นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่๘
อยู่ที่ใจ
ต้นน้ำนั่งทบทวนเื่ราวในใจตนเองอยู่ตรงนั้นอยู่..ครู่ใหญ่ และแทบทุกห้วงเวลาที่เขาหมดหวัง.. รอยยิ้มพิมพ์ใจ .. น้ำเสียงนุ่มๆ ของพี่นัทก็แว่บเข้ามาให้กำลังใจต้นน้ำเสมอ
หรือ.. ลึกๆเราจะชอบพี่นัทเสียแล้ว?.. ไม่สิ!! .. ไม่!! .. พี่นัทเป็ของฝุ่นดินเพื่อนรัก.. จะเอามาเป็ของเราไม่ได้ ..
ต้นน้ำรู้ดีว่า..พี่นัทคือคนที่ทางบ้านฝุ่นดินเลือกให้มาป็นคู่ของฝุ่นดิน .. และตอนนี้ก็เป็่ที่ทั้งสองกำลังเรียนรู้กัน..
ฉะนั้น.. ต้นน้ำจึงบอกตนเองว่า.. พี่นัทไม่ใช่คนที่เราจะโมเมมาเป็ของเราได้ ..!!
..
แล้วก็เป็ปฐวีที่เดินมาเห็นต้นน้ำนั่งไม่เป็ท่าอยู่ระหว่างทางเดิน เขารีบเข้าประคองต้นน้ำและพาต้นน้ำไปพักอย่างทะนุถนอม
“ไม่มีอะไรจริงๆ ปอวี” ต้นน้ำพยายามเสียงแข็ง
แต่สายตาที่อ่อนโยน..และห่วงใยของปฐวี ก็ทำให้ต้นน้ำไปไม่รอด “ฉันแค่.. เพิ่งได้รู้ว่า..น้องชลไม่ได้อะไรกะฉันเลย ฉันเพ้อไปเองคนเดียว”
ปฐวียิ้มให้ “ก็เหมือนวีแหละ ที่ชอบเพ้อว่าต้นน้ำ..เป็ของวี”
“ไม่เอาสิปอวี อย่าพูดแบบนี้ เราสองคนเป็เพื่อนกันน่ะดีแล้ว”
ปฐวีพยักหน้ารับ “วีจะพยายามเป็เพื่อนต้นน้ำนะ แต่ในใจนี่.. วีก็ยังเหมือนเดิมนะ”
“ปอวี...”
“อย่าห้ามวีเลย ให้วีคิดไปคนเดียวแบบนี้แหละ วีมีความสุขแล้ว ถ้าวันนึงข้างหน้า.. ในนี้” ปฐวีชี้ที่หน้าอกตนเอง “มันจะเปลี่ยนไป วีจะบอกต้นน้ำนะ”
ต้นน้ำได้แต่พยักหน้ารับ ..หรือที่เราไม่รู้สึกอะไรกะ ‘ปอวี’ ที่แสนน่ารักคนนี้เลย เพราะเราเคยถูก ‘วิล’หรือ ‘ศุวิล’ หลอกให้รักหลอกให้หลงอยู่ฝ่ายเดียว ่ที่เรียนมัธยม
พอมาถึงตอนนี้.. คงเพราะชื่อ.. วีกับวิล ..มันใกล้ๆ กัน .. ใจเราก็เลยไม่ยอมสนใจอีก .. มั้ง??.. ต้นน้ำคิดหาเหตุผลไปเรื่อย
ทั้งต้นน้ำและปฐวีเดินออกจากมหา’ลัยไปด้วยกัน ไปหาอะไรกินแล้วจึงกลับบ้านทางเดียวกัน บ้านปฐวีถึงก่อนบ้านต้นน้ำ แต่วีมักจะนั่ง BTS ไปส่งต้นน้ำที่สถานีที่ใกล้บ้านต้นน้ำที่สุด แล้วเขาจึงนั่ง BTS ย้อนกลับมาสถานีที่ใกล้บ้านเขา
หลังจากวอร์มร่างกายกันอย่างดีแล้ว อาจารย์เตโชก็ให้ทุกคนลองพูดบทมาตรฐานมาลองพูด แล้วลองขยับร่างกายไปตามความรู้สึกที่พูดออกมา ส่วนชลวิทย์กับฝุ่นดินครูโชให้ใช้บทพูดของโรมิโอกับจูเลียตแทน
แรกๆ เวลาที่ชลวิทย์พูดและขยับตัวไปมาก็ดูประดักประเดิดอยู่พอสมควร แต่พอเขาพูดซ้ำไปซ้ำมา และลองเดินไปมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ทุกอย่างก็เริ่มลงตัว ชลวิทย์เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างพอดิบพอดีกับความรู้สึกของตน
กลับเป็ฝุ่นดินที่ตั้งใจแสดงมากจนเกินไป จนกระทั่งการพูด การมอง การขยับตัวกระทั่งการเดินล้วนไม่เป็ธรรมชาติ ทุกอย่างดูเป็หุ่นยนตร์ไปหมด
“มัตติกา” ครูโชเรียกฝุ่นดินเสียงเข้ม
ฝุ่นดินที่กำลังค้นหาวิธีแสดงอยู่ก็หยุดนิ่ง เธอไม่ได้หันมามองครูโชแต่ก็รอฟังว่าอาจารย์ของเธอจะพูดอะไร
“อย่าคิดสิ” น้ำเสียงครูโชค่อนข้างตำหนิแล้วจึงบอกต่อ “รู้สึก ..แค่รู้สึก” ครูโชเริ่มอธิบายวิธีแสดงให้ฝุ่นดิน “รู้สึกกับทุกคำที่พูด ..รู้สึกกับทุกอย่างรอบตัว .. รู้สึกกับคนที่เห็นอยู่ตรงหน้า ..รู้สึกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”
ฝุ่นดินยืนประมวลสิ่งที่อาจารย์เตโชเพิ่งสอนเธอไปเมื่อครู่
“ถ้ายังไม่รู้สึกก็ไม่ต้องพูด .. อย่าพูด โดยไม่รู้สึก .. ถ้ายังไม่อยากเดิน ก็อย่าเพิ่งเดิน ..อยากเดิน ค่อยเดิน .. เมื่อรู้สึกแล้วจึงทำ”
ฝุ่นดินลองทำตามที่ครู.. ไม่รู้สึก ก็ไม่พูด .. ไม่อยากเดิน ก็ไม่เดิน .. พออยากเดิน ก็เดิน .. อยากพูด.. ก็พูด .. ทุกอย่างก็ดูเป็ธรมชาติมากขึ้น อะไรที่ดูประหลาดๆ เมื่อครู่ ก็ลดลงไปจนเกือบหมด
ครูโชจึงให้ฝุ่นดินลองพูดบทรับส่งความรู้สึกและเคลื่อนไหวร่างกายกับชลวิทย์ ซึ่งครูโชดูแลทั้งสองอย่างใกล้ชิด
ชลวิทย์พูดบทของโรมิโอว่า “ .. หากตัวข้าจาบจ้วงล่วงเกินท่าน ด้วยมือมัน.. ทำตามปรารถนาของใจ ข้ามานี่.. เพื่อเสาะหารักแท้จากดวงหทัย หากท่านมอบรักให้ .. ขอเพียงยิ้ม .. ”
ฝุ่นดินในฐานะจูเลียตตอบโต้โรมิโอกลับไปบ้าง “ .. รอยยิ้มหรือ.. คือ..ตัวแทน.. ของรักแท้ .. ” แม้การพูดครั้งแรก อาจจะไม่ดีนัก ครูโชส่งสัญญาณให้เธอพูดซ้ำ ฝุ่นดินจึงลองพูดซ้ำไปซ้ำมาสักครู่ ทุกอย่างก็ลงตัว .. จูเลียตของฝุ่นดินเริ่มฉายแววความน่ารัก
ครูโชพยักหน้าให้ชลวิทย์ตอบโต้ โรมิโอชลวิทย์ยิ้มให้จูเลียต “ .. ไฉน..ท่านเอ่ยแค่..น้อยนิด หรือปลื้มปริ่ม.. เพราะรักข้า .. ”
คำพูดโรมิโอทำให้จูเลียตเขินอาย แต่มิได้ก้าวเดินหนี เพราะมีใจให้เช่นกัน
กนกเองก็ยังเห็นการแสดงที่แตกต่างระหว่างที่ฝุ่นดินเล่นกับเขากับขณะนี้..ขณะที่ฝุ่นดินกำลังเล่นกับชลวิทย์
“ .. ข้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม .. ” แม้เป็การแสดงครั้งแรก แต่ฝุ่นดินก็ทำให้คนดูรู้สึกได้ว่า.. จูเลียตพูดพร้อมกับเปิดใจให้โรมิโอ
“ .. ข้าขอเก็บรอยยิ้ม.. ท่านไว้ในใจ .. ” โรมิโอชลวิทย์โปรยคำหวานพร้อมกับแววตา
“ .. หากท่านเก็บรอยยิ้มไว้.. ข้าก็ไม่มีรอยยิ้มที่เป็ของข้า .. ” จูเลียตฝุ่นดินก็ต่อปากต่อคำอย่างไม่น้อยหน้า
“ .. เพื่อรักยิ่งใหญ่ ข้าจะคืนรอยยิ้มให้เ้ากลับไป.. ” โรมิโอยอมให้จูเลียต
“ .. ข้าขอขอบน้ำใจท่านเป็หนักหนา .. ” จูเลียตยิ้มให้อย่างผู้ชนะ
..
“.’จารย์ครับทำไม.’จารย์พูดแค่นี้ น้องฝุ่นก็ทำได้เลยล่ะครับ” กนกถามขึ้น เมื่ออาจารย์เตโชบอกให้พักการซ้อม
“ก็เพราะว่า..ฝุ่นดินเริ่มฝึกการแสดงทุกอย่างมาในวิธีของผมน่ะสิ” ครูโชตอบง่ายๆ “แต่รุ่นพวกเธอ ผมไม่ได้ฝึก จึงไช้วิธีนี้ได้ยากมาก”
“แล้วถ้าผมฝึกใหม่กับ.’จารยล่ะครับ” กนกไม่ยอมแพ้
“มันยากตรงที่ว่า เมื่อเธอฝึกตั้งใข่ล้มจนเดินได้ในแบบหนึ่งแล้ว เธอจะลองฝึกตั้งไข่ล้มอีกแบบเพื่อเดินอีกแบบน่ะ ผมว่ายากอยู่นะ”
“ครูเปรียบเทียบได้เห็นภาพเลยครับ” ต้นน้ำพูดขึ้น
“แล้วคนที่ฝึกอย่างพี่หนกนี่ ครูจะช่วยได้ยังไงบ้างล่ะครับ” ชลวิทย์ช่วยถาม
กนกแอบมองเด็กคนนี้แว่บหนึ่ง.. ถึงมันจะไม่ได้ดีกับเขา .. แต่มันก็ไม่ได้ร้ายกับเขาตลอดเวลา
“ก็ต้องกลับไปที่พื้นฐานที่เป็มาตรฐานที่สุด” ครูโชพูดชัดเจน “คือ.. รู้ว่าตัวละคร้าอะไร ..รู้ว่าตัวละครชอบทำอะไรเพื่อให้ได้ตามความ้านั้น .. ในแต่ละสถานการณ์ตัวละครรู้สึกอย่างไร แก้ปัญหาแบบไหน .. อะไรประมาณนี้แหละ”
“ยากจัง” ฝุ่นดินเปรยขึ้น
“วิธีของผมเป็แค่ทางลัดใน่เริ่มต้นเท่านั้น เพื่อให้คนฝึกมีกำลังใจฝึกต่อ .. แต่พอทำได้แล้ว ..ก็ต้องกลับไปใช้วิธีมาตรฐานอยู่ดี”
ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน ชลวิทย์มองฝุ่นดินเกือบตลอดเวลา แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจเขาเลย ฝุ่นดินฟังที่ครูโชสอนอย่างตั้งใจ และเมื่อครูโชให้ฝึกซ้ำ เธอก็ฝึก ฝึก ฝึก และฝึก จนเธอแสดงได้ดีขึ้น.. ดีขึ้น.. และดีขึ้น
..
แต่..จนแล้วจนรอด ชลวิทย์ก็ยังไม่ได้คุยกับฝุ่นดินแบบจริงๆ จังๆ เสียที และวันนี้ชลวิทย์ต้องกลับก่อนตามคิวซ้อมที่เขาแจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะวันนี้ชลวิทย์ต้องไปออกรายการโทรทัศน์กับ ‘ลม ..นภดล’ คู่จิ้นสุดฟินของเขา
ชลวิทย์ได้แต่มองหน้าฝุ่นดิน ราวกับจะให้ดวงตาเขาพูดทุกอย่างแทน แต่ฝุ่นดินก็เลือกสบตาเขาแป๊บเดียว และรีบยิ้มให้ชลแล้วกลับไปซ้อมต่อ เขาจึงต้องเดินคอตกจากไป
..
ในรายการโทรทัศน์ พิธีกรสัมภาษณ์ด้วยคำถามที่ชวนให้จิ้นกันสุดๆ ทั้งชลวิทย์และลมนภดลต่างก็ตอบคำถามเอาใจแฟนคลับกันเต็มที่ ลมกอดชลหอมแก้มชล จนเสียงกรี๊ดลั่นสตูดิโอ แฟนคลับยุให้ทั้งสองจูบกัน ชลวิทย์ยังอึ้งๆ กับมุขของแฟนคลับ แต่ลมก็เร็วสมชื่อ เขาคว้าตัวชลวิทย์มากอดและจูบปากชลวิทย์อย่างดูดดื่ม จนแฟนคลับกรี๊ดคอแทบแตก
..
พี่นัทมารับฝุ่นดินกลับบ้านด้วยรถเบ๊นซ์คลาสสิคคันดำสุดหรูเหมือนเช่นทุกวัน และวันนี้.. พี่นัทเดินไปหาต้นน้ำทั้งๆ ที่ต้นน้ำกำลังยืนเม้ากะฝุ่นดินอยู่ “ไปทานข้าวกับพี่นะครับ ต้นน้ำ”
ต้นน้ำยิ้มให้พี่นัท เขาไม่รู้จะปฏิเสธยังไง
ฝุ่นดินหันมามองดูว่าเพื่อนรักจะว่ายังไง
“นะครับ ..คนดี” เสียงนุ่มๆ ยิ้มหวานๆของพี่นัทช่างบาดใจต้นน้ำดีแท้
ต้นน้ำจึงยอมมาทานอาหารด้วย
..
ชลวิทย์นั่งอยู่ในรถยนตร์คันเก่งของเขา .. อะไร ..อะไร .. ในหัวเขามันตีกันวุ่นไปหมด
รถของชลวิทย์ยังจอดรถอยู่กับที่.. แต่จิตใจเขาวิ่งวนวุ่นไปหมด..!!
..ทั้งเื่รสจูบของลม.. ที่เคยทำให้ชลไหวหวั่นตอนถ่ายซีรีย์..กลับมาทำให้เขารู้สึก.. ซาบซ่านชวนให้หลงใหลอีกครา ..
..ทั้งเื่หัวใจ .. ที่เขารู้สึก.. มันก็รู้สึกจริงๆ นี่นา.. เขาชอบฝุ่นดิน ..หรือแค่ประทับใจ ..
..แล้วยัง..อ้อมกอดของลม .. ทำไมมันตรึงใจกว่ากอดของนิภาส ..
หรือเขาชอบผู้ชาย..!!
.. ไม่ใช่สิ ..ก็ยังมีใจให้ฝุ่นดินนี่..!!
.. แต่..ทำไมเขาจึงไหวหวามไปกับจูบของลมได้ถึงเพียงนี้ ..
ทุกอย่างสับสน.. ชลวิทย์คิดไปคิดมา .. แต่ก็ไร้คำตอบ..!!
..มันหาข้อยุติอะไรไม่ได้เลย ..
ชลวิทย์จึงเลิกคิด.. เขาอยากเมา.. เมาให้ลืมเื่พวกนี้ไปชั่วครู่ก็ยังดี .. แต่.. ถ้าจะเมา .. ก็ต้องไปเมาที่บ้านภูริชที่เดียวที่จะไม่มีใครเห็น ไม่มีเื่ไปถึงนักข่าว
..
ที่โต๊ะอาหารทรงกลมขนาดใหญ่ พี่นัทสั่งอาหารจีนรสเลิศมาจนเต็มโต๊ะ เขาจึงตามเขนคนขับรถมาร่วมโต๊ะด้วยโดยเขาให้เขนนั่งตรงข้ามกับตัวเอง พี่นัทให้ฝุ่นดินนั่งของทางขวามือเขา และให้ต้นน้ำนั่งทางซ้าย
ฝุ่นดินจึงสังเกตเห็นว่า..พี่นัทมักจะแอบมองต้นน้ำมากเป็พิเศษ ต้นน้ำเองก็อมยิ้มด้วยความเขินอายทุกครั้งที่หันมาสบตาพี่นัท ..
.. บางครั้ง..พี่นัทก็ใช้ตะเกียบเงินคีบอาหารให้ต้นน้ำ และแนะนำวิธีกินอย่างถูกต้อง ว่าควรปรุงรสอย่างไร หรือจิ้มน้ำจิ้มถ้วยไหน
การที่พี่นัทดูแลเอาในใจใส่ต้นน้ำอย่างดี ทำให้ฝุ่นดินอดยิ้มออกมาไม่ได้
แต่ ‘เขน’ คนที่นั่งตรงข้ามนั่น ดูน่ากลัวแปลกๆ อาจจะเป็เพราะเขาผิวเข้ม แล้วยังใส่ชุดซาฟารีสีดำสนิททั้งตัว ประกอบกับเขาเป็คนหน้านิ่งๆ ไม่ยิ้ม ไม่แย้มกับใครหรืออะไรทั้งนั้นจึงยิ่งดูน่ากลัวไปกันใหญ่
แต่.. ช่างเถอะ..!!
ยังไงฝุ่นดินก็สนใจเื่ราวระหว่างพี่นัทกับต้นน้ำเพื่อนรักของเธอมากกว่า
..
ชลวิทย์ขับรถไปถึงบ้านภูริชพร้อมกับเบียร์อีกเป็โหล
ภูริชยืนรอที่หน้าบ้านเพื่อต้อนรับเพื่อนของเขาอย่างดี “มีเบียร์มาแบบนี้ อย่าบอกนะว่า.. ”
“เออ..วันนี้อยากเมา ได้ปล่ะ?”
“แล้วแต่มึงเลย” ภูริชเสียงเข้ม “แต่.. วันนี้.. บ้านกู..”
ชลวิทย์ลุ้นไปกับคำพูดภูริช
“ไม่มีใครอยู่บ้าน” เขาแกล้งเพื่อนสำเร็จ
ชลวิทย์ลุ้นจนถึงคำสุดท้ายก็สบถทันที “ไอ้.. ” พร้อมกับไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อน
ภูริชหัวเราะสะใจ.. สาแก่ใจ .. เขายินดีให้ชลวิทย์กอด ฟัดอยู่แล้ว
จนชลวิทย์รามือไปเอง
“กูมีเื่สับสนหลายเื่จนไม่อยากพูดถึง มึงเมาเป็เพื่อนกูนะ” พูดจบ ชลวิทย์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ภูริชยิ้มให้ “แล้วแต่มึงเลย” แล้วภูริชก็ให้เพื่อนรักไปนั่งมุมที่พวกเขาสองคนชอบพร้อมกับเอาเบียร์ส่วนหนึ่งไปแช่ตู้เย็น อีกส่วนวางไว้สำหรับดื่ม เขายกแก้วและน้ำแข็งมาให้
“มีแต่มึงที่เข้าใจกู” ชลวิทย์ระบายความรู้สึก
ภูริชเปิดเบียร์เทลงแก้วแช่พร้อมกับน้ำแข็งจนเบียร์เย็นๆ กลายเป็วุ้น “ชน” เขาชวนดื่ม
ชลวิทย์ชนแก้วแล้วยกดื่มหมดแก้วในครั้งเดียว
ภูริชรินเบียร์ให้อีก
ทั้งสองดื่มกันไปพักใหญ่
จน..ชลวิทย์เมามาย แทบไร้สติ
“มึงเมามากแล้วไปนอนดีกว่า” ภูริชบอกเพื่อนรักที่เมาจนแทบไม่รับรู้อะไรแล้ว เขาประคองชลวิทย์ไปที่ห้องนอน
ขณะที่ภูริชประคองชลวิทย์ ใบหน้าของชลคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าเขา ภูริชคิดสรตะไปมาในมโนของตน (สรตะอ่านว่า สะ-ระ-ตะ /แปลว่า การคาดคะเนตามข้อสังเกต,การคาดหมายเอาโดยยึดเค้าเดิมเป็หลัก) แล้วดำฤษณาในใจเขาก็ชนะทุกอย่าง (ดำฤษณาอ่านว่า ดำ-ริด-สะ-หนา /แปลว่า ความใคร่,ความอยาก)
“กูเช็ดตัวให้มึงก่อนนอนนะ มึงจะได้นอนสบายๆ ” แล้วภูริชก็ถอดเสื้อผ้าชลวิทย์ออกหมด และใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้จนชลวิทย์สบายตัว
...อาจจะเพราะภูริชใช้ผ้าอุ่นๆ เช็ดไปตามลำตัวอย่างเบามือ ...อาจจะเพราะความเย็นสบายพอดีๆ จากแอร์คอนดิชั่น ... อารมณ์ชลวิทย์จึงกระเจิดกระเจิง... บางส่วนของร่างกายเขาเริ่มเปลี่ยนขนาด ...
ภูริชมองส่วนกลางร่างกายชลวิทย์.. มองใบหน้าอันแสนหมดจด .. มองเรือนร่างที่แสนงดงาม .. จนภูริชอดใจไม่ไหว ..เขาโน้มตัวลงไป.. และใช้ริมฝีปากเขาััไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายชลวิทย์ และพาชลวิทย์ไปสู่สุขสันต์
ถึงจะเมามาย แต่ก็มิได้ไร้สติ ..ชลวิทย์รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา .. เขาอยากห้ามปราม .. แต่อีกใจก็อยากลอง .. ความสุขสมนั่น..มันว่าบหวาม.. จนเขาปล่อยให้เลยตามเลย .. จนถึงที่สุด
..
เมื่อได้สติคืนมา ชลวิทย์ก็ออกจากที่นั่น โดยไม่พูดอะไรกับภูริชเลยสักคำเดียว เขากลับมาถึงห้องนอนตนเอง ก็เห็นนิภาสนอนหลับอยู่
ชลวิทย์รีบอาบน้ำ.. เขายืนนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำอุ่นๆ จากฝักบัวไหลผ่านใบหน้าและเรือนร่างเขา ช่วย..ชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากร่างกาย
เขายืนอยู่ใจ้ฝึกบัวอย่างนั้นเป็นานสองนาน.. ราวกับจะให้น้ำอุ่นนั่นชำระคราบอารมณ์ ที่อยู่ในใจเขาออกไปให้หมดด้วยเช่นกัน
เมื่ออาบน้ำชำระร่างและเช็ดตัวจนเรียบร้อย ชลวิทย์ก็นอนลงข้างๆนิภาสโดยไม่ได้สวมอาภรณ์ใดใด
นิภาสงัวเงียตื่นขึ้น.. เธอยิ้มยั่วชลวิทย์ หมายจะปลุกอารมณ์เปลี่ยวให้เขา
“ถ้านิอยาก ..ก็ทำเลย .. ชลเหนื่อย” ชลวิทย์ยิ้มให้นิภาสอย่างเหนื่อยอ่อน “แต่ชลก็อยากนะ”
นิภาสยิ้มให้ชลวิทย์อย่างมีความหมาย เธอพลิกตัวก็ขึ้นคล่อมตัวชลวิทย์ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เธอก็พาชายคนรักไปสู่วิมานสิมพลี
..
ต้นน้ำนั่งเหม่อมองดวงจันทร์อยู่ที่หน้าต่างห้องนอน.. วันนี้พี่นัทดีกับเขาเหลือเกิน ..ความเจ็บแปลบที่เพิ่งรู้ว่าน้องชลไม่เคยสนใจตัวเองเลย ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้ม และน้ำเสียงแสนอบอุ่นของที่นัทจนหมดสิ้น
แต่เขาเป็คนของฝุ่นดินเพื่อนรักนี่นา..เราจะมาเสียเพื่อนเพราะเื่แบบนี้ไม่ได้.. ต้นน้ำบอกตนเอง ..แต่เขาก็ไม่อาจใจแข็งกับพี่นัทได้เช่นกัน
ก็..ตอนที่นั่งกินข้าวด้วยกัน.. ไม่เห็นพี่นัทดูแลฝุนดินเลยนี่.. ดูแลแต่เรา
คิดได้เท่านั้น ต้นน้ำก็รีบห้ามความคิดตนเอง
นี่..!! เราคิดไปเองเหมือนเื่น้องชลหรือเปล่า?
ก็ไม่นะ ..
ต้นน้ำตอบตนเองได้ทันที
แต่..!!
แต่ว่า..
คิดไปคิดมา..ต้นน้ำก็ไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง
งั้นพรุ่งนี้..ถามฝุ่นดินละกัน ต้นน้ำบอกตัวเอง
จบตอน ๘