องค์ชายรองทรงรู้สึกโล่งพระทัยที่พระขนิษฐาปลอดภัยดีแต่ก็แอบเสียพระทัยที่ทรงสูญเสียหลานและสาวใช้ผู้ภักดีอย่างเหวยเซียงไปในตอนนี้พระองค์ทรงเข้าพระทัยดีที่พระนางยังไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวพระนางเอง และเป้าหมายที่สำคัญที่สุดขององค์ชายรรองนั่นก็คือ ใครก็ตามที่ทำร้ายดวงพระทัยของพระองค์ คนนั้นจะต้องโดนเอาคืนอย่างสาสม
แม้ว่าฉู่หลินพยายามที่จะหลบพระพักตร์ด้วยการแกล้งป่วยครั้งแล้วครั้งเล่าแต่นางก็ไม่อาจป่วยได้บ่อยๆจนเป็ที่สงสัยดังนั้นผลสุดท้ายท่านเสนาบดีจึงสามารถบังคับให้บุตรสาวไปร่วมการแข่งขันวาดภาพที่อุทยานตำหนักของฝ่าา
ฉู่หลินพยายามถึงที่สุดเพื่อทำให้องค์ชายรองไม่สามารถทอดพระเนตรเห็นหน้าของตนได้ดังนั้นนางจึงไปนั่งตรงตำแหน่งมุมอับ นั่นก็คือ การนั่งข้างๆบิดาของตน
“ฝ่าาทรงจัดที่นั่งให้เ้าไปนั่งอยู่ข้างๆพระสนมเอกเหตุใดเ้าถึงมานั่งอยู่ที่นี่เล่า” ท่านเสนาบดีบ่น
“โธ่! ท่านพ่อท่านเองก็รู้ว่าข้าอยากเป็ตัวของตัวเองมากแค่ไหน หากให้ข้าไปนั่งข้างพระสนมเอกข้าก็จะต้องเกร็งแถมต้องอดทนสำรวมระวังกริยามารยาทอีก” ฉู่หลินกล่าวอ้าง
“แน่ใจนะว่าไม่อยากดูการแข่งขัน ตำแหน่งตรงนี้มองอะไรไม่ค่อยเห็นนัก” ท่านเสนาบดีถามย้ำ
“ท่านพ่อเองเป็คนบังคับให้ข้ามาดูเองนี่เ้าคะข้าไม่ได้อยากมาดูการแข่งขันเสียหน่อย” ฉู่หลินบ่น
“ตามใจเ้าก็แล้วกัน” ท่านเสนาบดีถึงกับส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจของลูกสาว
ผู้ที่เข้าแข่งขันวาดภาพประกอบไปด้วยสามคนด้วยกันนั่นคือ องค์ชายรอง จอหงวนคนใหม่ และท่านแม่ทัพ
ดังนั้นบรรยากาศนั้นก็จะไม่ได้ครึกครื้นอะไรมากนักเพราะชายทั้งสามต่าง้าสมาธิในการวาดภาพ
ฉู่หลินก็เลยเอาแต่นั่งสัปหงกอยู่ข้างๆท่านเสนาบดี
เมื่อครบหนึ่งชั่วยามผู้ที่วาดเสร็จก่อนก็คือ จอหงวนคนใหม่ ผลงานของเขาก็คือภาพทุ่งท้องนาภายใต้ท้องฟ้าอันสดใส
“อื้อ! ช่างเป็ภาพที่งดงามจริงๆดูอบอุ่นและเงียบสงบอย่างไรบอกไม่ถูก เหตุใดเ้าถึงวาดภาพนี้ล่ะ” ฝ่าาตรัสถาม
“ภาพนี้เป็ภาพบ้านเกิดของกระหม่อมเองพะย่ะค่ะเหตุที่กระหม่อมวาดภาพนี้ก็เพราะว่ากระหม่อม้าให้ภาพนี้คอยเตือนใจของกระหม่อมเสมอว่าเพราะผืนนาของท่านพ่อถึงทำให้กระหม่อมเติบโตมาถึงทุกวันนี้ได้” จอหงวนคนใหม่กล่าว
“นับว่าเ้าช่างมีความกตัญญูยิ่งนัก” ฝ่าาตรัสชื่นชม
คนที่วาดเสร็จเป็คนสองก็คือท่านแม่ทัพ
“ภาพนี้เป็ภาพอุทยานดอกโบตั๋น ซึ่งเป็อุทยานตำหนักท่านอ๋องสาม นับว่างดงามไปคนละแบบเหตุใดเ้าถึงวาดภาพนี้ล่ะ หรือว่าเ้าหมายปององค์หญิงชิงชิงพระธิดาของท่านอ๋องเข้าล่ะ” ฝ่าาทรงทราบเื่ราวมาบ้างแล้ว
“เอ่อ กระหม่อมไม่อาจเอื้อ…..”ท่านแม่ทัพกล่าวไม่จบ
“อย่าปฏิเสธเลย ใครๆก็รู้ เพราะท่านเล่นไปเข้าเฝ้าท่านอ๋องอยู่บ่อยครั้งเอาล่ะ งั้นเราจะประทานสมรสให้เ้ากับองค์หญิงชิงชิงก็แล้วกัน” ฝ่าาตรัส
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
และผลงานของคนสุดท้ายหรือองค์ชายรองก็คือภาพของฉู่หลิน น้องสาวพระสนมเอก
“แสดงว่าพระองค์ทรงถูกพระทัยนางมากถึงขั้นจดจำนางและวาดมาเป็ภาพได้งดงามถึงเพียงนี้” ฝ่าาทรงทึ่งในฝีมือการวาดภาพขององค์ชายรองพระองค์ทรงไม่รู้ว่าจะชมที่ฉู่หลินเป็สาวงามหรือเพราะองค์ชายรองทรงมีฝีมือในการวาดภาพอย่างดีเยี่ยม
“เมื่อกระหม่อมได้พบนาง กระหม่อมไม่อาจลืมนางได้เลยพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงแสร้งตรัส
“ไหน ฉู่หลิน เ้ามาดูภาพของเ้าสิ” ฝ่าาตรัสเรียก
ท่านเสนาบดีรีบปลุกลูกสาวทันที“ฉู่หลิน ฉู่หลิน รีบไปปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าาเร็วเข้า”
“อะไรนะท่านพ่อ ทำไมข้าต้องไปด้วย” ฉู่หลินใ
“ก็องค์ชายรองทรงวาดภาพของเ้า ฝ่าาจึงให้เ้าไปดูภาพของตัวเอง” ท่านเสนาบดีอธิบาย
“แต่ว่า….” ฉู่หลินไม่อยากไป
“รีบไปเร็วเข้า มิเช่นนั้นฝ่าาอาจทรงกริ้วก็เป็ได้” ท่านเสนาบดีดุลูกสาว
ฉู่หลินคิดในใจว่า“เพื่อพบฉู่หลินแล้ว องค์ชายรองทรงใช้วิธีนี้เลยงั้นหรือเพคะ”
พอเดินไปถึงหน้าพระพักตร์ของฝ่าาฉู่หลินก็รีบคุกเข่า “ถวายบังคมเพคะ ฝ่าา”
“เ้าดูภาพของเ้าสิว่างดงามเพียงใด” ฝ่าาตรัสเพราะทรงเข้าพระทัยว่าองค์ชายรองนั้นถูกพระทัยฉู่หลินมากแค่ไหน
ฉู่หลินรับภาพมาจากกงกงแล้วมาคลี่เปิดดู นางคิดในใจว่า “นี่มันเป็ภาพเดียวกับที่ช่างวาดภาพคนนั้นวาดไว้และตัวข้าก็เป็คนส่งให้องค์ชายรองผ่านนกพิราบสื่อสาร นี่คงจะแค้นฝังหุ่นเลยสิท่าแล้วข้าจะทำอย่างไรดี”
“เ้ารู้มั้ยเวลาที่มีผู้ชายวาดภาพผู้หญิง นั่นหมายความว่าผู้หญิงคนนั้นต้องมีความสำคัญต่อเขามากความหมายคือ องค์ชายรองทรงถูกพระทัยในตัวเ้ามาก ดังนั้นเราจะประทา….” ฝ่าาตรัสไม่จบ
“ช้าก่อนเพคะฝ่าาหม่อมฉันเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามขององค์ชายรองมาเนิ่นนานแล้วองค์ชายรองนั้นมีคนรักอยู่ข้างกายพระองค์ นางมีชื่อว่าเอิ่นลั่วความงามของหม่อมฉันยังได้ไม่ถึงครึ่งนึงของนางเลยด้วยซ้ำและถ้าพระองค์ทรงประทานสมรสให้ หม่อมฉันก็เป็เพียงสนมคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างหม่อมฉันตั้งใจไว้ว่าหม่อมฉันจะไม่แต่งงานเพื่อที่ว่าจะได้คอยดูแลปรนนิบัติท่านพ่อเพคะ”ฉู่หลินรีบพูด
“ได้อย่างไรกัน เป็หญิงก็ต้องออกเรือนเป็ธรรมดาและเ้าถือว่าเป็ตัวแทนแคว้นฝางเพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นยังไงองค์ชายรองก็ต้องทรงยกย่องเ้าเป็พระชายา จริงมั้ยองค์ชายรอง” ฝ่าาตรัส
“แน่นอนพะย่ะค่ะยังไงฉู่หลินต้องได้เป็ชายาของกระหม่อม” องค์ชายรองตรัสทั้งๆที่สีพระพักต์ช่างดูเ็ายิ่งนัก
ฉู่หลินคิดในใจว่า“เอายังไงดี ข้าจะทำยังไงดีถึงรอดพ้นเงื้อมมือขององค์ชายรองได้ในเมื่อฉู่หลินเป็คนเอาแต่ใจ ลองเสี่ยงชีวิตดูเลยก็แล้วกัน”ดังนั้นฉู่หลินก็เลยแกล้งร้องไห้ทันที “ฮือ ฮือหม่อมฉันไม่อยากไปต่างแคว้นเพคะ หม่อมฉันอยากอยู่กับท่านพ่อ พระสนมเอกเพคะได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันไม่อยากจากแคว้นนี้ไปเพคะ”
“บังอาจ เหตุใดเ้าถึงเห็นแก่ตัว ไม่เสียสละเพื่อแผ่นดินเลยสักนิด ห๊าฉู่หลิน” ฝ่าาทรงกริ้ว
“ฮือ ฮือ ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ” ฉู่หลินแกล้งร้องไห้คร่ำครวญอย่างคนเอาแต่ใจ
“เอ่อ ฝ่าาเพคะ หม่อมฉันขอประทานอภัยแทนน้องสาวด้วยนางถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาั้แ่เล็กแล้ว นางจึงมีนิสัยเอาแต่ใจแบบนี้ได้โปรดอย่าให้นางเข้าพิธีอภิเษกเลยนะเพคะ”พระสนมเอกทรงสงสารน้องสาว
“เ้าให้ท้ายน้องสาวเกินไปหรือเปล่า สนมเอก” ฝ่าาทรงไม่พอพระทัย
“ฮือ ฮือ องค์ชายรองเพคะ พระองค์ทรงเป็สุภาพบุรุษพระองค์คงไม่บีบบังคับฝืนใจหญิงธรรมดาเช่นหม่อมฉันหรอกใช่มั้ยเพคะ” ฉู่หลินมองไปที่องค์ชายรองเพื่อบีบบังคับให้พระองค์ทรงยินยอมยุติเสียเอง
“ทูลฝ่าา ในเมื่อฉู่หลินไม่เต็มใจ กระหม่อมก็ไม่อยากฝืนใจนางพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“เราขออภัยด้วยจริงๆ นางมีนิสัยแบบนี้ มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ” ฝ่าาทรงส่ายพระพักตร์
“แล้วสรุปผลงานใครเป็ฝ่ายชนะพะยะค่ะ”องค์ชายรองทรงเปลี่ยนเื่
“ในเมื่อทั้งสามต่างวาดภาพได้งดงามกันคนละแบบเราขอตัดสินให้เสมอกันก็แล้วกัน” จากนั้นฝ่าาก็ทรงประทานรางวัลเป็กล่องเพชรนิลจินดาให้กับทั้งสามอย่างเท่าเทียม
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ทั้งสามกล่าว
เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินรีบปาดน้ำตานางคิดในใจว่า “ต้องขอบคุณที่เ้ามีนิสัยเอาแต่ใจเป็พื้นเดิมนะฉู่หลินถึงทำให้ข้ารอดตัวได้”
******************************
ณจวนท่านเสนาบดี
“โอ๊ย! ท่านพ่อ ข้าเจ็บนะเ้าคะ” ฉู่หลินถูกท่านเสนาบดีบีบแขน
“เหตุใดเ้าไม่รับน้ำพระทัยของฝ่าา ห๊า” ท่านเสนาบดีดุลูกสาว
“ใช่จริงด้วย!เ้ากำลังได้เป็ตัวแทนแคว้นไปอภิเษกกับองค์ชายรองแห่งแคว้นฉีเชียวนะฉู่หลิน”พระสนมเอกตรัส
“ฟังหม่อมฉันก่อนเถิดนะเพคะ ความจริงแล้วองค์ชายรองทรงมีสายลับอยู่ที่นี่ดังนั้นเหตุการณ์ที่พระขนิษฐาของพระองค์ถูกพวกเรากลั่นแกล้งนั้นพระองค์ทรงล่วงรู้ตลอดเวลา ที่พระองค์ทรงเจาะจงแกล้งหมายปองหม่อมฉันนั้นก็เพื่อหวังแก้แค้นเท่านั้น ไม่ได้คิดผูกสมัครรักใคร่ใดๆทั้งสิ้นอย่างที่ท่านพ่อคิด”ฉู่หลินอธิบาย
“ถึงว่า องค์ชายรองถึงสามารถล้างมลทินให้อดีตสนมเซียงเซียงได้น่าเจ็บใจจริงๆ” พระสนมเอกทรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น
“ได้โปรดอย่าปล่อยให้หม่อมฉันต้องกลายเป็เหยื่อการแก้แค้นขององค์ชายรองเลยนะเพคะ”ฉู่หลินกล่าว
“บางทีองค์ชายรองอาจหลงเสน่ห์เ้าจริงๆก็เป็ได้นะ ฉู่หลิน” ท่านเสนาบดีกล่าว
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าไม่เคยเจอองค์ชายรองมาก่อนเลยและตำแหน่งที่ข้านั่งก็เป็มุมอับ องค์ชายรองจะสามารถวาดภาพข้าได้ยังไงหากไม่ใช่ได้ภาพมาจากสายลับของพระองค์ท่านพ่ออยากให้ลูกตรอมใจเมื่ออยู่แคว้นฉีหรือเ้าคะ”ฉู่หลินแสดงสีหน้าน่าสงสาร
“จริงอย่างที่น้องว่านะท่านพ่อตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าองค์ชายรองทรงกำลังหาหลักฐานเอาผิดพวกเราอยู่” พระสนมเอกทรงเห็นด้วยกับน้องสาว
“เอาล่ะ พ่อจะพยายามปกป้องเ้าให้ได้ก็แล้วกัน”ท่านเสนาบดีเริ่มคล้อยตาม
******************************
จนกระทั่งวันหนึ่งพระสนมเอกทรงตั้งครรภ์ท่านเสนาบดีจึงจัดงานเลี้ยงฉลองซึ่งเชิญเพียงเหล่าขุนนางเท่านั้นแต่ทว่าองค์ชายรองทรงทราบข่าวก็เลยมาร่วมงานเลี้ยงทั้งๆที่ไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมงาน
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ท่านเสนาบดี” องค์ชายรองตรัส
“กระหม่อมไม่ทราบมาก่อนว่าพระองค์ทรงยอมให้เกียรติเสด็จมาร่วมงานเลี้ยงด้วยต้องขออภัยที่งานเลี้ยงอาจจะเล็กไปสำหรับพระองค์พะย่ะค่ะ”ท่านเสนาบดีใมากแต่ก็ต้องพูดไปเช่นนั้น
“เราไม่ถือ งั้นเราเข้าไปเลยนะ” องค์ชายรองเสด็จเข้าไปประทับนั่งร่วมกับเหล่าขุนนางอย่างไม่เกรงพระทัยพอเห็นว่าขุนนางกำลังจะแสดงความเคารพและย้ายไปนั่งทื่อื่น พระองค์ก็เลยตรัสว่า “ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก เชิญนั่งตามสบายเถิด หรือว่าพวกเ้ารังเกียจเรา”
“เปล่าพะย่ะค่ะ” ขุนนางพากันส่ายหน้าปฏิเสธและยอมนั่งร่วมโต๊ะต่อไป
“งั้นมาดื่มกัน” องค์ชายรองตรัสชวน
ท่านเสนาบดีและเหล่าขุนนางจึงพากันเกร็งและยอมดื่มสุราร่วมกับชายสูงศักดิ์ต่างแคว้น
******************************
ณห้องพักของฉู่หลิน
ฉู่หลินกำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงแต่ทว่า
“แย่แล้ว! คุณหนูเ้าคะองค์ชายรองเสด็จมาร่วมงานเลี้ยงด้วย และตอนนี้พระองค์ก็ทรงกำลังเสวยน้ำจัณฑ์อยู่”สาวใช้รายงาน
“อะไรนะ! งั้น เ้ารีบไปบอกท่านพ่อว่าข้าไม่สบายไปร่วมงานเลี้ยงไม่ได้” ฉู่หลินสั่ง
“จะดีหรือเ้าคะ” สาวใช้ลังเล
“ไปเถิดน่า นี่คือคำสั่ง” ฉู่หลินกล่าว
“เ้าค่ะ” สาวใช้จำใจรับคำ
เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินคิดในใจว่า“จะทำยังไงดี องค์ชายรองยิ่งทรงกัดไม่ปล่อยเสียด้วย”
ฉู่หลินก็เลยแกล้งนอนป่วยอยู่บนเตียงจนนางผล็อยหลับไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามฉู่หลินก็รู้สึกตัวตื่น เพราะนางได้ยินฝีเท้าของใครบางคนกำลังเข้ามาในห้องนี้นางก็เลยแกล้งหลับตา
“อยู่นี่เอง เราหาเ้าเสียทั่วเลยนะฉู่หลิน” องค์ชายรองตรัสอย่างคนเมา
ฉู่หลินสะดุ้งเพราะฝ่ายชายลูบแก้มของนางอย่างไม่เกรงใจ
“องค์ชายรอง! ทรงเมาหรือเพคะพระองค์ทรงไม่ควรเข้าห้องผู้หญิงแบบนี้นะเพคะ”ฉู่หลินรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความใสุดขีด
“ก็เ้าไม่ออกไปพบเรา เราก็เลยมาพบเ้าไง”องค์ชายรองทรงประทับนั่งบนเตียงเพื่อเข้าใกล้หญิงสาวอย่างไม่เกรงพระทัย
“เพื่อแก้แค้นแล้ว ทรงทำถึงขนาดนี้เลยหรือเพคะ” ฉู่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หึหึ ช่างฉลาดจริงๆ เราชักชอบเ้าขึ้นมาแล้วสิ”องค์ชายรองทรงนึกไม่ถึงว่าฝ่ายหญิงจะล่วงรู้แผนการ
“ออกไปเดี๋ยวนี้นะเพคะ ไม่เช่นนั้นหม่อมฉันะโจริงๆด้วย” ฉู่หลินรีบขู่
“ก็ลองสิ” องค์ชายรองทรงท้า
“ช่วย….” ฉู่หลินะโไม่ได้อีกต่อไปเพราะองค์ชายรองทรงจี้จุดใบ้และจี้จุดทำให้นางขยับตัวไม่ได้เลย
ฉู่หลินอยากจะพูดแต่พูดไปก็ไร้เสียง ตอนนี้นางกลัวมาก กลัวว่าองค์ชายรองทรงจะทำอะไรเกินเลยนางคิดในใจว่า “ได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถิด อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลยหม่อมฉันไม่ใช่ฉู่หลินนะเพคะ”
“ออกมาได้แล้ว” องค์ชายรองตรัสสั่งใครบางคน
“เพคะ” จอมยุทธ์หญิงในชุดดำปรากฏตัว
“เ้าจงถอดเสื้อผ้าของนางซะ เราไม่อยากแตะต้องตัวนาง” องค์ชายรองทรงหันหลังให้ฉู่หลินที่กำลังนอนอยู่บนเตียงในสภาพขยับตัวไม่ได้และตรัสสั่งบริวาร
“เพคะ” จอมยุทธ์หญิงเดินเข้าไปหาเป้าหมายตามรับสั่ง
ฉู่หลินอยากจะส่ายหน้าและขยับตัวแต่ก็ทำไม่ได้นางทำได้เพียงยอมปล่อยให้จอมยุทธ์หญิงที่ติดตามองค์ชายรองถอดชุดของนางจนหมดสิ้นยังดีที่จอมยุทธ์หญิงห่มผ้าคลุมกายให้นาง
จอมยุทธ์หญิงเช็ดน้ำตาให้ฉู่หลิน“อย่าร้องไปเลย องค์ชายรองทรงถูกพระทัยในตัวเ้ามากรับรองว่าเ้าได้เป็พระชายาอย่างแน่นอนนะแม่นางน้อย”
“เ้าไปได้แล้ว ขอบใจมาก” องค์ชายรองตรัสสั่ง
“เพคะ” จอมยุทธ์หญิงะโหนีหายตัวไปทันที
“เราชอบคนรู้ทันเรา เราจะยกย่องให้เ้าเป็พระชายาแต่เพียงในนาม เ้าต้องรับกรรมในสิ่งที่เ้าก่อไว้กับน้องสาวของเรา”องค์ชายรองตรัสด้วยน้ำเสียงอำมหิต
ฉู่หลินมีน้ำตาคลอนางคิดในใจว่า “หม่อมฉันไม่ได้รู้ทันพระองค์เพคะหม่อมฉันแค่รู้จักพระองค์ดีต่างหาก และหม่อมฉันก็ไม่ใช่ฉู่หลินด้วยมันเกิดอะไรขึ้นกับหม่อมฉันก็ไม่รู้ที่หม่อมฉันได้ย้ายมาอยู่ร่างนี้”
พอองค์ชายรองทรงได้ยินฝีเท้ากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้พระองค์ทรงรีบถอดฉลองพระองค์และรีบเข้าไปนอนอยู่เคียงข้างฉู่หลินพระองค์ทรงสวมกอดหญิงงามที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ แต่มีผ้าห่มปกคลุมกายทั้งสองไว้
“นี่มันอะไรกันน่ะ” ท่านเสนาบดีใในสภาพลูกสาวกับชายสูงศักดิ์
องค์ชายรองทรงแสร้งทำเป็เพิ่งได้สติและลุกขึ้นนั่ง แต่พยายามให้ผ้าห่มปกคลุมกายของฝ่ายหญิงไว้พระองค์จับพระเศียรทำท่าเหมือนปวดศีรษะ และมองไปรอบๆจากนั้นก็เล่นละครแสร้งทำเป็ตกพระทัย “มันเกิดอะไรขึ้นนี่เราเมาหนักมากถึงขั้นล่วงเกินลูกสาวท่านหรือนี่”
“พระองค์ทรงทำแบบนี้ได้อย่างไรพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีโมโห
“เราขออภัยจริงๆ เราคงคิดถึงลูกสาวของท่านมากพอเมาก็เลยเผลอกระทำการเช่นนี้ เรารับรองว่าเราจะรับผิดชอบนาง” องค์ชายรองตรัส
ฉู่หลินมีน้ำตาไหลพรากนางไม่อาจพูดกล่าวใดๆได้ เลยคิดในใจว่า “อย่ายอมนะเ้าคะท่านพ่อมันเป็กลลวงเ้าค่ะ”
“ก็ได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมยินยอมยกลูกสาวให้อภิเษกกับพระองค์” ท่านเสนาบดียอมปล่อยเลยตามเลย
“ขอบคุณท่านพ่อตา งั้นเรา เอ่อ ขอแต่งตัวและทำความเข้าใจกับฉู่หลินก่อนจะได้หรือไม่” องค์ชายรองทรงแสร้งดีพระทัย
ท่านเสนาบดีทำท่าคารวะและออกจากห้องไปด้วยความเข้าใจแต่มันคือความเข้าใจที่ผิดถนัด
องค์ชายรองทรงสวมฉลองพระองค์อย่างสมพระทัยจากนั้นพระองค์ก็ทรงคลายจุดให้
ด้วยความโกรธฉู่หลินเผลอตัวตบพระปราง (แก้ม)ของชายสูงศักดิ์อย่างแรง
“พระองค์ทรงล่วงเกินผู้หญิงอย่างนี้ได้อย่างไรเพคะ เสียแรงที่หม่อมฉันเคยคิดว่าพระองค์ยังคงมีความเป็สุภาพบุรุษอยู่บ้างความแค้นมันบดบังดวงเนตรของพระองค์ถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือเพคะ” ฉู่หลินโกรธมาก
องค์ชายรองทรงกริ้วที่ถูกตบพระองค์ทรงคร่อมตัวหญิงสาวพร้อมกับจุมพิตของนางอย่างไม่ให้เกียรติ
ยิ่งหญิงสาวขัดขืนองค์ชายรองก็ยิ่งกระทำรุนแรงขึ้น จนกระทั่งหญิงสาวยอมนิ่งเฉยพระองค์ถึงยอมหยุดการกระทำ
“จงจำไว้นะฉู่หลิน หากเ้าทำร้ายร่างกายเรา เราจะกระทำยิ่งกว่านี้อย่าหาว่าเราไม่เตือน” องค์ชายรองตรัส
“เสด็จออกไปได้แล้วเพคะ จงจำไว้สักวันพระองค์ทรงจะต้องเสียพระทัยที่กระทำกับหม่อมฉันเช่นนี้” ฉู่หลินไม่สนใจอะไรอีกแล้ว นางโกรธมากจริงๆ
“ไม่มีวันนั้นหรอกฉู่หลิน”องค์ชายรองตรัสอย่างมั่นพระทัย
พอองค์ชายรองเสด็จออกจากห้องไปฉู่หลินก็รีบล้างหน้าอาบน้ำชำระร่างกายหลายๆรอบเพื่อลบรอยจูบนั่นจากนั้นก็รีบแต่งตัวเพื่อที่จะได้อธิบายเื่ราวทั้งหมดให้ท่านพ่อฟังว่ามันเป็เพียงการจัดฉาก
แต่ทว่าพอฉู่หลินไปหาท่านพ่อที่ห้องทำงานกลับพบเพียงแต่พ่อบ้านที่กำลังจัดข้าวของให้เ้านาย
“ท่านพ่อล่ะ” ฉู่หลินรีบถาม
“เอ่อ คือ องค์ชายรองทรงเข้าเฝ้าฝ่าากลางดึก เพื่อขอรับผิดชอบคุณหนูทำให้ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้ท่านเสนาบดีเข้าเฝ้าเป็การด่วนขอรับคุณหนู” พ่อบ้านกล่าว
“ทำไมถึงเร็วถึงขนาดนี้ นี่ข้าไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เลยใช่มั้ย” ฉู่หลินรู้สึกหมดหวัง