“แว้บบ!”
ทันทีที่ผมออนไลน์เข้าเกม ภูติสาวใช้ก็ะโออกมาทันที ทันใดนั้นเองเธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ นายท่าน หลิงเอ๋อร์ตรวจพบว่ามีพลังลึกลับบังเกิดขึ้น นายท่านมีโอกาสที่จะได้รับสมบัติ ้าใช้ทันทีหรือไม่เ้าคะ?”
จับสลากมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
ผมยิ้มไม่หุบ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “หลิงเอ๋อร์ เริ่มจับสลากทันที!”
“เ้าค่ะ!”
ภูติสาวใช้จึงะโขึ้นสู่กลางอากาศ พร้อมทั้งโปรยปรายแสงสว่างที่สดใสลงมา ทันใดนั้นจานหมุนสีทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นทันทีตรงหน้าผม มันมีทั้งหมด 24 ช่อง ซึ่งในแต่ละช่องจะมีรางวัลระบุไว้ 1 อย่าง เมื่อมองดูอย่างละเอียด ผมก็ต้องตกตะลึง รางวัลพวกนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปหรือเปล่า?
【ดาบจันทราดับ】(อุปกรณ์ระดับิญญา), สามารถพัฒนาได้, คุณสมบัติ :???
【เกราะผู้ทำลายล้าง】(อุปกรณ์ระดับเซียน), สามารถพัฒนาได้, คุณสมบัติ:???
【พายุา 】(ตำราสกิลระดับ SS), รายละเอียด:???
【กิเลนหิมะ】 (สัตว์พาหนะระดับเซียน), คุณสมบัติ :???
……
สมองของผมราวกับมีเืไหลซึมออกมา ในเสี้ยววินาทีนั้น แม้แต่นามสกุลของตัวเองก็แทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ เหมือนกับตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าจะได้อะไร ผมก็รวยแล้ว!
ทว่าในบรรดารางวัลทั้ง 24 รายการนั้นก็มีรางวัลค่อนข้างธรรมดาอยู่บางส่วน
【หอกถิ่นกันดาร】 (อุปกรณ์ระดับเหล็กดำ), คุณสมบัติ :???
【ดาบสยบปีศาจ】(อุปกรณ์ระดับเหล็กดำ), คุณสมบัติ :???
【กระเป๋าเดินทางถิ่นกันดาร】(ไอเทมพิเศษ), คุณสมบัติ :???
……
สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างธรรมดาเกินไป ถึงแม้จะได้ไปก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็เปลี่ยนไปไม่มาก และอย่างมากสุดก็นำไปขายได้ไม่กี่ร้อยหยวน ดังนั้นตอนนี้ผมจึงทำได้แค่อธิษฐานต่อพระเ้า ขอให้ผมโชคดี! จากนั้นจึงกดปุ่มยืนยันด้วยความระมัดระวัง! วินาทีต่อมาแสงสีน้ำเงินก็สว่างวาบผ่านไป ก่อนที่หน้าปัดสีทองที่มีเข็มชี้ขึ้นตรงๆจะเริ่มหมุน
ความเร็วในการหมุนก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ รางวัลผ่านเข็มชี้ไปทีละช่องทีละช่อง นาทีนี้ทำเอาหัวใจของผมแทบจะหยุดเต้น จากนั้นจึงอดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้ “ดาบจันทราดับ …… ดาบจันทราดับ…… กิเลนหิมะก็โอเค กิเลนหิมะ…… มา ไอ้หยา โอเค เกราะผู้ทำลายล้างไม่เลว…… อย่านะ หอกถิ่นกันดารผ่านไปเลย …… ไปให้พ้น ……”
ขณะนี้ผมกำลังเกร็งแทบจะเป็ตะคริว เมื่อเข็มชี้ผ่านดาบจันทราดับ แล้วชี้ไปที่เป้าหมายถัดไปนั้นหัวใจของผมก็เย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน วินาทีถัดมาจึงเกิดเสียง “ดิ้ง” ขึ้นหนึ่งเสียง พร้อมกับมีของชิ้นหนึ่งตกลงไปในช่องเก็บของของผม ซึ่งมันก็ไม่ใช่อะไรอื่น มันคือกระเป๋าเดินทางถิ่นกันดาร!
“มันจบแล้ว……”
ผมถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ถ้าเดาไม่ผิดเจ้าหน้าที่จะต้องลดโอกาสในการจับได้แจ็คพอตแน่ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เสียงหัวเราะของตงเสี่ยวหยูถึงดูเหมือนมีแผนลับอะไรในใจ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ผมใช้เล่ห์เหลี่ยมได้โอกาสนี้มา แต่เธอก็มีแผนตลบหลัง! เวลาต่อมาผมจึงยกมือขึ้นหยิบกระเป๋าเดินทางสีดำจากช่องเก็บของออกมาดู คุณสมบัติของมันดูดีมาก——
【กระเป๋าเดินทางถิ่นกันดาร】(อุปกรณ์มิติ): ฝังเข้ากับช่องเก็บของ สามารถเพิ่มพื้นที่ช่องเก็บของได้ 500 ช่อง
ของดี! ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าอุปกรณ์ระดับเซียนและระดับวิญญาณเหล่านั้นก็เถอะ แต่ว่าพื้นที่ช่องเก็บของ 500 ช่องนี้กลับมีประโยชน์จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นแบบผมที่ต้องการยืนหยัดในโลกแห่งการปรุงยา การมีช่องเก็บของที่เพียงพอนั้นสำคัญมาก ด้วยเพราะสามารถรวบรวมสมุนไพรในการปรุงยาได้เป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะมีคลังเก็บของสตูดิโอ แต่หากออกไปเก็บเลเวลข้างนอกเป็นเวลานาน พร้อมทั้งดรอปได้อุปกรณ์และวัตถุดิบจำนวนมากมันก็จะสามารถเก็บได้หมด โดยไม่สนว่าจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งของทุกอย่างที่ขายได้ก็จะถูกนำกลับไปขายที่เมือง ซึ่งก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสตูดิโอทีมเทียนเสวี่ยนของพวกเรา!
ผมทำการติดตั้งในทันทีและชั่ววินาทีต่อมา พื้นที่ช่องเก็บของของผมก็กลายเป็น 600 ช่อง ซึ่งมากกว่าผู้เล่นทั่วไปถึงหกเท่า!
จากนั้นผมจึงชำเลืองดูยาในช่องเก็บของ และอาศัยการประมวลผลออนไลน์ จึงทราบว่าในเวลานี้อัตราส่วนของเหรียญทองของเมืองจิ่นโจวกลายเป็น 1: 2 แล้ว หนึ่งเหรียญทองสามารถขายได้เพียงสองหยวน งั้นก็แสดงว่ามีคนจำนวนมากที่ออกจากเมืองเพื่อล่าเหรียญทองจำนวนมาก ซึ่งมอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่า 20 ตายหนึ่งครั้งสามารถดรอปเหรียญทองแดงหลายสิบเหรียญออกมา มันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับทีมหนึ่งที่จะออกไปล่าเหรียญทองจำนวนมาก
ดังนั้น ผมจึงนำยาเม็ดหวนคืนโลหิตเลเวล 2 หนึ่งร้อยเม็ดจากในช่องเก็บของออกมาวางขายในโรงประมูล แต่ละเม็ดขายในราคา 20 เหรียญทอง ชั่วร้ายมาก เพียงแค่หวังว่าจะมีเหยื่อเต็มใจมากินเบ็ด และในช่วงเวลาที่การฝากขายเสร็จสมบูรณ์นั้น ในพริบตาก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นข้างหู เป็นสัญญาณว่ามีคนซื้อสินค้าของผมแล้ว! แน่นอนว่า คุณสมบัติฟื้นฟูเลือด 800 แต้มในทันที มันก็เพียงพอที่จะทำให้หลายคนแทบคลั่ง โดยเฉพาะทีมที่มีความทะเยอทะยานในการออกล่าบอส ยาชนิดนี้จึงเป็นเหมือน*ส่งถ่านให้กลางหิมะ
(*สำนวนจีน:การยื่นมือเข้าช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างมาก )
โดยไม่ถึงสิบนาที ยาที่ผมฝากขายก็ถูกซื้อไปหมดแล้ว จากนั้นผมจึงนำ 2000 เหรียญทองที่ได้รับมาวางไว้บนชั้น โดยแต่ละเหรียญทองราคา 1.5 หยวน และผมก็เชื่อว่าเหรียญทั้งหมดจะถูกขายหมดในไม่ช้านี้ ซึ่งราคาเหรียญทองเป็นเหมือนราคาของกะหล่ำปลีในช่วงกลางและปลายปี หากขายได้ก็ควรรีบขายเลย ไม่อย่างนั้นสุดท้ายมันจะกลายเป็นของไร้ค่า
……
หลังจากที่ผมทำธุระเสร็จแล้ว ผมก็ออฟไลน์ออกจากเกม และทันทีที่ถอดหมวกเกมออกนั้น ก็พบกับซูซีหรานนั่งอยู่ข้างเขา กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกอยู่ ก่อนจะชี้นิ้วไปข้างๆ พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันเทน้ำร้อนให้นายแก้วหนึ่ง นายน่ะอย่าเอาแต่ดื่มเครื่องดื่มตลอดเวลาสิ มันไม่ดีต่อสุขภาพ”
“อื้ม ขอบคุณนะ”
เมื่อวางหมวกเกมลง น้ำร้อนก็กำลังอุ่นได้ที่เลย ผมจึงยกมันขึ้นมาดื่มจนหมด แล้วเติมเพิ่มอีกแก้ว
“ซีหราน ทำไมยังไม่นอนอีก?” ผมถามขึ้น
“รอนายอยู่ไง……”
“รอฉัน?” ผมถึงกับสะดุ้ง “รอทำไม พวกเราไม่ได้จะนอนเตียงเดียวกันสักหน่อย”
เธอมองตาขวางใส่ผมทันที แต่ก็ไม่มีคำตำหนิใดออกมา ก่อนจะพูดว่า “พวกเขาเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือแต่นายคนเดียวนี้แหละที่กำลังออนไลน์อยู่ ฉันในฐานะหัวหน้าทีมจะต้องดูแลสมาชิกในทีมทุกคนให้ดีสิ ดังนั้นฉันจึงรอนายอยู่ที่นี่ไง คำอธิบายนี้สมเหตุสมผลหรือยัง?”
ผมเบะปาก “มันก็สมเหตุสมผลพอ ๆ กับช่างซ่อมรถที่ใช้ประแจไปเตะบอลนั่นแหละ”
เธอระบายรอยยิ้มสวย พร้อมกับที่แววตาของเธอที่อ่อนแสงลง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “นายน่ะ …… จะผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ แล้วนิสัยของนายที่ชอบทำตามใจตัวเองเกินไป ไม่ยอมใคร และสบายเกินไปแบบนี้ บางครั้งมันอาจจะทำให้นายต้องเจ็บปวดเอาได้”
“แม้ต้องเจ็บปวด แต่สามารถรู้ถึงธาตุแท้ของคน ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี” ผมยันตัวลุกขึ้นยืน พลางกดปิดเครื่องปรับอากาศในห้องโถงทว่าตอนนี้เองที่เหมือนได้ยินเสียงเครื่องซักผ้าดังออกมาจากห้องซักผ้า ผมที่อดแปลกใจไม่ได้จึงเอ่ยถามว่า “นี่เธอ …… กำลังซักเสื้อผ้างั้นเหรอ?”
“อื้ม”
ซูซีหรานเม้มริมฝีปากแดงและดวงตาที่สวยงามของเธอก็ดูสดใส “ในห้องซักผ้ามีแต่เสื้อผ้าสกปรกกองสุมกันแบบนั้น แต่ก็ไม่มีใครที่จะสนใจซักมันเลยสักคน ฮึ เป็นกลุ่มผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ นี้หัวหน้าทีมอย่างฉันจะต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กนอกเวลางั้นเหรอ อีกอย่างถ้าฉันไม่ซักมันใครจะซัก? โชคดีนะที่มีเครื่องซักผ้าอยู่ ถ้าหากต้องซักด้วยมือ……อึ๋ย ไม่อยากจะนึกเลย”
“ลำบากเธอแล้วล่ะ”
ผมพูดว่า “หัวหน้าทีมของสโมสรชั้นนำที่สง่างามวิ่งมาหาฉันถึงที่นี่เพื่อเป็นพี่เลี้ยงเด็กนอกเวลา ฉันไม่รู้จริงๆว่าทีมเทียนเสวี่ยนของพวกเราทำได้อย่างไร......”
ซูซีหรานยิ้มเล็กน้อย พร้อมทั้งผุดยืนขึ้น และกล่าวว่า “ดังนั้นในอนาคตนายก็ต้องดีกับฉันให้มาก ไม่อย่างนั้นพระเจ้าจะลงโทษนาย”
“แน่นอน”
ผมที่พยักหน้า ทว่าสายตากลับกวาดมองไปทั่วท่อนล่างของเธอ กางเกงขาสั้นอวดเผยส่วนเว้าส่วนโค้งของสะโพกที่สมบูรณ์แบบให้เห็นอย่างเด่นชัด อีกทั้งยังโชว์ขาเรียวยาวขาวราวกับหิมะคู่นั้น พร้อมกับที่ร่างกายท่อนบนสวมเสื้อยืดสีน้ำตาลแบบสบาย ๆ ทว่าก็แสดงให้เห็นถึงเส้นรอบวงที่สมบูรณ์แบบ ยอดเขาสองลูกที่ตั้งสูงและหน้าท้องที่แบนราบ มันทำให้ผมรู้สึกร้อนรุ่มจนแทบบ้า ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซีหราน แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ……”
“ทำไมเหรอ?”
เธอมองลงมาที่ผมอย่างประหลาดใจ “ฉัน …… ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น ก็แค่......”
ผมพูดไม่ออกเล็กน้อย “สถานการณ์ในสตูดิโอของทีมเทียนเสวี่ยนเธอเองก็รู้ดีใช่ไหม ทั้งฉันและหลินเฉอโสดอยู่ หวังจินไห่ก็เหมือนกัน ถึงแม้จางเหว่ยจะมีแฟนมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าจะถูกทิ้งแล้ว สรุปตอนนี้ทั้งสตูดิโอก็เต็มไปด้วยหนุ่มโสดที่อยู่ในวัยหนุ่มที่กระฉับกระเฉงเลือดลมพลุ่งพล่าน แล้วเธอก็แต่งตัวร้อนแรงเซ็กซี่ขนาดนี้ แถมทั้งยังดูสะดุดตามาก แต่เธอก็วางใจเกินไปหรือเปล่า ไม่กลัวว่าพวกเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้หรืออย่างไร?”
ซูซีหรานอดยิ้มหวานไม่ได้ พลางก้มมองมาที่ผมด้วยดวงตาคู่สวยคู่นั้นที่คล้ายจะสื่อความหมายบางอย่าง “มีนายอยู่ที่นี่ เจ้าเด็กตัวเหม็นคนไหนจะกล้าควบคุมตัวเองไม่ได้?”
“แล้วถ้าเป็นฉันเองที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ล่ะ?” ผมโพล่งออกไป แต่แล้วก็ต้องรู้สึกเสียใจเล็กน้อยทันทีที่พูด จนต้องยกมือลูบจมูกแก้เขิน แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดียังไงมันก็เรียกคำพูดนั้นกลับคืนมาไม่ได้
คำพูดของผมส่งผลให้ใบหน้าอันงดงามของซูซีหรานแดงระเรื่อขึ้นมาทันที และเธอดูเหมือนจะสับสนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า“หากในใจนายเกิดระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ …… งั้นนายก็ลองท่องค่านิยมหลักของสังคมนิยมสักรอบ ฉันเชื่อว่านายจะสงบลงได้”
ผมถึงกับพูดไม่ออก“โอเค ตอนนี้ฉันสงบมาก เรียกได้ว่าเป็นสายน้ำที่หยุดไหลเลยด้วยซ้ำ ”
ซูซีหรานหัวเราะขำ “ฉันไปตากผ้าละ มันน่าจะปั่นแห้งเสร็จแล้วล่ะ ส่วนนายก็เข้านอนเร็วหน่อยนะ”
ผมที่เปิดโน้ตบุ๊กที่อยู่ด้านข้างจึงพูดว่า “เธอไปตากผ้าเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่ เดี๋ยวตรวจสอบข้อมูลเกมอีกหน่อย แล้วรอเข้านอนพร้อมเธอก็ได้”
แววตาของซูซีหรานดูลึกล้ำ “ความรู้สึกนี้มัน ……ดีจังเลย”
“คะ ... ความรู้สึกอะไร?” ผมรู้สึกงงงวย
เธอตบไหล่ผมเบาๆ พร้อมทั้งพูดว่า “ก็ความรู้สึกที่เราสองคนได้มาทำงานร่วมกันอีกครั้งไง……นายที่รับผิดชอบเรื่องเกมทั้งหมด ส่วนฉันรับผิดชอบเรื่องภายใน เราสามารถสนับสนุนให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้ ด้วยความสัมพันธ์แบบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกดีมากและปลอดภัยอีกด้วย”
“อย่ามาดูถูกฉันที่มี EQ ต่ำเชียวนะ และพูดตามตรง ฉันมักจะมีภาพลวงตาว่าฉันคือหลี่หยุนหลงและเธอคือผู้บังคับการการเมืองจ้าว ……”
“ฮ่า ฮ่าๆ ไม่เอาด้วยหรอก ฉันไปตากผ้าดีกว่า”
“อื้ม”
ยามนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ จึงมีแสงแดดอุ่นๆส่องเข้ามาในสตูดิโอจากทางทิศตะวันออก ร่างของซูซีหรานที่ยืดออกไปตากเสื้อผ้า ยิ่งขับเน้นทำให้ร่างงามดูเพียวบาง ชวนให้ผู้คนหลงมึนเมาจริงๆ แต่หลังจากชื่นชมเพียงไม่กี่วินาทีผมก็ก้มลงดูข้อมูลในโน๊ตบุ๊คต่อ อย่างที่ซูซีหรานบอกไว้ เธอจะเป็นผู้ดูแลเรื่องภายในและทุกอย่างของทุกคนให้ดี แต่อนาคตของสตูดิโอก็เป็นความรับผิดชอบของผมแน่นอน
หลังจากอ่านข้อมูลมาครึ่งชั่วโมง ในที่สุดผมก็รู้สึกง่วง พอดีกับซูซีหรานก็เดินกลับมาเช็ดมือและเอ่ยถามอย่างยิ้มๆว่า “จะนอนหรือยัง?”
“อื้ม นอนกันเถอะ นอนสักเจ็ดชั่วโมง แล้วตั้งนาฬิกาปลุกตอนสี่โมงเย็นด้วยนะ”
“โอเค”
……
ผมนอนหลับไปเจ็ดชั่วโมงเต็มๆ ก่อนจะตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุก เมื่อเหลือบมองไปที่โทรศัพท์ ก็มีข้อความแจ้งว่าได้รับเงิน 3000 หยวนแล้ว มันเป็นเงินที่ผมได้จากการขายยา หากความคืบหน้ายังคงเป็นไปตามนี้ต่อไปอนาคตของสตูดิโอจะต้องสดใสแน่นอน
เวลาต่อมาผมจึงลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำเสร็จและจึงเดินออกจากห้องไป
ที่ห้องโถง ซูซีหรานอยู่ที่นี่แล้ว วันนี้เธอแต่งหน้าเบาๆ เป็นธรรมชาติ โชว์คิ้วที่ดกสวยเรียวยาว และขนตางอนงามรับกับดวงตากลมโตสุกใสประดุจน้ำ แถมยังคงดื้อสวมใส่กระโปรงสั้น และเสื้อเชิ้ตแขนสั้นมาอีก จึงเพียงแค่มองผ่านก็ทำให้ไม่สามารถละสายตาไปได้เลย ขณะนี่เธอกำลังเก็บสมุดบันทึกไว้ในมือ พลางเงยหน้าขึ้นมองผม แล้วพูดอย่างยิ้มๆว่า “เตรียมตัวออกไปข้างนอกกัน ฉันโทรเรียกรถ อีกไม่นานก็ถึงแล้ว”
“จะ……จะไปที่ไหน?”
“ไปกินข้าวไง และถือโอกาสเปิดประชุมชั่วคราวระหว่างทางเลย เพื่อวางแผนสำหรับพัฒนาในอนาคต นายคิดว่าจำเป็นไหมล่ะ?”
“จำเป็นสิ!”
“อ๊ะ จริงสิ”
เธออุทานออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะตบลงบนสมุดบันทึกของเธอ พร้อมทั้งพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันทำแบบฟอร์มไว้แล้ว เอาไว้บันทึกรายรับรายจ่ายของสตูดิโอทั้งหมด หลังจากนั้นค่อยจัดสรร นายคิดว่าไง?”
“ซีหรานเธอนี้รู้ใจฉันจริงๆ”
“ฮึ ~~~”
เธอที่ลุกขึ้นยืนอวดร่างบางสูงเพรียว ก่อนพูดขึ้นว่า “ผู้ช่วยชั้นยอดอย่างฉัน หาเจอยากใช่มั้ยล่ะ?”
“ใช่ ไปกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”
“โอเค รถก็น่าจะมาแล้ว”