“ไม่มีอะไร ชีวา” จูลี่ก้มหน้าลง หยิบเสื้อคลุมวางข้างเตียงนวด สวมใส่อย่างเร็ว เลื่อนปลายเท้าเพื่อจะลงจากเตียง “ถ้าเช่นนั้น เราก็ไม่มีค้างคาใจต่อกัน” ชีวาสอดมือเข้าหลังต้นของเธอ ปลายนิ้วกดนวดบริเวณต้นคอ สายตามองที่รอยรักใกล้เนินหน้าอกของ ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่ตั้งใจ บางอย่างในแววตาของจูลี่สะกดให้ชีวาเคลิ้มไปไม่รู้ตัว ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบเข้าัักันอย่างช้าๆ ริมฝีปากอุ่นถูไปมาเบาๆบนริมฝีปากบาง ร่างของทั้งสองก้าวแนบสนิทแทบจะหล่อหลอมเข้าในเตาไฟเต็มด้วยราคะที่ร้อนแรง ปลายเท้าของจูลี่เลื่อนขึ้นบนปลายเท้าของชีวา ชีวาตวัดลิ้นเเลกรัดไล่กันให้โพรงปากเล็ก ชีวาขยับตามแรงตอบรับของจูลี่ ทุกอย่างเริ่มต้นที่การจูบเสมอแต่ครั้งนี้ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มกระตุ้นหัวใจแกร่งให้เต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ชีวาปล่อยให้จูลี่ละเลงจังหวะที่เร่าร้อนก่อนที่เขาวางมืออุ่นบนสะโพกและดันร่างของเธอให้ออกห่าง ปลายเท้าของชีวาถอยหลังห่าง หันหลังให้จูลี่ “ฉันทำแบบนั้นกับเธอไม่ได้ เธอมีเ้าของแล้ว” เขาพูดโดยไม่หันมามอง แต่ก็รู้ว่าจูลี่เสียใจ หญิงสาวเดินอ้อมมายืนตรงหน้าของเขา “เธอรังเกียจฉันแล้วใช่ไหม”
“เราเคยตกลงกันไว้ว่า เมื่อไรถ้าได้ใครพบคนรัก หรือต้องแต่งงาน เราจะไม่มีเซ็กด้วยกัน” ชีวาทบทวนคำสัญญาที่จูลี่วางไว้ในวันแรกของข้อตกลงของทั้งสอง “ใช่ ฉันก็จะรักษาคำสัญญาของฉันอย่างไม่บิดพริ้วแน่นอน” เธอพยายามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด แต่ทั้งคู่ต่างรับรู้ความะเืใจของพวกเขา“ฉันรู้สึกหิวข้าว ออกไปกินกับฉันได้ไหม หรือว่าจะนวดต่อ ฉันจะรอข้างนอก”
เสียงเลือนบานประตูทำให้ร่างของจูลี่ฟุบลงบนเตียงนอน ใบหน้าแดงระเรื่อ เสียงเต้นของหัวใจแม้จะอ่อนล้าสักเพียงไหน จูลี่คว้าผ้าเข็ดตัวเดินตัวตรงเข้าไปในห้องอาบน้ำ เธอเปิดฝักบัวใหญ่กลางห้องน้ำ เร่งแรงน้ำให้แรงที่สุด ร่างเรียวงามยิ่งนิ่ง เงยหน้าขึ้นเปลือกตาปิดสนิท กระแสน้ำกระแทรกบนพวงแก้มไหลรวมหยดน้ำตาของความเสียใจที่สุด “ฉันรักเธอ ชีวา” จูลี่กระพริบตาในกระแสน้ำไหลอาบร่างงาม “เรารักกันไม่ได้ ใช่ไหม ชีวา” ฝ่ามือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
อาหารจานด่วนวางเรียงกันตรงหน้าของชีวา “ทำไมช้าจังเลย” ชายหนุ่มส่ายสายตามมองหาจูลี่ท่ามกลางผู้โดยสารเดินกันขวักไขว่เต็มทางเดิน กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนยืนถ่ายรูปพร้อมพูดคุยส่งเสริมร้องเรียกกันและกัน ทำให้ชีวารู้สึกรำคาญ ทันใดนั้นจูลี่ออกมาจากร้านนวด ก้าวเร็วตามทางเดินหมายเลขสี่สิบสอง “จูลี่!!” ชีวายกมือขึ้นสูงเมื่อพบร่างของเพื่อนรัก “ชีวา...” หญิงสาวสับปลายเท้าวิ่งตรงมาที่หน้าร้าน ชุดกระโปรงยาวสีดำสนิท เสียงลูกปัดกระทบกระดิ่งเล็กๆบนข้อมือของเธอทำให้ชีวาแอบมองเรือนร่างในเดรสที่เพิ่มเสน่ห์ให้เธอ “ใครมารับเธอที่นั้น...สัจจะหรือ...” จูลี่เลื่อนเก้าอี้ “ขอนั่งก่อนได้ไหม ขอน้ำเย็นแก้วค่ะ” ใบหน้างามหันหน้าสั่งพนักงานของร้าน “ไม่ใช่สัจจะ.. คุณพ่อจะมารับ”
สองมือของจูลี่เลื่อนจานอาหารมาตรงหน้า “โอ้โห้ แกงปลาของโปรดของฉัน” หญิงสาวสูดกลิ่นอาหารเข้าปอด ใบหน้าหมองแววตาเศร้าของเธอ ทําให้เขาใจอ่อนวูบ เอื้อมมือเพื่อจะลูบไล้ แต่ชีวาชักมือกลับ “รสชาติไม่สู้แม่ของฉันปรุง” ชีวาระบายลมหายใจเบาๆ “อาหารน่าทานมาก” จูลี่เอ่ยขึ้นแต่ไม่ตักอาหารเข้าปาก “แม่มดน้อย มองดูแล้วอิ่มทิพย์เหรอ” ชีวาแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองเขานิ่งบอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าเธอจะทำอะไรในตอนนี้ แววตาเศร้าหมองของเธอในขณะนี้ “ฉันกินก่อนนะ” ชีวายิ้มบางก่อนตักอาหารเข้าปาก “อืม อร่อยจริงๆ” เขาหัวเราะในลำคอยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เธอ “แม่มดน้อย หมดฤทธิ์แล้วใช่ไหม” จูลี่ช้อนสายตามองสบตาคมที่ฉายแววสดใสของเขา ในใจจูลี่ครุ่นคิด ชีวาไม่มีความทุกข์หรือไง การพบกันครั้งนี้อาจจะเป็ครั้งสุดท้าย “คิดอะไรอยู่ แม่มดน้อย” ชีวาอมยิ้มน้อยๆ “ ร้องไห้ และกำลังคิดว่า อืมม... เราจะไม่ได้พบกันอีกใช่ไหม” จูลี่สะดุ้งเล็กน้อย “ชีวาา”
จูลี่เลื่อนนิ้วมือที่ละนิ้วปาดหยดน้ำตาที่ละหยดที่ทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก “ให้ตายสิ ร้องไห้ทำไม” ชีวาวางเงินจำนวนหนึ่งบนโต๊ะ คว้าขวดน้ำดื่มเย็น ลุกขึ้น จับมือของจูลี่ “มากับฉัน” ร่างสูงจูงมือจูลี่เดินแทรกกลุ่มนักท่องเที่ยวไปตามทางราบ ผ่านร้านขายของแฟชั่นทั้งแถว
สายตาของเขาทอดตรงไปข้างหน้าไม่ได้หันหน้ามองใบหน้าของจูลี่่ “เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้ โลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ได้” ชีวาเหวี่ยงร่างบางเข้าในมุมระหว่างช่องร้านค้า แผ่นหลังพิงผนังกำแพง สองมือจูลี่รีบขยี้ตา ริมฝีปากแดง ร่างสั่น “ชีวา ฉันไม่ได้เป็อะไรนะ แชมพูสระผมเข้าตาก็แค่นี้”
“น้ำเน่าสุดๆ” ชีวาป้อนน้ำดื่มจากขวดให้เธอ “เธอตัดสินใจหมั้นกับสัจจะ แล้วจะมาร้องห่มร้องไห้ทำไม” ชีวากอดร่างงามในอ้อมกอดไว้แแ่ “พ่อของฉัน ไม่ยอมรับเธอ..ชีวา พ่อบอกว่า เธอ..เป็..” ชีวายิ้มยอมรับในสิ่งที่เขาเป็ “ลูกเมียน้อย ใช่ไหม” จูลี่พยักหน้างึกๆในอ้อมแขนของชายที่ตนรัก “ฉันรู้เื่ทั้งหมดแล้ว พ่อของฉันถูกตำหนิกลับมา” จูลี่เงยใบหน้าแดงก่ำ “พวกเขาคุยกันแล้วหรอ” ชีวาพยักหน้า ทั้งคู่ยืนนิ่งเงียบ อ้อมกอดที่อบอุ่นซึ่งคลายความกลัวในขณะนี้ได้เพียงชั่วคราวแค่นั้น ความสุขจากร่างแกร่งที่สรรสร้างมอบความสุขให้เธอจะกลายเป็อดีตอย่างนั้นหรือ “เราไม่มีวิธีไหนแล้ว ใช่ไหม” จูลี่นึกถึงลมหายใจข้างกายนี้ต้องพลัดพลากจากตนไปตลอดกาล “มี แต่มันคงต้องใช้เวลา” ชีวาเอ่ยขึ้น “หมายความว่า...” ชีวามองหาที่นั่งคุย “เราไปนั่งตรงนั้นดีกว่า”
“ชีวา ฉันน่าจะไปเรียนกับเธอที่อเมริกา ฉันพลาดเอง” จูลี่ยอมรับในที่สุด สองปีก่อนชีวารบเร้าให้จูลี่เดินทางไปศึกษาต่อกับเขา โดยที่เธอปฏิเสธและได้พลาดโอกาสที่ดีที่สุด การตัดสินใจเช่นนี้ในวันรับปริญญาตรีด้วยกันทำให้ชีวาผิดหวังอย่างแรง “ใช่ แม่มดน้อย เธอพลาดเอง แต่ตอนนี้ถ้าเธอตามฉันมา เราอาจจะอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข เพราะฉันยังไม่มีงานทำ ส่วนเธอต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากในการเรียนจนถึงระดับผู้พิพากษา”
“ปวดทั้งหัวแล้วตอนนี้” จูลี่ใช้กำปั้นทุบหัวตัวเอง ชีวาดึงร่างงามเข้ามาพิงร่างของเขา “เฮ้...ทำเหมือนเราจะตายจากกัน อย่ากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เธอควรแต่งงานกับสัจจะ ถ้าเขาเป็คนดี เธอควรให้โอกาสเขาและเธอ แต่ถ้าเขาไม่ดี เธอก็กลับมาหาฉัน” จูลี่หันหน้ามองดวงตาสีนิลอย่างประหลาดใจ “มันคือความรับผิดชอบของเธอเหรอ” ชีวายิ้มหวาน “เธอจะให้ฉันลุกขึ้นจูงมือเธอหนีไปด้วยกัน ทำตัวเหมือนพระเอกหนังพานางหนี เพื่ออะไร ฉันและเธอต้องทำตัวเป็ศัตรูกับคนที่ให้กำเนิดพวกเรามาอย่างนั้นเหรอ”
“ตุ๊บบๆๆๆ” สองมือเรียวบางทุบลงกลางแผงอกของชีวา “เฮ้ ทุบฉันทำไม” จูลี่แทบกรี๊ดออกมาใส่หน้าชายหนุ่ม “เธอมันโรคจิต เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สองวันก่อนเธอโวยวายเื่พ่อและโกรธคนที่เรียกเธอว่าลูกเมียน้อย ฉันคุยกับคนโรคจิตชัดๆ” ชีวาหัวเราะดังลั่น ทำให้ผู้คนหันหน้ามองชายหญิงคู่นี้ด้วยความสงสัย “ฮ่าๆๆๆ”
จูลี่ดึงกระดาษทิชชู่ออกมาซับหยดน้ำตา สั่งน้ำมูกปาทิชชู่ลงในถังขยะใกล้ตัว “จูลี่” หญิงสาวหันมองริมฝีปากที่นานๆจะเปล่งเสียงเรียกชื่อของเธอ “ฉันโวยวายไม่ใช่เพราะฉันเป็ลูกของเมียน้อย ฉัน้าปกป้องสิทธิ์ของแม่ แม่ของฉันรู้จักกับพ่อก่อนที่จะแต่งงานกับแม่ใหญ่ แต่ชะตาชีวิตของพวกเขาเล่นตลก พ่อถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่มาจากตระกูลใหญ่โต ฝ่ายคุณตารู้เื่ไม่พอใจอย่างมาก จัดการส่งแม่ของฉันไปเรียนต่อที่อเมริกา ส่วนพ่ออนินท์ก็ตามไปเรียนต่อที่อเมริกาเหมือนกัน ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสี่ปีเต็มๆ ในขณะนั้นแม่ทั้งสวยทั้งเก่ง พ่อกลัวแม่แต่งงานกับชายที่มารุมตามจีบแม่ พ่อขอให้แม่แต่งงานที่นั่นและมีลูก เ้าเด็กคนนั้นก็คือฉัน”
“เธอไม่กลัวดวงชะตาของพวกเราจะดำเนินตามรอยประวัติศาสตร์เหมือนพ่อกับเเม่เหรอ” จูลี่เบะปากเหมือนเด็กน้อยวัยสี่ขวบ “ฮ่าๆๆๆ ฉันคือชีวา ไม่ใช่อนินท์ ฉันจะไม่ทำร้ายชีวิตของผู้หญิงคนไหนแน่นอน”
“ไม่รู้สิ ฉันนึกว่าเธอเกลียดพ่อของเธอมาก” จูลี่วางมือของเธอบนหน้าขาของชีวา เอนร่างพิงไหล่ของเขา “เกลียดที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของพ่อและสามีที่ดี” ชีวาทอดสายตามองตรงไปที่บริเวณว่างเปล่าตรงหน้าของเขา “แต่ฉันไม่คิดที่จะทำร้ายเขา เพราะ...” ชีวานิ่งเงียบไปเมื่อฉุกคิดได้ “ตอนนี้เธอคิดถึงแม่ของเธอใช่ไหม เธอไม่น่าตัดสินใจออกมาจากบ้าน” จูลี่สวนคำถามกลับทำให้ชีวาพยักหน้ายอมรับ “ใช่ แต่เราเเลกเปลี่ยนกัน การตัดสินใจของฉันคือ พ่อควรหย่ากับแม่ใหญ่ และฉันขอให้พ่อคืนความสุขให้แม่”
“เห็นแก่ตัวจริงๆ พ่อและเเม่ของเธอเป็คนที่เห็นแก่ตัวมากๆ” จูลี่เอ่ยออกมาทำให้สีหน้าของชีวาดูแย่อย่างมาก “แม่ของฉันเห็นแก่ตัวยังงัย” จูลี่ป้อนหมากฝรั่งใส่ปากของชีวา “เธอลองคิดดู ความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งงานแล้วจู่ๆ สามีของเธอเดินทางไปอยู่กับคนรักเก่าที่อเมริกา มีลูกน้อยด้วยกัน มันไม่ยุติธรรมเลยนะ ชีวา” ชีวาใช้ปลายนิ้วทั้งสองดีดหน้าผากของจูลี่ “ฮ่าๆๆๆ คราวนี้ลองนึกดูว่า ถ้าเป็พวกเรา เราจะทำอย่างไร” ชีวาวกคำถามกลับไปหาจูลี่ “ฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ถ้ามีลูกด้วยกัน เราทิ้งลูกไม่ได้ จริงไหม” ชีวาอึ้งไปชั่วขณะ
ร่างสูงลุกขึ้นเมื่อชื่อของเขาถูกประกาศตามตัว “เขาเรียกชื่อของฉันแล้ว” จูลี่ลุกขึ้นตาม “จำไว้นะ ถ้าเธออยู่กับเขาไม่ได้ หรือ เขาทำร้ายเธอ เธอกลับมาหาฉัน” ชีวากุมมือของจูลี่ก้มจูบลงบนฝ่ามืออย่างทะนุถนอมและอ่อนโยน จูลี่ย้อนถาม “แล้วถ้าเธอเจอคนใหม่ ฉันคง...” ชีวาสบตามองดวงตากลมโต “ฉันมั่นใจว่าเราจะต้องได้พบกันแน่นอน” ร่างงามถูกดึงเข้ามากอดแน่น ริมฝีปากของอีธานประกบลง การจูบครั้งนี้จะเป็จูบลาครั้งสุดท้าย หรือ ทั้งคู่ฝังไว้ในความทรงจำของกันและกันที่ไม่มีวันลืม