“ท่านคือ...?”
นพเก้าหรี่ตามองชายชราลึกลับในชุดผ้าไหมสีขาวตรงหน้าลึกๆ แล้วเขารู้สึกคุ้นเคยกับออร่าของอีกฝ่ายอยู่บ้าง
“ลูกเก้า! ระวังคำพูดอย่าเสียมารยาท!”
อัครเดชรีบเอ่ยปรามลูกชายด้วยความร้อนรนชายชราผู้นี้คือ ‘บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยว’ตัวตนระดับตำนานที่ไม่ใช่ใครจะมาตีเสมอพูดคุยด้วยได้ง่ายๆ!
“โอหังนัก!ตระกูลของพวกเ้าอบรมสั่งสอนลูกหลานกันอย่างไรถึงได้ปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนกล้าตีฝีปากยืนค้ำหัวไร้ความเคารพต่อหน้าท่านผู้าุโเช่นนี้! คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!!”
ผู้ติดตามวัยกลางคนนามว่า ‘ซู่ไป๋’ ตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล! สำหรับเขาแล้วตระกูลอสุราทองคำก็เป็แค่ตระกูลชั้นล่างในสายตาของสำนักใหญ่การที่ไอ้เด็กนี่กล้าเสียมารยาท มันช่างหยามเกียรติกันเกินไป! ดูเหมือนว่า‘สำนักจันทร์เสี้ยว’ ของพวกเขาจะเก็บตัวเงียบอยู่บนยอดเขานานเกินไปจนพวกมนุษย์เบื้องล่างพากันลืมเลือนความรุ่งโรจน์และความน่าเกรงขามในอดีตไปหมดสิ้นแล้ว!
ฟรึ่บ!!
สิ้นคำตวาดคลื่นพลังอำนาจที่มองไม่เห็นผสมผสานกับจิตสังหารอันดุดันก็ะเิแผ่ซ่านออกจากร่างของซู่ไป๋กดทับลงมากระแทกฝูงชนโดยมีเขาเป็จุดศูนย์กลาง! แรงกดดันมหาศาลบดขยี้จนสมาชิกตระกูลอสุราทองคำแทบทุกคน(ยกเว้นบรรดาผู้าุโระดับสูง) แข้งขาอ่อนแรงทรุดตัวลงคุกเข่ากระอักเืกับพื้น!
“ร... ราชันยุทธ์!!”
หวงไค่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!แค่ขี้ข้าผู้ติดตามยังบรรลุถึงขอบเขตราชันยุทธ์! แล้วชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเล่าจะแข็งแกร่งระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินขนาดไหน!?
หวงไท่ผู้เป็เสาหลักค้ำยันตระกูลไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเขากับบรรดาผู้าุโเพียงแค่ขมวดคิ้วแน่น พร้อมใจกันเร่งโคจรพลัง‘ครึ่งก้าวราชันยุทธ์’ ขึ้นมาต้านทานและหักล้างแรงกดดันนั้นอย่างสุดกำลังในใจของหวงไท่คุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะ!ไอ้พวกสำนักใหญ่พวกนี้มันอหังการและใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกกันเกินไปแล้ว!บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตบ้านคนอื่นแล้วยังมาแผลงฤทธิ์กำแหงไม่ไว้หน้าเ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย ต่อให้เป็คนจากขุมกำลังลึกลับการกระทำหยามเกียรติเช่นนี้ก็ไม่อาจยอมรับได้!
“ท่านผู้าุโ...โปรดระงับโทสะและอภัยให้แก่ความโง่เขลาของบุตรชายข้าด้วยเถิด!ปกติเด็กคนนี้เอาแต่เก็บตัวหมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะพลังอย่างสันโดษไม่ค่อยได้ออกไปพบปะผู้คน จึงไม่รู้ธรรมเนียมกิริยาที่สมควร... ข้าในฐานะบิดาจะนำตัวเขาไปลงโทษเฆี่ยนตีตามกฎระเบียบของตระกูลให้หลาบจำเองขอรับ!”
อัครเดชเอ่ยปากขอร้องด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเขากัดฟันล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบเอา ‘กล่องไม้หอม’ ใบหนึ่งออกมาทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก...คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ก็แผ่ซ่านกระจายกลิ่นหอมหวนไปทั่วบริเวณกลิ่นนั้นมีสรรพคุณวิเศษช่วยทะลวงจุดชีพจรที่ติดขัดในร่างกายของผู้ที่ได้สูดดมให้ปลอดโปร่งในพริบตา!
ความจริงแล้ว อัครเดชตั้งใจจะเก็บ ‘โอสถมหานที’ เม็ดนี้ไว้ใช้เอง ใน่ที่เขากำลังจะฝ่าด่านคอขวดจาก‘ขอบเขตผู้พิทักษ์ขั้นสมบูรณ์’ ขึ้นสู่ ‘ขอบเขตราชันยุทธ์’ ในอีกครึ่งปีข้างหน้า!แม้ในใจจะเ็ปเสียดายแทบกระอักเื แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น!หากไม่ใช้โอสถล้ำค่าระดับ 6 ขั้นสมบูรณ์แบบนี้มาเซ่นไหว้อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางใจกว้างยอมปล่อยผ่านเื่นี้ไปง่ายๆ แน่!
เมื่อหวงไค่เห็นของกำนัลล้ำค่ามุมปากของเขาก็ลอบกระตุก ั์ตาแดงก่ำไปด้วยความริษยาและเสียดาย! (ไอ้ผู้นำตระกูลหน้าโง่!!การตัดสินใจของเ้าช่างไร้สมองสิ้นดี! หากเอายาวิศษเม็ดนั้นมาให้ข้าข้าย่อมสามารถใช้มันทะลวงคอขวดก้าวขึ้นสู่ราชันยุทธ์ที่ข้าติดแหง็กมาเป็สิบปีได้สำเร็จ! เอาของล้ำค่าขนาดนั้นไปประเคนให้คนนอก เพียงเพื่อแลกกับชีวิตของไอ้เด็กสวะคนเดียวนี่นะ...มันคุ้มกันตรงไหนวะ!)
“หึ!เห็นแก่ที่มันเป็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง...ข้าจะยอมหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยเื่นี้ไปก็แล้วกัน!”
ซู่ไป๋แค่นเสียงหัวเราะเ็าอย่างได้ใจเขาตวัดมือใช้พลังจิตดึงกล่องไม้หอมให้ลอยมาตกอยู่ในฝ่ามืออย่างหน้าไม่อาย (การติดตามท่านผู้าุโใหญ่ลงเขามาคราวนี้ช่างคุ้มค่าและไม่เสียเที่ยวจริงๆ!)
“เอาล่ะไอ้หนู!ทีนี้ก็จงรีบเอ่ยคำอธิบายเื่ปรากฏการณ์เมื่อครู่นี้ให้พวกเราฟังได้แล้ว!เมื่อกี้ข้าเห็นแก่ความอ่อนหัดของเ้า ถึงได้ยอมละเว้นไม่ถือสาหาความ...แต่ถ้าคราวนี้เ้ายังกล้าอึกอักเล่นลิ้นอีกล่ะก็...เ้าคงไม่อยากจินตนาการถึงจุดจบของตัวเองหรอกนะ!”
เมื่อเห็นว่าบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามซู่ไป๋ก็ยิ่งเหิมเกริมได้ใจ เขามองว่าพวกตระกูลโบราณบนพื้นราบพวกนี้ ก็เป็ได้แค่หมาหงอยที่รอคอยการถูกเหยียบย่ำเท่านั้น!
“ฮ่าๆๆๆ...อธิบายให้ปู่มึงฟังสิวะ!!”
สิ้นประโยคท้าทายนพเก้ายกมือขวาขึ้นมาตั้งท่ากรงเล็บ! ทันใดนั้น พลังปราณ ‘ธาตุทอง’อันแหลมคมก็ปะทุขึ้น ควบแน่นสร้างแรงดูดมหาศาลราวกับหลุมดำ!
สำหรับนพเก้า... เขารู้สึกว่าตัวเองอุตส่าห์ให้เกียรติและอดทนกับไอ้สวะพวกนี้มากพอแล้ว!แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่รู้จักคำว่า ‘พอดี’ และรนหาที่ตายเอง! หากเป็ในอดีตชาติใครหน้าไหนที่กล้ามายืนสบตาเหยียดหยามเขาแบบนี้... เขาจะจับมันสับเป็หมื่นๆชิ้นทันทีโดยไม่ลังเล! เขาี้เีต่อปากต่อคำให้เสียเวลาจึงตัดสินใจลงมือปิดบัญชีในฉับพลัน!
ฟรึ่บ!!
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าของซู่ไป๋พร่ามัววูบวาบ!ชั่วพริบตาเดียว... ร่างของนพเก้าก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวราวกับภูตผี!กรงเล็บทรงพลังตะปบหมับเข้าที่กลางกระหม่อมของซู่ไป๋อย่างจัง!
ซู่ไป๋เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก!เขาพยายามจะะเิพลังราชันยุทธ์เพื่อดีดตัวหนีแต่กลับพบว่ากระแสปราณในร่างมันแข็งทื่อและติดขัดราวกับถูกฉีดซีเมนต์อุดตันเส้นเื!
รูปแบบที่ 8 ของวิชาระดับ์ขั้นสูง: “อสุรากลืน์”!!
นี่คือสุดยอดเคล็ดวิชาสืบทอดลับ ที่สงวนไว้มอบให้เฉพาะผู้ที่ก้าวขึ้นเป็‘ผู้นำตระกูล’ ในแต่ละรุ่นเท่านั้น!เมื่อใดก็ตามที่ศัตรูพลาดท่าถูกเคล็ดวิชานี้จับล็อก...ต่อให้เป็ผู้ฝึกตนในระดับขอบเขตเดียวกันก็จะถูกสะกดข่มจนสามารถรีดเร้นพลังออกมาใช้ได้เพียง ‘ครึ่งเดียว’!ในการต่อสู้ระดับความเป็ความตายการสูญเสียพลังไปแม้แต่เสี้ยวเดียวก็มากพอที่จะตัดสินชี้ขาดชัยชนะได้ในพริบตา!
แล้วประสาอะไรกับซู่ไป๋...ผู้ซึ่งมีระดับการบ่มเพาะต่ำต้อยกว่านพเก้า (ที่ตอนนี้มีรากฐานจักรพรรดิยุทธ์)ถึงสองขั้นใหญ่! ในวินาทีนี้... สภาพของยอดฝีมือราชันยุทธ์อย่างซู่ไป๋ ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกเจี๊ยบไร้ทางสู้ในกำมือของพญาอินทรี!
“อ... ไอ้เด็กเวร!!ปล่อยมือจากหัวข้าเดี๋ยวนี้!!”
ซู่ไป๋แหกปากร้องลั่นด้วยความอัปยศอดสูจนแทบจะกระอักเื!เขาไม่รู้เลยว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนตรงหน้ามันงัดกลอุบายชั่วร้ายอะไรมาใช้ลอบโจมตีทีเผลอถึงทำให้ยอดฝีมืออย่างเขาต้องตกอยู่ในสภาพสุนัขจนตรอกแบบนี้!
เมื่อเห็นเหตุการณ์พลิกผันบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวก็ไม่รอช้า ร่างของเขากะพริบวูบพุ่งทะยานอ้อมไปโผล่ที่ด้านหลังของนพเก้าทันที! ความเร็วระดับจักรพรรดินี้...รวดเร็วจนแม้แต่หวงไท่และอัครเดชก็ยังมองตามไม่ทัน!
ชายชรารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง!ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้า จะมีระดับพลังฝึกปรือเหยียบย่างเข้าสู่‘ขอบเขตราชันยุทธ์’ ั้แ่อายุยังน้อย! เมืองระดับกลางบ้านนอกแห่งนี้...กลับกลายเป็แหล่งซุกซ่อนพยัคฆ์หมอบัซ่อนตัวไปั้แ่เมื่อไหร่กัน!?
เพื่อไม่ให้เป็การทำร้ายเด็กชายชรายั้งมือ ออมพลังไว้ใช้เพียง ‘หนึ่งในสิบส่วน’ ของพลังขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์!เขาไม่ได้ตั้งใจจะลงมือสังหาร เพียงแค่้าแทรกแซงเพื่อยุติความวุ่นวายและบีบให้ ‘ท่านอาจารย์ลึกลับ’ ของไอ้เด็กปีศาจนี่เผยตัวออกมาเจรจากันให้รู้เื่!
“เ้าถือว่ามีพร์และฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว...แต่น่าเสียดาย... มันก็แค่นั้นแหละ!”
ขณะที่ฝ่ามือซ้ายของบรรพชนเฒ่ากำลังจะตบประทับลงบนไหล่ของนพเก้า...จู่ๆ เขากลับถูก 'พลังงานสะท้อนกลับ' อันรุนแรงมหาศาล กระแทกฝ่ามือจนกระเด็นออกไป!แรงสะท้อนนั้นรุนแรงเสียจนทำให้แขนซ้ายของชายชราสั่นสะท้านจนชาดิก!
“ป...เป็ไปได้อย่างไร!!”
ชายชราเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด!การปัดป้องเมื่อครู่นี้...มันมาจากการที่เด็กหนุ่มเพียงแค่ตวัดหลังมือซ้ายปัดทิ้งแบบส่งเดชไม่ได้แม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำ! ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์... จะมีพละกำลังแข็งแกร่งต้านทานพลังของจักรพรรดิยุทธ์อย่างเขาได้อย่างไร!?
ขณะที่ชายชรากำลังยืนสับสนงุนงงอยู่นั้นเอง...เขาก็ััได้ถึง ‘จิตสังหาร’ อันเยียบเย็นะเืที่พวยพุ่งทะลักออกมาจากภายในตำหนักที่พักของนพเก้า!
โฮกกกกก!!!
เสียงคำรามของอสูรร้ายดังกึกก้องกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทุกสารทิศ!ชั่วพริบตา... ปรากฏเงามายาของมหาอสูรสีเื แผ่สยายปกคลุมไปทั่วทั้งฟากฟ้า!
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวถึงกับตัวแข็งทื่อก้าวขาไม่ออก! ตลอดชีวิตที่ผ่านมา... เขาไม่เคยพานพบหรือัักับ ‘จิตสังหาร’ที่เข้มข้น วิปริต และทรงพลังอำนาจระดับนี้มาก่อนเลยในชีวิต!ความรู้สึกกดดันนี้... ราวกับว่ามีจอมมารจากขุมนรกโลกันตร์ได้จุติลงมาเหยียบย่ำโลกมนุษย์ด้วยตัวเอง!
“เป็แค่มดปลวกจักรพรรดิยุทธ์ชั้นปลายแถว...บังอาจริอ่านมารบกวนเวลาพักผ่อนของข้าเชียวรึ!!”
เมื่อม่านหมอกปราณสังหารค่อยๆจางลง... เผยให้เห็นร่างของ ‘ั์แดงเดือด’ สูงกว่าสองเมตรยืนกอดอกตระหง่านลอยอยู่กลางอากาศด้วยท่วงท่าหยิ่งผยองและโอหังขั้นสุด!
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ใครที่ไหน...แต่มันคือจิติญญานักรบโลหิตที่นพเก้าจงใจส่งออกมา ‘เล่นงิ้วจัดฉาก’ใน่จังหวะหน้าสิ่วหน้าขวาน! ทันทีที่เขาััได้ว่าไอ้แก่จันทร์เสี้ยวมีพลังระดับจักรพรรดิยุทธ์เขาจึงต้องงัดไพ่ใบนี้ออกมาข่มขวัญ!
ถึงแม้ว่าั์แดงเดือดในตอนนี้จะมีพลังฟื้นฟูเหลืออยู่ไม่ถึง ‘หนึ่งในสิบส่วน’ ของยุคทอง...แต่ในบรรดาบริวารนักรบโลหิตทั้งหมดที่เขามี... เ้านี่คือตัวตนที่กระหายเืและโเี้วิปริตที่สุด!จิตสังหารและรังสีอำมหิตที่สั่งสมมาจากการเข่นฆ่าล้างผลาญชีวิตของมัน...สามารถนำไปเทียบชั้นกับจอมยุทธ์มารระดับแนวหน้าของโลกได้อย่างสบายๆ!
ทุกคนที่ยืนอยู่ในรัศมีลานกว้างต่างรู้สึกหนาวเหน็บ แขนขาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้! ส่วน ‘ซู่ไป๋’ที่โชคร้ายที่สุดเพราะโดนกรงเล็บของนพเก้าล็อกค้างอยู่ใกล้รัศมีจิตสังหารมากที่สุด...บัดนี้ได้ช็อกตาตั้ง สลบเหมือดคาที่ไปเรียบร้อยแล้ว! สภาพของมันตอนนี้ตาเหลือกค้างน้ำลายฟูมปากฟอด ดูน่าสมเพชเวทนาจนหมดสภาพยอดฝีมือ!
“ท...ท่านผู้าุโโปรดระงับโทสะและละเว้นข้าน้อยด้วยเถิด!!ข้าน้อยเพียงแค่ผ่านมาแถวนี้ และแวะเข้ามาดูเพราะเห็นปรากฏการณ์ผิดปกติเท่านั้น...ห... หาได้มีเจตนาร้ายล่วงเกินท่านไม่!”
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวรีบประสานมือก้มหัวประหลกๆ เขาััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายและการคุกคามอย่างรุนแรงจากสายตาของอสูรสีเื!(บัดซบเอ๊ย!!คราวนี้ข้าดันแกว่งเท้าหาเสี้ยน ไปกระตุกหนวดเสือเฒ่าเข้าให้แล้วไง!)
“ถ้าไม่มีธุระกงการอะไรแล้ว...ก็ไสหัวปุยมึงไปให้พ้นหน้าข้าซะ!!”
ั์แดงเดือดตวาดไล่ตะเพิดอย่างรำคาญใจมันเองก็ไม่อยากจะยืนยืดเยื้อเสียเวลาเล่นงิ้วนานนัก! เพราะในตอนนี้มันฝืนแผดเผาพลังิญญาที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อสร้างแรงกดดันลวงตาจนพลังใกล้จะเหือดแห้งเต็มทีแล้ว! หากไม่ได้สูบกลืนิญญาสิ่งมีชีวิตเพื่อชดเชยมันคงต้องใช้เวลานอนจำศีลฟื้นฟูอีกยาวนาน! ขืนมัวแต่ยืนพล่ามต่อให้มากความ...อีกฝ่ายอาจจะจับพิรุธและมองทะลุภาพลวงตานี้ได้!
และถ้าความแตกขึ้นมา...สุดท้ายนายท่านของมันก็คงต้องเป็คนออกโรงลงมือเอง!ซึ่งมันไม่มีวันยอมให้เื่พรรค์นั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด! การปล่อยให้นายท่านผู้สูงส่งต้องมาเปื้อนมือลงแรงจัดการกับเศษสวะมดปลวกพวกนี้...มันถือเป็ความอัปยศและรอยด่างพร้อยในชีวิตการเป็ข้ารับใช้ของมัน!
“ข...ข้าน้อยขอตัวลาขอรับ!”
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขารีบหมุนตัวเตรียมจะเผ่นหนี... แต่ก็อดไม่ได้ที่จะปรายตาเหลียวมองร่างของ‘ซู่ไป๋’ ที่ยังคงห้อยต่องแต่งอยู่ในมือนพเก้าด้วยความเสียดาย
“หึ! มองอะไร? หรือว่าเ้าอยากจะได้ตัวไอ้ขยะสวะนี่คืนงั้นรึ?... อ้อ!จริงสิ! ในเมื่อลูกศิษย์รักของข้าเพิ่งจะบรรลุทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ได้สำเร็จหมาดๆ... ในฐานะที่เ้าเป็'ผู้าุโ' หน้าไม่อายที่บุกรุกเข้ามาในบ้านคนอื่น...เ้าจะไม่คิดควัก 'ของขวัญรับขวัญ' เล็กๆน้อยๆ ออกมาแสดงความยินดีกับหลานมันหน่อยหรือไงวะ!?”
ั์แดงเดือดยิ้มแสยะปล้นกันหน้าด้านๆ! ในตอนนี้มันยังลงมือเชือดใครไม่ได้มันจึงต้องขอขูดรีดเอาทรัพย์สินไปพลางๆ ก่อน!รอให้มันฟื้นฟูพลังจนสมบูรณ์เมื่อไหร่ค่อยตามไปเชือดล้างบางพวกมันทีหลังก็ยังไม่สาย!
ในบรรดาจิติญญานักรบโลหิตทั้งหมด...ั์แดงเดือดคือตัวตนที่ 'เ้าคิดเ้าแค้นและอาฆาตพยาบาทที่สุด!' ต่อให้เป็เื่ขัดใจเล็กน้อยเท่าขี้เล็บ มันก็สามารถจดบัญชีแค้นฝังหุ่นรอวันเอาคืนเป็สิบเท่า! นี่แหละคือเหตุผลหลักที่ทำให้นพเก้าไม่ค่อยอยากจะอัญเชิญมันออกมาใช้งานนัก...เพราะไอ้หมอนี่มันชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนสร้างศัตรูเพิ่มให้เขาจนตามเช็ดตามล้างไม่หวาดไม่ไหว!แต่ในสถานการณ์ที่มันเป็อสูริญญาตนเดียวที่ถูกปลุกขึ้นมา...เขาก็ไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก!
(ไอ้ปีศาจเวรตะไล!!ไอ้หน้าเื!!)
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวลอบด่ากราดสวดมนต์แช่งชักหักกระดูกอยู่ในใจ!แต่ภายนอกทำได้เพียงกัดฟันกรอด ยอมล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อเพื่อปลด ‘แหวนมิติ’ ประจำตัวออกมาอย่างจำยอม!
เขารู้สึกเหมือนถูกมีดคว้านหัวใจจนแทบจะกระอักเื!ทรัพย์สินสมบัติล้ำค่าทั้งหมดในแหวนวงนี้... เขาใช้เวลาเก็บหอมรอมริบสั่งสมมาอย่างยากลำบากนานนับร้อยปี!! แล้วจู่ๆจะต้องมายอมยกประเคนให้ไอ้เด็กเปรตนี่ฟรีๆ งั้นรึ!?
ขณะที่เขากำลังชั่งใจและร่ายมนตร์เพื่อจะดึงเอาสมบัติ'บางส่วน' ออกมาแลกเปลี่ยน...
ขวับ!!
นพเก้าตวัดแขนโยนร่างหมดสติของซู่ไป๋กระเด็นลอยไปทางชายชรา! พร้อมกับอาศัยจังหวะชุลมุนนั้น...พุ่งตัวเข้าไป 'ฉก' แหวนมิติวงนั้นหลุดร่อนออกจากมือของอีกฝ่ายมาดื้อๆ!!
ชายชรายังไม่ทันได้อ้าปากท้วงนพเก้าก็ชิงประสานมือ ก้มหัวโค้งคำนับอย่างสวยงามพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาตาเฒ่าแทบจะกระอักเืตายคาที่!
“กราบขอบพระคุณท่านผู้าุโสำหรับของขวัญอันล้ำค่าขอรับ!ท่านช่างมีเมตตาและใจกว้างดั่งมหาสมุทรจริงๆ!ข้าขอสัญญาว่าจะนำทรัพยากรทั้งหมดในแหวนวงนี้ ไปใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อแรงงานของท่านเลยขอรับ!!” นพเก้าฉีกยิ้มกว้างอากัปกิริยาเต็มเปี่ยมไปด้วยความนอบน้อมถ่อมตนขั้นสุด!
อั่ก!!
คราวนี้บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวทนรับความอัปยศไม่ไหวอีกต่อไป!เขาเบิกตากว้าง กระอักเืคำโตพ่นพรวดออกมาเต็มปาก!ขณะที่สองแขนก็ต้องง่วนรับร่างของซู่ไป๋ที่ลอยละลิ่วมาตกกระแทกใส่!
(หน้าด้าน! ไร้ยางอาย!ช่างเป็ศิษย์อาจารย์ที่สารเลวและไร้ยางอายที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมาในชีวิต!!)
เมื่อเห็นภาพฉากตลกร้ายตรงหน้าหวงไท่ถึงกับลอบยกนิ้วโป้งกดไลก์ให้กับความกะล่อนของหลานชายรัวๆ!
“น... นี่เ้า!!”
ชายชราโกรธจนหน้าดำหน้าแดงนิ้วมือสั่นระริกชี้หน้าเด็กหนุ่ม เขาอ้าปากเตรียมจะโวยวายทวงคืนว่า 'นั่นมันแหวนสมบัติของกูทั้งวงนะโว้ย!ไม่ได้อนุญาตให้มึงเหมาเอาไปหมด!!'
“ในเมื่อหมดธุระกงการแล้ว...ก็รีบไสหัวกลับหลุมของพวกแกไปซะ!!”
ยังไม่ทันที่ชายชราจะได้ประท้วง เงาภาพลวงตาของั์แดงเดือดก็ตวาดขัดขึ้นก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆ พร่าเลือนและจางหายไปในอากาศ!(ที่จริงคือพลังมันหมดก๊อกแล้ว ต้องรีบชิ่งหนีกลับไปชาร์จแบตด่วน!)
เมื่อเจอคำขู่สำทับส่งท้ายชายชราก็ใบ้แดก ไม่อาจปริปากเอื้อนเอ่ยสิ่งใดได้อีก! เขาทำได้เพียงกลืนเืข้นๆลงคอ อุ้มร่างของลูกน้อง ก่อนจะทะยานร่างเหินฟ้าบินหนีเตลิดเปิดเปิงกลับสำนักไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!ไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังกลับมามอง!
“โอ๊ะโอ!แล้วพวกท่านล่ะ... ยังมีธุระอะไรจะคุยกับข้าอีกหรือไม่?”
นพเก้าหันขวับไปฉีกยิ้มหวาน สบตาปิ๊งๆกับ ‘ป๋อชิงไหล’ ผู้อำนวยการสถาบันร่างอ้วนฉุ ที่ยืนตัวลีบอยู่ไม่ไกล
“ฮ... ฮ่าๆๆ... ค...คือว่านะคุณชาย...”
เมื่อปะทะเข้ากับสายตาแพรวพราวของนพเก้าป๋อชิงไหลก็สะดุ้งโหยง สันหลังวาบเย็นเฉียบไปถึงตูด! (ฉิบหายแล้ว! หรือว่าไอ้เด็กปีศาจนี่...มันคิดจะไถตังค์ ปล้นชิงทรัพย์สินของข้าไปด้วยอีกคน!?)
“พ...พวกเราแค่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์วิปริตนี่มันเกิดใกล้กับเขตสถาบันของเราพอดีน่ะ... ในเมื่อเคลียร์กันจบไม่มีปัญหาอะไรแล้ว... ง... งั้นพวกเราก็ขอตัวกลับก่อนละกันนะ! อ้อ!ท่านผู้นำอัครเดช! ท่านผู้าุโทุกท่าน! วันหลังข้าจะส่งคนนำ ‘ของกำนัล’มามอบให้เพื่อเป็การปลอบขวัญทีหลังนะขอรับ! ไปล่ะ!!”
หลังเอ่ยทักทายตามมารยาทแบบแกนๆและรีบแจกเช็คเปล่าเพื่อเอาตัวรอด ป๋อชิงไหลก็รีบเผ่นแน่บตามหลัง ‘เจี่ยไป๋เจิน’ไปติดๆ!
เจี่ยไป๋เจินเองก็ไม่ได้สนใจไยดีอะไรนางรีบก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็วนางต้องรีบรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้วส่งข่าวสาส์นด่วนกลับไปยังศูนย์บัญชาการที่เมืองหลวง! หากเป็ไปได้...นางอยากจะให้องค์กรต้นสังกัดของนาง รีบส่งคนมาทาบทามและสานสัมพันธ์อันดี กับ 'รุ่นเยาว์อัจฉริยะปีศาจ' คนนี้ให้เร็วที่สุด!
เมื่อบุคคลภายนอกและแขกไม่ได้รับเชิญจากไปจนหมดสิ้น...
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน...ทุกสายตาของคนในตระกูลหวง ล้วนพุ่งเป้าไปจับจ้องอยู่ที่ร่างของ ‘นพเก้า’เพียงจุดเดียว!
ในแววตาของสมาชิกแต่ละคนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายและซับซ้อน... ทั้งตื่นตะลึง, ริษยา, หวาดหวั่น,และความสับสนงุนงง... หลายคนแอบหยิกแขนตัวเองแรงๆเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขากำลังฝันไปหรือไม่!เพราะเหตุการณ์เหนือธรรมชาติและละครฉากใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้านี้...มันเหนือล้ำจินตนาการและสมจริงเกินกว่าจะเป็แค่ความฝัน!
“ลูกเก้า... ท...ท่านพี่... น... น้องเก้า...”
เมื่อสถานการณ์ตึงเครียดผ่านพ้นไปบรรดาคนในครอบครัวสายตรง ทั้งพ่อ แม่ น้องสาว และญาติสนิทก็เริ่มทยอยกรูกันเข้ามาล้อมหน้านพเก้า ยิงคำถามรัวเป็ปืนกลเพื่อเค้นหาความจริงว่ามันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่!
“ท่านพ่อ... เอ้านี่!ข้ายกให้ท่าน”
นพเก้าไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับโยน ‘แหวนมิติ’ ที่เพิ่งปล้นมาได้สดๆ ร้อนๆ ให้กับอัครเดชแทน!
เมื่ออัครเดชรับแหวนมาและแผ่ััปราณเข้าไปตรวจสอบสิ่งของภายใน...เขาก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนแทบสำลักอากาศ! ดวงตาเบิกกว้างแทบถลน!!
แม่เ้าโว้ย!! ภายในแหวนอัดแน่นไปด้วย 'โอสถวิเศษระดับ 6' มากกว่าสิบเม็ด!! นี่มันขุมทรัพย์มหาศาลชัดๆ! หากนำไปจัดสรรให้ดีตระกูลของเขาย่อมสามารถผลักดัน สร้างยอดฝีมือขอบเขต ‘ราชันยุทธ์’รุ่นใหม่ขึ้นมาประดับตระกูลได้อีกเป็โหล!
และที่ทำให้เขาช็อกจนแทบหยุดหายใจก็คือ...ในมุมลึกสุดของแหวน มีกล่องหยกบรรจุ 'โอสถระดับ 7: โอสถพลังศักดิ์สิทธิ์' นอนสงบนิ่งอยู่อีกหนึ่งเม็ด!!นี่คือสุดยอดไอเทมแรร์ ที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อยอดฝีมือระดับ ‘จักรพรรดิยุทธ์’ในการใช้ทะลวงคอขวดเพื่อฝ่าด่านอัสนีบาต!
“ล... ลูกเก้า!ของล้ำค่าทะลุฟ้าขนาดนี้... เ้าเก็บเอาไว้ใช้เองเถอะ! พ่อรับไว้ไม่ได้หรอก!” อัครเดชรีบยัดแหวนคืนให้ลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา
“โธ่! ท่านพ่อรับๆไปเถอะน่า ข้ายังมีของเล่นพวกนี้ตุนไว้อีกเพียบ!”
เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจและเกรงใจจนโอเวอร์ของผู้เป็พ่อนพเก้าก็แอบลอบหัวเราะขบขันอยู่ในใจ! ขุมทรัพย์ในแหวนของตาเฒ่าจันทร์เสี้ยวเนี่ยนะล้ำค่า? เทียบกับไอเทมในคลังแสงของเขาไม่ได้เลยสักนิด!เขามีแม้กระทั่ง 'โอสถระดับ 8' นอนแช่อยู่ในโกดัง!ด้วยอานุภาพของ ‘ระบบปั๊มทรัพยากรไร้ขีดจำกัด’...ต่อให้เอาโอสถพวกนี้มากินเล่นแทนขนม เขาก็ไม่มีวันขาดแคลนทรัพยากรไปตลอดชาติ!
บรรดาผู้าุโสายรองที่ยังรั้งรออยู่เมื่อได้ยินคำพูดโอ้อวดและเห็นของขวัญล้ำค่าที่นพเก้ายกให้พ่อ...พวกเขาก็ลอบกลืนน้ำลาย ตาร้อนผ่าวด้วยความริษยาตาร้อนจนแทบจะลุกเป็ไฟ!
ทำไม์ถึงลำเอียงนัก!ทำไมลูกหลานบ้านกูถึงไม่มีไอ้ตัวตึงแบบนี้มาเกิดบ้างวะ! บางคนถึงกับตั้งปณิธานในใจเลยว่า พอกลับไปถึงเรือนพักจะต้องจับไอ้ลูกชายตัวดีมาซ้อมทรมาน เคี่ยวกรำให้มันฝึกพลังอย่างหนัก!หากมันยังทำตัวเหลวไหลไม่ได้เื่อีกล่ะก็...พ่อจะจับมันเฆี่ยนตีให้ตายคาหวายเลยคอยดู!
“เอาล่ะ!ทุกคนเลิกมุงได้แล้ว! แยกย้ายกันกลับเข้าไปคุยธุระต่อข้างในตำหนัก!”
หวงไท่เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับออกคำสั่งประกาศิต...ห้ามสมาชิกทุกคนแพร่งพรายเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกไปให้คนนอกรับรู้เด็ดขาด!ใครฝ่าฝืนมีโทษตายสถานเดียว! จากนั้น ชายชราก็เดินนำ อัครเดช หวงเม่ย นพเก้า และหวงชิงจู้เข้าไปยังห้องประชุมลับภายในตำหนักหลักของผู้าุโสูงสุด
การประชุมลับภายในครอบครัวกินเวลายืดเยื้อยาวนานไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน!
กว่าการซักไซ้ไล่เลียงจะสิ้นสุดลงนพเก้าต้องงัดทักษะด้นสด แต่งนิทานโกหกคำโตขึ้นมาหลอกครอบครัวเป็ฉากๆ!
เขาอ้างหน้าตายว่า... เมื่อราวๆหนึ่งปีก่อน ระหว่างที่เขาแอบหนีเที่ยวไปล่าสัตว์ิญญาในป่ามรณะทางตอนใต้เขาบังเอิญไปเตะตา ‘ผู้าุโลึกลับ’ ท่านหนึ่งเข้า!อีกฝ่ายมองเห็นพร์อันเปล่งประกายในตัวเขา จึงเกิดความรู้สึกถูกชะตาและได้รับเขาเป็ 'ศิษย์สืบทอดสายตรง'อย่างลับๆ!
ส่วนสาเหตุที่อาจารย์ยอดมนุษย์ผู้นี้บุกฝ่าเข้ามาสร้างความโกลาหลในตระกูล... ก็เป็เพราะตัวเขาเองเพิ่งจะไป ‘ฉกชิง’สมบัติฟ้าดินที่เพิ่งจุติขึ้นที่สถาบันเวสสุวรรณมาหมาดๆ!อาจารย์ผู้แสนดีจึงต้องรีบตามมาช่วยคุ้มกันและกางอาณาเขตปกป้องเขาในขณะที่กำลังซึมซับพลังจากผลไม้วิเศษ! และด้วย‘ความอัจฉริยะล้นเหลือ’ ของตัวเขาเอง ผนวกกับพลังสมบัติ...ทำให้เขาสามารถทะลวงข้ามขั้น บรรลุเข้าสู่ 'ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์' ได้สำเร็จในรวดเดียว!
เื่โกหกที่แต่งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆแบบไร้ตรรกะและช่องโหว่เพียบนี้... กลับไม่มีใครในครอบครัวคิดจะตั้งข้อสงสัยหรือจับผิดเลยแม้แต่น้อย!
ก็แน่ล่ะสิ!ทุกคนเพิ่งจะได้ประจักษ์เห็น ‘ตัวเป็ๆ’และััได้ถึงกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวของ 'ท่านอาจารย์ปลอม' (ั์แดงเดือด)มากับตาตัวเองเมื่อวานนี้! แถมหลักฐานความเทพของนพเก้าก็ประจักษ์ชัดอยู่ทนโท่!หลังจบการประชุมลับ สมาชิกแกนนำทุกคนก็พร้อมใจกันเทคะแนนเสียงสนับสนุนให้นพเก้าขึ้นเป็ 'ผู้นำตระกูลรุ่นต่อไป'ทันทีอย่างเป็เอกฉันท์โดยไม่มีใครกล้าปริปากถามหาสาเหตุหรือข้อกังขาใดๆ อีก!
ต้องเข้าใจก่อนว่า...ตระกูลหวงอสุราทองคำแห่งนี้... ขาดแคลนยอดฝีมือระดับ ‘จักรพรรดิยุทธ์’ มาปกปักรักษาตระกูล นานกว่า ห้าร้อยปี แล้ว!นับั้แ่บรรพชนรุ่นก่อตั้งสิ้นชีพลงในสมรภูมิรบโลหิต!
แต่วันนี้... พวกเขาไม่เพียงแต่มี 'นพเก้า' ที่เป็อัจฉริยะก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์เท่านั้น...แต่ยังมี ‘ท่านอาจารย์ลึกลับ’ ผู้มีพลังอำนาจไร้ก้นบึ้ง คอยหนุนหลังและเป็เกราะคุ้มกันให้อีกชั้น!จากนี้ไป ตระกูลของพวกเขาก็เหมือนติดปีกพยัคฆ์! ไม่มีปัญหาใดๆอีกต่อไปที่จะผงาดขึ้นไปงัดข้อ แข่งขันชิงดีชิงเด่นกับ ‘ตระกูลอันดับหนึ่ง’ แห่งเมืองเวสสุวรรณ!
ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองด้วยความปรีดาและวางแผนเตรียมจะเล่นละคร ‘แกล้งเป็หมูกินเสือ’ เพื่อค่อยๆบดขยี้จัดการกับตระกูลคู่แข่งอันดับสองและสามอยู่นั้น...มีเพียงกลุ่มคนในตำหนักสายรองของ 'หวงไค่' เท่านั้น...ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความทุกข์ระทม!
“บัดซบเอ๊ยย!!ทำไม์ถึงตาบอด ไร้ความยุติธรรมเช่นนี้!! ข้าอุตส่าห์อดทนซุ่มวางแผนการมาอย่างแยบยลนานนับสิบปี!อีกเพียงแค่ก้าวเดียว... ก้าวเดียวเท่านั้น!!อำนาจทั้งหมดของตระกูลก็จะตกมาอยู่ในกำมือของข้าอยู่แล้วเชียว!!”
หวงไค่ทุบโต๊ะระบายอารมณ์สบถด่าทออย่างเกรี้ยวกราดภายในตำหนักพักส่วนตัวสมาชิกในครอบครัวสายรองทุกคนต่างนั่งก้มหน้างุดบรรยากาศอึมครึมราวกับมีเมฆฝนปกคลุม
“ท... ท่านพ่อ...แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะครับ? ในเมื่อบรรดาผู้าุโสายกลางที่เคยสนับสนุนเราพากันแปรพักตร์ย้ายฝั่งไปเลียแข้งเลียขามันกันหมดแล้ว... หรือ...หรือพวกเราสมควรจะก้มหัว ‘ยอมจำนน’ สวามิภักดิ์ต่อมันด้วยดีหรือไม่ขอรับ?”
เพียะ!!!
เสียงฝ่ามือกระทบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว!แรงตบมหาศาลส่งผลให้ฟันหน้าของลูกชายกระเด็นหลุดกระดอนออกจากปากไปถึงสองซี่!หวงจ้านกุมแก้มที่บวมเป่งด้วยความเ็ป ไม่กล้าปริปากร้องโอดครวญทำได้เพียงก้มหน้างุดรับผลกรรม
“แฮ่ก... แฮ่ก... ไอ้พวกลูกหลานไม่รักดี!วันๆ เอาแต่เสนอหน้าสร้างปัญหา! เลี้ยงเสียข้าวสุก!ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้เลย!!”
หวงไค่หอบหายใจแรงชี้หน้าด่ากราดลูกหลานด้วยความคลุ้มคลั่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา...เพื่อสร้างฐานเสียงและดึงดูดผู้สนับสนุน เขาต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติล้ำค่าและประจบประแจงสอพลอพวกตาแก่หัวหงอกเ่าั้ไปมหาศาล!แต่สุดท้าย... พอผลประโยชน์เปลี่ยนทิศ พวกมันก็รวมหัวกันหักหลังทิ้งเขาลงกลางทางอย่างไม่ไยดี!
เดิมทีเขาวางหมากมาอย่างดีตั้งใจจะยึดรวบอำนาจจากเครือข่ายของอัครเดชมาให้หมด แล้วค่อยๆ กัดกินกลืนอำนาจการบริหารตระกูลอย่างช้าๆ...แต่ตอนนี้ แผนการทุกอย่างพังพินาศไม่เป็ท่า!
“ท่านปู่...โปรดระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ... ข้าพอจะมี ‘แผนเด็ด’ อยู่ในใจ...”
จู่ๆ หวงอี้เฟย ที่พันผ้าพันแผลเดินกะเผลกๆก็ก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบกระซาบแผนการร้ายที่ข้างหูของผู้เป็ปู่
“หึหึ... ยอดเยี่ยมมาก!ดี! เ้าจงไปเตรียมการและลงมือได้เลย!”
เมื่อได้ยินแผนการอันแยบยลของหลานชายสุดที่รักสีหน้าของหวงไค่ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความตึงเครียดมลายหายไปสิ้น!
เขาทอดสายตามองดูหลานชายผู้เปี่ยมพร์ด้วยความภาคภูมิใจ...หลานชายคนนี้แหละที่จะสามารถเป็ที่พึ่งพาและทดแทนความไร้ประโยชน์ของไอ้ลูกชายโง่เง่าของเขาได้!หากไม่มีหวงอี้เฟยคอยเป็มันสมอง... ตระกูลสายรองของเขาคงถูกสายเืหลักกลืนกินและเหยียบย่ำจมดินภายในเวลาไม่เกินสิบปีแน่นอน!
ล่วงเลยเข้าสู่่พลบค่ำ...
หลังจากนพเก้าปลีกตัวกลับมาถึงห้องนอนเขาก็ทิ้งตัวลงเตียงและหลับสนิทเป็ตายไปจนถึงเช้าวันใหม่!สมองของเขาประมวลผลเื่ราววุ่นวายที่โหมกระหน่ำเข้ามาแบบนอนสต็อปนับั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการกลับชาติมาเกิดครั้งที่สอง เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นกระชั้นชิดและรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะรับมือไหว
เขาตัดสินใจปล่อยวางทุกอย่างชั่วคราว...และตั้งใจว่า จะค่อยมานั่งทบทวนวางแผนเส้นทางการฝึกปรือใหม่ในตอนเช้าอย่างมีสติ
เช้าวันอาทิตย์...
สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงานที่ตกเป็ทาสระบบทุนนิยมตามค่านิยม'วัฒนธรรม 896' (เข้างาน 8โมงเช้า เลิก 3 ทุ่ม ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์)... วันอาทิตย์คือวันหยุดสุดสัปดาห์เพียงวันเดียวที่พวกเขาอยากจะนอนเปื่อยเป็ผักตายซากอยู่บนเตียงไม่ก็พาครอบครัวออกไปเดินห้างเที่ยวสวนสนุก หรือถ้าเป็พวกชายโสดก็มักจะไปสิงสถิตปาร์ตี้เมาหัวราน้ำตามผับบาร์ยันรุ่งสางก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากับนรกวันจันทร์...
สิ่งเหล่านี้คือวัฏจักรชีวิตปกติของมนุษย์เงินเดือนในสังคมศตวรรษที่21
ทว่า... วันอาทิตย์นี้บรรยากาศของเมืองเวสสุวรรณกลับแตกต่างออกไปจากทุกวัน!ทั่วทั้งเมืองต่างสั่นะเืและคึกคักไปด้วย 'ข่าวลือสะท้านโลก' ที่แพร่สะพัดกระจายไปปากต่อปากอย่างรวดเร็วปานไฟลามทุ่ง!
ณร้านคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นแห่งหนึ่งใจกลางเมือง...
ชายวัยกลางคนในชุดสูทกำลังนั่งกางหนังสือพิมพ์อ่านข่าวหน้าหนึ่ง พลางจิบกาแฟดำยามเช้าก่อนจะหันไปสนทนากับเพื่อนร่วมโต๊ะ
“นี่... พวกนายได้ยินข่าวลือใหญ่ระดับชาติเื่นั้นรึยังวะ?เขาเม้าท์กันให้แซดเลยนะ... ว่า ‘คุณชายใหญ่’ วัยแค่ 18 ปีของตระกูลขุนนางเก่าแก่ในเมืองเราน่ะ... สามารถทะลวงขีดจำกัดบรรลุเข้าสู่ ‘ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์’ ในตำนานได้สำเร็จแล้วนะโว้ย!”
“แน่นอนสิวะ!ข่าวใหญ่ขนาดนั้นใครจะพลาด! แถมเื่นี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือโคมลอยด้วยนะ...ตอนขับรถกลับบ้านเมื่อวานเย็น ฉันยังเห็น ‘ปรากฏการณ์วิปริตฟ้าดิน’กับตาตัวเองเลย! ตอนที่มวลพลังมันปะทุขึ้นเหนือคฤหาสน์ตระกูลอสุราทองคำน่ะ...ท้องฟ้ามืดมิดกระจุยกระจายยังกับ์ถล่มลงมา! มีผู้คนเป็หมื่นๆ คนเห็นเหตุการณ์นี้พร้อมกัน...ต่อให้พวกตระกูลหวงจะพยายามยัดเงินปิดปากนักข่าว ปิดข่าวให้มิดยังไงก็ไม่มีทางปิดหูปิดตาประชาชนพ้นหรอกเว้ย!” ชายอีกคนรีบผสมโรงด้วยความตื่นเต้น
“แล้วพวกนายมีความเห็นว่ายังไงวะ?คิดว่าหลังจากนี้... จะเกิดานองเื การปะทะกันรุนแรงระหว่าง ‘ตระกูลยักษา์’ กับ ‘ตระกูลอสุราทองคำ’ เพื่อชิงความเป็ใหญ่ในเมืองนี้หรือเปล่า?” ชายคนที่สามตั้งข้อสังเกต
“เฮอะ!ไม่มีทางเป็ไปได้หรอกเว้ย!” ชายคนแรกโบกมือปฏิเสธอย่างมั่นใจ
“ต่อให้ไอ้เด็กนั่นมันจะเก่งกาจเป็อัจฉริยะปีศาจมาจากไหน...มันจะเอาปัญญาที่ไหนไปต่อกรกับขุมกำลังระดับพระกาฬอย่าง 'ตระกูลยักษา์'ได้วะ? ฉันจะบอกความลับวงในให้เอาบุญนะ...ว่ากันว่า ในตระกูลยักษา์น่ะ มีผู้าุโระดับ ‘จักรพรรดิยุทธ์’ ที่เปิดเผยตัวตนอยู่ดูแลตระกูลถึง แปดคน!! แถมยังมีข่าวลือลึกๆอีกว่า... ลึกลงไปในสุสานใต้ดินของตระกูล อาจจะยังมี 'บรรพชนรุ่นบุกเบิก'ที่รอดตายจากาเมื่อห้าร้อยปีก่อน...นอนหลับใหลจำศีลซ่อนตัวอยู่อีกด้วยซ้ำ!”
ซี้ดดดด!!
เมื่อได้ยินข้อมูลลับสุดสยองผู้ชายร่วมโต๊ะก็พร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าลึกจนเสียวฟัน ลอบกลืนน้ำลายและขนลุกซู่ไปตามๆกัน!
ลำพังแค่ยอดฝีมือระดับ‘จักรพรรดิยุทธ์’ โผล่มาเพียงคนเดียว...ก็มีพลังมหาศาลมากพอที่จะกวาดล้างลบเมืองทั้งเมืองให้หายไปจากแผนที่ได้ด้วยการพลิกฝ่ามือแล้ว!แต่นี่มีถึงแปดคน!! ไม่แปลกใจเลยที่ ‘ตระกูลยักษา์’จะสามารถผูกขาด ผงาดขึ้นเป็ 'ตระกูลอันดับหนึ่ง'และครองส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจของเมืองเวสสุวรรณไปได้เบ็ดเสร็จถึง 70%!ซ้ำยังยืนหยัดแผ่อิทธิพลครอบงำเมืองนี้มายาวนานกว่าสามทศวรรษอย่างไม่มีใครกล้าหือ!
1“พี่ชายรูปหล่อคะ... ขอน้องสาวร่วมวงนั่งฟังเื่เล่าสนุกๆ ด้วยคนได้ไหมเอ่ย~?”
ทันใดนั้น น้ำเสียงหวานใสไพเราะปานระฆังแก้วก็ดังแว่วขึ้นที่ข้างหู... พร้อมกับการเสิร์ฟจานชีสเค้กหน้าตาน่าทานลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล
ขวับ!!
ลูกค้าผู้ชายทุกโต๊ะในร้านหันขวับไปมองยังทิศทางของต้นเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน ราวกับถูกมนต์สะกด!
วินาทีที่ได้ยลโฉม... หัวใจของชายฉกรรจ์ทุกคนต่างเต้นระรัวผิดจังหวะเืกำเดาแทบพุ่ง!
ภาพเบื้องหน้าคือหญิงสาวพราวเสน่ห์ผู้ดวงตาคมกริบหยาดเยิ้มที่พร้อมจะละลายหัวใจชายหนุ่มเรือนผมสีดำขลับสลวยถูกมัดรวบหลวมๆ ปล่อยปอยผมคลอเคลียบ่าขาวเนียนรูปร่างสัดส่วนเว้าโค้งสมบูรณ์แบบสะท้านใจชาย โดยเฉพาะ ‘หน้าอกหน้าใจ’ อวบอิ่มและ‘บั้นท้ายดินะเิ’ที่ถูกรัดตึงเปรี๊ยะอยู่ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มพนักงานและผ้ากันเปื้อนสีเขียวสดใส...มันช่างเป็การจับคู่ที่เซ็กซี่ ดึงดูดและยั่วยวนอารมณ์ชายให้เตลิดเปิดเปิงจนแทบจะเป็บ้า!
เอื๊อก...
เสียงกลืนน้ำลายดังประสานเสียงกันทั่วทั้งร้าน!แม้กระทั่งลูกค้าผู้หญิงด้วยกันเองก็ยังไม่อาจละสายตาไปจากสรีระอันเพอร์เฟกต์ของนางได้!
นางคือ ‘พนักงานเสิร์ฟสาวคนใหม่’ ของร้านคาเฟ่แห่งนี้! เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้เพียงแค่ 'สามวัน' แต่อานุภาพความเย้ายวนของนางก็สามารถดึงดูดเรียกลูกค้าหนุ่มกลัดมันให้แห่มาต่อคิวอุดหนุนยาวเหยียดทะลักออกไปถึงนอกร้านทุกวัน!
สำหรับวัยรุ่นวัยใสอาจจะไม่ใช่สเปกหรือเทสต์ของนางนัก... แต่สำหรับผู้ใหญ่วัยกลัดมันแล้ว... นางคือ‘เทพธิดาสายมิลฟ์ (MILF)’ ที่สมบูรณ์แบบตรงสเปกทุกกระเบียดนิ้ว!เพียงแค่มองแผ่นหลังและบั้นท้ายยามที่นางเดินนวยนาดเสิร์ฟอาหาร...ก็สามารถจุดประกายจินตนาการอันลามกจกเปรต ให้เตลิดไปไกลทะลุจักรวาลได้แล้ว!
ชายวัยกลางคนที่กำลังเป็ผู้เล่าข่าวเมื่อครู่รู้สึกกระวนกระวาย ทำตัวไม่ถูก ทั้งตื่นเต้น ดีใจ และเขินอายที่สาวสวยระดับพริตตี้มาทอดสะพานให้!เขารีบตั้งหน้าตั้งตา สาธยายเล่ารายละเอียดเหตุการณ์มหัศจรรย์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตระกูลอสุราทองคำให้นางฟังอย่างออกรสออกชาติโดยไม่ตกหล่นรายละเอียดเลยแม้แต่นิดเดียว!หวังจะโชว์ภูมิปัญญาเรียกร้องคะแนนความสนใจ!
“หืม...รุ่นเยาว์อายุแค่ 18 ปี? แต่กลับก้าวล่วงถึงขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ได้งั้นรึ?น่าสนใจดีนี่...”
เมื่อนางได้รับฟังเื่ราวทั้งหมดจนจบั์ตาสวยเฉี่ยวของนางก็สาดประกายเย็นเยียบและลึกล้ำขึ้นมาวูบหนึ่ง...ดูเหมือนว่า การลงทุนเดินทางมาซ่อนตัวในเมืองเล็กๆ แห่งนี้...จะไม่สูญเปล่าเสียแล้วสิ!
เป๊าะ!
หญิงสาวยกมือขึ้นดีดนิ้วเสียงดังกังวาน!
ชั่วขณะนั้น...กาลเวลาภายในร้านคาเฟ่ราวกับถูกหยุดนิ่ง! ลูกค้าและพนักงานทุกคนหยุดส่งเสียงคุยหยุดทุกอิริยาบถ ร่างกายแข็งทื่อ ั์ตาเหม่อลอยไร้ความรู้สึกราวกับถูกเสกให้กลายเป็หุ่นกระบอกไม้โง่ๆ!
หลังจากที่ร่างอรชรของหญิงสาวปริศนาเดินนวยนาดส่ายสะโพกออกจากร้านและกลืนหายไปกับฝูงชน... เวทมนตร์สะกดจิตก็คลายลงทุกคนในร้านสะดุ้งเฮือก พลันได้สติกลับคืนมา!
“อ... เอ๊ะ!เมื่อกี้คุยกันถึงไหนแล้ววะ? แล้วนี่...ฉันมานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่เนี่ย?”
“เฮ้ย! เมื่อกี้ฉันจำได้ลางๆว่า... มีน้องสาวสุดสวยนมโตคนนึง เดินมาเสิร์ฟเค้กให้ฉันที่โต๊ะนี่นา!หายไปไหนแล้ววะ!?”
“เพ้อเจ้อละไอ้ทิด!มึงฝันเปียกกลางวันแสกๆ ป่าววะ!ร้านห่านี้มันมีแต่พนักงานเสิร์ฟผู้ชายหน้าปลาจวดทั้งนั้นแหละ!”
ผู้คนในร้านกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์แปลกประหลาดใดๆ เกิดขึ้น... ทุกคนในร้าน พลันลืมเลือน‘ตัวตน’ และความทรงจำเกี่ยวกับหญิงสาวปริศนาคนนั้น...ไปจนหมดสิ้นอย่างน่าอัศจรรย์!
ทว่า... ท่ามกลางฝูงคนที่ถูกลบความจำกลับมีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งคน!
เขาคือ นายตำรวจสืบสวนชายวัยกลางคน(นอกเครื่องแบบ) ที่นั่งดื่มกาแฟอยู่มุมสุดของร้าน!เขามีไอเทมเวทมนตร์คุ้มกันจิตใจ ทำให้รอดพ้นจากการถูกสะกดจิตมาได้อย่างหวุดหวิด!เขานั่งเหงื่อแตกพลั่ก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!ก่อนจะรีบกดโทรศัพท์เรียกขอกำลังเสริมด่วน และสะกดรอยลอบติดตามหญิงสาวลึกลับคนนั้นออกไปจากร้านอย่างเงียบเชียบ!
ณ ห้องฝึกซ้อมหลักส่วนตัว ของท่านผู้าุโสูงสุด 'หวงไท่'
“ั์แดงเดือด...เ้าจงแบ่งจิตนำพากองกำลัง 'นักรบโลหิต' สิบตนนี่... เดินทางมุ่งหน้าไปยัง 'ป่ามรณะทางตอนใต้'ซะ! แล้วปล่อยให้พวกมันล่าเหยื่อและเพิ่มจำนวนกองทัพให้ข้า!”
นพเก้ากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้องฝึกซ้อมเขาเพิ่งใช้มีดปราณกรีดข้อมือซ้าย ปล่อยให้เืสดๆ ไหลทะลักร่วงหล่นลงสู่พื้น...ทันทีที่เืััพื้น มันก็เดือดปุดๆและควบแน่นกลายร่างเป็สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว รูปร่างคล้ายมนุษย์สีแดงเืสูงประมาณ 20 เิเ...ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ถึง 10 ตัว!
“น... นายท่าน...ข้าน้อยรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรง เหนื่อยล้าเหลือเกินขอรับ...”
เสียงแหบโหยดังแว่วมาจากิญญาของั์แดงเดือดเนื่องจากเมื่อวานนี้มันฝืนแผดเผาแก่นโลหิตและพลังิญญาเพื่อสร้างภาพลวงตาข่มขู่ศัตรู จนแบตเตอรี่แทบเกลี้ยงหลอด!พลังอำนาจของมันหดหาย ร่วงหล่นลงมาเหลือเพียงขอบเขต ‘ขัดเกลาศิลาขั้นสูงสุด’เท่านั้น! มิหนำซ้ำ ร่างกายอันใหญ่โตน่าเกรงขามของมัน ก็หดเล็กลงกระจิ๋วหลิว...เหลือขนาดเท่า ‘นิ้วโป้ง’ เท่านั้น!
มันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ!เ้านายของมันช่างมีนิสัยหน้าเื บ้าอำนาจ ไม่ต่างอะไรกับพวกพ่อค้าทาสยุคหิน!ที่จ้องจะใช้งานและสูบเืสูบเนื้อข้าทาสบริวารจนกว่าจะแห้งตายกันไปข้าง!
“เลิกบ่นเป็หมีกินผึ้งได้แล้ว!ข้าอนุญาตให้เ้าออกล่าและสูบกินสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในป่ามรณะได้ตามใจชอบ... แต่มีข้อแม้เดียว...ห้ามล่าหรือทำร้ายมนุษย์เด็ดขาด! เข้าใจไหม!?”
นพเก้าตวัดมือ โยนขวดหยกที่บรรจุ ‘โอสถปะทุโลหิต’ จำนวน 12 เม็ด...ไปให้มันเป็เสบียงหนึ่งขวด
“น...นายท่านโปรดวางใจ! ต่อให้ข้าน้อยจะต้องบุกน้ำลุยไฟ แลกด้วยชีวิตและิญญา... ข้าน้อยก็จะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามแน่นอนขอรับ!!”
ทันทีที่ได้รับแจกยาวิเศษเ้าั์จิ๋วก็เปลี่ยนสีหน้าเป็ประจบสอพลอทันที! มันรีบะโงับเปิดฝาขวดหยกแล้วกระดกกลืนโอสถลงคอไปรวดเดียวทั้งขวด!
เมื่อตัวยาละลาย มันก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่สูญเสียไปฟื้นฟูกลับคืนมาได้ราวๆ 10%! ทำให้มันพอจะสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์และอาคมบางส่วนได้บ้างแล้ว!ทันใดนั้น ทัศนคติที่มันมีต่อผู้เป็นายก็พุ่งปรี๊ดเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนิดหน่อย... จากที่เคยมองว่าเป็ 'พ่อค้าทาสใจโฉด' ตอนนี้ถูกอัปเกรดขึ้นมาเป็ 'นายจ้างหน้าเื' ที่ยอมใจป้ำจ่ายค่าล่วงเวลา (OT)ให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์!
ความจริงแล้ว...ไอ้พวกร่างจำแลงบริวารหน้าโง่พวกนี้ มันไม่มีทางรู้ความลับสุดยอดของเ้านายมันเลย!
ความลับที่ว่านั้นก็คือ... นพเก้าสามารถ‘อ่านใจ’ และล่วงรู้ความคิด ความทรงจำและประสบการณ์ทั้งหมดของพวกมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!!
เนื่องจาก 'เคล็ดวิชาหัวใจทศกัณฐ์' ถูกจัดให้เป็วิชามารนอกรีตอันตราย...ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูงมาก ที่ผู้ฝึกปรือจะถูกิญญามารครอบงำจิตใจหรือถูกพวกบริวารทรยศหักหลังแว้งกัด! ดังนั้น ท่านปรมาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชานี้จึงได้แอบฝัง 'ช่องโหว่ (Backdoor)' ลับๆ เอาไว้ในสายเื! ทำให้พวกิญญาจำแลงไม่มีทางรับรู้ได้เลยว่าตัวเองกำลังถูกเ้านายดักฟังความคิดอยู่ตลอดเวลา!
เมื่อั์แดงเดือดแปรสภาพกลายเป็สายหมอกโลหิตหอบหิ้วสมุนจิ๋วทั้งสิบตนพุ่งทะยานออกหน้าต่างมุ่งสู่ป่ามรณะไปแล้ว...นพเก้าก็ปิดตาลง ตัดขาดจากโลกภายนอก เข้าสู่ห้วงสมาธิส่วนตัว...เพื่อเริ่มวางแผนและออกแบบ ‘เส้นทางการบ่มเพาะพลัง’ ขั้นต่อไปจากเคล็ดวิชาหัวใจทศกัณฐ์!
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีด้วย! โฮสต์ได้สร้างปรากฏการณ์และผลกระทบวงกว้างสั่นะเืไปทั่วทั้งภูมิภาคกลาง! ข่าวลือเื่ 'จักรพรรดิยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์'ได้แพร่สะพัดกระจายไปทั่วเมืองเวสสุวรรณอย่างรวดเร็ว!]
[ค่าสถานะอิทธิพลและชื่อเสียงของโฮสต์:เพิ่มขึ้นเล็กน้อย!] [รางวัล: เพิ่มความจุช่องทรัพยากร +10 ช่อง!]
“โว้ยยย!! ไอระบบเวร!!แกช่วยกรุณาดูตาม้าตาเรือ แล้วอย่ามาแจ้งเตือนขัดจังหวะใน่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานที่คนเขากำลังใช้สมองคิดการใหญ่ จะได้ไหมวะ!!”
นพเก้าแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย!อารมณ์กำลังมา สมาธิกำลังพุ่งปรี๊ด ดันมาเจอเสียงป๊อปอัปแจ้งเตือนขัดมู้ดซะงั้น!ทำไมมึงถึงชอบมารายงานผลตอนที่กูกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มทุกทีเลยวะ!
[ติ๊ง~ ระบบขอเรียนแจ้งให้โฮสต์ทราบ:ระบบได้ทำการคำนวณและตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่าการแจกจ่ายรางวัลใน '่เวลานี้' มีความเหมาะสมและสมเหตุสมผลทุกประการ!ไม่ได้เป็การรบกวนสมาธิจนส่งผลกระทบร้ายแรงต่อโฮสต์แต่อย่างใด!]
[อนึ่ง...ระบบจะทำการประมวลผลและจ่ายรางวัลให้ ก็ต่อเมื่อผลงานของโฮสต์มีความคืบหน้าถึง 'เกณฑ์มาตรฐาน' ที่กำหนดไว้แล้วเท่านั้นโฮสต์ไม่สามารถเอาแต่ใจ คาดหวังจะให้ระบบเสกรางวัลให้ปุบปับทันทีตามใจชอบได้!]
“อ้าวเฮ้ย!!นี่สรุปว่ากูผิดใช่ไหมเนี่ย!?”
นพเก้ารู้สึกหงุดหงิดจนควันออกหู!เถียงกับระบบหน้ามึนนี่ทีไร มีแต่เสียเปรียบทุกที! เขากลัวเหลือเกินว่าในอนาคตหากเขากำลังสู้รบตบมือชี้เป็ชี้ตายอยู่... ไอ้ระบบเวรนี่มันจะเด้งหน้าต่างขึ้นมาบังทัศนวิสัยจนเขาพลาดท่าตายโง่ๆ!
“นี่ถามจริง...ข้าสามารถกดปุ่ม 'Mute' ปิดการแจ้งเตือนเสียงของแกได้ไหม?”
[ไม่ได้!] ระบบตอบสวนกลับมาสั้นๆ ห้วนๆ แบบขอไปที! ราวกับจะกวนส้นตีน!
“......”
นพเก้าได้แต่ถอนหายใจยาวเลิกใส่ใจและยอมแพ้พ่ายแพ้ต่อความเกรียนของระบบ!
เมื่อเขาเหลือบสายตามองดูนาฬิกาข้อมือ...เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่่ทุ่มตรงแล้ว... ริมฝีปากของชายหนุ่มค่อยๆแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาที่มุมปาก!
ก็เพราะว่า...ก่อนที่ไอ้เฒ่าจันทร์เสี้ยวจะบินหนีกลับสำนักไป... เขาได้แอบแนบ ‘ของขวัญเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่’ ติดตัวมันไปด้วยน่ะสิ!!
ณ เขตชายแดนสุดฝั่งตะวันออกของภูมิภาคกลาง...
ที่แห่งนี้คือที่ตั้งของ ‘ดินแดนเซียน’ อันศักดิ์สิทธิ์! อาณาเขตของมันกว้างใหญ่ไพศาลครอบคลุมพื้นที่กินบริเวณไปถึง ‘สองในสิบส่วน’ ของภูมิภาคกลางทั้งหมด!
บุคคลทั่วไป หรือจอมยุทธ์เร่ร่อนที่้าเดินทางผ่านเข้าออกดินแดนแห่งนี้...จำเป็จะต้องสัญจรผ่าน 'ประตูค่ายกลขนส่งมิติ'ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น! เนื่องจากการลักลอบบินข้ามเขตแดนถือเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้! เพราะทั่วทั้งอาณาเขตถูกปกคลุมปิดกั้นด้วย‘ม่านสนามพลังล่องหน’ ระดับสูง ที่แข็งแกร่งจนแมลงวันสักตัวยังบินผ่านไม่ได้!
ในอดีตกาลอันไกลโพ้น...มีขุมกำลังและสำนักต่างๆ ค้นพบว่า ภายใต้ผืนดินแห่งนี้ มี ‘เส้นชีพจริญญาั’ ขนาดมหึมาซุกซ่อนอยู่!ขุมทรัพย์ทางทรัพยากรที่ประเมินค่าไม่ได้นี้...นำไปสู่าแก่งแย่งชิงดินแดนที่นองเืและยาวนานนับศตวรรษ!จนกระทั่งในปัจจุบัน... มีเพียง 'ขุมอำนาจระดับมหาอำนาจ'ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น!...ถึงจะสามารถต้านทานแรงกดดัน ยืนหยัดตั้งตระหง่านฝังรากลึกอยู่ในดินแดนนี้ได้โดยไม่ถูกบีบบังคับให้ต้องอพยพหลบหนีออกไป!
นอกจากนี้... ด้วยอานุภาพของ ‘ค่ายกลสนามพลัง’ที่ถูกสร้างขึ้นมาปิดกั้นแยกตัวออกจากโลกภายนอก...ส่งผลให้สภาพแวดล้อมภายในดินแดนเซียนอบอวลและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยมวลปราณิญญาที่หนาแน่น เข้มข้นกว่าโลกภายนอกถึง สิบเท่าไปจนถึง ร้อยเท่าตัว!! สถานที่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือน 'สรวง์แห่งการบ่มเพาะ' ที่ผู้ฝึกตนทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเหยียบสักครั้งในชีวิต!
ขณะที่ฝูงชนและขบวนพ่อค้าเบื้องล่างกำลังเข้าคิวรอตรวจตราผ่านประตูขนส่งกันอย่างเนืองแน่นยาวเหยียด...
บนฟากฟ้าเบื้องบน...ปรากฏร่างของมนุษย์ผู้หนึ่ง กำลังเหาะเหินบินทะยานพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วแสงดั่งดาวตก!ร่างนั้นพุ่งทะลวงฝ่า ‘ค่ายกลสนามพลังป้องกัน’ เข้าไปได้อย่างฉลุยราวกับบินผ่านอากาศธาตุ โดยไม่ถูกม่านพลังโจมตีตอบโต้หรือต่อต้านใดๆ เลย!
ผู้ที่บินตีคู่มากับพายุนั้น... ก็คือ‘บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยว’ นั่นเอง!
เขากำลังเร่งฝีเท้า เดินทางกลับสำนักด้วยความร้อนรนขั้นสุด!เขาต้องรีบนำข่าวกรองระดับคอขาดบาดตายนี้ กลับไปรายงานให้ ‘ท่านเทพา’ ผู้นำสูงสุดแห่งดินแดนเซียนได้รับทราบโดยด่วน!เื่อุบัติการณ์จุติของจักรพรรดิยุทธ์อายุน้อยในเมืองเวสสุวรรณ...มันเป็ตัวแปรสำคัญ ที่สามารถสร้างแรงสั่นะเืพลิกขั้วอำนาจของทั้งภูมิภาคกลางได้เลยทีเดียว!
ขณะที่บรรพชนเฒ่าบินทะลวงผ่านค่ายกลป้องกันด่านที่1... ด่านที่ 2... และด่านที่3 ไปได้อย่างราบรื่น...
เขาก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วและมาเบรกหยุดลอยตัวอยู่ตรงหน้า ‘ค่ายกลชั้นที่ 4’ ซึ่งเป็ด่านป้องกันชั้นในสุด! ชายชราล้วงมือเข้าไปในเสื้อ หยิบเอา ‘ป้ายหยกประจำตัวผู้าุโสูงสุด’ ที่สลักเสลาขึ้นจาก'ทองคำขาว' บริสุทธิ์ออกมาชูขึ้นเบื้องหน้า!
เขาโคจรพลังปราณถ่ายเทอัดฉีดเข้าไปในป้ายหยกทองคำขาว... ทันใดนั้น ป้ายหยกก็สาดแสงเรืองรองเปล่งออร่าละอองแสงสีขาวนวลออกมาห่อหุ้มคลุมร่างของเขาเอาไว้จนมิด!เมื่อระบบค่ายกลตรวจสอบยืนยันตัวตนว่าถูกต้องและปลอดภัย...ม่านพลังที่แข็งแกร่งดั่งปราการเหล็ก ก็ค่อยๆ แหวกเปิดออกเป็ช่องว่าง...อนุญาตให้บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยว พุ่งทะยานเข้าสู่ 'อาณาเขตศูนย์กลาง' ของดินแดนเซียนอันศักดิ์สิทธิ์ ในที่สุด!