ในขณะที่สองพี่น้องสกุลฮวาพาตัวบุรุษผู้นั้นหลบหนีขึ้นไปบนเขาเซี่ยจ้งหวายก็นำกำลังพลของสกุลเซี่ยออกตามหาเซี่ยเหวินหลางด้วยตนเองยามนี้เซี่ยเหวินหลางคือบุตรชายที่เหลืออยู่แค่เพียงคนเดียวของเขาหากเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยเหวินหลางอีกเขาก็ยากจะทำใจได้
ตอนที่ผู้คุ้มกันมาบอกเขาว่าเซี่ยเหวินหลางถูกลอบสังหารจิตใจของเขาก็ล้วนเต็มไปด้วยความกังวลแม้จะมีคนเห็นว่าบุตรชายของเขามีคนช่วยเหลือไปแล้วแต่เซี่ยจ้งหวายก็ไม่กล้าวางใจรีบส่งคนไปตามสืบหาที่มาของคนร้ายและผู้บงการในทันทีส่วนตัวเขาก็นำกองกำลังที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการซุ่มโจมตีและการสะกดรอยออกไปตามหาบุตรชายด้วยตนเอง
“บ้านกลางป่าหลังนี้เป็ของผู้ใดพวกเ้าจงไปตรวจสอบให้ข้าที”เซี่ยจ้งหวายเอ่ยออกมาเมื่อพบร่องรอยของบุตรชายในบ้านหลังนี้เซี่ยเหวินหลางจงใจทิ้งร่องรอยของตนเอาไว้ ทำให้สะกดรอยตามมาได้อย่างง่ายดายแต่ร่องรอยของบุตรชายกลับหายไปที่บ้านหลังนี้ทำให้เขายิ่งรู้สึกเป็กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุตรชายมากยิ่งขึ้น
“เรียนท่านโหวเมื่อดูจากสภาพของที่นอนด้านในทำให้เห็นว่ามีการทำแผลและใส่ยาผงยาที่ข้าน้อยพบเหมือนกับยาสมานแผลชั้นดีที่ท่านหมอเทวดาหลี่เคยมอบให้ท่านโหวเลยขอรับ”เซี่ยถิงเอ่ยรายงานด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล อยู่ๆเ้านายของตนเองก็ถูกลอบทำร้าย อีกทั้งยามนี้ยังหายตัวไปทั้งที่ได้รับาเ็ทำให้เขาอดรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้
“อาเฟิงบอกกับข้าว่าซานหลางได้รับาเ็ อาจจะเป็ไปได้ว่าคนที่พาตัวเขามาช่วยรักษาาแให้เขา”เมื่อเซี่ยจ้งหวายเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของเซี่ยถิงก็พลันดีขึ้น
“หากเป็เช่นนั้นย่อมถือว่าเป็เื่ดีเพียงแต่ไม่รู้ว่าคนที่ช่วยเหลือท่านอัครเสนาบดีมีจุดประสงค์อะไรกันแน่เหตุใดจึงได้พาท่านอัครเสนาบดีหนีจากไปเช่นนี้อีกทั้งท่านอัครเสนาบดียังไม่ได้ทิ้งร่องรอยให้พวกเราติดตามต่ออีกด้วย”เมื่อเซี่ยถิงเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของเซี่ยจ้งหวายที่เดิมทีก็มีความวิตกกังวลอยู่แล้วยามนี้ยิ่งทวีความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นเซี่ยถิงจึงได้เอ่ยต่อเพื่อคลายความกังวลใจของเขา
“ขอท่านโหวอย่าได้กังวลแม้ว่าท่านอัครเสนาบดีจะไม่ได้ทิ้งร่องรอยให้ติดตามแต่ข้าน้อยพบว่ามีรอยเท้าอยู่สองรอย รอยหนึ่งน่าจะเป็บุรุษส่วนอีกรอยข้าไม่แน่ใจว่าจะเป็สตรีหรือไม่เพราะแม้ว่ารอยฝ่าเท้าจะมีขนาดเล็กแต่ร่องรอยกดลึกบนพื้นดินบ่งบอกว่ากำลังแบกรับน้ำหนักอยู่ซึ่งข้ามั่นใจว่าคนผู้นี้จะต้องเป็คนที่แบกรับน้ำหนักตัวของท่านอัครเสนาบดีเป็แน่ขอรับ”เมื่อเซี่ยถิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยจ้งหวายก็พยักหน้า
“คงจะเป็บุรุษร่างเล็กที่สามารถแบกรับน้ำหนักของคนตัวโตอย่างซานหลางได้”เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางทอดถอนใจออกมาแล้วจึงได้เอ่ยต่อ
“สะกดตามรอยเท้าของพวกเขาไปข้าเชื่อว่าพวกเขาคงจะไม่ทำอันตรายซานหลางหรอกถ้าหากอยากจะฆ่าทิ้งยามนี้พวกเราคงได้เก็บศพของเขาไปแล้ว”เมื่อเซี่ยจ้งหวายเอ่ยเช่นนี้เซี่ยถิงก็ขานรับแล้วรีบออกไปสั่งให้ลูกน้องที่มีความชำนาญด้านการสะกดรอยและมีความชำนาญด้านการแกะรอยเท้าเร่งรีบทำงานเพื่อจะได้ตามหาเซี่ยเหวินหลางได้เร็วขึ้น
ในขณะที่ทางเซี่ยจ้งหวายและกองทัพสกุลเซี่ยกำลังตามหาเซี่ยเหวินหลางกันอย่างเคร่งเครียดฮวาจื่อชิงที่กังวลว่าบุรุษที่นางแบกมาจะส่งเสียงร้องโวยวายจนทำให้นางถูกจับได้จึงได้จับเขามัดมือมัดเท้ากับเสาเตียงแล้วเอาผ้าผืนหนึ่งมาคาดทับที่ริมฝีปากของเขาเอาไว้แล้วผูกอย่างแ่ายามที่เขาตื่นขึ้นมาจะได้ไม่สามารถส่งเสียงโวยวายจนทำให้แผนการหลบหนีของนางต้องล้มเหลว
“สภาพเช่นนี้ผู้ใดจะเชื่อว่าข้าหนีตามเขาแค่มองดูก็รู้แล้วว่าข้าลักพาตัวเขามาแล้วบังคับพาเขาหนีไปด้วยกันเสียมากกว่า”ฮวาจื่อชิงบ่นพึมพำออกมาเสียงบ่นของนางทำให้คนที่พึ่งจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ยินเข้าพอดี
“อื้อ! อื้อ!”แม้ว่าจะไม่สามารถเปิดปากพูดได้แต่เขาก็ยังส่งเสียงคำรามในลำคออย่างไม่คิดจะยอมแพ้สายตาที่เขาใช้จ้องมองนางเต็มไปด้วยโทสะฮวาจื่อชิงจึงได้เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน
“ท่านอดทนอีกสักหน่อยเถิดพอข้าหนีไปจากที่นี่ได้ญาติผู้พี่ของข้าก็จะปล่อยท่านไปเองวางใจเถิดข้าไม่คิดจะพาท่านไปด้วยแล้วล่ะท่านสบายใจได้”เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้ใบหน้าที่กำลังส่ายไปมาเพื่อพยายามจะทำให้ผ้าที่ผูกปากอยู่หลุดออกไปพลันสงบนิ่งลงแล้วใช้สายตาโจมตีนางแทนเขากระตุกแขนและขาที่ถูกมัดเอาไว้บนเตียงแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาคาดโทษ
“ท่านอย่าดิ้นรนอีกเลยเชือกที่ข้าใช้ผูกแขนและขาของท่านเหนียวแน่นทนทานยิ่งนักขนาดข้าที่มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นยังต้องออกแรงกระตุกตั้งหลายครั้งกว่าจะขาดได้”คำพูดของนางทำให้เขาหรี่ตาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็อริ
“ท่านวางใจเถิดแผนการของข้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ข้าจะไม่สร้างความลำบากใจให้ท่านโดยเด็ดขาดรับรองได้เลยว่าพอข้าหนีไปได้พี่รองของข้าจะต้องยินดีที่จะปล่อยท่านไปและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเป็การขอขมาต่อท่านอย่างแน่นอน”เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เขาจึงได้ยอมอยู่นิ่งๆ บนเตียง
ฮวาจื่อชิงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความเห็นใจสภาพของเขาในยามนี้คือกำลังนอนแผ่หราอยู่บนเตียงแขนและขาถูกกางออกและถูกผูกติดกับเสาเตียงทั้งสี่ด้านริมฝีปากถูกผูกเอาไว้อย่างแ่าอีกทั้งสาบเสื้อยังถูกคลายออกด้วยฝีมือของฮวาจื่อเฉิงเพื่อทำแผลหากเปลี่ยนเป็นางที่ต้องนอนอยู่ในสภาพนี้นางเองก็ย่อมจะรู้สึกโกรธเคืองเช่นเดียวกัน
“แย่แล้ว!ชิงชิงพวกเราหนีไปจากที่นี่ไม่ทันแล้วผู้ดูแลเรือนทั้งสามล้วนถูกเซี่ยโหวจับกุมเอาไว้แล้วอีกไม่นานเซี่ยโหวคงจะต้องตามมาจับตัวเ้ากลับไปแต่งงานกับทรราชเซี่ยเป็แน่”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงนิ่งงันไปในทันที
“เหตุใดเซี่ยโหวจึงไม่ยอมปล่อยข้าไปคนของท่านไม่ได้ไปปล่อยข่าวที่จวนโหวหรือว่าข้าหนีตามบุรุษไปแล้ว”เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็ส่ายหน้าในทันที
“ข้าตั้งใจว่าจะให้คนไปปล่อยข่าวหลังจากที่เ้าหลบหนีไปสักสองสามวันถึงยามนั้นเ้าคงจะหนีไปได้ไกลแล้ว”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงเดินกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิดแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับญาติผู้พี่ของตนด้วยสีหน้าจริงจัง
“พี่รอง!ท่านยอมให้เซี่ยโหวจับตัวเถิดแล้วก็พาเซี่ยโหวมาที่นี่เขาจะได้รู้ว่าข้าอยู่กับบุรุษอื่น”คำพูดของนางทำให้บุรุษที่นอนหงายอยู่บนเตียงคำรามออกมาแล้วก็ถลึงตาใส่นางด้วยความดุร้าย
“เซี่ยโหวไม่ใช่คนโง่เขาจะต้องรู้แน่ว่าเ้าจัดฉากหลอกลวงเขา”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงส่ายหน้า
“ข้าไม่ได้คิดจะจัดฉากแต่ข้าจะหลับนอนกับคนผู้นี้จริงๆ”คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยส่วนบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงนั้นหากดวงตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ยามนี้สองพี่น้องสกุลฮวาคงจะตายไปนานแล้ว
“ไม่จำเป็เลยที่เ้าจะทำลายชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของตนเองเพื่อหลีกหนีการแต่งงานเช่นนี้”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงหัวเราะออกมา
“หากไม่ใช่ทรราชเซี่ยวันหน้าข้าก็คงจะถูกท่านพ่อจับข้าแต่งงานกับผู้อื่นอยู่ดีพี่รองคงจะไม่รู้ว่าหากไม่ใช่เพราะข้าหมั้นหมายกับทรราชเซี่ยคนที่ข้าจะต้องแต่งงานด้วยล้วนเป็คนที่อนุเฉียวพยายามจะยัดเยียดให้ข้าคนที่อนุเฉียวเลือกมาไม่ต้องไปตามสืบก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าล้วนไม่ใช่คนดี”ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางชี้แต้มพรหมจรรย์ที่ท้องแขนของตนให้ฮวาจื่อเฉิงดูข้ารู้ว่าพี่รองสามารถหาวิธีทำให้แต้มนี้จางหายไปได้แต่ยามนี้ไม่ทันแล้วสิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงยินยอมสละความบริสุทธิ์ของตนเองจริงๆเพียงเท่านั้น”
“อื้อ!”เสียงคำรามด้วยความโกรธของบุรุษบนเตียงทำให้ฮวาจื่อชิงเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน
“ท่านไม่ต้องกังวลข้าจะไม่ใช้ความบริสุทธิ์ของข้าบีบบังคับให้ท่านต้องรับผิดชอบในตัวข้าเื่ในคืนนี้จะไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านคือใครเซี่ยโหวเป็คนจิตใจดีแม้ว่าจะโกรธเคืองข้ามากเพียงใดย่อมไม่ทำร้ายข้าแน่และข้าจะไม่มีทางยินยอมให้เซี่ยโหวทำร้ายท่านด้วย หลังจากเซี่ยโหวจากไปด้วยความโกรธแล้วข้าจะส่งท่านกลับไปยังบ้านของท่านผู้อื่นจะคิดว่าบุรุษผู้นั้นหวาดกลัวคนสกุลเซี่ยจนหลบหนีไปแล้ว”คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้คนบนเตียงกลอกตาไปมาแต่นางกลับไม่ได้สนใจเขาหันไปถามฮวาจื่อเฉิงด้วยสีหน้าขัดเขินในทันที
“เพียงแต่ถ้าหากข้าคิดจะบังคับขืนใจเขาข้าต้องทำอย่างไรแล้วเขามีาแเช่นนี้จะสามารถทำให้ข้าสูญเสียความบริสุทธิ์ได้ไหม อย่า!ท่านอย่าได้ทำสีหน้าเช่นนั้นข้าเคยช่วยพี่สามเพาะพันธุ์ม้ามาตั้งหลายครั้งย่อมจะมีความรู้เื่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างชายหญิงอยู่บ้างแต่ที่ข้าถามท่านก็เพราะคนผู้นั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะช่วยให้ข้าทำลายความบริสุทธิ์ตามแผนการได้”ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางชี้ไปที่คนบนเตียงที่ในยามนี้มีใบหน้าแดงก่ำอย่างน่ากลัวและฮวาจื่อชิงสามารถบอกได้เลยว่าสาเหตุที่ใบหน้าของเขาแดงก่ำเช่นนี้หาใช่เป็เพราะความขัดเขินแต่เป็เพราะเขากำลังโกรธเคืองนางเป็อย่างมากต่างหาก