ยาวจิ่วลากหูเหยียนเข้ามาด้านในสถานที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงของเขา จากนั้นเกี่ยวโซ่เหล็กไว้กับตะขอหนาแล้วใส่กุญแจไว้อย่างดี
ห้องเลี้ยงสัตว์ของยาวจิ่วสร้างขึ้นจากเสาไม้ขนาดต่าง ๆ มีสัตว์เลี้ยงสามตัว ตัวแรกคือ จิ้งจอกขาวตัวน้อยขาพิการ ตัวที่สองคือ สุนัขพื้นเมืองสีเหลืองหน้าตาซื่อบื้อ ส่วนตัวสุดท้ายคือ นกฮูกตาเดียวสีขี้เถ้า
เมื่อจิ้งจอกน้อยเห็นหูเหยียนก็รีบเข้ามาเดินวนรอบนางด้วยความดีใจ สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อดีใจมากเช่นกัน มันยกอุ้งเท้าขึ้นเตรียมกระโจนใส่ ทว่าถูกยาวจิ่วดุ มันจึงต้องเปลี่ยนทิศทางโดยหันไปกดร่างของจิ้งจอกน้อยไว้ใต้ท้อง
นกฮูกยืนอยู่บนกิ่งไม้ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อมันโดยเฉพาะ พลางจับจ้องหูเหยียนอย่างระแวดระวัง ดวงตาที่มีเพียงข้างเดียวนั้นดูมุ่งมั่นและดุร้าย จู่ ๆ มันก็กระพือปีก และเข้าโจมตีหูเหยียนโดยที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว จุ๊ ๆ...พลังนั่นเทียบได้กับนกไจร์ฟัลคอนแดง[1] เลยละ
หูเหยียนกลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างเป็ประกายระยิบระยับ ยาวจิ่วเคยบอกว่า หากนางเชื่อฟังจะให้กินเนื้อ มีเนื้อให้กินเยอะแยะเต็มไปหมด!
หูเหยียนเห็นนกฮูกบินวนอยู่ตรงหน้าหลายคราก่อนมันจะร่วงลงมากระแทกพื้น นกฮูกออกแรงลุกขึ้นยืนแล้วเดินหน้าเชิดคอตั้ง เหมือนไก่ตัวเมียที่กำลังเดินเล่นอยู่บนพื้น หูเหยียนเห็นแล้วก็น้ำลายสอ
ยาวจิ่วโน้มตัวลงไปดึงจิ้งจอกน้อยขาด้วนออกมาจากใต้ท้องของสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ เขากอดและลูบตัวมัน “จาวจาว โดนทับเจ็บหรือเปล่า?” เขาใช้มือตบหัวสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ “ตอนที่ข้าไม่อยู่ ฉายฉายต้องดูแลทุกตัวให้ดีนะ” เขากวาดตามองนกฮูก “จิ้นจิ้นเริ่มออกกำลังกายอีกแล้ว” เขาหันกลับมามองสัตว์ประหลาด “ดูท่าทางโง่เง่าของเ้าสิ! เอาเถิด หลังจากนี้เ้าชื่อเป่าเปาก็แล้วกัน จะได้ครบคำว่า ‘จาวฉายจิ้นเป่า (กวักเงินกวักทอง)’ สี่ตัวพอดี ข้าไม่สนใจหรอกว่าพวกเ้าจะเป็อะไร แต่ที่นี่ไม่เลี้ยงสิ่งไร้ค่า ของกินต้องหาเอง หาไม่ได้ก็ต้องทนหิวต่อไป หากหิวจนเป็ลม ก็สับเนื้อของตัวเองเอาไปให้เยี่ยนเต๋อหลินคนใจอำมหิตนั่นซะ! บางทีจาวจาว ฉายฉาย และจิ้นจิ้นของข้าอาจจะได้แทะกระดูกด้วย” เขาโยนไม้ตะบองไว้ข้าง ๆ เท้าหูเหยียน “เป็ลิงก็ต้องใช้ไม้ให้เป็ จึงจะอยู่รอด”
พูดจบเขาก็เลิกสนใจหูเหยียน ไม่คิดแม้แต่จะปลดโซ่เหล็กที่คอและเข็มขัดที่ข้อมือให้นางด้วยซ้ำ เขาหนีบรองเท้าไม้และเดินบิดเอวไปที่ประตู แขวนกุญแจสำหรับไขโซ่เหล็กไว้บนแผ่นไม้ เดินออกจากเพิงไม้แล้วจึงหันกลับมาปิดประตู ดวงตาหรี่ลงมองพระอาทิตย์พร้อมกับหัวเราะ เขาสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปด้านในแขนเสื้อราวกับว่าอากาศหนาว ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอน
ภายในเพิงไม้เงียบสงบแล้ว กลิ่นคาวคลุ้งลอยขึ้นมา นี่เป็กลิ่นตัวของสัตว์ทั้งสามรวมถึงหูเหยียนด้วย นางค่อย ๆ นั่งลงบนพื้นและพิงกำแพง แหงนหน้ามองท้องฟ้าผ่านช่องไม้ที่ผุพัง แม้จะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ เ็ปตามร่างกาย ท้องร้องด้วยความหิว แต่สภาพจิตใจยังดีเยี่ยม
จริง ๆ นะ สภาพจิตใจของนางยังดีเยี่ยม
ณ เวลานี้นางกลับมามีความรู้สึกเป็ของตนเองแล้ว! รู้จักความวิงเวียน ความเ็ป ความหิว และรู้ว่าต้องมีชีวิตรอดต่อไป! มีบางคราที่นางงุนงงกับความรู้สึกเหล่านี้ แต่บัดนี้นางเข้าใจมันอย่างแจ่มชัดแล้ว! ต่อให้ร่างกายจะรู้สึกเ็ปเจียนตาย แต่ไม่สามารถหยุดความดีใจที่อยู่ในใจของนางได้ หูเหยียนคิดว่าในเมื่อตัวเองไม่ใช่แมวป่าและไม่ใช่ลิง ถ้าเช่นนั้นนางก็คงเป็มนุษย์ ทว่านางไม่ปรารถนาเป็มนุษย์...มนุษย์ชั่วร้ายเกินไป
ความรู้สึกของหูเหยียนพลันเปลี่ยนเป็หดหู่ นางกอดตัวเองและก้มหน้าเพื่อนอนพักสักครู่
จิ้งจอกน้อยขาด้วนเห็นนกฮูกตาเดียวหยุดเดินอยู่ตรงหน้าหูเหยียนแต่ไม่โจมตี มันจึงส่งสัญญาณให้สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อกัดหูเหยียน และสั่งสอนให้รู้ว่าใครคือาาผู้ยิ่งใหญ่ ณ ที่แห่งนี้
ในขณะที่สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อกำลังครุ่นคิดว่าจิ้งจอกขาด้วน้าสื่ออะไร หูเหยียนก็เงยหน้าและกวาดตามองจิ้งจอกขาด้วน สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ และนกฮูกตาเดียว สุดท้ายสายตาของนางหันกลับมามองสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้ออีกครั้ง พร้อมกับค่อย ๆ คลี่ยิ้ม
หูเหยียนรู้สึกได้ถึงความยากลำบากที่เกิดขึ้นกะทันหัน สัญชาตญาณของหูเหยยีนรับรู้ถึงความอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น นางพุ่งตัวใส่สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ! มันคืออาหารของนาง! อาหารที่ทำให้นางอิ่มท้อง! สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อมีความว่องไว มันคิดจะถอยหลัง ทว่าสายไปเสียแล้ว
ความเร็วของหูเหยียนน่ากลัวยิ่งนัก เร็วเสียจนสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อไม่มีโอกาสตอบโต้ ทว่าน่าเสียดายที่บนคอของนางมีโซ่เหล็กล่ามอยู่ ดังนั้นขอบเขตการเคลื่อนไหวจึงมีจำกัด ต่อให้ออกแรงดิ้นเพียงใดก็ยังห่างจากตัวสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อหนึ่ง่นิ้ว หูเหยียนเกลียดความรู้สึกที่ถูกกักขังเช่นนี้ หลังจากส่งเสียงคำราม นางจึงเริ่มสงบสติอารมณ์และสังเกตรอบ ๆ หากนางหยิบกุญแจประตูที่แขวนอยู่ได้ ก็จะสามารถหนีออกไปจากที่นี่
จิ้งจอกขาด้วน สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ และนกฮูกตาเดียวพากันใในความโเี้ของหูเหยียน พวกมันจึงหนีไปซ่อนตัวอยู่ตามมุมของเพิงไม้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด มีเสียงฆ้องและกลองดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงร้องเพลงและเสียงโห่ร้องของผู้คน ครู่ต่อมามีคนเดินมาเปิดประตูไม้ นำตัวจิ้งจอกขาด้วน สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ และนกฮูกตาเดียวออกไป สักพักด้านนอกก็มีเสียงหัวเราะสนุกสนาน ไม่นานจิ้งจอกขาด้วนก็กลับมาพร้อมโครงกระดูกไก่ นกฮูกตาเดียวกลับมาพร้อมซากหนูแก่ที่ตายแล้ว ส่วนเ้าสุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อกลับมาพร้อมกระดูกขาหมูที่อยู่ในปาก
หูเหยียนเห็นทั้งสามตัวหยุดอยู่ในตำแหน่งที่ไกลจากนาง แล้วจึงเริ่มกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย นางเริ่มเข้าใจบ้างแล้วว่าเพราะเหตุใดยาวจิ่วจึงโยนไม้ตะบองให้ หูเหยียนหยิบไม้ตะบองขึ้นมาด้วยมือสองข้าง จากนั้นยกขึ้นสูงเตรียมฟาดสัตว์ทั้งสามตัวเพื่อแย่งอาหารของพวกมัน!
ทันใดนั้นประตูไม้ถูกเปิดออก
ยาวจิ่วสวมชุดคลุมสีเขียวเข้มขอบแดง เชือกยาวและหนาถักทอจากด้ายสีแดงเข้มผูกไว้รอบเอว พู่ยาวที่มีสีเดียวกันห้อยลงมาจากปลายทั้งสองด้าน เท้าเปลือยของเขาเหยียบอยู่บนรองเท้าไม้ การย่างเท้าแต่ละก้าวบังเกิดเสียงดังฟังชัด ราวกับเหยียบลงบนกลางใจของผู้ที่ได้ยิน
คอเสื้อของเขาเปิดออกจนเว้าลึก เผยให้เห็นผิวขาวใสบริเวณหน้าอก จนกลบชุดคลุมสีเขียวเข้มให้หายไป ส่งผลให้ผู้คนมิอาจสงบสติอารมณ์ แทบอยากฉีกเสื้อคลุมที่ขวางหูขวางตานั่นเพื่อััผิวนุ่มลื่นนั้นโดยเร็ว
เขาเป็ดั่งเปลวเพลิงแผดเผาที่กำลังลุกโชติ่อยู่ตรงหน้าหูเหยียน
ท่ามกลางแสงสุริยันที่ตกกระทบลงบนร่างของยาวจิ่ว ทำให้ตัวของเขาถูกเคลือบด้วยเงาสีทองอ่อนหนึ่งชั้น ยิ่ง้าลืมตาเพื่อให้เห็นชัดเท่าไร ก็ยิ่งเลือนรางมากเท่านั้น จึงทำได้เพียงหรี่ตามองอยู่ห่าง ๆ ด้วยวิธีนี้อาจทำให้เห็นแค่เพียงเงาเลือนราง ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ เขากลับเข้ามาอยู่ในหัวใจของนาง อีกทั้งยังแทงอย่างดุเดือดด้วยหางแมงป่องจุ่มน้ำผึ้ง! เจ็บ แต่ยากจะลืมเลือน
หูเหยียนหรี่ตามองยาวจิ่ว เป็อีกคราที่เกิดความแคลงใจเื่ที่ว่าเขาคือเพศผู้หรือเพศเมียกันแน่
ยาวจิ่วกะพริบตาเฉี่ยวดั่งแมวของตนเอง เห็นความใและความประหลาดใจในดวงตา หากเขามาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว เกรงว่าจาวจาว ฉายฉายและจิ้นจิ้นอาจกลายเป็อาหารไปแล้ว! เ้าบ้านี่คงต้องให้เขากำราบจริง ๆ สินะ! ยาวจิ่วมองหูเหยียนซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะดึงไม้ตะบองกลับ เขาสะบัดเปียพร้อมคลี่ยิ้ม ช่างเป็ท่วงท่าที่ดูเหลาะแหละและพราวเสน่ห์อย่างแท้จริง เนื้อหนังมังสาอันสง่า ความงามนี้ดั่งฟ้าประทานก็มิปาน
.
.
.
[1] นกไจร์ฟัลคอนแดง นกล่าเหยื่อ เป็นกเหยี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก