บทที่ 12 : รถบรรทุก
ซูฉีซื้อวัตถุดิบสำหรับทำซุปไก่สกัดเข้าโรงงานเป็จำนวนมาก ไม่สนใจเสียงคัดค้านของสกุลเป้ยแม้แต่น้อย ทำให้เป้ยเป้ยและครอบครัวรู้สึกโกรธเคือง ยิ่งเห็นสมุนไพรหลายคันรถขนของเข้ามาจอดที่โรงงานพวกเขายิ่งอิจฉาตาร้อน ต้องมีเงินมากขนาดไหนถึงซื้อของดีหายากครั้งละมากๆ ขนาดนั้น!
เป้ยเป้ยแอบไปดูโรงงานที่ว่านั่นทุกวัน เธอเห็นบางวันรถส่งสมุนไพรเข้ามา บางวันก็เป็รถส่งขวดแก้ว พวกนั้นมีเงินเยอะขนาดที่จะใช้ขวดแก้วใส่ซุปไก่! หากการค้านี้สกุลเป้ยพลาดไป ต้องตามหลังบ้านเซี่ยไปอีกกี่ปี? สุดท้ายคงทิ้งห่างจนตามไม่ทันแน่ บิดาของเธอพยายามขัดขวางทุกทาง ทว่าเพียงหัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้า พวกทหารและคนนอกก็ไม่เข้ามายุ่ง อย่างไรหัวหน้าหมู่บ้านก็มีอำนาจเด็ดขาดปกครองมากกว่าหัวหน้าฝ่ายผลิต!
ไม่ได้การ ดวงตาของเป้ยเป้ยเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว มีแค่นังซูฉีที่รู้สูตรลับ ในเมื่อบ้านเป้ยไม่ได้สูตรนั้น ก็อย่าหวังจะมีใครได้!
ซูฉีถือตะกร้าผ้าขาวบางที่ใช้กรองกากสมุนไพรไปแช่ที่ปลายน้ำของลำธารหมู่บ้าน ตอนนี้ญาติพี่น้องสกุลเซี่ยทำงานกันอยู่ที่โรงงาน เธอจึงรับหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ อย่างการนำผ้าไม่กี่ผืนมาซักที่ลำธาร หญิงท้องแก่ในหมู่บ้านล้วนทำงานหนัก การเห็นคนท้องโตยกของหนักหรือทำงานกลางแดดไม่ใช่เื่แปลกอะไร
เธอเดินมาเรื่อยๆ จนถึงริมลำธาร สองหูรับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าที่เดินตามหลังมาอย่างร้อนรน ไม่มีเสียงเรียก มีแต่เสียงเหยียบใบไม้กับกิ่งไม้เป็ครั้งคราว ซูฉีทำทีเป็ไม่ได้ยิน เธอค่อยๆ นั่งชันเข่าแล้วนำผ้าขาวบางแช่น้ำ
เป้ยเป้ยเห็นโอกาสทอง นังซูฉีออกมาคนเดียว อีกทั้งตอนนี้ลำธารของหมู่บ้านร้างราผู้คน ต่อให้มันจมน้ำตายคนก็คิดว่ามันซุ่มซ่ามทำตัวเอง! “อย่าโกรธกันเลยนะซูฉี สิ่งดีๆ ในชีวิตฉันถูกเธอแย่งไปจนหมดแล้ว ถ้าเธอยังคิดแย่งมันไปอีกฉันจะมีหน้าอยู่ต่อไปได้ยังไง”
เป้ยเป้ยพูดเบาๆ กับตัวเอง เพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง ก่อนจะย่องเข้าไปด้านหลัง แล้วยกเท้าขึ้นสูงระดับเดียวกับกลางแผ่นหลังของซูฉี จากนั้นกลั้นใจหลับตาส่งแรงที่มีทั้งหมดถีบออกไป
‘โคร้ม!’ ใครจะคิดว่าหล่อนถีบเพียงอากาศว่างเปล่า ความแรงทำให้เป้ยเป้ยเสียงการทรงตัวแล้วตกลงน้ำไป น้ำในลำธารสูงแค่เอวเท่านั้น เป้ยเป้ยตกลงไปแล้วก็ทรงตัวขึ้นเหนือน้ำได้ไม่ยาก
ทว่าสองตาของเธอยังไม่ทันขึ้นเหนือน้ำก็ถูกมือของใครบางคนจับกดน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เธอสำลักน้ำจนเต็มท้อง พยายามใช้สองมือจิกตีอีกฝ่ายมั่วๆ ทว่าถูกผ้าพันแขนทั้งสองข้างจนขยับไม่ได้
น้ำในลำธารกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะกดของซูฉี เธอขย้ำผมของเป้ยเป้ยจนเต็มกำมือ ก่อนจะจับกดน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า พออีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะหมดลมก็ดึงขึ้น พออีกฝ่ายอ้าปากสูดลมหายใจเข้าก็กดลงไปให้จมน้ำอีก ทำอยู่อย่างนั้นจนคนท้องแก่รู้สึกเหนื่อย
เธอปล่อยมือจากผมของเป้ยเป้ย ก่อนจะล้างมือตัวเองในน้ำจนสะอาด และพูดทิ้งท้ายก่อนจากไป “นี่สำหรับเรือของตระกูลเซี่ยที่ถูกพวกเธอทำให้จม แม้ยังไม่สาสมก็เถอะ” ซูฉียังรู้หนักเบา เธอมีลูกในท้อง หากทำคนตายลูกจะลำบากไปด้วย
เป้ยเป้ยใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งขึ้นมาจากน้ำ หล่อนหายใจรวยรินอยู่ริมน้ำ กว่ามารดาจะหาตัวเธอพบ เป้ยเป้ยก็เป็ไข้หมดสติไปนานแล้ว
ซูฉียังคงยุ่งวุ่นวายกับโรงงานของเธอ ทั้งโรงงานมีคนงาน 20 คน ทุกคนล้วนเป็สะใภ้ ไม่ก็ลูกหลานสกุลเซี่ย ความจริงมีมากกว่านี้ แต่ความไม่มั่นใจในตัวหลานสาวสายรอง ทำให้ส่วนใหญ่มีแค่สะใภ้กับหลานๆ บ้านคุณตาเซี่ยหย่งที่ส่งคนมาช่วยงาน ส่วนบ้านคุณตาเล็กนั้นส่งเพียงหลานสาวจอมี้เีมาสองคนเท่านั้น
ซูฉีไม่คิดเอาเปรียบบรรดาป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้อง เธอให้เงินเป็รายเดือน บางคนทำงานที่ต้องใช้ทักษะเธอเริ่มต้นให้ห้าสิบหยวน บางคนทำงานง่ายๆ เธอให้ยี่สิบหยวน ลดหลั่นกันไป
หลานสาวสองคนบ้านคุณตาเล็กไม่พอใจที่พวกตนได้ค่าแรงเพียงสิบห้าหยวน พวกหล่อนเดินกระแทกเท้ากลับบ้านไปฟ้องคุณตาของพวกเธอ และรอให้ซูฉีไปขอรับผิด ทว่ากลับไร้วี่แววของอีกฝ่าย หลังจากหายโกรธและกลับไปโรงงาน พวกผู้ใหญ่บอกกับเธอสองคนว่ามีคนงานพอแล้ว ซูฉีไม่คิดจ้างพวกเธออีก! ความไม่พอใจถูกบ่มเพาะขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าซูฉีตามใจทุกคนไม่ไหวจริงๆ งานของเธอมีมากมายในแต่ละวัน อย่างเช่นวันนี้เธอต้องบรรจุซุปไก่ลงขวดแก้วหนึ่งพันขวด นี่เป็คำสั่งซื้อจากในตัวอำเภอ คุณตาของเธอไปหาเพื่อนที่เป็พ่อค้าในอำเภอข้างเคียง ได้ลูกค้าเพิ่มมาอีก รวมต้องทำส่งให้ได้วันละสองพันขวด! ถือเป็งานที่หนักไม่เบาสำหรับคนงานสิบกว่าคน
ซูฉีโชคดีมากที่คุณตารู้จักคนเยอะ และรู้จักหลากหลายอาชีพ อีกทั้งส่วนใหญ่เป็ผู้สูงอายุ ทุกคนต่าง้ามีอายุยืนยาวกันทั้งนั้น ใครพอจะมีกำลังก็หาซื้อของบำรุง ส่วนใครไม่มีก็ได้แต่นั่งดมกลิ่นไป
ซูฉียังคงขายขวดละสองหยวน เท่ากับหนึ่งวันเธอมีรายได้ 4,000 หยวน แต่หักค่าวัตถุดิบแสนแพงก็จะเหลือวันละประมาณ 1,500 หยวน!
คุณยายเห็นหลานสาวนั่งนับเงินเป็กองทุกวัน คนแก่มีความสุขเหลือเกิน ทีแรกคุณยายกลัวญาติฝั่งสามีจะตำหนิหลานสาว แต่ตอนนี้นอกจากไม่ตำหนิแล้วยังขอบคุณ เพราะรายได้นี้มากกว่าผลผลิตจากการประมงที่แจกกันในทุกๆ ปีเสียอีก
รถสามล้อพ่วงข้างของซูฉีตอนนี้มีคุณตาเป็ผู้ขับไปส่งของในตัวอำเภอทั้งสองอำเภอ แม้มันจะคงทนแต่การใช้งานอย่างหนักต่อเนื่องกันเป็เวลานานย่อมเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
ซูฉีไม่คิดหยุดนิ่ง เธอคิดว่ายุคนี้น่าสนใจ มีของเล่นแปลกตามากมายให้เธอได้จับจองเป็เ้าของ เมื่อขายครบเดือนเธอเก็บเงินได้ถึง 45,000 หยวน! เธอไปบอกคุณตาว่า้าซื้อรถบรรทุก!
“คุณตาคะ ฉันว่าเราควรเพิ่มความเร็วในการส่งของให้มากกว่านี้ แล้วรถบรรทุกสามารถขนวัตถุดิบมาให้เราได้ ไม่จำเป็ต้องให้ร้านมาส่ง ราคาวัตถุดิบจะถูกลงกว่าเดิมเยอะเลยนะคะ” ซูฉีนำเื่นี้ไปปรึกษากับผู้เป็ตา ซึ่งตอนนี้กำลังเปลี่ยนล้อยางให้กับรถมอเตอร์ไซค์
คุณตาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า “ตาถามสหายที่อยู่หน่วยงานส่งเสบียงทหารมาแล้ว เห็นว่ามีรถปลดประจำการสามคัน สองในสามถูกจองไปแล้ว เหลืออีกหนึ่งคัน เห็นว่าเริ่มราคาประมูลที่ 8,000 หยวน ตาคิดว่ามันแพงเกินไปเลยไม่ได้บอกน่ะ”
“เริ่มที่ 8,000 หยวน ถือว่าไม่แพงนะคะสำหรับรถบรรทุก” ซูฉีคิดว่าราคาของมันถูกมาก เมื่อคิดว่าซุปไก่สองพันขวดสามารถส่งได้สองอำเภอภายในเที่ยวเดียว มันประหยัดเวลาให้เธอไปเกินกว่าครึ่ง
“ตาจะลองไปเสนอราคาให้ ไม่รู้หมื่นหยวนจะได้หรือเปล่า เพราะรถยังอยู่ในสภาพดีมากเลยล่ะ”
“หมื่นหยวนไม่ได้ก็ไม่เป็ไรค่ะ เราซื้อใหม่ก็ได้” รถใหม่ราคา 15,000 หยวน ซูฉียังพอมีเงินเก็บ
เธอออกเงินหนึ่งหมื่นหยวนให้ตระกูลเซี่ยสร้างเรือ ตอนนี้พวกผู้ชายของตระกูลกำลังยุ่งกันมาก ผู้เฒ่าเซี่ยหย่งมองไปทางไหนก็ขัดหูขัดตาลูกหลาน ไม่มีใครอยากสืบทอดวิชาต่อเรือเลยสักคน ตอนนี้ถึงคราวคับขันต้องมาช่วยงานจึงกลายเป็เกะกะ เซี่ยหย่งเสียใจจริงๆ ที่ตนเองแก่ไวไปหน่อย ไม่งั้นเขาจะไม่ง้อพวกเด็กหนุ่มไร้ประโยชน์พวกนี้เลย
“คุณตามีงานอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”
เสียงเข้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผู้เฒ่าเซี่ยหย่งหันไปเพ่งสายตามอง เป็อดีตหลานเขย เขาส่ายหน้าทันที “ไม่มี! นายกลับไปเถอะ อยู่ที่นี่คนจะคิดว่ายังตัดฉีฉีไม่ขาด เดี๋ยวคู่หมั้นจะเข้าใจผิดเอาได้”
ความจริงผู้เฒ่าเซี่ยหย่งเป็คนกระตุ้นน้องชายให้รับโจวเว่ยเป็หลานเขย ตอนแรกเซี่ยต่งไม่ยอมท่าเดียว เพราะหลานสาวรักปักใจอยู่กับลูกชายนายอำเภอ ต่อให้เสียความบริสุทธิ์ไปแล้วก็ตาม คนเป็ตาคิดอย่างเห็นแก่ตัวเพื่อหลานสาว ทว่าพี่ชายช่วยพูดความดีของโจวเว่ยจนเขาใจอ่อน โจวเว่ยทั้งหล่อเหลาหน้าตาดี มีมารยาท เป็ลูกผู้ดีในปักกิ่ง อนาคตยาวไกลกว่าลูกนายอำเภอเป็ไหนๆ ใครจะคิดว่าโจวเว่ยผู้นี้ไม่เห็นหลานสาวสกุลเซี่ยอยู่ในสายตา แค่ได้ยินข่าวแว่วมาว่ามหาวิทยาลัยจะเปิดรับนักศึกษาอีกครั้งก็ระริกระรี้รีบขอหย่าภรรยา! ซูฉีขอตามไปด้วยก็ไม่ยอมท่าเดียว เมื่อเร็วๆ นี้ยังมีข่าวแว่วมาถึงหูเซี่ยหย่งว่าโจวเว่ยมีคู่หมั้นใหม่เป็สาวสวยจากปักกิ่ง! เซี่ยหย่งจดชื่อโจวเว่ยในใจ ลงบัญชีชื่อคนที่ตนไม่ชอบหน้า!