตัวนี้ไว้
เมื่อระดับของมีนสูงขึ้นค่าสถานะพื้นฐานของตัวละครก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ยิ่งเมื่ออยู่ในสภาวะการผสานร่างจำนวน4 ครั้ง ซึ่งเพิ่มค่าสถานะให้สูงขึ้นถึง 16 เท่าด้วยแล้ว มันก็ยิ่งทำให้พลังชีวิตและพลังเวทมนตร์ของหญิงสาวในตอนนี้กลับมีมากถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นหน่วยเข้าไปแล้ว ส่วนค่าพลังโจมตีและพลังป้องกันที่แสดงออกมาให้เห็นมันก็เป็นตัวเลขที่เฉียด ๆ สามหมื่นหน่วยแล้วด้วย
ส่วนค่าสถานะของปลาตีนน้อยแม้พวกมันจะผสานร่างไปเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ก็ทำให้พลังชีวิตของพวกมันมีมากถึงสี่หมื่นหน่วยนอกจากนี้ ค่าสถานะอื่น ๆ ของพวกมันก็เพิ่มขึ้นมาจนเกือบจะถึงหนึ่งหมื่นหน่วยแล้ว
“เด็ก ๆ รุมมัน!!” มีนสั่งการในฐานะหัวหน้าแก๊งปลาตีน
[พุ่งชน] [พุ่งชน] [พุ่งชน] [พุ่งชน]
ตูม ๆ ๆ ๆ
เสียงปะทะดังสนั่นจากทักษะพุ่งชนที่เกือบจะพร้อมเพรียงของปลาตีนตัวเขื่องทั้ง4 ตัว จาก 4 ทิศทาง โดยมีร่างของราชาลิงหิมะเป็นศูนย์กลาง
ด้วยระดับของพวกมันกับบอสลิงหิมะที่ไม่ห่างกันมากนักอีกทั้งพลังโจมตีจากทักษะ [พุ่งชน] ขั้นเชี่ยวชาญ ยังเพิ่มพลังทำลายให้อีก 12 เท่าจากค่าพลังโจมตีพื้นฐาน จึงทำให้พลังชีวิตของบอสในเวลานี้ตกอยู่ในภาวะวิกฤตขึ้นมาทันที
“อึดจังแฮะโดนเข้าไปอย่างจังตั้ง 4 ที...ยังไม่ยักตาย” แม้จะเผื่อใจเอาไว้แล้วแต่มีนก็ยังอดบ่นออกมาอย่างขัดใจไม่ได้ หลังจากได้เห็นว่า การโจมตีประสานของปลาตีนน้อยทั้งสี่ไม่สามารถสังหารเจ้าลิงหิมะตัวนี้ได้
และในขณะที่หญิงสาวกำลังจะทำการโจมตีเจ้าบอสซ้ำเพื่อปิดฉากการต่อสู้ในครั้งนี้ ภาพเหตุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วในตอนก่อนหน้านี้กลับวนฉายซ้ำออกมาให้หญิงสาวได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง
ลำตัวของบอสเกิดแสงสว่างสีแดงขึ้นมาอีกแล้ว
เพียงแต่...คราวนี้ความเร็วในการแสดงผลจากทักษะของฝ่ายตรงข้าม กลับรวดเร็วกว่าครั้งก่อนอยู่หลายเท่า
บรึ้ม!!ๆ ๆ ๆ
บอสลิงหิมะปลดปล่อยคลื่นพลังทำลายออกมาเป็นวงกว้างแผ่กระจายออกไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง พลังทำลายอันรุนแรงมหาศาลในครั้งนี้ สืบเนื่องจากพลังโจมตีที่ตัวมันได้สะสมเอาไว้จากทักษะพุ่งชนของเจ้าปลาตีนน้อย4 ตัว
โดยคลื่นพลังทำลายที่บอสลิงได้ปลดปล่อยออกมาได้ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอื้ออึงกลบก้องไปทั่วทั้งโถงถ้ำฯ หนำซ้ำในคราวนี้ความรุนแรงของพลังทำลายกลับไม่ได้มีเพียงแค่คลื่นพลังจากทักษะของบอสลิงหิมะเท่านั้น แต่คลื่นพลังดังกล่าวยังไปทำลายเสาต้นใหญ่ซึ่งเคยค้ำยันโถงถ้ำหิมะเอาไว้ จนมันแหลกละเอียดในพริบตา ส่งผลให้เพดานถ้ำด้านบนได้พังครืนถล่มลงมาทับเอาร่างของทุกคนที่อยู่ในโถงถ้ำแห่งนี้ให้จมอยู่ใต้กองหินอันหนักอึ้งไปด้วยกันทั้งหมด
ความโชคร้ายของมีนยังไม่หมดแค่นั้น...
เมื่อระบบดังแจ้งขึ้นมาในหัวของตนในเวลาต่อมาว่า
ติ้ง!!
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาของท่าน‘เอรีส’ ‘ทอรัส’ ‘เจมีส’ ‘แคนเซอร์’ ‘ซาจิส’ ‘แคปปี้’ ‘อควา’ และ ‘ปีเชส’ เสียชีวิต ระดับของสัตว์อสูรฯจะลดลง 5 ระดับ และใช้เวลาเกิดใหม่ 24 ชั่วโมงค่ะ”
ร่างของหญิงสาวซึ่งถูกผนังถ้ำหล่นลงมาทับ นอนราบหมอบติดอยู่กับพื้นพร้อมกับเหลือพลังชีวิตเพียง 1ส่วนเท่านั้น มีนรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ปล่อยให้ความประมาทของตน ทำให้ตัวเองและพวกต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
สาเหตุที่มีนพลาดจนทำให้เกิดเหตุการณ์อันเลวร้ายขึ้นก็เพราะว่า อันดับแรก...ตนมีความมั่นใจในพลังของตัวเองมากเกินไปเพราะคิดว่า เมื่อได้เรียกใช้งานทักษะผสานร่างแล้ว พลังและค่าสถานะของตนจะ “ไร้เทียมทาน”จนอีกฝ่ายไม่อาจจะวัดความแข็งแกร่งกับตนและพวกได้ สอง...คือมีนไม่คิดว่าเจ้าบอสตัวนี้จะมีความ“อึด” มากถึงขนาดนี้ และไม่คิดว่า พลังโจมตีของทักษะพุ่งชนจากปลาตีนน้อยทั้ง 4จะไม่สามารถสังหารราชาลิงหิมะ ซึ่งเหลือพลังชีวิตเพียงหนึ่งในสามได้ และข้อสุดท้าย...ก็เป็นเพราะตนไม่ทราบว่าทักษะสุดอันตรายของเจ้าลิงยักษ์ จะสามารถเรียกใช้งานได้อีกครั้ง...ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้
ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีนไม่คิดโจมตีบอสไปพร้อม ๆ กับการเรียกใช้งานทักษะพุ่งชนของปลาตีนน้อยทั้ง4 ก็เพราะว่า ตัวหญิงสาวเองต้องการรอดูผลงานของพวกมันทั้ง 4 เพื่อประเมินความรุนแรงของทักษะฯและนำไปเปรียบเทียบกับสัตว์อสูรชั้นราชาตัวอื่น ๆ ว่าจะให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?มิคาด...เพราะความอยากรู้อยากลอง กลับกลายเป็นสร้างความผิดพลาดอันใหญ่หลวงให้เกิดขึ้นจนทำให้เกิดหายนะและความสูญเสียตามมาเช่นนี้
ส่วนสาเหตุที่ราชาลิงหิมะสามารถใช้ทักษะ[จิตระเบิดเทวะ] ได้ต่อเนื่องถึงสองครั้ง ก็เพราะว่า “สายพลังจิต”จะมีทักษะสำคัญอยู่ทักษะหนึ่งที่เรียกว่า ทักษะ [จิตผกผัน] ซึ่งจะสามารถลบล้างคูลดาวน์ของทักษะได้ 1 ครั้ง โดยไม่สนใจเงื่อนไขฯ อีกทั้งทักษะที่ว่านี้เมื่อเรียกใช้งานแล้ว จะมีระยะคูลดาวน์ของทักษะอยู่ที่ 12-96 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระดับของทักษะที่ทำการลบล้างฯ
นอกจากนี้ บอสผู้มีพลังชีวิตเหลือเพียง1 ใน 3 ตัวนี้ หลังจากถูกทักษะโจมตีประสานของเจ้าปลาตีนน้อยทั้งสี่แล้วยังไม่ถึงแก่ความตายก็เพราะว่าก่อนที่ร่างของมันจะถูกเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 4 พุ่งโจมตีนั้น ตัวมันได้เรียกใช้งานทักษะหนึ่งที่เรียกว่า[มิติบิดผัน] ซึ่งเป็นทักษะที่มีไว้สำหรับลดความเสียหายจากการโจมตีที่ได้รับจำนวน1.5-5 เท่า โดยมีระยะเวลาคูลดาวน์ของทักษะ 1-3 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดนี้ กว่าหญิงสาวจะรู้และเข้าใจ...ก็เป็นเรื่องราวในภายหลังเมื่อมีสายพลัง “แห่งจิต” ปรากฏขึ้นในเกมแล้ว…
มีนเรียกใช้งานทักษะ[สัมผัสแห่งเวทมนตร์] เปลี่ยนพลังเวทของตัวเองกลับมาเป็นพลังชีวิตในทันทีแม้ว่าทักษะนี้ การเปลี่ยนผันโยกย้ายค่าพลังฯ ระหว่างค่าพลังเวทและค่าพลังชีวิตจะไม่ได้เขียนกำหนดเอาไว้แต่ตัวของหญิงสาวเองเคยทดสอบมาแล้วว่า ทักษะนี้สามารถสลับค่าพลังระหว่างกันได้ไม่เกิน20 เปอร์เซ็นต์ของค่าพลังสูงสุดเท่านั้น อีกทั้งเมื่อเรียกใช้ไปแล้วยังต้องรอจนกว่าค่าพลังที่ถูกใช้ไป ได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาอยู่ในระดับเดิมหรือสูงกว่าจึงจะสามารถเรียกใช้งานทักษะฯ เพื่อแปลงค่าพลังทั้งสองได้อีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้มีนจึงได้แต่เก็บวิธีสลับสับเปลี่ยนโยกย้ายค่าพลังเวท-พลังชีวิต ด้วยทักษะสัมผัสแห่งเวทมนตร์...เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น
และในตอนนี้ มันก็ถึงเวลาที่ว่านั้นแล้ว...
มีนเรียกใช้งานทักษะสัมผัสแห่งเวทมนตร์ในทันที...
แม้จะเพียงแค่20 เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ จากพลังเวทจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นหน่วย...ย่อมไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เสียเมื่อไหร่
“แกนะแก...”มีนขู่คำรามในลำคอ
บทตัวร้ายก็มา…แต่หญิงสาวก็หาใช่เป็นตัวร้ายมืออาชีพ ที่จะต้องมีคำว่า “ฝากไว้ก่อน”แต่อย่างใด
การแก้แค้น 10ปี อาจสายเกินไปสำหรับมีนในตอนนี้ เพราะตนต้องการแก้แค้นในตอนนี้และเดี๋ยวนี้ เนื่องจากเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯได้กระตุ้นแรงอาฆาตและความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองให้สำเร็จ
มีนใช้ทักษะ[พุ่งชน] เพื่อพาร่างของตัวเองออกมาจากซากผนังถ้ำหิมะซึ่งถล่มทับเอาไว้
บรึ้ม!!
หญิงสาวพุ่งตัวเข้าหาราชาลิงหิมะซึ่งยืนมองกองหินที่ฝังร่างผู้บุกรุกด้วยความสับสนปนสงสัยในทันที
เมื่อได้ประจันหน้ากับราชาลิงหิมะมีนไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ เรียกใช้งานทักษะไม้ตายสำเร็จรูปของตนออกมาโจมตีเป้าหมายด้วยอารมณ์โกรธ“[ลำแสงแอกโซโลตล์]!!”
เปรี้ยง!!
ลำแสงสีแดงปนดำ ซึ่งมีประกายสายฟ้าฉาบอยู่โดยรอบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร พุ่งเป็นเส้นตรงเข้าปะทะร่างของราชาลิง...ในระยะกระชั้นชิด
และด้วยพลังโจมตี24เท่า ของพลังโจมตี ณ เวลานี้
ลำแสงพิฆาตได้กลืนกินร่างของลิงยักษ์ผู้มีพลังชีวิตเหลือไม่ถึง1 ส่วน จนจมหายเข้าไปในลำแสงทันที
พลังทำลายอันสุดสะพรึงซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาในระยะเผาขนเช่นนี้ กลับทำให้ผู้เรียกใช้งานทักษะอย่างมีน มองไม่เห็นแม้กระทั่งละอองแสงสีเทาอันเป็นเอฟเฟคที่เกิดขึ้นจากการตายของราชาลิงหิมะแม้แต่น้อย สิ่งที่พอจะทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ว่าบอสตัวนี้ได้ตายไปแล้ว ก็คงจะมีเพียงแค่เสียงรายงานจากระบบฯ ที่แจ้งถึงสิ่งที่ตนได้รับให้ทราบเท่านั้น
ตลอดระยะทางกว่า80 เมตรของลำแสงฯ ได้ทำให้เกิดเส้นโค้งรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่พาดยาวไปบนพื้นของโถงถ้ำหิมะเป็นระยะทางยาวหลายสิบเมตร ก่อนที่มันจะกลายเป็นรูโหว่กลวงลึกเข้าไปด้านในของผนังถ้ำ...ลากยาวไปจนเกือบจะสุดระยะของลำแสงฯ
“เด็ก ๆแม่ขอโทษนะ เดี๋ยวแม่ซื้อขนมที่ชอบมาให้...เป็นการไถ่โทษแล้วกันนะ”มีนพึมพำอยู่คนเดียว หลังจากปิดฉากเจ้าบอสตัวนี้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปยังส่วนที่เป็นปากถ้ำฯซึ่งชายทั้ง 5 ได้รออยู่
แต่เมื่อมีนเดินผ่านกลไกวงเวทฯซึ่งตนได้สลักบทมหาเวทเตรียมเอาไว้ มีนกลับชั่งใจอยู่พักหนึ่งว่า ตนควรจะเก็บอัญมณีธาตุที่ฝังเอาไว้กลับมาก่อนดีไหมแต่หลังจากคิดได้ว่า ถึงอย่างไรตัวเองก็ต้องกลับมาเก็บระดับ พร้อมกับล้างแค้นเจ้าลิงยักษ์ที่บังอาจทำให้ลูกๆ ของตนต้องตายอีกสักหลายรอบอยู่แล้ว มีนจึงได้แต่ปล่อยอัญมณีธาตุในวงเวทให้คาทิ้งเอาไว้อยู่อย่างนั้น
“สำเร็จแล้วใช่ไหมครับท่านมนตรา?”องค์ชายเฟร์นันโด้กล่าวกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น หลังจากได้เห็นอีกฝ่ายเดินกลับออกมาจากโถงถ้ำฯ
“ผมได้ยินเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งภูเขาหิมะท่านมนตราคงจะใช้บทมหาเวทจัดการกับเจ้าลิงยักษ์นั่นไปแล้วใช่ไหมครับ?” เลออนถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่ไม่แตกต่างจากชายหนุ่ม
“นี่...ค่ะ” มีนเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเพียงแต่ยื่นไอเทม {ดวงใจราชาลิงหิมะ} ที่ได้มาจากการสังหารราชาลิงหิมะให้อีกฝ่ายแทนคำตอบ
“นะ...นี่...นี่มันสะ...สวรรค์ทรงโปรดฯ เสด็จพ่อรอดแล้ว” องค์ชายเฟร์นันโด้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื้นตันหลังจากได้ตรวจสอบผลึกสีชมพูโปร่งใสรูปทรงแปดเหลี่ยมในมือ
“ขอบคุณท่านมากท่านมนตรา” เลออนกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับให้หญิงสาว ก่อนจะบอกถึงความสำคัญของไอเทมที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม“เมื่อมีสิ่งนี้...องค์ราชาของพวกเรา คงจะหายจากพระอาการประชวรฯ และอาณาจักรของพวกเราก็คงจะรอดพ้นจากวิกฤตได้ในที่สุด...”
ได้ยินดังนั้น องค์ชายเฟร์นันโด้จึงผงกศีรษะอย่างเห็นด้วยก่อนจะกล่าวกับมีนอีกครั้งว่า “พวกเราขอขอบคุณท่านมาก...ท่านมนตราพระคุณในครั้งนี้...พวกเราจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต” จากนั้นองค์ชายหนุ่มเกราะทองจึงได้เอาไอเทมชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ามิติของตนก่อนจะส่งให้หญิงสาวพร้อมกับกล่าวว่า “โปรดรับสิ่งนี้ไว้ด้วยเถิดแม้มันจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ท่านมนตรามอบให้เรา แต่ก็ถือว่า นี่...เป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจเล็กๆ น้อย ๆ จากพวกเรา”
สิ่งที่องค์ชายยื่นให้กลับเป็นกล่องใบหนึ่งซึ่งข้างในบรรจุเหรียญทองเอาไว้ พร้อมด้วยเหรียญตราสีทองแวววาวอีกอันหนึ่ง ตรงใจกลางของเหรียญตราทั้งสองด้านจะมีตราสัญลักษณ์บางอย่างสลักเอาไว้…
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจ ‘สังหารราชาลิงหิมะ’ ได้รับรางวัล 100,000 เหรียญทอง และได้รับ {เหรียญตราแห่งราชวงศ์อันฟอนโซ} กรุณาตรวจสอบรายละเอียดด้วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสียเงิน 90,000 เหรียญทองให้แก่อเล็กซ์ตามเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายฯ ค่ะ”
หลังจากได้เห็นสีหน้าอันเต็มไปด้วยความสงสัยจากหญิงสาวองค์ชายเฟร์นันโด้จึงได้อธิบายให้อีกฝ่ายฟังเกี่ยวกับความสำคัญของเหรียญสีทองในมือว่า“นี่...เป็นเหรียญตราประจำราชวงศ์อันฟอนโซของเรา ซึ่งจะแตกต่างจากเหรียญตราประจำเมืองอยู่บ้างในด้านความพิเศษของมันโดยเหรียญตรานี้ องค์ราชาจะมอบให้แก่บรรดาเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นสูงหรือผู้มีพระคุณกับราชวงศ์เราเท่านั้น ผู้ที่มีเหรียญตรานี้ในครอบครอง จะถือได้ว่าเป็นบุคคลชั้นสูงหรือแขกผู้ทรงเกียรติของราชวงศ์ฯ และเมื่อท่านมนตราแสดงเหรียญตรานี้ต่อทหารรักษาการณ์ฯท่านจะสามารถเข้าสู่ปราสาทอันฟอนโซได้โดยไม่ถูกขัดขวาง และยังสามารถขอเข้าพบองค์ราชาฯเป็นกรณีพิเศษได้อีกด้วย ดังนั้นผมจึงขอให้ท่านมนตราเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดีด้วยนะครับ”
“ขอบคุณองค์ชายมากค่ะ”มีนกล่าวขอบคุณพร้อมกับยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญของไอเทมที่ได้รับมา
“อะ...เอ่อท่านมนตราครับ”
“คะ??” มีนรับคำอย่างฉงน เมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็เกิดติดอ่างขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“อะ...เอ่อ...ผมอยากจะขอเชิญท่านมนตราไปยังอาณาจักรของเราในเวลานี้เลยไม่ทราบท่านมนตรา สะ...สะดวกไหมครับ?” องค์ชายฯ เอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
“เอ่อ...เกรงว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกค่ะเอาไว้มีโอกาส ฉันจะแวะไปเยี่ยมเยียนแล้วกันนะคะ” มีนอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธคำเชิญจากอีกฝ่ายไปอย่างสุภาพ
“ออ...ไม่เป็นไรครับถ้าวันไหนท่านมนตราไปเยือนทวีปแห่งแสง ผม...ขอให้ท่านมนตราโปรดแวะไปเยี่ยมเยือนพวกเราบ้างนะครับองค์ราชาฯ คงดีพระทัยที่ผู้มีพระคุณของพระองค์มาเยี่ยมเยียน” องค์ชายฯ กล่าวออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ผู้เล่นมนตราต้องการรับภารกิจ [พบกษัตริย์อัลบาทอสแห่งอาณาจักรอันฟอนโซ] หรือไม่?”
“ตกลงค่ะถ้ามีโอกาสฉันจะไปเยี่ยมเยือนทุกท่านอย่างแน่นอนค่ะ” มีนตอบรับคำเชิญของอีกฝ่ายในทันทีแม้ว่าจะยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของเควสก็ตาม
“ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจ [พบกษัตริย์อัลบาทอสแห่งอาณาจักรอันฟอนโซ] กรุณาอ่านรายละเอียดด้วยค่ะ”
ภารกิจ: [พบกษัตริย์อัลบาทอสแห่งอาณาจักรอันฟอนโซ] ภารกิจ:ระดับ B
กษัตริย์อัลบาทอสแห่งอาณาจักรอันฟอนโซซึ่งทรงพระประชวรฯ เมื่อได้รับโอสถที่ปรุงจาก{ดวงใจราชาลิงหิมะ} จนหายดีและกลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง พระองค์ทรงปรารถนาที่จะได้พบกับผู้มีพระคุณของพระองค์หลังได้รับฟังเรื่องราวจากองค์ชายเฟร์นันโด พระองค์ต้องการตอบแทนพระคุณของท่าน...
เงื่อนไข
-เยือนอาณาจักรอันฟอนโซ ทวีปแห่งแสง
- พบองค์ราชาอัลบาทอสแห่งอาณาจักรอันฟอนโซ
รางวัลภารกิจ
-???
- ???
ระยะเวลา
-ไม่มี
บทลงโทษ
-ไม่มี
‘เควสธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แถมของรางวัลก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรอีกอืม...เอาไว้ว่าง ๆ ค่อยไปทำแล้วกันเนอะ!!’ มีนพึมพำกับตัวเองในใจหลังจากได้อ่านเนื้อหาของภารกิจจบลง
ใช่แล้วมันคือภารกิจอันสุดแสนจะธรรมดา ซึ่งไม่มีอะไรมากนอกจากการไปเยี่ยมเยือนกษัตริย์ที่หายจากอาการป่วยเฉยๆ ขนาดเควสหลักและเควสที่มีความสำคัญต่อชีวิตของตัวเอง...ยังแทบจะไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อยแล้วสาวมีนจะเอาเวลาที่ไหนไปทำภารกิจนี้กันเล่า...เฮ้อ!ชีวิตของหนูมีนผู้มีเวลาว่างน้อยแต่หนี้เยอะคนนี้ ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” เลออนตัดบทกล่าวลาจอมอาคมสาวผู้มีพระคุณฯ
“ค่ะเดินทางปลอดภัยนะคะทุกท่าน” มีนกล่าวตอบพร้อมกับมองไปที่ชายทั้ง 5 ซึ่งตอนนี้มีสภาพร่างกายดีขึ้นมากและพร้อมจะเดินทางต่อแล้ว
“ขอบคุณครับท่านมนตราอย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยือนพวกเราด้วยนะครับ” องค์ชายฯ กล่าวย้ำกับหญิงสาวอีกครั้ง
“ค่ะไม่ลืมแน่นอนค่ะ” มีนรับคำและใช้สายตาส่งชายทั้ง 5 ที่มุ่งหน้าเดินทางกลับเมืองของพวกมัน
จากนั้นมีนก็เร่งเดินทางกลับไปยังเมืองหิมะบ้างเพื่อส่งภารกิจที่ได้รับมาจากหญิงสูงวัยผู้ลึกลับคนนั้น ในครั้งนี้ มีนมุ่งหน้าเดินทางกลับเพียงอย่างเดียวโดยไม่คิดสนใจสัตว์อสูรหรือดันเจี้ยนที่อยู่ระหว่างทางให้เสียเวลา สาเหตุก็เป็นเพราะว่าข้อความในภารกิจที่บอกให้ตน กลับไปหาป้า “โดยเร็ว” หลังจากได้รับปิ่นปักผมแล้วนั่นเอง
แต่กระนั้นมีนกลับไม่รู้ว่า“เร็ว” ที่บอกไว้ในภารกิจคือ สิ่งใด? ดังนั้นมีนจึงไม่กล้าที่จะเอ้อระเหยลอยชายและปล่อยเวลาให้ล่วงเลยผ่านไปจนอาจส่งผลกระทบต่อภารกิจที่ตัวเองได้รับมาได้...
เมื่อมาถึงเมืองหิมะมีนก็พุ่งตรงเข้ามายังสมาคมนักล่าในทันที (เริ่มจะทำตัวเหมือนชาวบ้านชาวเมืองแล้ว)
บรรยากาศในสมาคมนักล่าก็ยังเงียบเหงาอยู่เช่นเดิมมีนกวาดสายตาไปทั่วทั้งร้านฯ แต่กลับไม่พบหญิงคลุมหน้าผู้ที่มอบหมายภารกิจให้แต่อย่างใดเมื่อเป็นเช่นนี้ มีนจึงได้แต่เข้าไปนั่งรออีกฝ่ายอยู่ที่ชุดเก้าอี้หน้าเตาผิงตัวเดิมซึ่งตนเคยมานั่งในตอนก่อนหน้านี้ พร้อมกับสั่งกาแฟร้อนมาดื่มในระหว่างที่รอให้หญิงสูงวัยคนนั้นปรากฏตัว
ระหว่างนั้นมีนก็ได้ตรวจสอบคะแนนนักล่าที่ตนได้รับมาไปพลาง ๆ ซึ่งพบว่า ตนได้สังหารสัตว์อสูรตามรายทางไปเป็นจำนวนสองร้อยกว่าตัวได้รับแต้มนักล่าจำนวน 452 แต้ม และได้สังหารลิงหิมะไปพันกว่าตัว แต่กลับได้คะแนนนักล่ามามากถึง5,205 แต้ม อีกทั้งยังได้รับโบนัสพิเศษฯ จากการสังหารราชาลิงหิมะอีก เป็นจำนวนถึง 50,000แต้มเลยทีเดียว
“โอ๊ะโอ...โอ้...ว๊าว!!”
“บอสลิงจ๋อนั่นให้คะแนนนักล่าเยอะขนาดนี้เชียว?” มีนพึมพำอย่างมีความสุขอยู่คนเดียวเบา ๆ
“เจ้าจ๋อพวกนั้นมันน่ารักมากเลยใช่ไหมล่ะ? แม่หนู...” เสียงแว่วดังขึ้นมา จากทางด้านหลังของหญิงสาวอีกแล้ว
............