ตอนที่ 7
ห้องประชุมใหญ่
หญิงสาวกำลังตั้งใจนำเสนอโครงการที่ตนเป็คนทำขึ้นมา เสียงขุนนางในราชสำนักแตกออกเป็สองฝ่ายต่างฝ่ายต่างเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยภายในห้องประชุมตกอยู่ในความชุลมุนวุ่นวายก้องไปด้วยเสียงถกเถียงของเหล่าขุนนาง
“พระงองค์ทรงคิดว่าโครงการที่หยามเกียรติของชนชั้นสูงอย่างพวกกระหม่อมจะประสบความสำเร็จหรือพะย่ะค่ะทรงพับเก็บไปทิ้งถังขยะในตำหนักและทรงอยู่เฉยๆ อย่างที่เป็มาเถิดพะย่ะค่ะ” ขุนนางฝ่ายคัดค้ากล่าวขึ้น
ภายในอกของของเธอร้อนรุ่มราวกลับมีไฟลุกโชนยากที่จะดับลงพร้อมที่จะปะทุได้ทุกเมื่อ
“หากท่านคิดว่าการที่สามัญชนหยามเกียรติท่านเพียงเพราะเขาได้เป็ขุนนางคนหนึ่งเหมือนกันนั่นมิใช่เป็การแสดงตนว่าด้อยความสามารถหรอกหรือ หรือท่านกลัวว่าตนเองจะด้อยกว่าเขา หากจะรับคนที่ด้อยความสามารถมาทำงานท่านว่าบ้านเมืองจะเป็อย่างไร” เธอกล่าวออกไปด้วยความสุขุมใจเย็นแม้ในใจจะมีความโกรธราวกลับจะปะทุได้ทุกเมื่อ
เธอพยายามกล่าวโน้มน้าวขุนนางที่ไม่เห็นด้วยทั้งหลายด้วยความสุขุมใจเย็นอีกครั้งแต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ
หญิงสาวโบกมือเรียกมหาดเล็กให้นำของที่เตรียมมาเข้ามาให้ที่โต๊ะประชุม ผ้าคลุมสีแดงค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นลำไม้ยาวสีเข้มที่เต็มไปด้วยลวดลายแกะสลักอย่างประณีตสีเงิน เธอหยิบลำไม้นั้นขึ้นมาเผยให้เห็นลำปืนกระบอกยาว
“ของขวัญที่ข้าเตรียมมาให้พวกท่าน เพราะข้าคิดไว้แล้วว่าเจรจาด้วยปากอาจจะไม่ค่อยเข้าใจกันสักเท่าไหร่” เธอเล็กปืนกระบอกยาวไปที่ขุนนางเ้าอารมณ์ผู้นั้น
“แม้ในที่แห่งนี้ข้าจะไม่ใช่องค์หญิง แต่จงอย่าลืมว่าข้าคือ วาเรนดอร์ คำดูถูกอันสามหาวของท่านเมื่อกี้ช่างโอหังนัก”
เหล่าขุนนางต่างโหวกเหวกโวยวายให้จักพรรดิปรามสิ่งที่องค์หญิงโรเซลทำอยู่
“ข้าจักทำตัวเป็กลางเหมือนตอนที่เ้าดูถูกลูกสาวข้าเมื่อครู่นั่นแหละ” จักรพรรดิกล่าวออกมาพร้อมยิ้มอย่างชอบใจ
เมื่อได้ยินจักพรรดิกล่าวออกมาอย่างนั้นเหล่าขุนนางฝ่ายค้านได้แต่ทำใจยอมรับและอนุมัติโครงการด้วยความขุ่นเคืองภายในใจ
กลางดึก
ตำหนักองค์หญิง
ภายในตำหนักจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ร่วมกับเหล่าสาวใช้ ภายในห้องเต็มไปด้วยอาหารมากมายไม่ว่าจะเป็ของคาวหรือของหวาน
ระหว่างที่ทุกคนเพลิดเพลินไปกับอาหารแสนอร่อยตรงหน้าเสียงฝีเท้ารีบร้อนที่มุ่งตรงมายังห้องจัดงานเลี้ยงฉลองพร้อมกับเปิดประตูพรวดเผยให้เห็นสีหน้าตื่นเต้นของสาวใช้ผู้หนึ่ง
“มีอะไรหรือ...เหตุใดต้องรีบร้อนเช่นนั้น” หญิงสาวถามออกไปด้วยควาเป็ห่วง
“ค...คือว่าท่านม..มาร์ควิสมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” สาวใช้พูดด้วยเสียงหอบ
ภายในห้องตกอยู่ในความวุ่นวายฮือฮาพูดคุยเื่มาร์ควิสหนุ่มมาขอพบเ้านายของตนกลางดึก
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะบออกบรรดาลูกน้องของตนว่าอย่าคิดไปเลยเถิด
เธอเดินออกมายังห้องรับรองเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเรือนผมสีขาวนั่งรออยู่แล้ว
“มีเื่อะไรหรือคะเอเดรียน” เธอถามออกมาด้วยความสงสัยระหว่างเดินไปนั่งตรงข้ามกับเขา
“กระหม่อมนำเอกสารงบประมาณมาให้พะย่ะค่ะ” เขาพูดพร้อมกับวางเอกสารไว้บนโต๊ะตรงหน้า
ภายในห้องตกไปอยู่ในความเงียบ
หญิงสาวเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะถามอออกไป
“แค่นี้หรือคะ”
“พะย่ะค่ะ” เขาตอบเสียงเรียบนิ่งพลางจิบชาไปด้วย
เธอหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะขอตัวออกไป
เธอเดินไปถึงหน้าประตูบานใหญ่ ชายหนุ่มลุกพรวดพราดอย่างรีบร้อน มือใหญ่กำข้อมือบางไว้แน่น
เธองงงวยกับการกระทำของเขาเป็อย่างมาก
“มีอะไรหรือคะเอเดรียน”
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ชายหนุ่มทำสีหน้าเขินอายเล็กน้อย
“ก..กระหม่อม...อยากแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะต..แต่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเพระไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เธอหัวเราะออกมาด้วยความดีใจก่อนจะเอามือลูบเส้นผมเขาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความน่ารักของเขา
“ขอบคุณนะคะ แค่เอเดรียนมาหาเพราะอยากแสดงความยินดีก็เพียงพอแล้วค่ะไม่ต้องให้ของอะไรหรอกค่ะ”
เธอละมือออกจากผมเขาก่อนจะขอตัวกลับห้องงานเลี้ยงไปด้วยความดีใจ