บัณฑิตหลงยุคกับจอมยุทธบ้าพลัง

    บทที่ 16

    ช่วงต้นยามเฉิน (7.30 น.) ณ ตลาดใหญ่กลางเมืองหยุนไห่แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเทศกาลเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิที่ชาวดินแดนสายน้ำมรกต ทุกคนจะต้องเตรียมทำกับข้าว จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ แต่ภายในตลาดใหญ่แห่งนี้ก็ยังคงคึกคัก เมื่อจะมีพิธีเซ่นไหว้ฟ้าดิน และการแสดงมากมายจัดขึ้นที่จัตุรัสกลางตลาด ทุกคนย่อมไม่พลาดเทศกาลเช่นนี้ รวมทั้งผู้ไม่หวังดีก็ย่อมไม่พลาดโอกาสที่เกิดขึ้นในวันนี้เช่นเดียวกัน เหล่าโจรไฮ่หลางต่างแอบแฝงอยู่ในชาวบ้านที่เดินขวักไขว่ไปมากลางตลาดแห่งนี้ แต่นั่นก็เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น เป้าหมายของพวกเขาแท้จริงแล้วคือร้านค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของตลาดใหญ่แห่งนี้ต่างหาก ชายหัวล้านมีหนวดเคราดำในชุดชาวบ้านทั่วไป เดินมาหยุดมองตัวหนังสือใหญ่บนป้ายหน้าร้าน มันเขียนไว้ว่าหอการค้าเฟิง ชายคนนั้นก็คือหลิวหลางหัวหน้ากองโจรไฮ่หลางนั่นเอง รอยยิ้มชั่วร้ายมีเลศนัยของชายวัยกลางคนนั้นปรากฏพร้อมกับดวงตาเรืองแสงสีแดงฉาน หลิวหลางหันไปมองรอบๆตัว ลูกน้องมากมายของเขากระจายกันไปอยู่ในตำแหน่งต่างๆเรียบร้อยแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชายหัวล้านเคลื่อนไหวใดๆ เพราะเขากำลังรออะไรบางอย่าง และไม่ช้าไม่นานชายร่างผอมคนหนึ่งก็วิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาอย่างเร่งรีบ“แฮ่กๆๆ ลูกพี่ขอรับ คนของเรารอบจวนเจ้าเมืองพร้อมแล้วขอรับ แฮ่กๆๆ” ชายร่างผอมพูดไปหอบไปด้วย“อืม...เจ้าไปบอกให้พวกมันลงมือได้” หลิวหลางแววตาเป็นประกาย จากนั้นก็รีบสั่งการทันที“ขะ...ขอรับ แฮ่กๆๆ” ตอบรับคำลูกพี่เสร็จ ชายผอมก็รีบวิ่งไปด้วยความเหนื่อยอ่อน จากนั้นหลิวหลางก็หันหลังแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารใหญ่ฝั่งตรงข้าม ณ โรงเตี๊ยมเสี่ยวหู่ ชายหนุ่มผิวคล้ำเดินขึ้นมาบนชั้นสองอย่างช้าๆ บนหลังของเขามีวัตถุแท่งยาวถูกห่อด้วยผ้ามัดติดหลังอยู่ ใบหน้าอันเศร้าหมองเหม่อลอยของเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลี่ซื่อ เขามายังที่แห่งนี้ก็เพื่อรอเวลา พร้อมกับรอคนไปด้วย‘จางซาน แม้ว่าข้าจะไม่ได้มีฝีมือเก่งกาจอะไร แต่ในเมื่อการสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักหยุนหลง ด้วยการตีสนิทกับจอมยุทธกระบี่ขาวผู้ปราบกองโจรไฮ่หลางเป็นความต้องการของเจ้า ข้าก็จะทำมัน แต่ข้าก็ไม่โง่ไปคนเดียวหรอกนะ จะไปปราบโจรทั้งทีก็ต้องมีเพื่อนไปด้วยสิ’ หลี่ซื่อนั่งซึมเหม่อลอยอยู่ในความคิดของตัวเองคนเดียว แม้แต่ตอนที่เสี่ยวเอ้อนำชามาเสิร์ฟก็ยังไม่รู้ตัว แต่หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวจอมยุทธหนุ่มรูปงามในชุดสีขาว ก็ค่อยๆเดินมาหาที่นั่งริมระเบียงด้วยท่าทางมึนหัว เขาส่ายหัวไปมาหลายรอบจนมาหยุดอยู่ด้านข้างชายผิวคล้ำพอดี และแน่นอนว่าเมื่อเป็นคนรู้จักกันจอมยุทธหนุ่มย่อมจำเขาได้“หลี่ซื่อใช่หรือไม่?” จอมยุทธหนุ่มผู้นี้ก็คือมู่อิงนั่นเอง“หืม? เอิ่ม...ท่านเรียกข้ารึ?” หลี่ซื่อที่กำลังเหม่อลอย เมื่อได้สติก็หันไปกล่าวถามกับผู้ที่เรียกตน“ใช่ ข้ามู่อิงไงล่ะ อ้อ! ข้าลืมไปตอนที่เราพบกันในป่าตอนนั้นข้าสวมหมวกฟางปิดบังใบหน้าอยู่ เจ้าจึงจำข้าไม่ได้” จอมยุทธชุดขาวอธิบายให้หลี่ซื่อที่กำลังสับสนเข้าใจ“ท่านนั่นเอง! ข้าจำได้แล้ว เมื่อคืนจางซานเล่าเรื่องท่านให้ข้าฟังเช่นกัน เมื่อได้เห็นใบหน้าท่านเต็มๆแบบนี้ ข้ารู้สึกว่าท่านช่างองอาจยิ่งนัก” สำหรับชายหนุ่มแล้วมู่อิงก็เปรียบเสมือนกับจอมยุทธต้นแบบในฝันของตน จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชม“ฮ่ะๆๆ เจ้าทำให้ข้าเขินนะเนี่ย แล้วก็ต้องขอบใจจางซานด้วยที่ช่วยพยุงข้าไปนอนไม่เช่นนั้นคงได้นอนตากยุง ตากน้ำค้างเหมือนเจ้าพวกนี้ กล่าวจบมู่อิงก็ชี้ไปที่โต๊ะยาวที่พวกเขานั่งดื่มกินเมื่อคืน ซึ่งตอนนี้เหล่าจอมยุทธขี้เมาคนอื่นๆยังคงนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะอย่างไม่รู้สึกตัวสักนิด แม้ว่าภายนอกจะมีเสียงดังจากผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลวันลี่ชุนแบบนี้ก็ตาม“เอ๋! ข้าไม่ได้สังเกตเลยว่าพวกเขายังหลับอยู่ที่โต๊ะนี้ นั่นจอมยุทธหม่าไม่ใช่เหรอ?” หลี่ซื่อประหลาดใจรีบลุกขึ้นมาดูชายร่างใหญ่ที่นอนน้ำลายยืดอยู่“เขาดื่มหนักกว่าใครเลยล่ะ แล้วก็ล้มพับก่อนผู้อื่นด้วย ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก เฮ้อ! ว่าแต่เจ้ามาที่โรงเตี๊ยมเสี่ยวหู่นี่ทำไมงั้นรึ? หลี่ซื่อ” เมื่อบ่นสหายจอมยุทธจบมู่อิงก็หันมาถามเข้าเรื่องกับบ่าวรับใช้จากสำนักหยุนหลง ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องปกติที่เขาจะมาที่นี่“เอ่อ...คือว่า” ชายหนุ่มผิวคล้ำไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรก่อนดี ระหว่างเรื่องอาการของจางซาน หรือเรื่องกองโจรไฮ่หลาง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะบอกเรื่องราวต่อมู่อิง ก็มีคนเข้ามาขัดเสียก่อน สตรีวัยกลางคนในชุดยาวสีดำเดินเข้ามาอย่างรีบร้อนจนถึงข้างตัวมู่อิง และหลี่ซื่ออย่างรวดเร็ว“จอมยุทธมู่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่จวนเจ้าเมืองถูกกองโจรไฮ่หลางบุกปล้น แต่ได้รับข่าวมาว่าพวกมันมีจำนวนมาก เกรงว่าคนจะไม่พอพวกท่านพอจะไปช่วยหน่อยได้หรือไม่?” สตรีวัยกลางคนผู้สง่างามกล่าวขึ้นอย่างรวบรัด“ว่าไงนะ! เถ้าแก่เนี้ย! ท่านพูดจริงรึ!” มู่อิงทั้งตกใจ ทั้งโมโหที่กองโจรที่พวกเขาไล่ล่าในป่ามานับเดือนกลับโผล่มาปล้นจวนเจ้าเมืองกลางวันแสกๆ“ข้าจะโกหกเพื่อสิ่งใด ฮูหยินท่านเจ้าเมืองส่งพิราบสาสน์มาถึงข้าเมื่อครู่นี้เอง พวกโจรมันคงจะวางแผนกันมานานแล้วแน่ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ลงมือในวันนี้ที่ทั้งเหล่าจอมยุทธ และกองทหารในเมืองส่วนใหญ่ไม่อยู่เช่นนี้” ไป๋ซูหนี่ยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังถึงเรื่องราวร้ายแรงในครั้งนี้“ได้ๆๆ ข้าจะปลุกพวกเขาเดี๋ยวนี้ แล้วพวกเราจะไปที่จวนเจ้าเมืองด้วยกัน” มู่อิงรีบตอบรับแล้วหันไปเขย่าตัวหม่าตงเฟิงที่หลับใหลไม่ได้สติ หลังจากที่หลี่ซื่อซึ่งเงียบฟังอย่างตั้งใจมาตลอด เขาก็ฉุกคิดได้ถึงบางอย่างที่มันฟังดูผิดพลาด และไม่สมเหตุสมผล เพราะเรื่องนี้มันไม่ตรงกับในบันทึกของจดหมายเหตุแคว้นสุ่ยแม้แต่น้อย เพียงแต่ด้วยชายหนุ่มมั่นใจในบันทึกลึกลับเล่มนั้น และเชื่อมั่นในตัวจางซาน เขาจึงต้องกล่าวขัดจอมยุทธทั้งสอง“จอมยุทธมู่ เถ้าแก่เนี้ย เรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง! พวกโจรต้องการล่อเจ้าหน้าที่ และจอมยุทธทั้งหมดไปที่จวนเจ้าเมือง แต่ที่จริงแล้วเป้าหมายของพวกมันคือตลาดใหญ่แห่งนี้มากกว่า”“เจ้าพูดอะไรกัน! ฮูหยินเจ้าเมืองเป็นคนเขียนสาสน์นั้นด้วยตัวเองเชียวนะ จะผิดพลาดได้อย่างไร?” เถ้าแก่เนี้ยไป๋ซูหนี่หันมาต่อว่าชายหนุ่ม“เถ้าแก่เนี้ย ระยะทางจากกลางตลาดไปจนถึงจวนเจ้าเมืองด้านตะวันตก ถ้าวิ่งไปปกติคงใช้เวลาถึง 2 เค่อ (ประมาณ30 นาที) แต่ถ้าเป็นวันนี้ที่มีผู้คนพลุกพล่านต้องใช้เวลามากกว่านั้นอาจถึง 3 เค่อ (ประมาณ 45 นาที) ถึงจะเป็นผู้มีพลังวัตรก็ไม่ง่ายที่จะเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว” ชายหนุ่มคำนวณเรียบร้อยเสร็จสรรพแล้วกล่าวออกมา“เจ้าหมายความว่าอะไรกันแน่?” คราวนี้เป็นมู่อิงถามขึ้น“กว่าเราจะไปถึงที่นั่น ทหารจากกำแพงเมืองตะวันตกก็เข้ามาจัดการเรียบร้อยแล้ว หมายความว่าพวกมันไม่มีทางปล้นจวนเจ้าเมืองได้สำเร็จแน่นอน การที่พวกมันกล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้ย่อมมีแผน และเมื่อมีแผนพวกมันก็คงไม่คิดมาตื้นๆให้เสียเวลาอยู่แล้ว” หลี่ซื่อเน้นย้ำให้ทั้งสองได้เข้าใจมากขึ้น“อืม...เจ้าพูดมามีเหตุผล แต่อย่างไรฮูหยินเจ้าเมืองก็เป็นสหายของข้า ข้าจะเป็นคนไปช่วยนางเอง ส่วนจอมยุทธมู่ฝากดูทางนี้ด้วย อย่างไรก็ช่วยปลุกพวก...” ไป๋ซูหนี่ยอมรับความคิดของชายหนุ่มผิวคล้ำ จากนั้นก็จัดแจงเรื่องราวต่างๆแต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบก็มีคนขัดขึ้นมาก่อน“พวกข้าตื่นแล้ว! เมื่อคนชั่วข่มเหงผู้บริสุทธิ์พวกเราจอมยุทธฝ่ายธรรมะย่อมต้องเข้าช่วยเหลือ จริงไหมพวกเรา?” หม่าตงเฟิงที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับคนอื่นๆตะโกนปลุกใจทันที“ใช่แล้ว!!!” เหล่าสหายจอมยุทธตะโกนขานรับด้วยความฮึกเหิม“ฮ่าๆๆ ดีมาก เถ้าแก่เนี้ยท่านรีบไปเถอะ ตลาดใหญ่มีพวกเราดูแลอยู่ไม่ต้องเป็นห่วง” ชายร่างกำยำกล่าวยืนยันกับไป๋ซูหนี่หนึ่งครั้ง จากนั้นนางก็รีบจากไปทันที