พวกโนอาห์เริ่มจากการแนะนำตัวเป็รายบุคคล นิกซ์ไล่มองทีละคนก่อนจะเก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ ชายผมดำที่ลากเขามาดูเหมือนจะเป็มิตรกว่าที่คิด ดูเผินๆเหมือนเป็หัวหน้ากลุ่ม แต่ที่ไหนได้กลับเป็ตัวรับส่งมุขตลกดีๆนี่เอง
อย่างน้อยๆก็ดูเหมือนจะเป็คนดี
ในส่วนของชายหัวเขียวที่นิกซ์คิดว่าสวยเกินบุรุษเพศนั้น เขารู้สึกได้ในทันทีว่ารังสีของคนที่คงแก่เรียนลอยผ่านออกมาทางิัโดยไม่ต้องรอให้ใครบอกกล่าว ต่อมาเป็ผู้หญิงเพียงสองคนในกลุ่ม ซายากะเธอดูเหมือนจะใจดีกับเขามาก หรือพูดให้ถูกก็คือสาวเ้ามีไมตรีจิตกับทุกคนไม่เลือกหน้า ดูไปดูมาก็ละม้ายคล้ายกับโนอาห์เสียเหลือเกิน ในขณะที่ยูกิก็ดูมืดมนผิดกับคนอื่นๆลิบลับ แต่ว่าก็เหมือนจะเป็มิตรกว่าที่นิกซ์คิด
สรุปแล้วไม่มีอะไรน่ากลัว
“พวกคุณอยากรู้อะไรบ้างล่ะครับ” นิกซ์ถาม เมื่อทำใจยอมรับกับกลุ่มคนที่คาดว่าน่าจะเป็เพื่อนของเขาในอนาคตแล้ว ความประหม่าก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“เื่ที่จะสอบ หรืออะไรเทือกๆนี้น่ะ” โนอาห์ตอบ ในหัวตอนนี้ของเขาว่างเสียยิ่งกว่าว่าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเริ่มจากจุดไหน หรือควรทำยังไงต่อไปกับการสอบที่แม้แต่เขาเองยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร
“ขอโทษด้วยนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน...และอาจจะรวมถึงคนอื่นๆในห้องนี้ด้วย ั้แ่เข้ามาในห้องนี้ก็ไม่มีใครมาอธิบายให้ฟังซักคน” นิกซ์ยิ้มเจื่อนๆ เหลือบมองบริเวณโดยรอบที่ผู้เข้าสอบแต่ละคนนั่งแยกกันอย่างเป็เอกเทศ
“เป็ระบบที่ดูซับซ้อนวุ่นวายดีนะ ใครมันเป็คนคิดเนี้ยถามจริง...” ชายผมดำหัวเราะในลำคอ ในขณะที่นิกซ์นั้นอ้าปากค้าง พร้อมกับซายากะที่อมยิ้มเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะ ในขณะที่ยูกิยังคงรักษาใบหน้าปูนปั้นของตัวเองเอาไว้ได้อย่างเคย
ส่วนอารันนั้นกุมขมับไปแล้วเป็ที่เรียบร้อย
“น....นี่คุณพูดอะไรแบบนั้นน่ะครับ!! เื่พวกนี้มันควรจะรู้ั้แ่จะมาสอบเข้าที่นี้แล้วไม่ใช่เหรอ!!” นิกซ์ร้องเสียงหลง โนอาห์ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเขานั้นทำผิดตรงไหนก็ได้แต่ทำสีหน้าปั้นยาก ก่อนจะค่อยๆส่งสัญญาณให้นิกซ์ลดเสียงลงอีกหน่อย
“ขอโทษด้วยแล้วกัน พอดีเพื่อนของฉันคนนี้อยู่หลังเขาน่ะ บางเื่มันก็ไม่รู้เหมือนคนอื่นเขาหรอก อย่าถือสามันเลยนะ” อารันแทรกด้วยรอยยิ้ม พลางขยิบตามาให้โนอาห์แทนคำพูดว่าให้ระวังคำพูดให้มากกว่านี้
“อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนอวาลอนยังไงล่ะครับ” นิกซ์เฉลยด้วยสีหน้าละเหี่ยใจ พร้อมกันกับที่โนอาห์ตระหนักรู้ได้ว่าอะไรเป็อะไร
ความจริงแล้วอารันได้เล่าข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนแห่งนี้ให้เขาฟังบ้างบางส่วน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในการตอบคำถามซึ่งอาจส่งผลยุ่งยากตามมาในภายหลัง โดยเฉพาะเนื้อหาในส่วนของอาจารย์ใหญ่ซึ่งดูเหมือนอารันจะเน้นเป็พิเศษ จอมเวทที่ว่ากันว่ามีอายุยืนยาวมาั้แ่สมัยก่อตั้งอาณาจักร คนๆเดียวกับที่วางข่ายอาคมและรากฐานหลายสิ่งหลายอย่างให้กับอัลเทร่า แต่ในสมัยปัจจุบันกลับไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าอาจารย์ใหญ่ผู้นี้อีกเลย
บ้างก็บอกว่าจอมเวทผู้เรืองเดชผู้นี้ออกไปเดินทางยังภพภูมิอื่น หรือเป็เก็บตัวบำเพ็ญตบะ แต่ก็ย้องมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าอาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนอวาลอนยังคงอยู่ที่ไหนซักแห่งในตัวโรงเรียน คอยเฝ้ามองความเป็ไปของนักเรียนและโลกใบนี้อยู่เงียบๆ
ด้านความเก่งกาจไม่ต้องพูดถึง ทั้งนี้เป็เพราะสายเืของจอมเวทผู้นี้ไม่ได้มีแต่เืของมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่เจือปนด้วยเืของปิศาจแห่งความฝันผู้ยิ่งยงอยู่ครึ่งหนึ่ง นามที่ผู้คนเล่าขานมีหลากหลายปะปนกันไป ไม่ว่าจะเป็ ผู้เดินทางในความฝัน จอมเวทบุปผา นักเดินทางข้ามกาลเวลา จอมเวทปิศาจ ถึงอย่างนั้นนามที่แท้จริงกลับมีเพียงหนึ่งเดียว
เมอร์ลิน จอมเวทสูงสุดแห่งอวาลอน
“ถึงอย่างนั้นก็คงรู้ชื่อใช่ไหมครับ...” นิกซ์หรี่ตามองโนอาห์อย่างหวาดระแวง
“แหม ใครบ้างจะไม่รู้ล่ะจริงไหม เมอร์ลินใช่ไหมล่ะ” โนอาห์หัวเราะกลบเกลื่อนอย่างอารมณ์ดี นิกซ์เองจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากพบว่าเพื่อนใหม่ของเขาดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้ในครั้งแรกที่ได้เจอมากนัก
น่ากลัวว่าจะไม่ใช่คนปกติ!!
ไม่ทันที่พวกโนอาห์จะได้อ้าปากถามต่อ ประตูห้องโถงเพียงหนึ่งเดียวก็ถูกเปิดออกหลังจากที่ผู้เข้าสอบคนที่สิบเข้ามาภายในห้องแห่งนี้ ทุกคนล้วนหันไปมองด้วยความสนใจ ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่ให้ความหวังเอาไว้ ผู้เปิดประตูเป็ชายวัยกลางคนหน้าตาอ่านได้ยาก ผมสีเงินกระเซอะกระเซิงไม่เป็ทรง แววตาสีม่วงสอดส่ายไปมาในห้องคล้ายกับกำลังนับจำนวนคน ในมือถือแผ่นกระดาษที่คาดว่าน่าจะเป็ของสำคัญ
“ยินดีที่ได้รู้จัก เวลามีไม่มากเพราะงั้นฉันจะขอรวบรัดเลยแล้วกัน เซโน่ ออราเคิล คือชื่อของฉัน หรือจะเรียกว่าเซโน่เฉยๆก็ได้ รับผิดชอบให้มาเป็กรรมการคุมสอบกลุ่มของพวกเธอ” เซโน่เกาหัวแกรกๆ พูดด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะรับหน้าที่นี้ซักเท่าไหร่ แต่ต่อให้คนโง่ที่สุดก็ยังรู้ได้ว่าเขาคนนี้เป็อาจารย์คนหนึ่งในโรงเรียนอวาลอน เพราะที่นี้ไม่เคยมีนโยบายใช้คนนอกมาคุมสอบั้แ่ไหนแต่ไร ข้อนี้ใครๆย่อมรู้กันดี
และแน่นอนว่าโนอาห์ก็เกือบจะไม่รู้ถ้าไม่มีคนบอก
“พวกเธอคงทราบดีอยู่แล้วว่าหัวข้อการสอบมันเปลี่ยนไปทุกปี บางปีก็ทำข้อสอบหนึ่งหมื่นข้อ บางปีก็ประลองเวทแบบจับสุ่ม อะไรๆเทือกนี้ อยากรู้ค่อยไปหาเองทีหลัง” เซโน่แจกแจง พลางก้มลงมองกระดาษในมือเป็ระยะๆ
เป็จังหวะเดียวกับที่โนอาห์ยิ้มเจื่อนจนแทบกลายเป็ทำหน้าเหวอ จริงอยู่ว่าตัวเขานั้นรู้จักการสอบที่ต้องทำในแผ่นกระดาษ เพราะในแผ่นดินเดิมที่เขาจากมาก็มีการสอบวัดผลระดับทางราชการอยู่ออกบ่อย แต่ว่าหนึ่งหมื่นข้อนั้นก็นับว่าเป็ตัวเลขที่ชวนสิ้นหวังกันไป หวังเพียงอย่างเดียวว่าในปีนี้จะไม่เจออะไรแบบนั้น
“ปีนี้...อืม ต่อสู้กับสัตว์วิเศษที่ทางเราเป็ฝ่ายจัดหามาให้ ซึ่งไม่ต้องห่วง ระดับของมันจะขึ้นอยู่กับพวกเธอทุกคนอยู่แล้ว แต่ถ้าได้รับาเ็หรือตายก็ค่อยว่ากันอีกที” เซโน่แย้มรอยยิ้มหันหน้าไปมองเด็กหนุ่มสาวที่เข้ามาสอบปีนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคนต่างมีสีหน้าแตกต่างกันออกไปทันทีที่ฟังเซโน่พูดจบ
สัตว์วิเศษในโลกนี้แบ่งได้เป็หลายระดับ โดยส่วนมากจะจำแนกจากความหายากเป็หลัก ซึ่งแน่นอนว่าในไอช่าสัตว์วิเศษล้วนเป็สิ่งมีชีวิตหายาก ผิดกับที่อีเดนซึ่งมองไปทางไหนก็เจอแต่สัตว์วิเศษนานาชนิดแทบจะทุกพื้นที่
แต่กระนั้นเพราะความก้าวหน้าของเวทมนตร์ที่สามารถอัญเชิญสัตว์วิเศษเ่าั้ออกมาได้ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่าเวทอัญเชิญ แต่มักไม่ค่อยเป็ที่นิยมมากนักในหมู่จอมเวทเพราะทั้งสิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรมากกว่าปกติถึงเท่าตัว เพราะเวทอัญเชิญในระดับต่ำผลลัพธ์นั้นมีน้อยซะจนเห็นผลแทบไม่ได้ แต่ถ้าในระดับกลางถึงสูงย่อมแตกต่างกันออกไป แต่จุดที่ยากก็คือหาสัตว์วิเศษมาทำพันธสัญญากับผู้ใช้เพื่อที่จะอัญเชิญมันออกมาในครั้งต่อๆไป
หาสัตว์ในตำนานในดินแดนที่เปลี่ยวร้างจากสัตว์พวกนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่มืดบอดและบอดสนิท
“เดี๋ยวนะ ที่บอกว่าระดับจะขึ้นอยู่กับความสามารถนี่มันหมายความว่ายังไง” ผู้เข้าสอบคนหนึ่งยกมือถามด้วยความสงสัย เซโน่กุมขมับด้วยความเหนื่อยอ่อนเนื่องเพราะไม่อยากจะอธิบายเื่ที่พูดไปแล้วเท่าไหร่นัก
“หมายความว่าการสอบจะเป็การสอบแบบกลุ่ม ซึ่งกลุ่มก็คือพวกเราทั้งหมดที่อยู่ในห้องนี้ ใช่หรือเปล่าผู้คุมสอบ” อารันยิ้ม คนอื่นๆที่ได้ฟังต่างพากันส่งเสียงฮือฮาเป็การใหญ่
ส่วนโนอาห์นั้นได้แต่หัวเราะอยู่ในใจเงียบๆ
การสอบถูกออกแบบมาให้ร่วมมือกันเป็ทีม แต่ดูจากลักษณะผู้เข้าสอบทั้งหมดแล้ว ไม่นับพวกอารันที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยงถ้าต้องร่วมมือกัน แต่คนอื่นๆเกรงว่าจะไม่เป็เช่นนั้น ยิ่งตัวสถาบันมีการแข่งขันสูงมากเท่าไหร่ อีโก้ของคนที่จะมาเข้าสอบใน่แรกก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น จริงอยู่ว่าอาจจะมีคนประเภทอื่นซุกซ่อนอยู่ แต่จำนวนส่วนน้อยแค่นั้นก็ยากที่จะทำให้พวกเขาสอบผ่านทั้งหมด
ดูคร่าวๆผู้เข้าสอบที่อยู่ในห้องนี้มีอยู่สิบคน
จะผ่านถึงครึ่งหรือเปล่าก็ยังไม่รู้...
“เอาล่ะ มีใครมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็เป็อันว่ามีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจหนึ่งชั่วโมงก่อนจะลงสนาม” เซโน่พูด พลางหันหน้าไปรอบๆบริเวณ
“มีคำถามค่ะ” เสียงเล็กดังขึ้นมาภายในห้องที่เงียบเชียบ จนกลายเป็จุดสนใจเพียงหนึ่งเดียวในห้องทันทีทันใด ทุกๆคนหันไปมองตามต้นเสียงไม่เว้นแม้กระทั่งพวกโนอาห์ และภาพที่เขาเห็นนั้นก็ถึงกับทำให้คนพูดมากกลายเป็คนปิดปากเงียบสนิท กระพริบตาปริบๆเพื่อตรวจให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด
ผู้หญิงที่ยกมือขึ้นถามคนดังกล่าวดูยังไงก็ใช่เซเรน่าอย่างไม่ต้องสงสัย สาวน้อยปริศนาที่อยู่ๆก็โผล่มาแล้วก็จากไป ที่เขาไม่เห็นเธอเพราะว่าดันหลบอยู่ในมุม รวมถึงที่เซเรน่าไม่ได้สังเกตเห็นโนอาห์ก็เพราะว่ากำลังใช้สมาธิก่อนที่จะเข้าสอบ ดังนั้นเหมือนเธอปิดโสตประสาทการรับรู้ทั้งหมดไปในชั่วขณะ ถ้าไม่เข้าไปเรียกใกล้ๆหรือมีอันตราย เซเรน่าคงนั่งอยู่ที่มุมเงียบๆของเธอจนกระทั่งผู้คุมสอบเดินมา ดังเช่นที่เห็นอยู่ในตอนนี้
เธอยังไม่เห็นเขา แต่เขานั้นเห็นเธอได้อย่างชัดเจน
ดูเหมือนว่าการสอบครั้งนี้จะวุ่นวายมากกว่าที่โนอาห์คิด