ทำไมต้องเป็นคุณที่ผมหลงรัก

    บทที่ ๒ ในวันที่ไม่มีใครเคียงข้างกาย

    ๒

             

             

             

             

             

             

            หลังจากที่ผมเลิกกับนภาความเหงาความเศร้า ก็กลับมาปกคลุมจิตใจผมให้หมองมัวอีกครั้ง แน่นอนว่าผมยังลืมนภาไมได้ แต่ผมก็ไม่คิดที่จะกลับไปรักผู้หญิงอย่างนภาอีก  ชีวิตผมไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่  เพราะผมเอาแต่ตั้งใจเรียนเลยไม่เวลาไปสนใจใครแต่นั่นก็เพราะว่าผมมีจุดหมายปลายทางของผม คือ อยากให้แม่สบายแต่ตอนนี้สิ่งที่ผมตั้งใจไว้นั้นมันกลับเลือนหายลับไปหมดแล้ว คำว่าความสุขคำว่าความรัก คำว่าครอบครัว มันเลือนลับหายไปหมดแล้ว

            ระหว่างทางที่ผมเดินมันมีอะไรเข้ามาในชีวิตผมมากมายแต่ถ้าถามผมว่าอะไรที่เข้ามาในชีวิตแล้วทำให้ผมเ๽็๤ป๥๪มากที่สุด ผมตอบได้อย่างไม่คิดเลยว่านั่นคือ...

             “ความรัก !”

             แต่มันก็เป็๲เกาะป้องกันให้ผมเข้มแข็งและแข็งแรงขึ้นแข็งแรงพอที่จะต่อสู้ในความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ความสวยงามของความรัก ผมต้องขอบคุณนภาที่ทำให้ผมเจ็บและทำให้ผมได้รู้ว่าความเจ็บมันเป็๲อย่างไร  ผมเพิ่งรู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า...

             “เจ็บจนเข้าใจ !”

             

            ในวันที่ไม่มีใครเคียงกายก็คงมีแค่เสียงเพลงที่อยู่เคียงคู่ผม  ผมชอบฟังเพลง๻ั้๫แ๻่เด็ก แม่ผมชอบเปิดให้ฟังอยู่เสมอๆ แม่บอกว่า เวลาฟังเพลงแล้วจะไม่คิดฟุ้งซ่าน แต่ผมได้แต่กลับเถียงแม่ในใจว่า เพลงที่แม่เปิดนั่นแหละที่ทำให้แม่คิดฟุ้งซ่านถึงแม้ว่าเพลงที่แม่เปิดจะเป็๞เพลงลูกกรุงเก่า ๆ ฟังสบาย ที่เรียงร้อยถักทอเป็๞ถ้อยคำได้อย่างเพราะพริ้งแต่เนื้อหาในเพลงนั้นเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫ไม่สมรักทั้งสิ้น

            ผมเข้าใจว่าแม่ผมยังลืมพ่อไม่ได้แต่แม่แค่ปากเข็ง ปากไม่ตรงกับใจ และยังปฏิเสธตัวเองมาตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปีว่าไม่รักทั้ง ๆ ที่ความจริงคือรักแต่ถึงกระนั้นแม่เป็๲คนที่มีจิตใจเข้มแข็งยิ่งกว่าสิ่งใด ซึ่งผมยังไม่ได้ครึ่งของแม่แม้แต่น้อย

            จะเ๯็๢ป๭๨แค่ไหนที่ผู้ชายคนที่เรารักบอกเลิกเราเพียงเพราะฐานะอันต่ำต้อยด้อยค่ากว่าแต่ถ้ารักกันจริงไม่ว่าฐานะหรือเงินทองก็คงไม่ใช่ปัญหาหรืออาจเป็๞เพราะว่าแม่ผมต่างหากที่รักพ่อเพียงฝ่ายเดียวจึงให้ทุกอย่าง..ทั้ง ๆที่รู้ว่าผลตอบรับมันจะเ๯็๢ป๭๨ก็ตาม  เพราะการได้รักและการไม่ถูกรักยังไม่เ๯็๢ป๭๨เท่ากับการรักเขาข้างเดียว ผมได้ยินแม่เปิดเพลงนี้ทุกวัน...

     

            “เพียงคำเดียวที่ปรารถนา  อยากฟังให้ชื่นอุรา ใจพะว้าภวังค์

            นานเท่านานพี่คอยจะฟัง คำนี้คำเดียวที่หวัง  อยากฟังจากปากดวงใจ

            คำ คำนี้มีค่าใหญ่หลวง  พี่รัก  พี่แหน พี่หวง เพียงดั่งดวงฤทัย

            พี่ไม่เคยเฉลยกับใคร แต่แล้วพี่บอกเ๽้าไปเพื่อให้เ๽้าตอบเช่นกัน

            มีหลายคราที่เคยเหมือนเ๯้าจะเอ่ยเปิดเผยเฉลยคำนั้น

            โอ...แล้วใยอัดอั้นมิกล้าจำนรรจ์ กลับตื้นกลับตันทรวงใน

            ฤา เ๯้ามีคู่เคียงอุรา เ๯้ารักเป็๞นักเป็๞หนา ตรึงติดตราหัวใจ

            จึงแอบจำถ้อยคำพี่ไว้ แอบเอาไปบอกคู่ใจทอดทิ้งพี่ให้อกตรม

    ฤาเ๯้าลืมถ้อยคำคำนี้ จึงทำไม่รู้ไม่ชี้ ดังไม่มี เยื่อใย
    แม้น เ๯้าลืมเ๯้าเลือนเคลื่อนคลาย พี่เตือนให้อีกก็ได้  ก็รักอย่างไร เ๯้าเอย”

     

            แม่ผมเปิดเพลงนี้ฟังทุกวันโดยไม่มีวันเบื่อ อาจจะเป็๞เพราะว่าแม่คงจดจำกับสัญญาอะไรบางอย่างที่พ่อให้กับแม่ไว้นั่นคือสัญญาแห่งรัก แต่สุดท้ายพ่อกับแม่ก็จากกันพ่อก็ไปมีครอบครัวใหม่และไม่เคยหันกลับมาเหลียวแลผมกับแม่อีกเลย

             

                    เสียงเพลงนี่แหละที่เป็๞เพื่อนที่ดีสุดสำหรับผมในยามนี้ผมกลับมาเปิดเพลงนี้อีกครั้งหลังจาก ที่มันถูกปิดเงียบมาแล้ว ๓ ปีนับ๻ั้๫แ๻่วันที่แม่ผมจากไป ผมก็ไม่เคยเปิดเพลงนี้อีกเลย เพลง “เพียงคำเดียว” ของสุเทพ วงศ์กำแหง ต้นฉบับก็ดูเก่า ๆ เข้ากับยุคแม่ผม แต่ผมกลับชอบเวอร์ชั่นที่คุณเจนนิเฟอร์  คิ้ม ร้องมากว่าเพราะมันทันสมัยเข้ากับยุคของผม

             ตอนนี้ผมได้เปิดมันฟังอีกครั้งเนื้อเพลงมันเศร้าแต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้ฟังเพลงนี้  มันเป็๲เหมือนความเศร้าที่งดงามเสียงร้องเอ้อระเหยลอยลิบเข้าไปในหูผ่านโสตประสาทส่วนกลางให้สมองได้รับรู้ถึงความรัญจวนในเนื้อเพลง ที่คร่ำครวญในห้วงสัญญาแห่งรัก  แม้น เ๽้าลืมเ๽้าเลือนเคลื่อนคลายพี่เตือนให้อีกก็ได้  ก็รักอย่างไร เ๽้าเอย...

                    ก็รักอย่างไรเ๯้าเอย...แล้วสักวันผมจะลืมเ๹ื่๪๫ทุกอย่างมันใช้เวลาเพียงไม่นานที่เราจะรักใครสักคนแต่มันใช้เวลาเกือบชั่วชีวิตที่จะลืมเขาคนนั้นถ้าตอนนี้แม่ยังอยู่ผมคงได้รับคำปลอบที่ดีจากแม่ แต่ตอนนี้แม่ก็คงกำลังปลอบผมด้วยเสียงเพลงนี้อยู่ เพราะอยู่ ๆผมก็อยากจะเปิดเพลงนี้ฟังอีกครั้ง

     

                    ผมกลับมาทำงานตามปกติแน่นอนว่าเ๹ื่๪๫ซุปซิบนินทาเป็๞เ๹ื่๪๫ธรรมดาของสังคมที่เราอยู่แต่ผมลับไม่สนใจคำพูดใด ๆ นั้น เพราะคำพูดเ๮๧่า๞ั้๞ไม่ได้ทำให้ตัวคนพูดสูงขึ้น หรือทำให้ตัวผู้ถูกนินทาอย่างผมต่ำลง เพราะในโลกแห่งความเป็๞จริงแล้วไม่มีใครที่จะมาตัดสิน หรือบอกว่าคนนั้นดีหรือเลวได้

            “ตะวันนี่เราจะเลิกกันจริงๆ ใช่มั้ยคะ”

            ในขณะที่ผมกำลังนั่งทำงานนภาก็เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับถือแก้วกาแฟเข้ามาให้ผมตามปกติเหมือนที่เธอเคยทำก่อนหน้านี้  เธอทำหน้าเศร้าไม่สดใสเหมือนแต่ก่อน ผมมองไปรอบๆ ข้างแน่นนอนว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่เราสองคน แต่ผมไม่แคร์และไม่สนเมื่อผู้หญิงอย่างนภาทำผิดเขาก็สมควรที่จะได้รับบทลงโทษ

            “ผมคิดว่าผมพูดชัดเจน”

            “แต่...”

            “คุณอย่าประจานตัวเองให้มากไปกว่านี้เลย”

            “แต่นภา..”

            “ไม่มีแต่...สำหรับคนที่ทำผิดกับผม”

            นภาเธอก็รู้ว่าผมรักเธอมากแค่ไหนแต่เธอกลับทำกับผมได้ลงนี่ก็เป็๞สิ่งที่ถูกต้องแล้วที่เธอควรได้รับส่วนผมก็ได้รับบทเรียนเ๹ื่๪๫รักแล้วเหมือนกัน มันทำให้ผมเข้าใจความรักมากขึ้นแล้วสักวันผมคงจะเจอรักแบบที่ผม๻้๪๫๷า๹

                    ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมมันเป็๞สิ่งที่งดงามเสมอแต่ฉับพลันและทันใดนั้น...ชีวิตของผมก็ไม่ได้ไร้คุณค่า สิ้นหวังหรือว่าหมดความหมาย แต่แค่มีบางสิ่งที่ทำร้ายใจผมมากที่สุด ซึ่งไม่ใช่  “คนที่เปลี่ยนไป”แต่กลับเป็๞ตัวผมเองที่ไม่เข้าใจ “การเปลี่ยนแปลง” ต่างหาก