จากหอการค้าหมื่นสมุทรไปยังสำนักผู้ตรวจการก็ต้องใช้เวลาประมาณสองเค่อถึงสามเค่อ
ระหว่างทางทั้งสามก็พูดคุยกันและมักจะแวะข้างทางเพื่อชมสินค้าต่างๆที่ชาวบ้านนำมาขายเป็ระยะทำให้ยิ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าเดิม
ในระหว่างที่หนานิและคนอื่นๆกำลังมุ่งหน้าไปยังสำนักงานผู้ตรวจการ
เยี่ยจวงก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าทางเข้าของสำนักผู้ตรวจการก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องทำงานของเถียนจิงหยวน
เยี่ยจวงซึ่งเป็ผู้ช่วยของหยางผิงและยังมีข่าวลือว่าเขาเป็ถึงจักรพรรดิยุทธ์และเขาเคยมาที่สำนักผู้ตรวจการหลายครั้ง ทำให้คนของสำนักผู้ตรวจการต่างก็ให้ความเคารพและยำเกรงหลายส่วน
ระหว่างทางเยี่ยจวงพบเจอคนของสำนักผู้ตรวจการและพวกเขาต่างก็ทำความเคารพเยี่ยจวง จนกระทั้งเขามาถึงห้องทำงานของเถียนจิงหยวน
“ ท่านเยี่ยท่านมาหาหัวหน้าหรือ? ” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเพิ่งออกมาจากห้องทำงานของเถียนจิงหยวน
แม้ว่าท่านเยี่ยจะมีสกุลเยี่ยแต่ก็ไม่ใช่สกุลเยี่ยที่เป็ตระกูลใหญ่ของเมืองต้าฉิน
ชายวัยกลางคนผู้นี้คือผู้ช่วยของเถียนจิงหยวนและยังเป็ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ชื่อของเขาคือเสี้ยนหยู
“ ใช่ข้ามาหาเถียนจิงหยวน ” เยี่ยจวงกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
“ ตอนนี้หัวหน้าอยู่ข้างในพอดี เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวรอ ” เสี้ยนหยูกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับให้กับเยี่ยจวงก่อนที่จะเดินจากไป นอกจากนี้เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับการที่เยี่ยจวงเรียกหัวหน้าด้วยชื่อเปล่าๆ
เยี่ยจวงเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของเถียนจิงหยวนทันที
เถียนจิงหยวนที่กำลังหยิบเอาเอกสารขึ้นมาอ่าน เขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเขาจึงขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาและเห็นว่าคนที่เข้ามาในห้องคือเยี่ยจวงเขาก็รีบทำหน้าปกติและกล่าวทักทายทันที
“ ท่านเยี่ยเชิญนั่งก่อน ” เถียนจิงหยวนลุกขึ้นยืนและผายมือให้เยี่ยจวงนั่งก่อน
เมื่อเห็นว่าเยี่ยจวงนั่งเก้าอี้แล้วเถียนจิงหยวนจึงนั่งลงบ้าง
“ ไม่ทราบว่าท่านเยี่ยมีธุระอะไรกับข้าน้อยหรือขอรับ? ” เถียนจิงหยวนถามด้วยรอยยิ้ม
สำหรับคนอื่นๆพวกเขาอาจจะคาดเดาไปว่าเยี่ยจวงคือยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ แต่สำหรับเถียนจิงหยวนที่เป็ตัวตนระดับสูงและยังเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาของฉินอ๋อง เขาย่อมรู้อย่างชัดเจนว่าเยี่ยจวงคือยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ แถมหัวหน้าของเขาอย่างท่านหยางผิงก็แข็งแกร่งและทรงพลังกว่ามาก
เพราะฉะนั้นแล้วบุคคลระดับสูงของเมืองต้าฉินหรือแคว้นฉินโจวจึงไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นที่หอการค้าหมื่นสมุทร
“ ลูกของเ้ากำลังจะทำให้ตระกูลเถียนถูกทำลาย ” เยี่ยจวงกล่าวขึ้นทันที
สีหน้าของเถียนจิงหยวนถึงกับแปรเปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ ท่านเยี่ยไม่่ทราบว่าท่านหมายความว่าอย่างไร? ” เถียนจิงหยวนรีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่เ้าฟังสิ่งที่ข้าพูดไปข้าเชื่อว่าเ้าจะรู้เองว่าต้องทำอย่างไร ” เยี่ยจวงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ เยี่ยจวงก็ออกมาจากห้องทำงานของเถียนจิงหยวนด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ
“ หวังว่านายท่านจะชอบแบบนี้ ” เยี่ยจวงหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะหายตัวไปทันที
ไม่นานนักเถียนจิงหยวนก็เดินออกมาด้านนอกพร้อมกับสั่งให้คนไปตามเถียนซวงมาพบเขาทันที
เถียนซวงที่กำลังวางแผนแก้แค้นหนานิอยู่เขาก็ถูกพ่อของเขาเรียกตัวให้พบ เขาจึงได้แต่ไปหาด้วยความไม่พอใจ
ที่ห้องทำงานของเถียนจิงหยวน
“ ท่านพ่อเรียกหาข้าหรือ? ” เถียนซวงเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยความสงสัย
“ คุกเข่า! ” เถียงจิงหยวนะโขึ้น
เถียนซวงมองไปที่เถียงจิงหยวนด้วยความสับสน ทันใดนั้นพลังของเถียนจิงหยวนก็ทำให้เถียนซวงต้องคุกเข่าลง
“ ท่านพ่อท่านเป็บ้าหรืออย่างไร? ” เถียนซวงะโด้วยความไม่พอใจ
“ ไอ้เ้าลูกไม่รักดี เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเ้ากำลังก้าวเท้าเข้าไปที่ยมโลกแล้ว? ” เถียงจิงหยวนกล่าวอย่างเ็า
“ ท่านพ่อข้าไม่เข้าใจที่ท่านกล่าว? ” เถียนซวงรีบกล่าวอย่างหวาดกลัว
“ ดี…ในเมื่อเ้าไม่เข้าใจเช่นนั้นข้าจะบอกให้เ้าเข้าใจเอง เ้ารู้หรือไม่ว่าหนานหลินมีเื้ัที่ไม่ธรรมดา น้องชายของนางที่มีนามว่าหนานิ คือลูกบุญธรรมของท่านหยางผิง เ้ารู้หรือไม่ว่าท่านหยางผิงคือตัวตนระดับใด? ท่านหยางผิงคือตัวตนที่แม้แต่ท่านฉินอ๋องก็ยังต้องให้ความเคารพ!
ข้าได้ข่าวว่าเมื่อครู่เ้าได้สร้างปัญหาขึ้นกับหนานหลินและน้องชายของนาง เ้าคิดว่าข้าจะสามารถทำอะไรก็ได้งั้นหรือ ใช่แม้ว่าข้าจะเป็ถึงราชันยุทธ์แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ข้าไม่กล้าแม้แต่หายใจแรงเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา ซึ่งคนเ่าั้ก็คือคนของหอการค้าหมื่นสมุทรและโหรวอวี้แห่งสถาบันฉินเยี่ย ซึ่งตอนนี้หนานิน้องชายของหนานหลินได้กลายเป็ศิษย์ของโหรวอวี้แล้ว
เ้าคิดว่าข้ามีอายุยืนยาวเกินไปถึงได้ลากข้ากับตระกูลเถียนไปยมโลกด้วยกันงั้นหรอ? หลังจากนี้ไปข้าขอสั่งให้เ้าเลิกยุ่งกับหนานหลิน เ้าและนางอยู่คนละโลกกันแล้ว ” เถียนจิงหยวนคำรามออกมา
คนอื่นๆอาจจะไม่รู้แต่สำหรับเถียนจิงหยวน เขารู้ดีว่าโหรวอวี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แม้กระทั้งท่านฉินอ๋องเมื่อเจอกับนางก็ยังต้องให้ความเคารพ เพราะท่านฉินอ๋องเคยระลองกับโหรวอวี้มาก่อนและถูกนางเอาชนะในกระบวนท่าเดียว
ทันใดนั้นสีหน้าของเถียงซวงแปรเปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ เ้านั้นคือน้องชายของหนานหลินงั้นหรือ แถมเขายังเป็ทั้งบุตรชายบุญธรรมของท่านหยางผิงและยังเป็ลูกศิษย์ของท่านโหรวอวี้อีกด้วย ” เถียนซวงะโด้วยความใ
ดวงตาของเถียนจิงหยวนกลายเป็เ็ายิ่งกว่าเดิม จากนั้นเขาก็ะโขึ้นว่า “ เหอะข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าจะต้องวางแผนทำอะไรบางอย่างกับคุณชายหนาน เ้ารู้ไหมว่าเมื่อครู่ท่านเยี่ยจวงมาพบข้าด้วยตัวเอง? ท่านเยี่ยจวงบอกว่าถ้าหากเ้ายังกล้าสร้างปัญหาให้กับคุณชายหนานและคุณหนูหนานอีกล่ะก็ ครั้งต่อไปที่เขามาก็จะมาพร้อมกับความตายของเ้า ”
เถียนซวงแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาทันที
“ ท่านพ่อที่ท่านกล่าวมาเป็ความจริงงั้นหรือ? ” เถียนซวงกล่าวอย่างหวาดกลัว
“ ก็ใช่น่ะสิ หลังจากนี้ไปเ้าควรอยู่เฉยๆและไม่ต้องไปยุ่งกับหนานหลินอีกต่อไป ทางที่ดีถ้าหากเ้าเจอกับคุณชายหนานก็หลบหน้าไปให้ไวที่สุด เ้าเป็ถึงบุตรชายของข้า เ้าคิดหรือว่าจะหาภรรยาไม่ได้? แค่ผู้หญิงคนเดียวมันจะทำให้เ้าและตระกูลเถียนต้องหายไปจากโลกนี้เ้าอยากให้มันเป็อย่างงั้นเรอะ!! ” เถียนจิงหยวนกล่าวอย่างเ็าก่อนที่จะสลายพลังให้เถียงซวงลุกขึ้นยืนได้
เมื่อเถียนซวงลุกขึ้นมายืน ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายจากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา
“ ท่านพ่อข้าเข้าใจแล้ว หลังจากนี้ไปข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับน้องหนานหลินอีก ” เถียนซวงกล่าวด้วยแววตาโศกเศร้า
“ ในเมื่อเ้าเข้าใจแล้วก็ดี…กลับไปได้แล้ว ” เถียนจิงหยวนกล่าวพร้อมกับโบกมือไล่
“ ขอบคุณท่านพ่อที่เตือนข้า ” เถียนซวงกล่าวพร้อมกับเดินออกมาจากห้องทำงานของเถียนจิงหยวน
เมื่อเถียนซวงเดินออกมาจากห้องทำงานแล้ว น้ำตาของเขาก็ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้
หลังจากที่เช็ดน้ำตาจนหมดแล้วเถียนซวงก็ถอนหายใจออกมาและเดินกลับที่พักของตัวเอง
ตัดกลับมาที่กลุ่มของหนานิ
ผ่านไปนานกว่าหนึ่งชั่วยามพวกเขาก็มาถึงสำนักผู้ตรวจการ
ระหว่างทางหนานิเห็นผู้ตรวจการคนอื่นๆกำลังมองมาที่พวกเขาพร้อมกับพูดคุยซุบซิบบางอย่างกัน
“ น้องหนานิไม่ต้องสนใจพวกนั้นหรอก เ้าพวกนั้นก็แค่อยากรู้เื่ของน้องหนานหลินเท่านั้นแหละ ” ชิงเหยากล่าวอย่างไม่สนใจ
เนื่องจากตอนนี้หนานหลินเดินกอดแขนของหนานิเข้ามาในสำนักผู้ตรวจการก็ย่อมสร้างความสนใจและสงสัยให้กับผู้ตรวจการทั้งหมด
เนื่องจากชื่อเสียงของหนานหลินในฐานะเด็กอัจฉริยะและยังเป็สตรีที่งดงามทำให้กลายเป็จุดสนใจของทุกๆคนและยังเป็ที่หมายปองของบุรุษจำนวนมากอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นบุรุษที่ชื่นชอบหนานหลินต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถตามจีบนางได้เพราะมีเถียนซวงอยู่
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงพื้นที่ของเผิงซวีไช่และตรงไปยังลานประลองในทันที
ในขณะที่พวกเขามาถึงสำนักผู้ตรวจการ
เถียนซวงที่เก็บตัวอยู่ในห้อง เขาก็ได้รับแจ้งจากบ่าวรับใช้ว่าสหายของเขามายืนรออยู่ที่นอกห้อง
เถียนซวงเดินออกมาจากห้องพักด้วยท่าทีเศร้าๆทำให้สหายของเขาใอย่างมาก
“ น้องเถียนเกิดอะไรขึ้นกับเ้า ทำไมเ้าถึงได้ดูเศร้าๆแบบนี้ล่ะ? ”
“ นั้นสิพี่เถียน ทำไมข้าััได้ว่าท่านเพิ่งร้องไห้มา เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ? ”
สหายหลายคนพากันถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
เถียนซวงขมวดคิ้วและถามอย่างเ็าว่า “ แล้วพวกเ้ามาหาข้ามีธุระอะไร? ”
“ ใช่แล้วน้องเถียนข้าได้ยินมาว่าตอนนี้หนานหลินกลับมาที่สำนักผู้ตรวจการแล้วแถมนางยังควงแขนบุรุษผู้หนึ่งมาอีกด้วย ”
“ ใช่ๆ ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วสำนักผู้ตรวจการแล้ว พี่เถียนต้องไปจัดการกับเ้าบุรุษสารเลวนั้นซะ ”
สหายหลายคนพากันกล่าวขึ้น
เถียนซวงที่ได้ยินก็พ่นลมหายใจพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ บุรุษผู้นั้นคือน้องชายของหนานหลินที่ชื่อว่าหนานิ แล้วก็หลังจากนี้ไปข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับน้องหนานหลินอีกแล้ว พวกเ้าก็ไม่ต้องพูดถึงนางให้ข้าได้ยินอีก ”
เมื่อสหายหลายคนได้ยินที่เถียนซวงกล่าวมาพวกเขาได้แต่มองหน้ากันด้วยความสับสน
“ พี่เถียนท่านหมายความว่ายังไง? ”
“ นั้นสิพี่เถียน ทำไมจู่ๆพี่เถียนถึงได้กล่าววาจาเช่นนี้ออกมา? ”
สหายหลายๆคนพากันถาม
เถียนซวงพ่นลมหายใจอีกรอบก่อนที่จะเล่าถึงเื้ัของหนานิให้กับสหายของเขาฟัง เนื่องจากเขาไม่้าให้สหายของเขาไปหาเื่หนานิแล้วกลายเป็เื่ใหญ่
เมื่อได้ยินที่เถียนซวงเล่ามาพวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจู่ๆเถียนซวงถึงได้มีอาการแบบนี้และยังบอกว่าจะเลิกยุ่งกับหนานหลินอีก
ถ้าหากเื้ัของบุรุษผู้นั้นมีท่านหยางผิงที่ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรคุ้มครองอยู่จริงๆ พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเหมือนกัน
พวกเขาได้แต่มองไปยังเถียนซวงด้วยแววตาสงสารและเห็นใจ
“ น้องเถียนเอาแบบนี้แล้วกัน วันนี้ข้าจะพาเ้าไปเลี้ยงสุราที่หอหมื่นสมุทรเอง ”
“ ใช่แล้วพี่เถียนข้าเองก็จะช่วยออกเงินด้วย วันนี้ไม่เมาไม่กลับก็นอนค้างที่นั้นไปเลย ”
สหายหลายๆคนพากันกล่าวให้กำลังใจเถียนซวง
เถียนซวงมองไปยังสหายของเขาด้วยรอยยิ้มจากนั้นก็กล่าวขอบคุณสหายด้วยความจริงใจ
“ ดีในเมื่อพวกเ้ากล่าวเช่นนี้ ไม่เมาไม่กลับ ” เถียนซวงยิ้มร่า
ตัดมาที่สนามประลอง
หนานิกำลังชี้แนะแนวทางการต่อสู้ให้กับชิงเหยา
เวลานี้ชิงเหยาเชื่อแล้วว่าหนานินั้นแข็งแกร่งจริงๆ แม้ว่าเขาจะอายุเพียงแค่สิบหกปี แต่เขาสามารถรับการโจมตีของนางรวมไปถึงยังหาข้อเสียต่างๆให้กับนางได้อย่างง่ายดาย
“ น้องหนานเ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร? ไม่แปลกใจเลยที่เวลาน้องหนานหลินจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ถ้าหากข้าได้รับการชี้แนะจากเ้าข้าเองก็คงแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้เช่นกัน ” ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ ข้าเองก็ได้อาจารย์ที่ดีน่ะ ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แน่นอนว่าอาจารย์ของเขาเป็ถึงระดับกึ่งเซียนเชียวนะ ด้วยการฝึกของตัวตนระดับนี้ไม่แปลกที่หนานิจะแข็งแกร่งกว่ารุ่นเดียวกันมาก
หลังจากที่หนานิชี้แนะชิงเหยาเสร็จเรียบร้อย เขาก็มาชี้แนะให้กับหนานหลินต่อ
ในขณะนั้นเองได้มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาที่ลานฝึกฝนและมองไปยังลานฝึกที่หนานิกำลังชี้แนะให้กับหนานหลินอยู่
“ พี่ฮุ้ยนั้นไงเ้าสารเลวนั้นที่น้องหนานหลินควงแขนเข้ามา ” ชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังหนานิด้วยความไม่พอใจ
ฮุ้ยหนิงเป็หนึ่งในอัจฉริยะอันดับต้นๆของสำนักผู้ตรวจการเช่นเดียวกับหนานหลิน
ด้วยความที่ทั้งสองเป็อัจฉริยะเหมือนกับ ฮุ้ยหนิงก็แอบชอบหนานหลินเหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่กล้าที่จะแสดงออกมากนักเพราะเขาไม่กล้าที่จะมีปัญหากับเถียนซวง
“ เ้าโง่เถียนซวงมันทำอะไรอยู่ถึงไม่โผล่หัวออกมาวะ ” ฮุ้ยหนิงสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด
“ พี่ฮุ้ยทำไมท่านไม่ไปจัดการกับมันก่อนล่ะ ” สหายอีกคนของฮุ้ยหนิงกล่าวขึ้น
“ ใช่ๆพี่ฮุ้ย ท่านไปจัดการเ้าสารเลวนั้นให้รู้เื่ไปเลย ” สหายอีกคนก็กล่าวเสริมทันที
ฮุ้ยหนิงหรี่ตาลงก่อนที่จะตอบตกลง
เพียงแต่ยังไม่ทันที่กลุ่มของฮุ้ยหนิงไปถึง ปิงมู่หลิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ลานประลอง
ฮุ้ยหนิงและสหายของเขาต่างก็หยุดการกระทำของตัวเองและยืนดูสถานการณ์ก่อน เนื่องจากพวกเขารู้ดีว่าปิงมู่หลิงนั้นไม่ชอบให้มีบุรุษมายุ่งเกี่ยวกับเหนานหลิน แม้กระทั้งเถียนซวงก็มักจะถูกปิงมู่หลิงไล่ไปเช่นกันโดยที่นางไม่ได้กลัวเถียนจิงหยวนแม้แต่น้อย
“ ท่านอาจารย์ ” ชิงเหยาและหนานหลินกล่าวขึ้นพร้อมกัน
ปิงมู่หลิงพยักหน้ารับให้กับทั้งสองก่อนที่สายตาของนางจะมาหยุดอยู่ที่หนานิ
“ โอ้! เ้าหนูไม่ได้เจอกันนานเลยดูเหมือนว่าครั้งนี้เ้าจะดังใหญ่แล้วนะ ” ปิงมู่หลิงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
เนื่องจากตอนนี้ข่าวที่โหรวอวี้อาจารย์ระดับทองของสถาบันฉินเยี่ยรับศิษย์ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ปิงมู่หลิงเองก็ทราบข่าวเหมือนกันและยังรู้อีกว่าคนที่โหรวอวี้รับเป็ศิษย์ก็คือน้องชายของหนานหลิน
“ ไม่ได้เจอกันนานเช่นกันเลยพี่สาวปิง ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เนื่องจากปิงมู่หลิงก่อนที่มู่ปิงหลิงจะพาตัวหนานหลินกลับมาที่เมืองต้าฉิน นางก็อยู่ที่ตระกูลหนานระยะเวลาหนึ่ง ทำให้หนานิคุ้นเคยกับปิงมู่หลิงเป็อย่างดี ทำให้มู่ปิงหลิงบอกให้หนานิเรียกนางว่าพี่สาวอีกด้วยซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองสนิทกันมาก
นอกจากนี้ปิงมู่หลิงเองก็รู้ว่าหนานินั้นอัจฉริยะกว่าหนานหลินเสียอีก นางจึงไม่แปลกใจที่โหรวอวี้จะเลือกหนานิเป็ศิษย์
การพูดคุยอย่างเป็กันเองของปิงมู่หลิงและหนานิทำให้กลุ่มของฮุ้ยหนิงพากันใและรีบพูดคุยถึงเื้ัของชายหนุ่มคนนั้นทันที