เอ่อ...อุตส่าห์ตัดสินใจมาั้แ่เมื่อวานว่าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ยังไม่ทันลงมือทำเขาดันเจออุปสรรคเข้าเสียแล้ว
ซึงฮยอนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงได้แต่ยืนละล้าละลังอยู่หน้าบานประตูปิดสนิทบนชั้นห้าดูเหมือนว่าเซ็นเซอร์รักษาความปลอดภัยบนประตูจะทำงานต่อเมื่อแตะบัตรประจำตัวพนักงานแต่ปัญหาคือเขายังไม่ได้รับบัตรที่ว่านั่นเลย
เป็เื่แล้วไหมล่ะเหลืออีกแค่ห้านาที ใกล้จะถึงเวลาเข้างานตอนเก้าโมงแล้ว
“ก็นั่นแหละบอกแล้วไงว่าอย่างน้อยให้ส่งคนระดับผู้ช่วยนี่เล่นเอาพนักงานฝึกหัดแบบไหนมาก็ไม่รู้ สงสัยสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วละมั้งจริงๆเลย”
ซึงฮยอนถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำว่า“พนักงานฝึกหัด” ทันทีที่ออกจากลิฟต์ ชายหนุ่มที่ดูหงุดหงิดคนนั้นก็เหลือบตามองซึงฮยอนพร้อมกับขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง
คงสงสัยที่เห็นบุคคลภายนอกมายืนเงอะๆงะๆอยู่หน้าประตูั้แ่ไก่โห่ละมั้ง
ว้าว! หล่อจัง
ทำเอาซึงฮยอนตกอยู่ในภวังค์เมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาครั้นได้สติเขาก็ถอยออกมาเงียบๆผู้ชายหุ่นนายแบบจึงแตะบัตรประจำตัวพนักงานที่ประตูดัง “ติ๊ด!” ก่อนก้าวเข้าไปด้านในด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดเสมือนมีพายุพัดโหมรอบตัวอยู่ตลอด
ซึงฮยอนฉวยโอกาสนี้เดินตามหลังอีกฝ่ายเห็นป้ายชื่อแผนกห้อยต่องแต่งลงมาจากเพดานเ้าตัวจึงเริ่มกวาดตามองหาทีมวางแผนหนึ่ง ตรงนี้คือทีมวางแผนผลิตโมเดลส่วนด้านข้างเป็ทีมวางแผนสาม
อืม...จียอนคงยังไม่มาสินะแต่ถ้าเดินไปทางนั้นเรื่อยๆก็น่าจะเจอ
ซึงฮยอนเร่งฝีเท้าแต่น่าแปลกที่ขายิ่งขยับเข้าใกล้เสียงคุยโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่ดูโกรธเป็ฟืนเป็ไฟก่อนหน้านี้ขนบริเวณต้นคอของเขาเริ่มลุกชันด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง
“ช่วยเพิ่มคนที่ทำงานเป็มาด่วนเลยนะจะเป็รุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันหรือเลือกจากประสบการณ์มาก็ได้ไม่เกี่ยงนี่เขาไม่รู้หรือไงว่าทีมเรามีหน้าที่ดูแลผู้โฆษณาสร้างกำไรทั้งหมดเอาไว้ถึงได้ทำแบบนี้”
ซึงฮยอนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังคนที่ขว้างโทรศัพท์ไปบนโต๊ะอย่างหงุดหงิดและยิ่งหดหู่มากขึ้นอีกเมื่อทอดสายตามองแล้วดันจ๊ะเอ๋กับชื่อแผนกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของชายคนนั้น
ทีมวางแผนหนึ่ง
ทันใดนั้นเ้าตัวก็นึกถึงคำพูดที่จียอนเคยพล่ามไว้เมื่อวานได้ทีละนิดหัวหน้าส่วนคนนั้นตัวสูง หล่อเหลา แต่น่ากลัวชนิดที่ไม่มีใครอยากเสวนาด้วย...
เมื่อชายหนุ่มที่กำลังเปิดคอมพิวเตอร์เห็นซึงฮยอนยืนใจลอยอยู่หน้าฉากกั้นสำนักงานของตนเองเขาจึงเลิกคิ้วขึ้นอีกครั้งราวกับถามว่ามีอะไร
“เอ่อ...สวัสดีครับ ผมอูซึงฮยอน พนักงานฝึกหัดของทีมวางแผนหนึ่งครับ”
ตอนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าประตูเมื่อกี้เ้าคนไร้ประโยชน์นี่คงได้ยินชัดแล้วว่าเขาไม่้าพนักงานฝึกหัดฝีมือกระจอกอีกฝ่ายถึงแสดงสีหน้าบูดบึ้งสุดๆกับคำพูดที่โดนต่อว่าเป็“พนักงานฝึกหัดฝีมือกระจอกนั่น”ชายหนุ่มถอนหายใจพลางยกมือลูบใบหน้าคล้ายกำลังครุ่นคิดว่าควรทำอะไรต่อ
“พวกเราคือทีมวางแผนหนึ่งแบ่งเป็ส่วนวางแผนสื่อโฆษณา ส่วนผลิตสื่อโฆษณา และส่วนส่งเสริมการตลาดคุณซึงฮยอนจะมาเป็พนักงานฝึกหัดในส่วนวางแผนสื่อโฆษณาที่ผมเป็หัวหน้าวันนี้ส่วนผลิตสื่อโฆษณาลาพักผ่อนประจำเดือนกันหมดสมาชิกคนอื่นๆในทีมไปประชุมกับผู้โฆษณา ไว้ค่อยทักทายทีหลังแล้วกัน”
“อ๋อครับ...”
“ส่วนคอมพิวเตอร์ทีมซ่อมบำรุงจะลงมาติดตั้งให้ใน่สาย...นั่งรอตรงนี้ก่อนเลย”
ที่นั่งด้านข้างว่างเปล่ายะ...ยะ...อย่าบอกนะว่าหมายถึงที่นั่งข้างๆโต๊ะของหัวหน้า
ตอนนั่งในห้องปฏิบัติการสมัยปริญญาโทคนที่มีประสบการณ์น้อยสุดมักจะได้นั่งใกล้ประตูที่มีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวชวนเสียสมาธิเมื่อเห็นซึงฮยอนแสดงอาการลังเลเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงบอกให้รีบนั่งลงไปก่อนเพราะผู้ช่วยที่เป็เ้าของเดิมของโต๊ะลาออกไปแล้ว มีแต่ตรงนี้ที่ว่างซึ่งพอพูดเื่ที่ผู้ช่วยลาออกจบแล้ว หัวหน้าสุดหล่อตรงหน้ากลับถอนหายใจอีกระลอก
“แล้วก็...คุณอูซึงฮยอนเข้างานกี่โมงนะ”
“ได้ยินว่า...เก้าโมงครับ”
“เข้างานเก้าโมงหมายถึงเริ่มทำงานทันทีั้แ่เก้าโมง ไม่ใช่เปิดคอมพิวเตอร์ตอนเก้าโมงสาเหตุที่ผมมาถึงที่นี่ ในเวลานี้ เพราะเพิ่งเสร็จจากงานกองถ่ายโฆษณาถ้าอยากเตรียมตัวรอเริ่มงานทันทีตอนเก้าโมงอย่างน้อยก็ต้องมาถึงออฟฟิศตอนแปดโมงครึ่งไม่ใช่เหรอ”
“อ๋อใช่...ขอโทษครับ”
“ตอบให้เร็วเสียงดัง และชัดเจนด้วย”
“ฮะ...อ๋อ...ครับ!”
หากเพิ่งกลับมาจากกองถ่ายในเวลานี้จริงอีกฝ่ายก็ควรมีสภาพอดนอนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงได้...ดูสบายๆชิลล์ๆขนาดนั้นล่ะ
ซึงฮยอนทิ้งตัวนั่งพร้อมกับครุ่นคิดสิ่งที่จียอนพูดเมื่อวานนี้อีกครั้งเมื่อแอบชำเลืองมองแวบหนึ่งก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังจดจ่อกับการดูคลิปวิดีโอบางอย่างเขาเลยเอาแต่นั่งเหม่ออยู่เฉยๆ ไม่ได้ถามชื่อของหัวหน้าระเบียบจัดตรงหน้าเลย