วินได้พาเรือนร่างของแม่พิมพ์เข้าไปจัดการอาบน้ำชำระร่างกาย สายน้ำอุ่นจากฝักบัวที่ไหลผ่านผิวช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยล้าจากลีลารักอันหนักหน่วงของพ่อธรรศไปได้โข เด็กหนุ่มในร่างหญิงสาวสวยยืนหมุนตัวสำรวจตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ และใช้มือลูบไล้ไปร่างกายพลางคิดในใจว่า
"หุ่นดีขนาดนี้ มิน่าล่ะ... พ่อธรรศถึงได้ดุเดือดซะขนาดนั้น"
"เอ๊ะ! บ้าจริง เรากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย”
วินสะบัดหัวไล่ความคิดอกุศลด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน
เมื่ออาบน้ำเสร็จ วินก็เดินตรงดิ่งไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ของแม่พิมพ์ พร้อมกับกวาดสายตามองดูชุดเดรสที่แขวนเรียงรายอยู่มากมายหลายชุด ก่อนที่จะสะดุดตากับเดรสสั้นเข้ารูปโทนสีครีมละมุน เนื้อผ้าทิ้งตัวพลิ้วไหวที่โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวและสะโพกได้อย่างเด่นชัด แถมดีไซน์ด้านหลังยังคว้านลึกแอบโชว์แผ่นหลังอีกต่างหาก
"ใส่ชุดนี้ดีกว่า วันนี้ขอเป็คุณนายพิมพ์แสนสวยซักวัน!"
วินจัดแจงสวมใส่เดรสตัวสวย จากนั้นก็มานั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องสำอางมากมายวางอยู่ละลานตา วินลองเปิดดูในติ๊กต๊อกเพื่อหาวิธีแต่งหน้าในแบบที่เขาชอบ และลองแต่งตาม เขาหยิบลิปสติกสีชมพูระเรื่อชุ่มฉ่ำขึ้นมาทาริมฝีปาก และปัดบลัชออนที่แก้มบาง ๆ แถมตบท้ายด้วยการฉีดน้ำหอมพรมตามจุดชีพจรจนกลิ่นหอมเย้ายวนฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
เมื่อตรวจสอบความพร้อมจนมั่นใจว่าสวยแบบที่เขาคิดไว้แล้ว วินก็เดินไปหยิบกระเป๋าถือของแม่พิมพ์ พอลองเปิดซิบดูข้างในก็ั์ตาโตวาว เงินจำนวนมากมายพร้อมทั้งบัตรเครดิตหลายใบวางเรียงรายอยู่ข้างใน
"ทำไมเงินมันเยอะอย่างนี้ไอ้วินเอ๊ย... น้าพิมพ์บอกเองนะว่าให้ใช้ชีวิตให้สนุกและใช้เงินได้ตามสบาย งั้นวันนี้ขอจัดหน่อยแล้วกัน!"
เด็กหนุ่มในคราบคุณแม่ยังสาวก้าวลงบันไดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเรียกบริการรถแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง
เมื่อรถแท็กซี่มาถึงห้างสรรพสินค้าวินก้าวขาลงจากรถแท็กซี่ด้วยความมั่นใจ สายตาของผู้คนที่เดินผ่าน ไม่ว่าจะเป็พนักงานหนุ่ม ๆ วัยรุ่นมัธยม หรือแม้แต่หนุ่มออฟฟิศในสูทภูมิฐาน ต่างพากันเหลียวหลังกลับมามองเขาเป็ตาเดียว บางคนมัวเกือบเดินชนเสาเพราะมัวแต่จ้องมองมาที่ตัวเขา
"โห... ปกติไม่เคยมีใครสนใจเราเลย แต่การมาเป็ผู้หญิงนี่มันแปลกจริง ๆ แฮะ ผู้คนต่างมองกันตาเยิ้มเลย"
วินแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ รู้สึกสนุกกับเสน่ห์อันล้นเหลือของร่างแม่พิมพ์อย่างบอกไม่ถูก
ในระหว่างที่เขากำลังยืนเลือกดูลิปสติกแท่งใหม่ที่เคาน์เตอร์แบรนด์ดัง ก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวภูมิฐานคนหนึ่งเดินเข้ามาเนียน ๆ ยืนข้าง ๆ ส่งยิ้มทรงเสน่ห์ให้แถมยังเอ่ยทักด้วยเสียงอันนุ่ม
"ขอโทษนะครับ... คุณผู้หญิงมาคนเดียวเหรอครับ? พอดีผมเห็นคุณเดินเลือกซื้อของอยู่คนเดียวตั้งนานแล้ว ถ้าไม่รังเกียจ..."
ชายหนุ่มคนนั้นส่งสายตาหวาน พลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา
"ผมขออนุญาตขอไลน์ไว้ทำความรู้จักได้ไหมครับ?"
วินในร่างแม่พิมพ์เลิกคิ้วเล็กน้อย แอบขำในใจที่อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายมาขอไลน์ของตัวเอง วินจึงแกล้งตีสีหน้าเรียบเฉย ดัดน้ำเสียงให้นุ่มนวลและหนักแน่น ตอบกลับไปแบบสุภาพ
"อ๋อ... คงไม่สะดวกหรอกค่ะ พอดีสามีของพิมพ์เขาดุมาก... แถมตอนนี้ลูกชายคนโตก็อยู่ ม.4 แล้วล่ะค่ะ"
วินส่งยิ้มหวานให้ทำเอาชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นถึงกับหน้าถอดสี อ้าปากค้าง รีบยกมือขอโทษขอโพยแล้วเดินถอยฉากออกไปแทบไม่ทัน
"ฮ่า ๆ ๆ ขำชะมัด!"
วินแอบหัวเราะคิกคักในลำคออย่างสะใจ
หลังจากหว่านเสน่ห์จนหนำใจ เขาก็เดินไปช้อปปิ้งต่ออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน วินเดินเข้าร้านเสื้อผ้า หยิบชุดนู่นชุดนี่มาลองอย่างสนุกสนาน ทั้งชุดเดรส ชุดชั้นในลูกไม้ซีทรูสุดเซ็กซี่ และเครื่องสำอางที่เขายังใช้ไม่เป็ ทุกอย่างถูกจ่ายด้วยการรูดบัตรเครดิตของแม่พิมพ์จนของพะรุงพะรังเต็มสองมือ
วินเดินถือถุงช้อปปิ้งมาหยุดที่ร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูบนชั้นบนสุด เขาเลือกที่นั่งมุมส่วนตัวติดกระจกใสที่มองเห็นวิวเมือง สั่งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าทรัฟเฟิลและสเต็กเนื้อชั้นดีมาทานอย่างสบายใจ นั่งละเลียดชิมอาหารรสเลิศพลางทอดสายตามองวิวทิวทัศน์
"ชีวิตแบบนี้นี่มัน์ชัด ๆ มีเงินให้ช้อปปิ้ง มีอาหารดี ๆ กิน มีแต่คนคอยมองคอยเอาใจ... ไม่อยากกลับไปเป็ไอ้วินเด็กมัธยมธรรมดา ๆ ที่ต้องคอยประหยัดตังค์ค่าขนมเลยแฮะ เริ่มจะไม่อยากคืนร่างซะแล้วสิ"
วินอมยิ้มกริ่มกับตัวเองอย่างมีความสุข ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปาก สมาร์ตโฟนในมือก็สั่นครืดขึ้นมา คราวนี้หน้าจอแสดงผลว่าเป็การแจ้งเตือนจากไลน์ส่วนตัว... และชื่อผู้ส่งก็คือ 'วิน' ซึ่งก็คือแม่พิมพ์ที่กำลังใช้ร่างเดิมของเขาอยู่นั่นเอง!
(จบบทที่ 13)