ผ่านไป 1 ชั่วยาม ทางด้านเฟยเจินและน้องเล็ก ก็ได้สกัดวุ้นออกมามากมาย เธอได้สอนน้องเล็กในการล้างและกรีดใบเพื่อนำวุ้นใสออกมาตามที่ในหนังสือได้บอกไว้ วุ้นใสทั้งหมดได้ลงไปอยู่ในถาดไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่เฟยเจินได้ไปหามาจากภายในกระท่อมในมิติและได้นำไปล้างให้สะอาดก่อนที่จะนำมาใส่เรียบร้อยแล้ว ไม่ช้าพี่ใหญ่ก็เดินถือกระปุกกระบอกไม้ไผ่มากมายที่เขาได้ทำเสร็จแล้ว เดินตามหลังเ้าจิ้งจอกน้อยมาหาพวกเฟยเจินตรงหน้ากระท่อม
“ว้าว พี่ใหญ่สุดยอดไปเลยเ้าค่ะ ได้มากเพียงนี้เชียว” เฟยเจินหยิบกระปุกใบหนึ่งในกองใหญ่ขึ้นมามองและลองเปิดดูด้านใน มันเป็กระปุกขนาดเล็กตามขนาดที่เธอได้บอกไว้พอดีเป๊ะ ด้านในยังสามารถบรรจุได้มากมายกว่าที่เห็นอีกด้วย
“พี่ใหญ่ไปพักเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวพวกข้ารีบนำวุ้นใสพวกนี้ที่สกัดไว้แล้วใส่ในกระปุกพวกนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ” เฟยเจินสื่อสารทางจิตให้เสี่ยวฮว่าพาพี่ใหญ่ไปพักด้านในกระท่อมก่อน เ้าจิ้งจอกน้อยก็ทำหน้าที่ตนเป็อย่างดี มันใช้ปากงับกางเกงพี่ใหญ่แล้วดึงไปทางกระท่อมเบาๆ
“ข้าไม่เหนื่อย…อ๊ะ ก็ได้ ตามใจเ้า” เฟยเทียนจำต้องยอมน้องสาวผู้ดื้อรั้นของตนอีกครั้ง เพราะโดนแรงดึงจากเ้าเสี่ยวฮว่า ถึงแม้มันจะตัวเล็กเหมือนเพิ่งเกิดได้ไม่นาน แต่มันก็เป็สัตว์อสูรเลยมีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไป
จนกระทั่งสองพี่น้อง เฟยเจินและเฟยิได้นำวุ้นใสทั้งหมดที่พวกเขาได้สกัดไว้ใส่ลงในกระปุกไม้ไผ่เล็กๆ จนครบแล้วนั้น ก็ถึงยามเว่ย (13.00-14.59น.) แล้ว พวกเขาทำงานจนลืมกินกันเลยทีเดียว
“เก่งมากน้องเล็ก ประเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำอาหารง่ายๆ รองท้องก่อนแล้วกัน”
“ข้าจะไปช่วยทำอาหารนะขอรับ”
“เ้าไปพักก่อนเถอะ ทำงานมานานแล้ว” เฟยเจินบอกให้น้องเล็กไปนั่งพักด้านในกับพี่ใหญ่ก่อน ส่วนตนก็รีบเดินไปดูเ้าไก่ป่าตัวเมียที่เธอได้นำไปไว้ในเล้าชั่วคราวที่เธอทำขึ้นข้างๆ กระท่อม ว่ามันได้ออกไข่มาอีกหรือไม่ หากไม่มีไข่คงจะต้องจับมันมาทำเป็อาหารแทน
กะต๊าก กะต๊าก…
อยู่ๆ เ้าไก่ป่าตัวเมียก็รู้สึกถึงลางไม่ดี มันรีบพยายามเบ่งไข่ออกมาอีกสองฟองภายในเวลาอันรวดเร็ว
“สองฟองก็คงเพียงพอแล้ว” เฟยเจินจับคางครุ่นคิดว่าจะทำเมนูใดดี ก่อนจะนำไข่สองฟองเดินจากไป
เธอออกไปด้านนอกมิติ เริ่มจุดไฟ ตั้งหม้อและต้มน้ำในหม้อให้เดือด ตอกไข่สองฟองลงถ้วย ตีให้แตกเหมือนทำไข่เจียว หั่นแครอทป่าหรือหงหลัวโปเป็แว่น เห็ดหอมป่าหรือเซียงกูที่ตัดหัวออก และหั่นต้นหอมป่าหรือชงเป็ท่อน ที่ล้างสะอาดแล้ว จากนั้นนำใส่ลงไปต้มในหม้อ และเทไข่เป็สายลงไปในซุป เธอไม่ได้ปรุงอะไรเลยเพราะไม่มีเครื่องปรุง แต่ทุกครั้งที่เธอทำอาหารจะใช้น้ำวิเศษที่ช่วยเพิ่มรสชาติและสรรพคุณให้อาหารแทน เมื่อทุกอย่างได้ที่ เฟยเจินก็ตักใส่ถ้วยพร้อมทานและเรียกพี่ใหญ่กับน้องเล็กออกมาจากมิติ
ด้านนอกพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างเจิดจ้าและอากาศร้อนเป็อย่างมาก ไม่เหมือนกับในมิติที่แม้จะเวลาเดียวกัน แต่มีอากาศอบอุ่นตลอดเวลาแถมมีลมพัดเย็นสบายสดชื่น สามพี่น้องรีบกินซุปจนหมดด้วยความหิวโหย และเตรียมพร้อมจะออกล่าสัตว์ต่อเพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับเสี่ยวฮว่า
ทางด้านในหมู่บ้านต้าซูในขณะที่สามพี่น้องไม่อยู่นั้น ได้มีคนจากครอบครัวใหญ่มาหาพวกเขา ซึ่งก็คือซูเหลียงหรือลุงใหญ่ของพวกเฟยเจินนั่นเอง เขาเป็ห่วงเด็กๆ ที่ไม่มีผู้ใหญ่ดูแลเลย น้องชายที่โชคร้ายของเขาที่ยังหนุ่มแน่นกลับเสียชีวิตเร็วเสียได้ เด็กๆ ช่างน่าสงสาร ยังไม่ทันโตก็ต้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่ แต่เขาก็ทำอันใดมากมิได้เพราะเขาเองก็ไม่มีเงินและยังต้องหาเลี้ยงดูบ้านใหญ่อีก
“เทียนเอ๋อร์ เจินเอ๋อร์ ิเอ๋อร์ พวกเ้าอยู่บ้านหรือไม่” ตอนนี้ซูเหลียงได้ะโเรียกสามพี่น้องอยู่นอกกระท่อมโทรมๆ หลังเล็ก แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับเลย ทำให้เขายิ่งเป็กังวลเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป
“เด็กๆ หายไปไหนกันหมดเล่า” ซูเหลียงทำหน้าฉงน หรือเด็กๆ จะเข้าป่าไปหาผักป่า แต่คงมิได้เข้าไปลึกหรอกกระมัง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเทเกลือส่วนหนึ่งที่เขาแอบนำมาจากครัวในบ้านใหญ่ลงไปในถ้วยที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเดินกลับบ้านใหญ่ไป
กลับมาที่สามพี่น้องที่กำลังเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เพื่อล่าสัตว์นั้น ระหว่างทางเฟยิรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะพี่รองของเขาจับกระต่ายป่าได้ถึงสองตัว เด็กน้อยเลยไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด
อยู่ๆ เฟยเจินก็รู้สึกถึงสายตาบางอย่างที่พุ่งเข้ามาหาพวกตน เธอรีบผลักพี่ใหญ่และน้องเล็กออกไปอีกทางด้วยสัญชาตญาณ ก่อนที่สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่นั้นจะพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเร็ว ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ เฟยเจินรีบะโตัวขึ้นและตกลงไปบนหลังหมู่ป่าั์อย่างพอดิบพอดี เธอใช้หอกแหลมทิ่มลงบนหัวมันด้วยพละกำลังมหาศาล
อู๊ด!!!
หมูป่าร้องเสียงแหลมด้วยความเ็ปก่อนที่มันจะสิ้นใจในทันที เฟยเจินรีบะโออกมาก่อนที่หมูป่าจะล้มลง เฟยิและพี่ใหญ่วิ่งเข้ามาดูด้วยความใ อารมณ์ของสองพี่น้องนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เฟยินั้นใก็จริงแต่เวลาต่อมาก็ดีใจที่พี่รองของเขาสามารถจัดการกับมันได้ แต่เฟยเทียนนั้น เขารู้สึกใกลัวเป็อย่างมาก ในตอนที่เขาเห็นว่าหมูป่าตัวนั้นกำลังจะวิ่งชนน้องรองนั้น เขาอยากจะเอาตัวเข้าไปบังน้องสาวของเขา แต่ขาของเขามันสั่นและไม่มีแรงเหลือจนแทบจะทรุดลงไปแล้ว ดีที่เขาพยายามคงตัวเอาไว้ได้ เขารู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรน้องรองได้เลย เฟยเทียนกัดฟัน กำมือแน่นด้วยความเศร้า
“สุดยอดมากเลยขอรับพี่รอง ท่านไวมากจริงๆ” เฟยิวิ่งรอบหมูป่าที่ตายคาที่อย่างตื่นเต้น ยินดี
“เ้าเป็อะไรมากหรือไม่… น้องรอง” เฟยเทียนรีบจับตัวน้องสาวของเขาพลิกหันไปมาเพื่อดูว่าได้รับาเ็อะไรหรือไม่ ซึ่งเฟยเจินก็ไม่ได้ขัดและให้พี่ใหญ่ทำตาม้า เธอรู้ว่าในใจพี่ใหญ่คงจะเป็กังวลอย่างมากที่เธอได้เสี่ยงอันตรายนี้แทน แต่มันเป็เื่จำเป็จริงๆ เธอไม่อาจให้เด็กๆ เหล่านี้ที่ยังไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาสู้กับหมูป่าแทนเธอได้
ในชาติก่อนเธอได้รับภารกิจที่เสี่ยงอันตรายมากกว่านี้เป็ร้อยเท่าพันเท่า ไหนจะสารที่องค์กรได้ทดลองนำมาฉีดเข็มแล้วเข็มเล่า ตลอดระยะเวลา 23 ปี บางทีเธอก็รู้สึกว่าชีวิตเธอนั้นไม่มีค่าอันใดเลย แต่พอมาเจอกับพวกพี่ใหญ่และน้องเล็ก ที่เป็ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวแล้วนั้น เธอจะสูญเสียพวกเขาได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาทำให้เธอได้รับรู้ถึงความรักและความอบอุ่นตลอดมาที่เธอไม่เคยได้ััเลย…
ระหว่างที่เฟยเจินได้เผชิญอันตรายนั้น เ้าเสี่ยวฮว่าก็ได้นอนอู้อย่างสบายใจอยู่ในมิติ มันไม่รู้เลยว่าหากเ้านายของมันสิ้นชีวิตแล้ว ตัวมันเองก็จะสิ้นชีวิตตามนายมันไปด้วย เ้าจิ้งจอกน้อยนั้นมีความเข้าใจเกี่ยวกับพันธสัญญาเพียงเล็กน้อย เป็ความรู้ที่ติดตัวมาั้แ่กำเนิด แต่ความรู้ที่ลึกไปกว่านี้มันก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก เพราะตัวมันเองได้เพิ่งเกิดมาไม่นานนักและไม่มีใครสั่งสอน
จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มตกดิน สามพี่น้องจับสัตว์ทั้งหมดมาได้ห้าตัว มีกระต่ายป่าสองตัว หมู่ป่าั์หนึ่งตัวและไก่ป่าตัวผู้อีกสองตัว พวกเขาตกลงกันว่าจะเข้าไปทำอาหารและจัดงานเลี้ยงข้างในมิติ เพราะตอนนี้เริ่มมืดแล้ว หากกลับบ้านก็คงไม่ทันและในป่ามืดลึกนี้ยังอันตรายอีกด้วย
เฟยเจินได้ให้พี่ใหญ่ช่วยจัดการถลกหนังสัตว์เ่าั้ออกมา และตนได้นำเนื้อพวกนั้นไปล้างกับน้ำวิเศษ ทั้งสะอาดและเพิ่มรสชาติไปในตัว ต่อมาเธอก็ได้นำแท่งเสียบมากมายที่ทำจากไม้ไผ่มาจัดวาง ซึ่งเธอได้ให้เ้าเสี่ยวฮว่าไปจัดการไม้ไผ่เ่าั้ให้เป็แท่งเรียวยาว ที่มีความยาวขนาดประมาณ 14 ชุ่น จนออกมาเป็ไม้เสียบบาร์บีคิวในโลกก่อนที่เธอจากมา
บัดนี้ท้องฟ้าได้มืดแล้ว พวกเขาจัดงานเลี้ยงต้อนรับเสี่ยวฮว่าอย่างเรียบง่าย เฟยเจินจัดโต๊ะไม้ตัวใหญ่ทรงกลมไว้สำหรับนั่งล้อมกินด้วยกัน และมีจุดที่สำหรับย่างเนื้อใกล้ๆ อีกด้านหนึ่ง ดอกไม้สีชมพูบานเย็นที่พบได้ในบริเวณใกล้ลำธารในมิติถูกตกแต่งรอบโต๊ะ และโปรยลงบนดินอย่างสวยงาม ซึ่งนี่เป็ความคิดของเด็กน้อยเฟยิ
“ข้าหั่นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อกระต่ายเป็ชิ้นพอดีคำแล้ว ใครอยากจะกินเนื้ออะไรก็แค่นำไปเสียบไว้ในไม้แบบนี้นะเ้าคะ จากนั้นก็นำไปย่างโดยใช้ไฟปานกลาง พอสุกก็กินได้เลยเ้าค่ะ” เฟยเจินสาธิตเป็ตัวอย่าง โดยนำเนื้อต่างๆ ที่ล่าได้มาเสียบสลับกันไปมา น่าเสียดาย หากมีเครื่องปรุงพร้อมวัตถุดิบอื่นๆ ให้ใช้ เธอคงจะนำเนื้อพวกนี้ไปหมักและทำซอสแสนอร่อยอย่างแน่นอน ตอนนี้คงได้แต่พึ่งน้ำวิเศษไปก่อน หลังจากนั้นเฟยเทียน เฟยิและเ้าเสี่ยวฮว่าก็ได้ลองย่างดูบ้าง กลิ่นหอมๆ ของเนื้อและบรรยากาศเย็นสบายนี้ช่างวิเศษจริงๆ
“เสี่ยวฮว่า เ้าย่างได้เยอะยิ่งนัก ข้าจะลองทำตามบ้าง!” เฟยิหันไปมองเ้าเสี่ยวฮว่าที่กำลังใช้เท้าป้อมๆ ของมันพลิกไม้ไปมาพร้อมกันสิบกว่าไม้ เฟยเจินและเฟยเทียนหันมามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะกับความตะกละของเ้าตัวน้อยทั้งสอง
งานเลี้ยงต้อนรับนี้ได้จบลงในยามปลายซวี (19.00-20.59น.) สามพี่น้องเข้าไปหลับในกระท่อมที่อยู่ภายในมิติ ซึ่งเฟยเจินได้ทำเตียงขึ้นมาต่อกับเตียงเดิมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นชั่วคราวก่อน พวกเขาจึงนอนด้วยกันอย่างไม่เบียดเสียด
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขากินซุปง่ายๆ และออกมาจากมิติ เตรียมตัวกลับบ้านกันอย่างไม่เร่งรีบ เดินกลับไปทางเดิมที่ได้ทำสัญลักษณ์บอกทางไว้ ในระหว่างทางเฟยเจินก็ได้ให้ทุกคนไปเก็บเห็ดทรัฟเฟิลดำมาเพิ่มด้วย เธอจะลองเพาะเห็ดทรัฟเฟิลพวกนี้ดูและจะลองนำไปขายด้วยว่าได้ราคาดีหรือไม่
“กลับมาถึงบ้านแล้ว!” เฟยิวิ่งเข้าบ้านด้วยความร่าเริง สายตาก็เหลือบไปเห็นเกลือในถ้วยและอดอุทานออกมามิได้
“เกลือ!!” หลังจากได้ยินเสียงะโของน้องเล็ก เฟยเทียนและเฟยเจินก็ได้รีบวิ่งเข้ามาหา
“ใครนำเกลือมาให้พวกเรากันเ้าคะ พี่ใหญ่ทราบหรือไม่” เฟยเจินทำท่าครุ่นคิดว่าใครกันที่ยังแอบช่วยเหลือพวกเธอสามพี่น้องอยู่
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกันน้องรอง” เฟยเทียนส่ายหัวอย่างฉงน หรือจะเป็คนจากครอบครัวใหญ่ แต่ท่านย่าจะให้ยินยอมให้เกลือกับพวกเขางั้นหรือ เป็ไปมิได้หรอก เขาคิด
“หากเจอคนผู้นั้น เราคงจะได้รู้เองเ้าค่ะ ตอนนี้ก็รับน้ำใจเขาไว้ก่อนแล้วกัน ข้าจะเก็บเกลือไว้ในมิติก่อนนะเ้าคะ หากใคร้าใช้ก็บอกข้า” เฟยเจินนำเกลือเข้าไปเก็บในมิติ พี่ใหญ่และน้องเล็กจะได้ไม่กังวลว่ามันจะโดนขโมยหรือไม่ เพราะพี่ใหญ่ได้เล่าให้เธอฟังว่า บางทีคนในหมู่บ้านที่มีนิสัยชอบลักขโมย มักจะแอบเข้ามาขโมยของต่างๆ ในตอนที่เ้าของบ้านไม่อยู่ ซึ่งเครื่องปรุงอาหารก็ไม่เว้นเช่นกัน นี่แหละหนอชีวิตคนเรา มักจะมีคนหลายๆ ประเภท ดีชั่วปะปนกันไป