ห้องในหอพักทุกห้อง อยู่กันได้สองคน มีห้องนอนส่วนตัวคนละห้อง และห้องส่วนกลาง ราวกับคอนโดห้องชุดดีๆ
บรรยากาศภายนอกดูสงบ แต่ภายในใจของทั้งสองกลับปั่นป่วน วีเจเดินเข้ามาในห้องนอนของนายน์ ด้วยหัวใจเต้นสั่นระรัว
ทั้งสองนั่งลงบนเตียงนอน หลังจากผ่านความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความกลัวใน่เวลาที่ผ่านมา แต่มาตอนนี้มีเพียงความตึงเครียด และความรู้สึกที่รอการปลดปล่อย
เสียงแอร์ที่เบาๆ และลมหายใจของนายน์กับวีเจ เป็เพียงสิ่งเดียวที่ได้ยินในห้อง วีเจก้มหน้าลงและยกมือขึ้นมาลูบผมตัวเองเบาๆ พยายามหาทางผ่อนคลายตัวเอง แต่นายน์กลับไม่สามารถห้ามใจได้อีกต่อไป
“เจ... คือว่า..รู้สึกเหมือนเราไหม?” นายน์เสียงแ่ๆ แต่หนักแน่น
“ต้นลำดวนและกลิ่นที่ลอยมาตอนที่ตูนเล่าเื่นะเหรอ?”
วีเจเงยหน้าขึ้นมองนายน์ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน แต่ลึกๆ ก็แฝงด้วยความปรารถนา ที่มีต่อตนตรงหน้ามาเนิ่นนาน
ในขณะที่นายน์คลี่ยิ้มบางอย่างคิดเอ็นดู คิดในใจ ช่างใสซื่อแต่ก็น่ารัก จนอดคิดไม่ได้ว่า ที่ผ่านมาทำไม เขาไม่เข้าไปจีบวีเจ ทำไมถึงรอวันเวลาให้พ้นผ่านจนถึงวันนี้
มือใหญ่จับกุมมือเย็นของวีเจที่วางอยู่บนที่นอน และค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปที่แก้มเนียนอย่างนุ่มนวล ขณะที่เ้าของแก้มเอาแต่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้น หายใจคร่อมจังหวะ
“เรารู้สึกั้แ่ตอนที่..จูบกันแล้ว...เราอยากให้เจรู้ว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญ”
วีเจยังคงนิ่งและรับรู้ถึงความอบอุ่นจากมือของนายน์ ที่ัับนแก้ม ทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง หัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีใครสามารถทนความตึงเครียดนี้ได้อีกต่อไป
“จุ๊บ~~”
นายน์ค่อยๆ โน้มตัวลงไปจูบวีเจแ่เบาเพียงหยั่งเชิง แต่จูบครั้งนี้ของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา และความรู้สึกลึกซึ้งที่กักขังเอาไว้มานาน
หลังจากที่เขาได้รู้จักกับวีเจอย่างจริงจัง เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนออกค่ายอาสา ความประทับใจเล็กๆ น้อยๆ กับรอยยิ้มที่จริงใจ ของวีเจ ที่หยิบยื่นให้เขา ในฐานะเพื่อนร่วมสถาบัน
แต่มันยิ่งใหญ่เหลือเกิน กับหัวใจของคนที่อยู่ในอารมณ์อกหัก จนจบค่อยอาสา พวกเขาก็ได้รู้จักกันมากขึ้น แต่ก็เป็ได้แค่คนที่รู้จัก เพราะนายน์ไม่กล้าพอที่จะจีบวีเจ ถึงแม้จะรู้จักกับตูน และเพื่อนๆ ของวีเจก็ตาม
คนตัวใหญ่กดตัววีเจลงบนเตียง แม้คนโดนกดเองก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น นายน์ค่อยๆ ััริมฝีปากของวีเจ ด้วยความอ่อนโยน แต่หนักแน่น ลมหายใจของทั้งสองเริ่มถี่ และลึกขึ้นทุกครั้งที่จูบกัน
“จุ๊บ~”
เขาปล่อยมืออุ่นออกจากพวงแก้มนุ่มของวีเจ แล้วเลื่อนลงไปตามเรือนร่างจนถึงเอวบาง สอดฝ่ามืออุ่นเข้าไปตามแนวเอวคอด จนโอบกอดดึงตัวคนข้างล่างเข้ามาแแ่
พร้อมทิ้งน้ำหนักตัวลงแนบชิด จนไม่เหลือช่องว่างระหว่างสองกายร่างกาย ความเร่าร้อนที่เกิดจากความ้า เริ่มทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป
“นะ..นายน์... เราควรหยุดไหม?”
วีเจส่งเสียงสั่น ทำให้นายน์หยุด และมองหน้าวีเจ ความลังเลของวีเจชัดเจนในแววตา แต่นายน์กลับยิ้มอย่างอ่อนโยน และโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูของวีเจ
“ถ้าเจอยากให้เราหยุด เราก็จะหยุด... แต่ว่า..เจต้องบอกเราตรงๆ นะ”
นายน์ส่งเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง ในเวลาชี้ชะตาเช่นนี้ ไม่ว่าคำตอบที่วีเจให้กับเขาจะเป็อย่างไร เขาก็พร้อมที่จะรับมัน
และความกดดันและการตัดสินใจกลับกลายเป็วีเจ ที่จะต้องเป็ฝ่ายแบกรับ เปลือกตาสีมุกหลับพริ้ม พร้อมสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะค่อยๆ พยักหน้ารับคำที่แสนถ้าทาย
ความรู้สึกที่กักเก็บมานานของทั้งคู่ ทำให้ไม่อาจหยุดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเอาไว้ได้ นายน์ค่อยๆ ใช้มือััไปตามร่างกายของวีเจอย่างช้าๆ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว และหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทั้งสองจมลงไปในััที่ลึกซึ้งมากทุกนาที
แสงไฟในห้องสลัวลง จากการตั้งระบบเซนเซอร์ ฝีมือเด็กวิศวะเ้าของห้อง แต่ความมืดกลับไม่ได้ทำให้ทั้งสองรู้สึกกลัว แต่กลับตื่นเต้นทุกลมหายใจ มือของนายน์เลื่อนลงไปตามแผ่นหลังของวีเจอย่างช้าๆ
ััที่นุ่มนวล แต่หนักแน่นทำให้วีเจเก็บกักความตึงเครียด ในความกดข่มความรู้สึกเอาไว้ไม่ไหว จนต้องส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ปล่อยให้ความ้าที่อยู่เก็บซ้อนเอาไว้ค่อยๆ ปลดปล่อยออกมาอย่างเคอะเขิน
"นะ..นายน์... ระ..เรา อื้อ~~.."
.......................................