ตอนที่ 5 งัดข้อล่อรัก
"สตรีบ้า... ทำข้าเสียอาการ" กำปั้นหนักทุบหน้าอกหลายทีย้ำชัดถึงสถานะระหว่างตนและนางไม่ให้ถลำลึกเพราะความหวั่นไหวชั่วคราว หากแต่เ้าของหัวใจตัวจริงรู้เข้าเกรงว่านางจะผิดหวัง
ยามเฉินเป็เวลาที่พวกเขาไปถึงลานฝึกยุทธ ชายหนุ่มร่างกำยำเปลื้องผ้าเผยแผงอกส่วนบนกระทบแสงแดดร้อนไม่กลัวเปลวสุริยะแผดเผา ยามกระแสเหงื่อหยดกลมกลิ้งไปตามร่องอกเกลี้ยงเกลาช่างสำราญตายิ่งนัก หญิงสาวจากเมืองหลวงเช่นนางแม้จะหมายในตัวเหรินม่อผู้เดียวก็ยังไม่อาจละสายตาออกไปได้
เสียงเข้มของเหล่าขุนพลกล้าเปล่งออกมาพร้อมเพรียงฟังดูน่าหลงใหลเข้าไปอีก นางไปสะดุดเข้ากับใบหน้าหยกงามปานเสี้ยวพระจันทร์ยิ้มของหลี่เชี่ยนจึงหลุดทำตาหวานเยิ้มเป็มัน เวลานี้ต่อให้หยวนเหรินม่อหมาดคอจนเสียงแหบก็ไม่ได้ผล
[นี่ข้าพานางมาทรมานหรือพานางมาเติมความกระสันกันแน่! เ้าจอมมารน้อย]
เขามองนางที่เอาแต่เดินเชื่องช้าน้ำลายสออย่างไม่พอใจ จู่ๆก็รู้สึกฉุนเฉียวไม่เป็ตัวเองจนควบคุมไม่ได้ไปชั่วขณะ น้ำเสียงหนักแน่นกล่าวแจ้งพี่น้องโดยไม่ไตร่ตรอง
"วันนี้น้องหญิงญาติข้าผู้นี้จะเข้ามาฝึกยุทธ์ป้องกันตัว พวกเ้าสวมอาภรณ์ซะอย่าให้เห็นเนื้อหนังแม้แต่จุดเดียว"
เหล่าพี่น้องจ้องตาขวางคู่นั้นไม่กล้าขัดขืน ได้แต่ก้มหน้าต่ำเดินต่อแถวหยิบอาภรณ์สวมใส่อย่างเป็ระเบียบ แม้เวลานั้นจะเกิดคำถามมากมายในใจก็ตาม ฤดูร้อนยังถูกบังคับให้สวมชุดหนาห่อกายช่างน่าเวทนาเสียจริง
"ขั้นแรกฝึกควงหอกก่อน หากทำได้ไม่ดีห้ามพัก" ประกายตาสะท้อนความเ็าสาดใส่โฉมสะคราญไม่ต่างจากคำพูด
เขาสั่งให้นางฝึกหลายกระบวนท่าท่ามกลางแดดจ้าเผากายสตรี ทว่าเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อนางก็ยังควงหอกได้อย่างง่ายดาย ไหนจะดาบคู่และประทวนเหล็กที่นางเกาะแกะกับมันราวคุ้นเคยหรือใฝ่หา แม้เหอเหยาจะไม่ได้แสดงออกว่าตนเองรู้วรยุทธแต่นางก็ไม่ได้แสดงออกว่าอ่อนแอเสียทีเดียว ในใจของนางปลื้มปริ่มยิ่งนักที่ได้เข้าใกล้อาวุธอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ััมันนานหลายวันั้แ่ย้ายตามเหรินม่อกลับค่าย
[เหตุใดนางไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ข้าประเมินนางต่ำไปหรือนี่]
เขาเท้าคางมองนางจนคร้านจะสงสัย กระทั่งลุกยืนตระหง่านหมายจะทำนางอ่อนแรงลงให้ได้ ลำมือหนาค่อยๆปลดเชือกคาดเอว ถอดผ้าคลุมตัวนอกเปลื้องส่วนบนสลัดทิ้งเผยกล้ามเนื้อมัดแกร่งหกรอนต่อหน้านางชัดๆ "ดูซิว่าเ้าชอบแบบนี้ จะทนไหวหรือไม่"
เพื่อเอาชนะนางถึงขั้นยอมลดทอนเกียรติแม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการใช้เรือนร่างเหล็กหลอกล่อสตรีกลางแจ้งต่อหน้าสายตาพี่น้องหลายร้อยคน
"เ้าเสือแก่ยั่วยวนไม่ดูเวลา" นางบ่นพึมพำมุมปากอย่างรำคาญใจ ในเมื่อเขาลงทุนใช้ร่างเปลือยเดิมพันนางก็จะสนองให้ เหอเหยาค่อยๆเซถลาล้มแผละลงช้าๆหมดสติกลางลาน แสร้งอ่อนแอที่สุดเท่าที่จะทำได้
ใครจะไปคิดว่าแผนการบีบเคล้นนางจะกลายเป็เื่น่าอับอายหาเื่ใส่ตัว ยามนี้ทุกสายตาต่างจับต้องมาที่เขาพร้อมตำหนิผ่านประกายตาโดยไม่จำเป็ต้องเอ่ยปาก ก่อนที่หลี่เชี่ยนจะเป็คนช้อนแขนอุ้มร่างบางไว้ในอก เขาพานางเดินเข้ามาในที่ร่มกล่าวตำหนิผู้บัญชาการบ้าอำนาจอย่างเหรินม่อโดยไม่กลัวคาดโทษ
"แม่ทัพผู้นี้ดั่งหงสาองอาจสามารถทำให้โลกาะเื เสียแรงที่ข้าเคารพท่านมาโดยตลอด แม้แต่สตรีร่างบางยังรังแกได้ลง ข้าคงต้องคิดทบทวนเสียใหม่" น้ำเสียงเข้มทึกทักให้เขาเป็เชลย ก่อนจะพาร่างนางจากไปต่อหน้าต่อตา
[โธ่เอ๊ย! เ้าโง่อยากให้ล้มก็ล้มแล้ว ทำไมชักช้าไม่ช้อนแขนแกร่งให้เร็วกว่านี้]
เหอเหยาที่แสร้งหมดสติเหลือเชื่อในความโง่เขลาของบุรุษ นางเอง้าอ้อมแขนของหลี่เชี่ยนั้แ่เมื่อไหร่ หญิงสาวรีบเปิดเปลือกตาขยิบขึ้นลงส่งสัญญาณก่อนที่เขาจะพาร่างนางเคลื่อนไปไกล
"นางหลอกข้างั้นรึ ปีศาจน้อยข้าหลงกลเ้าจนได้ คิดว่าข้าจะยอมปล่อยเ้าไปง่ายๆเหรอ"
เหรินม่อสังเกตเห็นใบหน้าเย้าแหย่ของนางก็เกิดอาการไม่พอใจ ลมร้อนแห่งความโกรธพุ่งออกหูฉับพลัน เขารู้สึกเจ็บใจเหลือเกินที่เสียรู้สตรีซ้ำแล้วยังถูกคู่สายตาของเหล่าพี่น้องตำหนิ เช่นนั้นแล้วจะปล่อยให้นางลอยนวลไปไม่ได้ สิ่งใดที่นางก่อย่อมต้องชดใช้
ใบหน้าคมเจืออารมณ์ขุ่นเคืองเดินเข้าหาหลี่เชี่ยนคว้าร่างบางชิงไว้ในอกอย่างหวงแหน การแสดงออกของเขาผู้ใดได้เห็นก็ต้องบ่งบอกว่าหมาหวงก้าง มิหนำซ้ำยังกันท่าเ้าหนุ่มหน้าใสออกจากนางด้วยอำนาจ "ตงฮุ่ย... ฝึกขุนพลหลี่เพิ่มสองเท่า ผู้อื่นพักเขาห้ามพัก"
หลังจากก้าวพ้นสันกำแพงไม้ไผ่สาน ร่างแกร่งราวเกราะเหล็กหุ้มทองแดงจับบั้นท้ายงอนขึ้นพาดบ่า ชายหนุ่มแสร้งกระทืบเท้าแรงเพิ่มสัญญาณสั่นะเืให้นางโยกตัว ก่อนที่น้ำเสียงเข้มจะกล่าวอย่างรู้เท่าทัน
"สตรีหน้ามึน ลืมตาเสีย"
นางลืมตาแช่มช้าด้วยความประหม่าที่เขารู้เท่าทัน ยามนี้แก้มนวลแนบเนื้อเข้มทาบแผ่นหลังที่ไม่ได้สวมอาภรณ์รองรับ มัดกล้ามโตห้อหนึบเข้าหากันแสดงออกถึงพละกำลังมหาศาล ทว่าเหอเหยาชื่นชมร่างบุรุษอยู่ได้ไม่นาน ฝ่ามือซุกซนของนางลูบไล้เนื้อหนังภายนอกชะงักลงเมื่อคล้ำโดนปมนูนขวางเป็ลายยาว
"สิ่งนี้คือ..." น้ำเสียงแ่เบาเอื้อนออกมา
"ครั้งหนึ่งเคยถูกจับท่ามกลางวงล้อมร้อยคมดาบศัตรู กึ่งเป็กึ่งตายนับครั้งไม่ถ้วนไม่มีอะไรให้สตรีเช่นเ้าสนใจ" เขาตอบส่งแบบขอไปทีแต่แฝงไปด้วยความเ็ป
"ไม่ง่ายเลยที่ท่านจะเป็ใหญ่ได้ถึงทุกวันนี้ " นางลั่นวาจาเนิบช้าพร้อมถอนลมหายใจอุ่นรดกายหยาบ ทำหัวใจเหล็กกระตุกไปหนึ่งจังหวะ
"เงียบปากซะ"
เหรินม่อเริ่มจับขั้วหัวใจว่าตนเองมีความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้นาง ทว่านอนคิดข้ามคืนก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ยามนี้เขาคิดเพียงว่าพ่วงนางมาด้วยชีวิตนักรบไม่สงบสุขเลยสักวัน ชายหนุ่มภาวนาให้ทวยเทพเห็นใจดลบันดาลให้นางรีบถอดใจหอบผ้าหอบผ่อนกลับจินเป่ยเสียที ต่างจากเหอเหยาที่คำนึงถึงเื้ัและความยากลำบากในสายอาชีพของเขา เป็ดั่งจุดชนวนให้นางยิ่งเกิดแรงเห่อโหมเพิ่มพูนในใจ หญิงสาวจะเป็น้ำบ่อเย็นชโลมทั้งกายใจให้ว่าที่สามีไม่เหินห่าง
*****
เช้าวันต่อมาเหอเหยาหาวคำโตลุกจากเตียงสภาพผมเผ้าไม่สาง นางห่อตัวหดไปที่กระโจมใหญ่ด่านหน้าหวังขอความช่วยเหลือจากว่าที่สามี ทว่าด้านในกลับโล่งโจ้งไม่พบเงาคน มีเพียงอาวุธและหนังสัตว์แขวนโตงเตง ระหว่างที่กำลังล้มตัวแผละเพราะอ่อนแรง ม่านบางถูกกรีดออกด้วยฝ่ามือของคนผู้หนึ่ง
เขาเห็นนางยวบตัวลงจึงช้อนมือโอบร่างไว้อีกครั้ง ดวงตาเล็กใที่เห็นใบหน้าของเขาจ้องมองนางอย่างฉงน สาวงามแห่งเมืองหลวงอับอายเป็ที่สุด แต่อาการมวนท้องหนึบตึงทำให้นางแทบขยับตัวไม่ได้
"ข้าก็แค่จะเข้ามาขอขมาโทษท่านแม่ทัพจึงบังเอิญพบท่าน" หลี่เชี่ยนจงใจพูดดักทางให้นางสบายใจก่อนจะประคองนางขึ้นเตียงที่ใกล้ที่สุด
แค่เสี้ยววินาทีจังหวะนรกมาเยือนเมื่อเหรินม่อเปิดกระโจมเข้ามาด้วยสีหน้าสดใส รอยยิ้มเบิกบานหน่วยนั้นต้องหุบฉับพลันเปลี่ยนเป็คิ้วหนาที่เลิกขึ้นสูงราวจะกรีดเืเฉือนเนื้อ ลำมือหนาทุบหลี่เชี่ยนจนหลังแอ่นพร้อมตวาดเสียงหลงทำใหญ่โต
"ตื่นเต้นหรือไม่! ได้เสียกันในกระโจมข้า!!" คำพูดมุทะลุทำนางโกรธจนควันออกหู
เพี้ยะ!
"หยาบคาย ไร้เหตุผล หยวนเหรินม่อเ้าเสือโง่!"
เหอเหยากระเถิบตัวตบหน้าคมหนึ่งฉาดในขณะที่เขาโน้มตัวเข้าใกล้นางเพื่อแยกชายหญิงออกจากกัน จู่ๆ หยดน้ำใสค่อยๆไหลออกจากเบ้าตาดูน่าสงสารจนเหรินม่อทำตัวไม่ถูก
"ไสหัวออกไปให้หมด!" นางเม้มริมฝีปากซีด เกร็งนิ้วจิกผ้านวมหนาก่อนจะยกมือปาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าแล้วจึงเคลื่อนมือเล็กกุมหน้าท้องห่อตัวบนเตียง หญิงสาวกระสับกระส่ายด้วยอารมณ์แปรปรวน